จู่ๆลั่วเหยาก็นึกคำถามนี้ขึ้น
พ่อของเธอพาเธอมาที่นี่
ส่วนหลิงอี้กับหยุนจี ไม่ว่าจะมองอย่างไรหลิงอี้ก็เป็นผู้นำ
ขณะที่เธอกำลังสับสน จู่ๆเธอก็นึกถึงยันต์แบบใช้ครั้งเดียวที่หยุนจีเพิ่งส่งมาให้พวกเธอ...
......
หลังจากข้ามสะพานมาแล้ว พวกเขาก็หยุดอยู่ด้านหน้าทางแยกสิบทาง
“นี่เป็นด่านสุดท้ายแล้ว ด้านหลังนี้จะเป็นห้องเก็บสมบัติของถ้ำ”
ลั่วหยวนหันกลับมามอง “เส้นทางทั้งสิบเป็นเขาวงกตขนาดเล็ก มีแค่เส้นทางเดียวที่พาไปห้องเก็บสมบัติ”
“ฉันกับนักบุญดาบจะแยกกันไป พวกคุณจะตามใครไปก็ได้ ถ้าไม่อยากตามไปก็ไปตามทางของตัวเอง”
พอพูดจบลั่วหยวนก็พาลั่วเหยาเข้าไปในถ้ำมืดที่สามและหายไปจากสายตาของทุกคน
นักบุญดาบเดินไปถ้ำแรก หลิงอี้กับหยุนจีเดินไปถ้ำที่หก
ตอนนี้เหลือแค่หลิวเซิ่งหลันเจ๋อและราชาเงาที่ปลอมตัวเป็นชายชรา
“เสี่ยวเซิ่ง เราจะไปทางไหนดี?” หลันเจ๋อถามหลิวเซิ่ง
หลิวเซิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นส่ายหัว “รออยู่ที่นี่ก่อน พวกเขาสามกลุ่มเดินไปสามทางแล้ว อย่างน้อยต้องมีสองกลุ่มที่ผิดแล้วกลับมา”
“รอไปก่อน เดี๋ยวเส้นทางที่ถูกต้องจะมาหาเอง”
ภายในถ้ำเต็มไปด้วยหมอกดำที่ปิดกั้นการรับรู้และเสียงทำให้ใช้ไอเทมรับรู้ไม่ได้
มีแต่ต้องไปด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเจอเส้นทางที่ถูกต้อง
ราชาเงาที่ปลอมตัวเป็นชายชราก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงนั่งลงด้านข้างพร้อมกับหลับตาลงเริ่มพักผ่อน
เขาไม่รีบร้อนเพราะห้องเก็บสมบัติต้องใช้กุญแจสาม และหนึ่งในนั้นอยู่กับเขา
หากคนเหล่านั้นต้องการเข้าไปในห้องสมบัติ พวกเขาต้องกลับมาหาเขา
อย่างไรก็ตาม
สิ่งที่พวกเขาทั้งสามไม่รู้ก็คือคนที่เดินเข้ามาก่อนกำลังไปรวมตัวกัน!
หลิงอี้, หยุนจี, ลั่วหยวน, ลั่วเหยา และหนานกงฮั่น ทั้งห้าคนกำลังเดินอยู่ด้วยกันในถ้ำที่เก้า!
“หยุนจี ที่เธอแอบส่งยันต์ให้พวกเราในด่านสามเพราะอยากให้พวกเรามาที่นี่แล้วเดินไปที่ถ้ำเดียวกัน?”
ลั่วหยวนแสดงสีหน้าสับสนและถามด้วยความสงสัย “ถ้ำมืดนี้พาไปห้องสมบัติ? แล้วทำไมเธอทิ้งสามคนนั้นไว้ที่นั่น”
หนานกงฮั่นมองเธอด้วยความสงสัย
หยุนจีมองทั้งสองคนและพูดอย่างจริงจัง “ถ้ำมืดนี้พาไปห้องเก็บสมบัติจริงๆ แต่ทำไมสามคนถึงถูกทิ้งไว้น่ะเหรอ...เฮอะ เพราฉันไม่อยากให้พวกเขาตามมา”
“ฉันพอเข้าใจเรื่องหลิวเซิ่งกับหลันเจ๋อ แต่ชายชราคนนั้นล่ะ?”
