“หยางชี่แปลงมังกร”
ทันทีที่สิ้นเสียงหยางชี่ในร่างกายเขาก็เหมือนเกิดความนึกคิดและลอยออกจากร่างกายอย่างมากมาย
จุดแสงสีทองควบแน่นรอบตัวเขา เพียงชั่วพริบตาพวกมันได้รวมกันจนกลายเป็นมังกรทองห้าเล็บยาวประมาณสิบเมตร!
มังกรทองไม่มีกายหยาบ ในมุมมองของคนอื่นมันเหมือนภาพจำลองมังกรทองที่ปรากฏขึ้นข้างตัวเขา
บนเกาะไร้ชื่อแห่งหนึ่งที่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร คนจากสำนักงานหนังสือพิมพ์รายวันกำลังถ่ายวิดีโอในสนามรบ
ผู้เล่นจากสำงานหนังสือพิมพ์เหล่านี้มีวิธีของตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะถ่ายวิดีโอในสนามรบที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร
หลายคนเห็นมังกรทองปรากฏขึ้นในความมืดอย่างกะทันหันจึงรีบหันกล้องไปถ่าย
“หืม!? เป็นมังกรทองที่สวยมาก”
“คนที่อัญเชิญมังกรทองตัวนี้คือ...ศูนย์หนึ่ง!? ศูนย์หนึ่งก็มาด้วย?”
“ฉันได้รับข้อมูลนี้มาจากผู้เล่นในค่ายแล้ว ต่อให้เขามาก็ไม่มีประโยชน์หรอก วันนี้โฟกัสที่ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานจากทั่วโลกดีกว่า”
“เห็นด้วย”
คนส่วนใหญ่หันหลังให้กล้องเขา แน่นอนว่ามีแค่ไม่กี่คนที่วางกล้องไว้ในบริเวณที่เขาอยู่
ในสนามต่อสู้
หลังจากหยางชี่ควบแน่นเป็นมังกร เมื่อเห็นว่าผู้เล่นด้านล่างเริ่มโจมตีเยื่อหุ้มแล้วหลิงอี้ก็ควบคุมมังกรทองหยางชี่ให้บินไปข้างหน้า
แต่เมื่อมังกรทองไปได้ครู่หนึ่งเขาก็ตระหนักได้ว่ามังกรทองอยู่ห่างจากเขาได้ไม่มาก
เขาทำได้แค่ไปหาราชามอนสเตอร์พร้อมกับมังกรทองเท่านั้น
ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!
แส้เถาวัลย์สีดำสนิทขนาดใหญ่ลอยไปมาอยู่ในอากาศ การเหวี่ยงใส่แต่ละครั้งทำให้ผู้เล่นแหลกเป็นชิ้นๆได้ ในตอนท้ายของการโจมตีจะเกิดเสียง‘ปัง’‘ปัง’ดังสนั่นจนทำให้เกิดการสั่นสะเทือน
ร่างของเทพรังแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนบนจะใช้แส้เถาวัลย์ขนาดใหญ่โจมตีศัตรูในอากาศ ในขณะที่แมงมุมส่วนล่างจะเรียกแมงมุมขนาดเล็กออกมาพ่นหมอกพิษโจมตีศัตรูบนพื้นดิน
แส้เถาวัลย์เหวี่ยงไปมาอย่างรวดเร็วจนแม้แต่หลิงอี้ก็เกือบตอบสนองไม่ทันและต้องหลบด้วยการเทเลพอร์ต
ด้วยการใช้เทเลพอร์ตตลอดทางในที่สุดเขาก็เข้าใกล้ร่างเทพรังพร่เอมกับมังกรทองหยางชี่ เขาบังคับให้มังกรทองพุ่งตรงไปข้างหน้า
มังกรทองที่สร้างจากหยางชี่จะไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางกายภาพและพลังงาน มันชนกับเยื่อหุ้มสีอย่างรวดเร็วและเกิดการหักล้าง
เยือหุ้มสีที่หนาเป็นเมตรลดลงประมาณหนึ่งเซนติเมตร!
แส้เถาวัลย์หลายอันเหวี่ยงไปทางหลิงอี้ในลักษณะล้อมรอบ หลิงอี้ไม่ต้องการออกจากจุดนี้จึงเปิดโล่ไร้เทียมทาน เมื่อแส้เถาวัลย์โจมตีอีกฝ่ายไม่สำเร็จมันจึงหันไปโจมตีศัตรูรายอื่น
“อืม ถือว่าสร้างความเสียหายได้1%หรือเปล่า?”
เขาใช้ตาทิพย์เพื่อดูพลังชีวิตของเยื่อหุ้มสี แต่สิ่งที่เขาเห็นคือเอฟเฟกต์ของเยื่อหุ้มสี
[สีเทพสามชั้น (10ดาว·ผสาน)]: ได้รับเยื่อหุ้มสีหนึ่งชั้นที่สามารถทำลายด้วยพลังชีวิต หยางชี่ หยินชี่, เมื่อเยื่อหุ้มสีถูกทำลายจะไม่สามารถใช้ได้อีกในวันต่อไป
1: ตราบใดที่มีเยื่อหุ้มสีจะไม่ได้รับความเสียหาย
2:การฟื้นฟูพลังชีวิตจะถูกถ่ายไปยังเยื่อหุ้มสีเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตของเยื่อหุ้มสี
3: ขณะใช้เยื่อหุ้มสีจะไม่สามารถเคลื่อนไหวและใช้แรงกายได้อีกต่อไป
“ดีมาก”
หลิงอี้แสดงท่าทางแปลกดใจ “ก็คิดอยู่ว่าทำไมราชามอนสเตอร์ตัวนี้ถึงอยู่กับที่ตลอดเวลา ที่แท้มันขยับไม่ได้”
แม้ว่าการใช้สกิลต้องจ่ายด้วยการขยับได้ แต่มันก็ยังเป็นสกิล10ดาว
แค่มีมันก็ทำให้โลกยุ่งเหยิงได้แล้ว
และเมื่อหลิงอี้เห็นคำว่า‘ผสาน’ด้านหลังดาวเขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ผสาน? ดูเหมือนจะมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อีก”
มีสกิลบางอย่างที่สามารถใช้ร่วมกับสกิลอื่นเพื่อสร้างเอฟเฟกต์ที่น่าทึ่งมากขึ้นได้
สกิลเหล่านั้นคือสกิลผสาน
หลิงอี้ไม่มีเวลาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเห็นว่าผู้คนด้านล่างเปิดการโจมตีอีกครั้งซึ่งใช้พลังงานมหาศาลภายใต้การคุ้มครองของผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน เขาจึงไม่รอช้าและโจตีต่อ
หลังจากยกเลิกโล่ไร้เทียมทาน เขาก็รีบเรียกมังกรทองอีกครั้ง
การใช้ครั้งแรกเป็นแค่การทดสอบ แต่ครั้งที่สองเขาตั้งใจจะใช้เอฟเฟกต์เพิ่มพลังร้อยเท่าของ[ร่างเทพโบราณ]กับมังกรทอง
ในวินาทีถัดมาร่างมายาของมังกรทองก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แสงสีทองที่รวมตัวกันดูศักดิ์สิทธิ์มาก มันดูเหมือนมังกรตัวเป็นๆ
“ไป!” หลิงบังคับมังกรไปทางราชามอนสเตอร์
ในตอนนั้นเองด้านล่างก็โจมตีด้วยสกิลสหะที่รวมพลังจากพลังชีวิต
ต่อจากนั้น
ทุกคนเห็นว่าเยื่อหุ้มสีของเทพรังนั้นบางลงอย่างรวดเร็วและสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า
แค่สามวินาทีมันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย!
“ดีมาก!”
หลิงอี้ดีใจมากเมื่อเห็นแบบนั้น พอเขาเห็นแส้เถาวัลย์เหวี่ยงมาทางนี้อีกครั้งเขาก็หลบออกไป
ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นแล้ว
ตามแผนการ หลังจากเยื่อหุ้มสีแตกพวกเขาจะถอยกลับทันทีเพื่อให้ผู้แข็งแกร่งขั้นไร้เทียมทานสู้ได้อย่างอิสระ
โฮกกก!
ตู้ม! ตู้ม! ตู้มตู้ม
ทุกคนบินไปยังเกาะเล็กๆที่อยู่ห่างออกมาหลายสิบกิโลเมตรและคอยดูการต่อสู้จากระยะไกล
“ว่าแต่ พันธมิตรเสินของพวกเธอรู้หรือเปล่าว่าสกิลของราชามอนสเตอร์เป็นสกิลผสาน?”
หลิงอี้ถามหนานกหงลี่
เธอผงะไปครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “รู้สิ หลังจากกลับมาเมื่อวานพวกเราได้ค้นหาฐานข้อมูลสกิลที่บันทึกไว้และพบว่านี่เป็นสกิลที่ปรากฏขึ้นเมื่อ17ปีก่อน ผู้เล่นในตอนนั้นร่วมกันบันทึกสิ่งนี้ไว้ พูดได้เลยว่าสามัคคีกันมาก”
ก่อนที่จะพูดจบจู่ๆพวกเขาก็ได้ยินเสียงตะโกน “ดูบนฟ้าสิ ความมืดกำลังถอยกลับ!”
หลิงอี้และหนานกงหลี่เงยหน้ามองทันที
พวกเขาเห็นว่าธาตุมืดที่กระจายไปทั่วท้องฟ้ากำลังรวมตัวกันไปยังจุดที่เทพรังอยู่อย่างรวดเร็ว!
ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน
“เกิดอะไรขึ้น? มีใครรู้บ้าง?”
“ไม่รู้เหมือน ฉันเป็นผู้เล่นมา20ปีแต่ไม่เคยเห็นเรื่องแบบนี้เลย”
หนานกงหลี่เงยหน้ามองท้องฟ้า ใบหน้าสวยของเธอเต็มไปด้วยความงุนงง “ท้องฟ้าสีดำถอยกลับ? เป็นไปได้ยังไง?!”
ทุกคนเห็นท้องฟ้าสีดำขยายตัวหายไป แต่พวกเขาไม่เคยเห็นท้องฟ้าดีดำถอยกลับ
ฉากที่น่าอัศจรรย์นี้อยู่เหนือความคาดหมายของทุกคน
“ดูเหมือนว่าราชามอนสเตอร์กำลังดูดซับพลังงานของท้องฟ้าสีดำ” หลินอิ่งพูดสิ่งที่ทำให้หนานกงหลี่และคนอื่นๆตกใจ
คลื่นลมดำลอยพัดไปยังสนามต่อสู้ที่ห่างอยู่ไกล
ทุกคนมองพื้นที่มืดมิดที่พวกเขาอยู่และยังได้ยินเสียงคำรามออกมาจากในนั้น ทั้งเกาะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง น้ำทะเลข้างเกาะกำลังเชี่ยวกราก ด้วยการสนับสนุนจากลมสีดำคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งจึงสูงกว่าสิบเมตร!
ครืนนน!
จู่ๆสายฟ้าสีดำก็ผ่าลงมาจากท้องฟ้าโดยไม่มีการบอกเตือนล่วงหน้า
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนกลัวเป็นอย่างมาก
ต่อจากนั้นสายฟ้าสีดำก็ผ่าบ่อยขึ้นในบริเวณนั้น อันหนึ่งเส้นหนากว่าอันอื่น อันหนึ่งน่ากลัวกว่าอันอื่น
ลมสีดำแรงขึ้นเรื่อยๆ น้ำทะเลเป็นคลื่นสูงมากกว่าสิบเมตรซัดขึ้นฝั่ง
ขณะที่ทุกคนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จากจุดศูนย์กลางของเกาะที่ไกลออกไป โดมสีดำขนาดใหญ่โผล่มาจากท้องฟ้าอันมืดมิดและตกลงมาอย่างรวดเร็ว!
‘ตึง’มันตกลงมาอย่างหนักหน่วงในทะเลรอบนอกเกาะ ในเวลาเดียวกันคลื่นสูงร้อยเมตรก็สาดเข้าปกคลุมทั้งเกาะ!
ในขณะที่หลายคนยังคงสับสน หนานกงหลี่ก็จำได้ทันที “นั่นเป็นสกิลที่ผสานกับเยื่อหุ้มสี”
“ราชามอนสเตอร์ต้องการจับคนข้างในไว้!”
หลิงอี้ที่อยู่ข้างๆเห็นเธอกะพริบตาปริบ “ตอนที่ฉันออกมาเหมือนจะเห็นว่าพ่อเธอยังอยู่ข้างในกับจางซิงและลั่วหยวน”
“หยุด”
หนานกงหลี่กอดอกบอกให้หยุด เธอไม่พอใจมากที่พ่อของเธอยังอยู่ข้างใน
หลิงอี้ยิ้มและตบไหล่เธอ “ไม่ต้องเป็นห่วง ยังมีป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์อยู่ เลวร้ายที่สุดก็แค่ตาย”
เธอหันหน้าไปมองหลิงอี้แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เพื่อนของฉันจางชิงคือเทพธิดาแห่งราชวังชิงเหลียน เธอเป็นผู้สนับสนุนที่ทรงพลังที่สุดในโลก”
หลิงอี้ “?”
หลินอิ่งก้าวไปกระซิบ “อย่ามองว่าเธอไม่สนใจคุณล่ะ ตอนที่ฉันไปห้องของเธอครั้งล่าสุดฉันเห็นว่าเธอเขียนข้อมูลทั้งหมดของคุณในสมุดบันทึก เธอรู้จักคุณดีจริงๆ”
“โอ้”
“ทำไมคุณถึงตอบสนองแบบนั้น?”
พอเห็นท่าทางปกติของหลิงอี้หลินอิ่งจึงทำหน้ามุ่ย “ถึงจะไม่แสดงออกมาให้เห็นแต่คงแอบดีใจอยู่ล่ะสิ”
“...”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved