ตอนที่ 229

“หยางชี่แปลงมังกร”

ทันทีที่สิ้นเสียงหยางชี่ในร่างกายเขาก็เหมือนเกิดความนึกคิดและลอยออกจากร่างกายอย่างมากมาย

จุดแสงสีทองควบแน่นรอบตัวเขา เพียงชั่วพริบตาพวกมันได้รวมกันจนกลายเป็นมังกรทองห้าเล็บยาวประมาณสิบเมตร!

มังกรทองไม่มีกายหยาบ ในมุมมองของคนอื่นมันเหมือนภาพจำลองมังกรทองที่ปรากฏขึ้นข้างตัวเขา

บนเกาะไร้ชื่อแห่งหนึ่งที่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร คนจากสำนักงานหนังสือพิมพ์รายวันกำลังถ่ายวิดีโอในสนามรบ

ผู้เล่นจากสำงานหนังสือพิมพ์เหล่านี้มีวิธีของตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะถ่ายวิดีโอในสนามรบที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร

หลายคนเห็นมังกรทองปรากฏขึ้นในความมืดอย่างกะทันหันจึงรีบหันกล้องไปถ่าย

“หืม!? เป็นมังกรทองที่สวยมาก”

“คนที่อัญเชิญมังกรทองตัวนี้คือ...ศูนย์หนึ่ง!? ศูนย์หนึ่งก็มาด้วย?”

“ฉันได้รับข้อมูลนี้มาจากผู้เล่นในค่ายแล้ว ต่อให้เขามาก็ไม่มีประโยชน์หรอก วันนี้โฟกัสที่ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานจากทั่วโลกดีกว่า”

“เห็นด้วย”

คนส่วนใหญ่หันหลังให้กล้องเขา แน่นอนว่ามีแค่ไม่กี่คนที่วางกล้องไว้ในบริเวณที่เขาอยู่

ในสนามต่อสู้

หลังจากหยางชี่ควบแน่นเป็นมังกร เมื่อเห็นว่าผู้เล่นด้านล่างเริ่มโจมตีเยื่อหุ้มแล้วหลิงอี้ก็ควบคุมมังกรทองหยางชี่ให้บินไปข้างหน้า

แต่เมื่อมังกรทองไปได้ครู่หนึ่งเขาก็ตระหนักได้ว่ามังกรทองอยู่ห่างจากเขาได้ไม่มาก

เขาทำได้แค่ไปหาราชามอนสเตอร์พร้อมกับมังกรทองเท่านั้น

ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!

แส้เถาวัลย์สีดำสนิทขนาดใหญ่ลอยไปมาอยู่ในอากาศ การเหวี่ยงใส่แต่ละครั้งทำให้ผู้เล่นแหลกเป็นชิ้นๆได้ ในตอนท้ายของการโจมตีจะเกิดเสียง‘ปัง’‘ปัง’ดังสนั่นจนทำให้เกิดการสั่นสะเทือน

ร่างของเทพรังแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนบนจะใช้แส้เถาวัลย์ขนาดใหญ่โจมตีศัตรูในอากาศ ในขณะที่แมงมุมส่วนล่างจะเรียกแมงมุมขนาดเล็กออกมาพ่นหมอกพิษโจมตีศัตรูบนพื้นดิน

แส้เถาวัลย์เหวี่ยงไปมาอย่างรวดเร็วจนแม้แต่หลิงอี้ก็เกือบตอบสนองไม่ทันและต้องหลบด้วยการเทเลพอร์ต

ด้วยการใช้เทเลพอร์ตตลอดทางในที่สุดเขาก็เข้าใกล้ร่างเทพรังพร่เอมกับมังกรทองหยางชี่ เขาบังคับให้มังกรทองพุ่งตรงไปข้างหน้า

มังกรทองที่สร้างจากหยางชี่จะไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางกายภาพและพลังงาน มันชนกับเยื่อหุ้มสีอย่างรวดเร็วและเกิดการหักล้าง

เยือหุ้มสีที่หนาเป็นเมตรลดลงประมาณหนึ่งเซนติเมตร!

แส้เถาวัลย์หลายอันเหวี่ยงไปทางหลิงอี้ในลักษณะล้อมรอบ หลิงอี้ไม่ต้องการออกจากจุดนี้จึงเปิดโล่ไร้เทียมทาน เมื่อแส้เถาวัลย์โจมตีอีกฝ่ายไม่สำเร็จมันจึงหันไปโจมตีศัตรูรายอื่น

“อืม ถือว่าสร้างความเสียหายได้1%หรือเปล่า?”

เขาใช้ตาทิพย์เพื่อดูพลังชีวิตของเยื่อหุ้มสี แต่สิ่งที่เขาเห็นคือเอฟเฟกต์ของเยื่อหุ้มสี

[สีเทพสามชั้น (10ดาว·ผสาน)]: ได้รับเยื่อหุ้มสีหนึ่งชั้นที่สามารถทำลายด้วยพลังชีวิต หยางชี่ หยินชี่, เมื่อเยื่อหุ้มสีถูกทำลายจะไม่สามารถใช้ได้อีกในวันต่อไป

1: ตราบใดที่มีเยื่อหุ้มสีจะไม่ได้รับความเสียหาย

2:การฟื้นฟูพลังชีวิตจะถูกถ่ายไปยังเยื่อหุ้มสีเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตของเยื่อหุ้มสี

3: ขณะใช้เยื่อหุ้มสีจะไม่สามารถเคลื่อนไหวและใช้แรงกายได้อีกต่อไป

“ดีมาก”

หลิงอี้แสดงท่าทางแปลกดใจ “ก็คิดอยู่ว่าทำไมราชามอนสเตอร์ตัวนี้ถึงอยู่กับที่ตลอดเวลา ที่แท้มันขยับไม่ได้”

แม้ว่าการใช้สกิลต้องจ่ายด้วยการขยับได้ แต่มันก็ยังเป็นสกิล10ดาว

แค่มีมันก็ทำให้โลกยุ่งเหยิงได้แล้ว

และเมื่อหลิงอี้เห็นคำว่า‘ผสาน’ด้านหลังดาวเขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“ผสาน? ดูเหมือนจะมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อีก”

มีสกิลบางอย่างที่สามารถใช้ร่วมกับสกิลอื่นเพื่อสร้างเอฟเฟกต์ที่น่าทึ่งมากขึ้นได้

สกิลเหล่านั้นคือสกิลผสาน

หลิงอี้ไม่มีเวลาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเห็นว่าผู้คนด้านล่างเปิดการโจมตีอีกครั้งซึ่งใช้พลังงานมหาศาลภายใต้การคุ้มครองของผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน เขาจึงไม่รอช้าและโจตีต่อ

หลังจากยกเลิกโล่ไร้เทียมทาน เขาก็รีบเรียกมังกรทองอีกครั้ง

การใช้ครั้งแรกเป็นแค่การทดสอบ แต่ครั้งที่สองเขาตั้งใจจะใช้เอฟเฟกต์เพิ่มพลังร้อยเท่าของ[ร่างเทพโบราณ]กับมังกรทอง

ในวินาทีถัดมาร่างมายาของมังกรทองก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แสงสีทองที่รวมตัวกันดูศักดิ์สิทธิ์มาก มันดูเหมือนมังกรตัวเป็นๆ

“ไป!” หลิงบังคับมังกรไปทางราชามอนสเตอร์

ในตอนนั้นเองด้านล่างก็โจมตีด้วยสกิลสหะที่รวมพลังจากพลังชีวิต

ต่อจากนั้น

ทุกคนเห็นว่าเยื่อหุ้มสีของเทพรังนั้นบางลงอย่างรวดเร็วและสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า

แค่สามวินาทีมันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย!

“ดีมาก!”

หลิงอี้ดีใจมากเมื่อเห็นแบบนั้น พอเขาเห็นแส้เถาวัลย์เหวี่ยงมาทางนี้อีกครั้งเขาก็หลบออกไป

ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นแล้ว

ตามแผนการ หลังจากเยื่อหุ้มสีแตกพวกเขาจะถอยกลับทันทีเพื่อให้ผู้แข็งแกร่งขั้นไร้เทียมทานสู้ได้อย่างอิสระ

โฮกกก!

ตู้ม! ตู้ม! ตู้มตู้ม

ทุกคนบินไปยังเกาะเล็กๆที่อยู่ห่างออกมาหลายสิบกิโลเมตรและคอยดูการต่อสู้จากระยะไกล

“ว่าแต่ พันธมิตรเสินของพวกเธอรู้หรือเปล่าว่าสกิลของราชามอนสเตอร์เป็นสกิลผสาน?”

หลิงอี้ถามหนานกหงลี่

เธอผงะไปครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “รู้สิ หลังจากกลับมาเมื่อวานพวกเราได้ค้นหาฐานข้อมูลสกิลที่บันทึกไว้และพบว่านี่เป็นสกิลที่ปรากฏขึ้นเมื่อ17ปีก่อน ผู้เล่นในตอนนั้นร่วมกันบันทึกสิ่งนี้ไว้ พูดได้เลยว่าสามัคคีกันมาก”

ก่อนที่จะพูดจบจู่ๆพวกเขาก็ได้ยินเสียงตะโกน “ดูบนฟ้าสิ ความมืดกำลังถอยกลับ!”