“หายชราคนนั้นตามมาไม่ได้ เขาไม่ใครอื่นนอกจากผู้นำโลกแห่งเงาองค์กรมืดอันดับสอง ราชาเงา!”
“ว่าไงนะ!?”
ลั่วหยวนกับหนานกงฮั่นหยุดชะงักแล้วมองหน้ากัน สิ่งแรกที่พวกเขาคิดคือหยุนจีพูดเล่น
“เธอกำลังพูดถึงราชาเงาที่จะแอบเข้ามาในเสินเซี่ยเพื่อมาเอาความคิดลึกลับใช่ไหม?” ลั่วหยวนถามอย่างไม่แน่ใจ
“ใช่”
“มั่นใจได้ยังไง?” หนานกงฮั่นหรี่ตาลงนึกถึงการกระทำของชายชราอย่างรวดเร็ว
แต่ชายชรามักจะยืนอยู่ด้านหลังเขาจึงให้ความสนใจเพียงเล็กน้อย ในความทรงจำของเขาแทบไม่มีเรื่องของชายชราคนนั้นเลย
หยุนจีส่ายหัว “ฉันตัดสินเรื่องนี้ด้วยสกิลพิเศษ คงพิสูจน์ให้พวกคุณเห็นไม่ได้”
——อันที่จริงเธอไม่มีสกิลพิเศษ แต่นี่เป็นสิ่งที่หลิงอี้บอกเธอ
ตอนที่เพิ่งเข้ามาหลิงอี้ได้รู้เนื้อหาของด่านทั้งห้าผ่านการสนทนาของพวกเขา หลังจากนั้นเขาก็บอกให้หยุนจีใช้แผนนี้ทิ้งราชาเงาไว้ข้างหลัง
เขาเทเลพอร์ตยันต์ไปให้ลั่วหยวนกับคนอื่นอย่างลับๆโดยบอกให้แยกทางกันไปแล้วค่อยมารวมตัวกัน
“ไม่ว่าชายชราคนนั้นจะเป็นราชาเงาหรือเปล่า แต่เขามีกุญแจ! ถ้าไม่มีเขาเราก็เข้าไปไม่ได้!” ลั่วหยวนขมวดคิ้ว
ประตูห้องสมบัติมีกุญแจสามอันและต้องใช้กุญแจสามดอกสีแดง น้ำเงิน และสีเหลืองในการเปิด
“ไม่ต้องห่วง”
ในตอนนั้นเอง
หลิงอี้ที่อยู่ข้างๆหยิบกุญแจสีเหลืองออกมาจากกระเป๋าและพูดด้วยรอยยิ้ม “กุญแจสีเหลืองอยู่กับฉันแล้ว”
“นี่...”
ลั่วหยวนกับหนานกงฮั่นมองหน้ากัน ทั้งคู่ต่างเห็นความแปลกใจและความสับสนในแววตาของกันและกัน
กุญแจสามดอกนี้อยู่ในหีบสมบัติสามใบในด่านแรก หลิงอี้กับลั่วเหยาได้มาคนละดอก เห็นได้ชัดว่ากุญแจสีเหลืองดอกที่สามถูกชายชราเอาไป
แล้วทำไมมันถึงอยู่ในมือเขาได้?
พอเห็นแววตาสงสัยของทั้งสอง หลิงอี้จึงอธิบายด้วยรอยยิ้ม “อันที่จริงในด่านแรก หลังจากโหนเชือกข้ามไปที่แท่นไฟแล้วฉันไม่ได้เจอแค่กุญแจสีน้ำเงิน แต่ยังเจอกุญแจสีเหลืองด้วย”
“ฉันเก็บกุญแจสีเหลืองแล้วใช้ยันต์เปลี่ยนรูปสร้างกุญแจสีเหลืองที่เหมือนกันไปวางแทน จากนั้นเดินออกมาแล้วทำเป็นหาไม่เจอเพื่อให้ราชาเงาไปหยิบกุญแจสีเหลือง”
“ทำไมเธอทำแบบนั้น?” หนานกงฮั่นถาม
“วิธีนี้จะทำให้ราชาเงาไม่ไปไหนหลังจากพวกเราเข้าไปในถ้ำมืด”
พอได้ยินแบบนั้นลั่วหยวนกับหนานกงฮั่นก็แปลกใจไม่น้อย “เธอรู้ตัวตนราชาเงาตั้งแต่ด่านแรกแล้วใช่ไหม?”
“ใช่”
หลิงอี้พยักหน้า
ห้องเก็บสมบัติน่าจะมีวัสดุ‘แหล่งอากาศจักรวาล’ที่เขาต้องการ ลั่วหยวนกับหนานกงฮั่นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าตราบใดที่พวกเขาได้ยาวิญญาณแท้ สามคนนั้นจะไม่มีทางแย่งของจากเขาได้
แม้ว่าจะมีลั่วเหยาเพิ่มขึ้นมา แต่เขาก็ยังมั่นใจว่าจะได้รับมันจากหญิงสาวใสสื่อคนนี้
ผ่านไปสิบนาที
พวกเขาออกจากเขาวงกตและมาถึงประตูเหล็กสูงสามเมตร
“ถ้ำนี้เป็นทางที่ถูกจริงด้วย...” ลั่วหยวนพูดเสียงเบาแล้วมองหยุนจีกับหลิงอี้อย่างชื่นชม
แม้จะไม่รู้ว่าสองคนนี้รู้ได้ยังไง แต่มันทำให้เขาประหยัดเวลาได้มากจริงๆ เขาตั้งใจว่าจะใช้เวลากับที่นี่แค่หนึ่งชั่วโมง
“ฮ่าฮ่า จริงๆแล้วหลิงอี้เป็นคนเจอเส้นทางนี้” หยุนจีรีบปัดความดีความชอบ
ในเวลาเดียวกัน
หลิงอี้ที่โดนลั่วหยวนชมมุมปากกระตุกและฝืนยิ้มออกมา
'อันที่จริงฉันรู้เส้นทางนี้ก็เพราะดูโชคชะตาของคุณ’
เขาเริ่มดูโชคชะตาของลั่วหยวนอีกครั้ง
[หลังจากใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ในที่สุดก็เจอประตูสมบัติที่ปลายทางของถ้ำมืดที่เก้า]
พอเห็นแบบนั้นหลิงอี้ก็รู้สึกแปลกๆ
“เธอเป็นคนเปิดประตูถ้ำและยังเป็นคนพาไปห้องเก็บสมบัติอีก รู้สึกเหมือนพวกเรากำลังเอาเปรียบเธอเลย ฮ่าฮ่า”
หนานกงฮั่นเดินหัวเราะไปด้านข้างหลิงอี้แล้วตบไหล่เขา “ไม่เลวเลยพ่อหนุ่ม สมแล้วที่เธอค้นพบการทำงานของรูปปั้นได้ พอมีความสามารถอยู่บ้าง!”
“เธอมั่นใจหรือเปล่าว่าครั้งนี้จะค้นพบการทำงานของรูปปั้นอีก?”
“อาจจะ” หลิงอี้พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“โอ้?” พอเห็นท่าทางมั่นใจของชายหนุ่มคนนี้ หนานกงฮั่นก็หันไปมองลั่วหยวน
ทั้งคู่เห็นความคิดเดียวกันในสายตาของกันและกัน ‘เด็กคนนี้มีสกิลพิเศษบางอย่าง!’
‘นี่คือพรสวรรค์!’
ทุกคนไม่พูดอะไรต่อแล้วรีบไขกุญแจ
ไม่มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น ประตูห้องสมบัติเปิดออกอย่างราบรื่น
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved