ตอนที่ 281

ผู้คนนับไม่ถ้วนทั่วโลกต่างตกตะลึง

“สวัสดิการสำหรับทุกคน พี่ใหญ่ศูนย์หนึ่งมอบสวัสดิภาพให้พวกเราทุกคน!”

“พระเจ้า! ศูนย์หนึ่งชนะราชามอนสเตอร์เลเวล90ได้!”

“เข้าแผนที่สุดท้าย? เพิ่งจะเปิดเขตได้แค่เดือนเดียวเองนะ!”

“ใช่! เมื่อเดือนก่อนเขายังเป็นแค่คนธรรมดาอยู่เลย!!”

“เกินไปแล้ว”

ยอดเขาที่ปกคลุมด้วยเมฆในเสินเซี่ย

ราชวังชิงเหลียนหรือที่เรียกว่า‘ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการสนับสนุน’ตั้งอยู่ที่นี่

ในป่าไผ่สวนหลังบ้าน เซิ่งหย่าในชุดฟีนิกซ์สีทองพบกับอาจารย์ผู้มีพระคุณของเธอ

“อาจารย์”

เธอยืนอยู่ในพื้นที่สีเขียวท่ามกลางป่าไผ่ พูดกับป้าวัยสี่สิบห้าสิบที่นั่งอยู่บนตอไม้ไม่ไกลด้วยความเคารพ

ป้าที่อยู่ข้างหน้าแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าธรรมดาและไม่สนใจการดูแลผิวพรรณคือผู้นำของราชวังชิงเหลียน หลี่หง

ผู้หญิงที่นำเรื่อง‘หัวใจสำคัญกว่ารูปลักษณ์’มาปฎิบัติตาม

“มาเถอะ นั่งลง”

เมื่อเซิ่งหย่านั่งลงหลี่หงก็พูดขึ้น “เมื่อกี้เธอบอกว่าต้องการย้ายไปอยู่บ้านหลังอื่นที่ติดกับสวนบ้านหลิงอี้สินะ ฉันเห็นด้วย”

“หลิงอี้มีฉายาที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน ถึงฉันจะไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์อะไรแต่มันต้องแสดงถึงตัวตนบางอย่าง ถ้าเธอที่รู้เรื่องมากมายของพวกเขาแต่ยังอยู่ที่นี่มันอาจทำให้พวกเขารู้สึกไม่ได้ ซึ่งมันไม่ดีเลย”

“ดังนั้นเธอไปเถอะ”

หลี่หงเงยหน้ามองพระจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้าแล้วพูดด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน “ผู้เล่นกลุ่มแรกของเราเข้าไปเสินลู่มา20ปีแล้ว แต่พวกเขายังติดอยู่ในด่านแรกของแผนที่สุดท้าย มันนานมาแล้วที่ไม่ได้ก้าวหน้าต่อ”

“และหลิงอี้”

เธอแสดงสีหน้าอธิบายไม่ถูก “เด็กคนนี้ปรากฏตัวขึ้นจากอากาศเมื่อเดือนก่อน ไม่มีข้อมูลเรื่องของเขาเลยแม้แต่น้อย พอเข้าเสินลู่เขาก็เลื่อนเลเวลได้อย่าวงรวดเร็วในแบบที่โลกไม่เคยเห็น! จนถึงตอนนี้ที่เข้าแผนที่สุดท้าย!”

“เขาเหมือน...”

หลี่หงหายใจเข้าลึกจากนั้นปล่อยลมหายใจออกช้าๆ เธอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว “เขาเหมือนทูตที่เสินลู่ส่งมาพัฒนาความก้าวหน้าของดาวสีน้ำเงินของเรา!”

พอพูดถึงจุดนี้เธอก็รู้สึกละอายใจเล็กน้อย

พวกเธอที่เป็นผู้เล่นเก่าใช้เวลาตั้ง20ปีแต่ยังคิดอยู่ที่เดิม

แต่ผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งเข้าเสินลู่กลับตามพวกเธอทัน!

เมื่อเห็นว่าอาจารย์เศร้าใจมากแค่ไหนเซิ่งหย่าจึงปลอบโยนเธอ “อาจารย์อย่าไปคิดมากเลย ตอนนี้เขตได้รับการเลื่อนเป็นแผนที่สุดท้ายแล้ว ขอแค่อาจารย์ย้ายไปเขต66 ฉันเชื่อว่าในไม่อีกไม่นานพวกคุณต้องชนะวิญญาณน้ำแข็งบอสมอนสเตอร์ด่าน16ของเส้นทางหลักได้”

ได้ฟังแบบนั้นหลี่หงก็มองเธอด้วยสายตาหมดคำจะพูด

“เท่านี้แหละ เธอไปเถอะ”

[คุณฆ่าเทพมรณะปีกดำ(เลเวล90,ราชามอนสเตอร์), ค่าประสบการณ์+22000]

[คุณได้รับสกิล10ดาว[บทเพลงยมโลก]!]

[คุณได้รับสกิล10ดาว[แยกสองโลก]!]

[คุณได้รับสกิล10ดาว[จุดจบของดินแดนล่มสลาย]!]

[คุณได้รับจิตวิญญาณของเทพมรณะปีกดำ]

หลังจากสังหารราชามอนสเตอร์ หลิงอี้กับหนานกงหลี่ได้บอกลากันอย่างเรียบง่ายและกลับสู่โลกปัจจุบัน

“ฟู่วว”

ในคืนฤดูร้อนในสวนใต้แสงจันทร์ ลมยามดึกพัดเย็นสบาย

ฟังเสียงร้องของจักจั่นและมองไปที่ลานบ้านที่มีสีสันและสวยงาม หลิงอี้ค่อยๆสงบลง

หลังจากชนะราชามอนสเตอร์ได้เขารู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย เขาไม่อยากทำอะไรเลยนอกจากต้องการนอนบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวภายใต้แสงจันทร์ยามค่ำคืน

ในสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายและคุ้นเคย คนเหนื่อยล้าจะผล็อยหลับไปได้อย่างง่ายดาย

หลังจากหลับตาลงได้ไม่ถึงนาทีเขาก็ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

หลังจากนั้นไม่กี่นาที

ติ๊งต่อง~

เสียงกริ่งประตูดังขึ้นหนึ่งครั้ง ก่อนที่ใครก็ตามที่อยู่หน้าประตูจะกดเป็นครั้งที่สอง ร่างในชุดกระโปรงสีม่วงก็ออกจากห้องและเปิดประตูให้

คนที่มาคือเซิ่งหย่า

พอประตูลานบ้านถูกเปิดอย่างรวดเร็วเธอจึงตะลึงไปครู่หนึ่ง

ก่อนที่เธอจะได้พูด หยุนจีเอานิ้วชี้ปิดปากเธอแล้วกระซิบ‘ชู่ว์’เป็นสัญญาณให้เธอพูดเบาๆ

“ตามมา ฉันจะพาไปอีกหลังหนึ่ง”

พูดจบเธอก็ปิดประตูหน้าบ้านและพาเซิ่งหย่าเดินผ่านสวนหน้าบ้านไปอย่างเงียบๆ

พอเห็นทิวทัศน์ที่คุ้นเคยแต่ไม่คุ้นเคยนี้ แม้ว่าเธอจะเดินเบาแต่มันก็ยังหนักเล็กน้อย

แซ่ก แซ่ก แซ่ก

เมื่อเดินผ่านเก้าอี้ไม้ตัวยาวที่หลิงอี้นอนอยู่ เธอมองชายผู้ซึ่งขับเคลื่อนโลกด้วยตัวเขาเองอย่างจริงจัง

'ดูเหมือนคนธรรมดาแต่ทำเรื่องน่าอัศจรรย์ได้มากมาย'

พอได้มองหน้าของชายคนนั้นในระยะใกล้ หัวใจของเซิ่งหย่าก็เต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้

'ผู้ชายที่ถูกกำหนดให้มีชื่อเสียงอยู่ในประวัติศาสตร์อยู่ตรงหน้าฉันแล้ว ในหนังสือรุ่นหลังฉันจะได้เป็นสมาชิกของทีมในตำนานนี้ด้วยหรือไม่?’

'ไม่ว่าเมื่อก่อนจะมีโอกาสหรือไม่ก็ตาม แต่ตอนนี้ฉันยังมีโอกาสอยู่!’

เธอต้องการทิ้งชื่อตัวเองไว้ในประวัติศาสตร์!

ในคืนนี้โลกไม่สงบ

——ตัวผู้แทนจากทั่วโลกได้มาถึงเมืองหลวงตอนบนของเสินเซี่ย และจะหารือเรื่อง‘คริสตัลศักยภาพ’

——ผู้เล่นชั้นนำของแผนที่สุดท้ายหารือกันอีกครั้งและตัดสินใจท้าทายบอสมอนสเตอร์วิญญาณน้ำแข็งครั้งที่แปดในวันพรุ่งนี้

——ผู้เล่นทั่วโลกมีความสุขกับรางวัลที่คาดไม่ถึง ผู้เล่นใหม่เดือน7ที่กำลังจะเข้าสู่เสินลู่ในวันพรุ่งนี้รู้สึกเสียใจมาก

เทพรังในทะเลตอนใต้ยังคงคุกคามคนทั้งโลก คนธรรมดายังคงตะโกน‘เพิ่มโควต้าผู้เล่นรายเดือน’ ผู้เล่นจากประเทศอื่นๆยังอยากเห็นป้ายหินโบราณของเสินเซี่ย องค์กรมืดยังคงอยู่ในทุกที่

คลื่นใต้น้ำของโลกในตอนนี้และความขัดแย้งกำลังเพิ่มขึ้น แต่ในฟอรัมยังเต็มไปด้วยการร้องเพลงและการเต้นรำ

“ทำลายสถิติของมนุษย์ ไปถึงแผนที่สุดท้ายในหนึ่งเดือน!” (ระเบิด)

“ศูนย์หนึ่งท้าทายเทพมรณะปีกดำ(วิดีโอตั้งแต่ต้น)” (ระเบิด)

“ตามการคาดเดาของผู้เชี่ยวชาญ: ในอีก6เดือนข้างหน้าพวกเราอาจได้เป็นพยานในการผ่านแผนที่สุดท้าย!” (ร้อนแรง)

“ฉายาคืออะไร?” (ร้อนแรง)

“ผู้สนับสนุนที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดของผู้เล่นหญิงหลายพันคนทั่วโลก ศูนย์หนึ่งมาถึงจุดสูงสุดแล้ว!” (ใหม่)

“…”

ภายใต้คลื่นข่าวมากมาย ในฟอรัมดูเหมือนเฉลิมฉลองปีใหม่โดยมีผีและสัตว์ร้ายจากทุกด้านโผล่ขึ้นมา

ในบรรดาโพสต์ร้อนแรง พวกผู้เล่นคึกคักเป็นอย่างมาก

“ฮ่าฮ่า พี่ใหญ่ศูนย์หนึ่งโคตรเก่งเลย มีหนังอยู่เรื่องหนึ่งที่ตัวเอกไปถึงแผนที่สุดท้ายภายในหนึ่งปีและถูกคนทั่วโลกหาว่ามันไม่สมเหตุสมผล แค่ตอนนี้ดูเหมือนว่าความจริงจะยิ่งกว่าในหนังซะอีก”

“เรื่องนี้นับเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ ในอีกสิบปีข้างหน้าอาจจะไม่มีใครทำได้อีก”

“โชคดีจริงๆที่ได้อยู่ในยุคเดียวกับพี่ใหญ่ศูนย์หนึ่ง”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ความแข็งแกร่งของศูนย์หนึ่งเป็นของจริงแน่นอน แต่ยังไงก็มองไม่เห็นหลังจักรพรรดิสงครามทรราชเลือดอยู่ดี”

เป็นเรื่องปกติในหมู่ผู้เล่นที่จะเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของผู้อื่น

แต่บางคนโอ้อวดไอดอลของตัวเองมากเกินไปจนกลายเป็นกลุ่ม‘โม้เกินจริง’

ตั้งแต่ศูนย์หนึ่งปรากฏตัว กลุ่ม‘ขี้โม้ศูนย์’ก็ค่อยๆถือกำเนิดขึ้น

พอเห็นว่า‘ขี้โม้ทรราชเลือด’จากไป๋อิงเริ่มยั่วยุให้เกิดสงครามอีกครั้ง ‘ขี้โม้ศูนย์’ที่กำลังคึกและตื่นเต้นย่อมไม่อดทน

“เหรอ จักรพรรดิสงครามของนายเข้าแผนที่สุดท้ายในหนึ่งเดือนได้หรือเปล่า? สามารถชนะราชามอนสเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่าตัวเอง20เลเวลได้ไหม?”

“ไม่ได้ แต่พวกกเราอยู่ขั้นไร้เทียมทาน!”

|แล้วไงล่ะ ศูนย์หนึ่งมีใบรับรองไร้เทียมทานในตำนานสามใบแล้ว พอเขาเข้าขั้นไร้เทียมทานในตำนาน ขั้นไร้เทียมทานของพวกนายก็ไม่ดีพอที่จะอยู่ในสายตาเขา”

“เขาจะเข้าขั้นไร้เทียมทานในตำนานได้อย่างราบรื่นจริงหรือ? คิดว่าเราจะอยู่เฉยๆแล้วปล่อยให้เขาขึ้นไปหรือไง? รอก่อนเถอะ ฉันเชื่อว่าพวกเขาต้องลงมือแน่นอน!”

“ถุ้ย ก่อนหน้านี้บอกว่าจะลงมือแล้วก็ลงมือไปแล้ว ผลเป็นยังไงล่ะ? ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย”

“…”