หลิงอี้และหนานกงหลี่เงยหน้ามองทันที

พวกเขาเห็นว่าธาตุมืดที่กระจายไปทั่วท้องฟ้ากำลังรวมตัวกันไปยังจุดที่เทพรังอยู่อย่างรวดเร็ว!

ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน

“เกิดอะไรขึ้น? มีใครรู้บ้าง?”

“ไม่รู้เหมือน ฉันเป็นผู้เล่นมา20ปีแต่ไม่เคยเห็นเรื่องแบบนี้เลย”

หนานกงหลี่เงยหน้ามองท้องฟ้า ใบหน้าสวยของเธอเต็มไปด้วยความงุนงง “ท้องฟ้าสีดำถอยกลับ? เป็นไปได้ยังไง?!”

ทุกคนเห็นท้องฟ้าสีดำขยายตัวหายไป แต่พวกเขาไม่เคยเห็นท้องฟ้าดีดำถอยกลับ

ฉากที่น่าอัศจรรย์นี้อยู่เหนือความคาดหมายของทุกคน

“ดูเหมือนว่าราชามอนสเตอร์กำลังดูดซับพลังงานของท้องฟ้าสีดำ” หลินอิ่งพูดสิ่งที่ทำให้หนานกงหลี่และคนอื่นๆตกใจ

คลื่นลมดำลอยพัดไปยังสนามต่อสู้ที่ห่างอยู่ไกล

ทุกคนมองพื้นที่มืดมิดที่พวกเขาอยู่และยังได้ยินเสียงคำรามออกมาจากในนั้น ทั้งเกาะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง น้ำทะเลข้างเกาะกำลังเชี่ยวกราก ด้วยการสนับสนุนจากลมสีดำคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งจึงสูงกว่าสิบเมตร!

ครืนนน!

จู่ๆสายฟ้าสีดำก็ผ่าลงมาจากท้องฟ้าโดยไม่มีการบอกเตือนล่วงหน้า

สิ่งนี้ทำให้ทุกคนกลัวเป็นอย่างมาก

ต่อจากนั้นสายฟ้าสีดำก็ผ่าบ่อยขึ้นในบริเวณนั้น อันหนึ่งเส้นหนากว่าอันอื่น อันหนึ่งน่ากลัวกว่าอันอื่น

ลมสีดำแรงขึ้นเรื่อยๆ น้ำทะเลเป็นคลื่นสูงมากกว่าสิบเมตรซัดขึ้นฝั่ง

ขณะที่ทุกคนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จากจุดศูนย์กลางของเกาะที่ไกลออกไป โดมสีดำขนาดใหญ่โผล่มาจากท้องฟ้าอันมืดมิดและตกลงมาอย่างรวดเร็ว!

‘ตึง’มันตกลงมาอย่างหนักหน่วงในทะเลรอบนอกเกาะ ในเวลาเดียวกันคลื่นสูงร้อยเมตรก็สาดเข้าปกคลุมทั้งเกาะ!

ในขณะที่หลายคนยังคงสับสน หนานกงหลี่ก็จำได้ทันที “นั่นเป็นสกิลที่ผสานกับเยื่อหุ้มสี”

“ราชามอนสเตอร์ต้องการจับคนข้างในไว้!”

หลิงอี้ที่อยู่ข้างๆเห็นเธอกะพริบตาปริบ “ตอนที่ฉันออกมาเหมือนจะเห็นว่าพ่อเธอยังอยู่ข้างในกับจางซิงและลั่วหยวน”

“หยุด”

หนานกงหลี่กอดอกบอกให้หยุด เธอไม่พอใจมากที่พ่อของเธอยังอยู่ข้างใน

หลิงอี้ยิ้มและตบไหล่เธอ “ไม่ต้องเป็นห่วง ยังมีป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์อยู่ เลวร้ายที่สุดก็แค่ตาย”

เธอหันหน้าไปมองหลิงอี้แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เพื่อนของฉันจางชิงคือเทพธิดาแห่งราชวังชิงเหลียน เธอเป็นผู้สนับสนุนที่ทรงพลังที่สุดในโลก”

หลิงอี้ “?”

หลินอิ่งก้าวไปกระซิบ “อย่ามองว่าเธอไม่สนใจคุณล่ะ ตอนที่ฉันไปห้องของเธอครั้งล่าสุดฉันเห็นว่าเธอเขียนข้อมูลทั้งหมดของคุณในสมุดบันทึก เธอรู้จักคุณดีจริงๆ”

“โอ้”

“ทำไมคุณถึงตอบสนองแบบนั้น?”

พอเห็นท่าทางปกติของหลิงอี้หลินอิ่งจึงทำหน้ามุ่ย “ถึงจะไม่แสดงออกมาให้เห็นแต่คงแอบดีใจอยู่ล่ะสิ”

“...”