ตอนที่ 241

“ถ้าอย่างนั้น เธอจะช่วยฉันพัฒนาหยางชี่ยังไง?” หลิงอี้ถามด้วยสีหน้าแปลกๆ

อีกฝ่ายรู้วิธีที่เขาใช้พัฒนาหยางชี่หรือเปล่า?

เซิ่งหย่าเม้มริมฝีปากสีแดงและยื่นมืออกมา คริสตัลสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสีเหลืองส้มปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ

“สกิล?”

“ใช่ นี่เป็นสกิลอันน่าทึ่งที่ราชวังชิงเหลียนของเราเก็บไว้นานกว่าสิบปี”

เซิ่งหย่ามอบคริสตัลให้หลิงอี้ “นี่เป็นสกิล6ดาวเทียนโม่(มาร)ชี่ แค่ให้เพศตรงข้ามเรียนรู้มันและสัมผัสกับคุณอย่างใกล้ชิดก็จะช่วยเพิ่มหยางชี่ให้คุณ”

หลิงอี้รับมาตรวจสอบ

[เทียนโม่ชี่ (6ดาว·หายาก·ติดตัว)]: หลังจากเรียนรู้ในร่างกายจะมีหยินชี่

เพียงแค่ใส่

หลักการของเอฟเฟกต์นี้คล้ายกับปลอกคอกระดิ่งทอง มันเหมือนไอเทมออกกำลังกายที่จะพัฒนาหยางชี่ในร่างกายของผู้ชายอย่างช้าๆ

แต่เมื่อเทียบกับปลอกคอกระดิ่งทองแล้ว เทียนโม่ชี่อันนี้ให้การพัฒนาที่ดีกว่าและมีเอฟเฟกต์เพิ่มเติมในการ‘กระตุ้นให้สืบพันธุ์ตามสัญชาตญาณ’

‘ระบบ จำลองการกลายพันธุ์’

ใช้เวลาไม่นาน[เทียนโม่ชี่]ที่ดีกว่าเดิมก็ปรากฏในมือของเขา

หลิงอี้เก็บมันเข้ากระเป๋าเป้ทันที

ต่อจากนั้นเขาก็มองผู้หญิงทั้งสามคนนั้น

“ฉันต้องเรียนรู้สกิลสำหรับผ่านเงื่อนไขความท้าทายในการพัฒนา ฉันมีตำแหน่งดาวไม่พอ” หลินซูโหรวส่ายหัว

“ฉันเพิ่งเรียนรู้วิธีแปลงร่างมังกรอมตะ เลเวลยังไม่พอ” เซี่ยหว่านชิงส่ายหัวเหมือนกัน

“ฉัน”

หยุนจีกะพริบตาปริบ เธอส่ายหัวภายใต้การจ้องมองของพวกเขาและถอนหายใจอย่างเศร้าใจ “ฉันมีตำแหน่งดาวไม่พอ”

แม้เธอจะพูดแบบนั้นแต่ใบหน้าครึ่งหนึ่งที่ถูกปิดด้วยผมกลับเผยรอยยิ้มแปลกๆออกมา

หลิงอี้ขมวดคิ้ว เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่เห็นหยุนจีเลิกคิ้วมองเขาอย่างนิ่งเฉย

เขาไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร แต่เขาเลือกที่จะหยุดถามก่อน

ดวงตาของเซิ่นหย่าหันไปมองใบหน้าของหลินซูโหรว เซี่ยหว่านชิง และสุดท้ายหยุดที่รอยยิ้มของหยุนจี

เธอมองรอยยิ้มนั้นครู่หนึ่งจากนั้นหายใจเข้าลึกแล้วพูดเสียงเบา “ก่อนจะมา ผู้นำราชวังได้หารือเรื่องสถานการณ์นี้กับฉันแล้ว”

“ในเมื่อไม่มีคนเรียนรู้สกิลได้ ดังนั้นฉันจะเป็นคนเรียนเอง”

เสียงอันไพเราะและชัดเจนดังมาจากริมฝีปากหยกของเธอ น้ำเสียงเธอนิ่งสงบจนผิดปกติ

ห้องโถงตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ เสียงร้องของจักจั่นนอกหน้าต่างดังก้องอยู่ในหูของทุกคนอีกครั้ง

ภายในสวนยามดึก ไฟประดับต้นไม้หลากสีสันส่องดอกไม้ ผีเสื้อหลากสีบินผ่านไปมา

“เอาสิ”

หลังจากเรียนรู้สกิลแล้ว เซิ่งหย่ามองหยุนจีที่กำลังปิดปากยิ้ม “ฉันไม่ใช่คนช่วยคุณพัฒนา เป็นร่างแยกของฉัน”

ขณะที่เธอพูด เธอยกมือหยกขึ้นแล้วดีดนิ้ว

ในวินาทีถัดมาก็มีเสียง‘ปุง’ดังขึ้น ควันสีขาวมากมายปรากฏขึ้นรอบตัวเซิ่งหย่าและปกคลุมเธอไว้ข้างใน

หลังจากนั้นไม่นานควันสีขาวก็จางหายไปอย่างรวดเร็วและเผยให้เห็นร่างทั้งสองที่อยู่ด้านใน

เป็นอย่างที่ทุกคนคิด มีเซิ่งหย่าสองคนที่เหมือนกันทุกประการ

หลิงอี้มองผ่านตาทิพย์และเห็นข้อมูลของสกิลนี้

[ร่างแยกวิญญาณ(9ดาว)]: ใช้พลังวิญญาณหลักแปลงร่างเป็นร่างแยกวิญญาณ ร่างแยกจะสืบทอดสกิลทั้งหมดของร่างเดิมยกเว้นสกิลนี้และสืบทอดคุณสมบัติอิสระ100%ของร่างกายดั้งเดิม, มีความคิดและความรู้สึกร่วมกับร่างเดิม, สามารถมีร่างแยกวิญญาณได้เพียงหนึ่งร่างในเวลาเดียวกัน

'เป็นสกิลแยกร่างที่ครอบคลุมมาก'

หลิงอี้ยังเห็นว่าร่างแยกตนนี้ไม่มีจำกัดเวลาด้วย

ในเวลานี้เซิ่งหย่าสองคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเอาแขนโอบไหล่กันแล้วยิ้ม “พวกคุณรู้หรือเปล่าว่าคนไหนคือร่างแยก?”

หยุนและคนอื่นส่ายหัว

หลิงอี้ชี้ร่างแยกผ่านตาทิพย์

เซิ่งหย่ายิ้มเล็กน้อย “สมกับที่เป็นศูนย์หนึ่ง”

“เอาล่ะ เรื่องที่มาที่นี่ได้รับการตัดสินแล้ว จนกว่าโดมดำจะถูกทำลายร่างแยกของฉันจะอยู่ที่นี่เพื่อช่วยคุณพัฒนาหยางชี่”

“ถ้าคุณมีคำถามอะไรสามารถถามเธอได้เลย ฉันกับเธอมีความคิดเดียวกัน”

พอพูดจบเซิ่งหย่าก็ไม่รั้งรออยู่ที่นี่อีก เธอลุกขึ้นบอกลากและจากไป

หลังจากเซิ่งหย่าจากไป พวกเธอมองร่างแยกของเซิ่งหย่า พูดคุยกันอยู่สักพักและตัดสินใจตั้งชื่อชั่วคราวให้เธอ

“ต่อจากนี้ไปฉันจะเรียกเธอว่าเสี่ยวหย่าได้ไหม? เพราะแยกออกมาจากร่างหลัก”

“ไม่มีปัญหา” เสี่ยวหย่าพยักหน้า

หลิงอี้เริ้มสังเกตร่างแยกอย่างใกล้ชิด

เธอสูงประมาณ1.7เมตร สวมเดรสที่ปักด้วยผีเสื้อหลากสี เผยให้เห็นแขนและขาที่สวยราวรากบัวสีขาว

ผมลอนใหญ่สีดำสนิทเปิดด้านหน้าและมีหน้าผากเรียบเนียน ลักษณะทั้งห้าของใบหน้านั้นสวยงาม แค่มองดวงตาดอกท้ออันมีเสน่ห์ครั้งเดียวก็ยากที่จะลืม

ทั้งใบหน้าดูมีเสน่ห์และอบอุ่น เป็นประเภทที่ยิ่งมองยิ่งน่าดึงดูด

เขาเลื่อนสายตาลงมองร่างกายเธอคร่าวๆ ขนาดของอีกฝ่ายไล่เลี่ยกับขนาดของหลินซูโหรวด้วยการมองจากสายตา

มองโดยรวมดูอวบเล็กน้อย

พอโดนหลิงอี้มองอย่างพินิจพิเคราะห์ เสี่ยวหย่าจึงยื่นมือออกมาควบแน่นเมฆก๊าซสีม่วงอ่อนไว้ในฝ่ามือแล้วพูดกับหลิงอี้ “ดึกมากแล้ว รีบไปพัฒนาหยางชี่กันเถอะ”

“เดี๋ยวก่อน”

หลิงอี้หยุดเธอไว้ “รอให้เธอกลับไปพักกันก่อน”

“ห๊ะ?”

“พวกคุณไม่ได้อยู่ด้วยกันเหรอ?”

“ห๊ะ? ใช่ ขอบคุณนะ คุณใส่ใจดีจัง”

เสี่ยวหย่าจะอาศัยอยู่ที่นี่ระยะหนึ่ง ดังนั้นหลินซูโหรวและคนอื่นๆจึงพาเธอไปทำความคุ้นเคยกับบ้านและพาไปอาบน้ำในบ่อน้ำพุ

ภายในห้องโถงเหลือหลิงอี้แค่คนเดียว

เขาหยิบวัสดุออกมา คิดอยู่พักหนึ่งและตัดสินใจเริ่มขายยาคุณสมบัติระดับEก่อน

“ถึงยาคุณสมบัติระดับCจะดึงดูดคนได้เยอะแต่ราคาของมันสูงเกินไปและสุดท้ายจะทำให้ไม่มีใครซื้อ ถ้าเอาไปวางขายก็คงมีแต่กองกำลังใหญ่ของประเทศต่างๆที่ซื้อได้”

“พอเทียบกันแล้ว ฉันเอายาคุณสมบัติระดับEไปขายดีกว่า”

“ด้วยวิธีนี้ ความแข็งแกร่งของผู้เล่นเลเวลต่ำจะพัฒนาขึ้นซึ่งมันจะไม่เป็นอันตรายต่อฉันและทุกคนสามารถจ่ายเงินซื้อได้”

แม้ว่าสูตรผสมยาคุณสมบัติระดับDจะถูกค้นพบนานแล้ว

แต่ด้วยความขาดแคลนของ[ทักษะสร้างยา] ความต้องการยาคุณสมบัติต่างๆจึงขาดตลาดมาโดยตลอด

มีผู้เล่นใหม่เพิ่มขึ้นหนึ่งล้านคนทุกเดือน แต่ในแต่ละเดือนสามารถผลิตยาคุณความแข็งแกร่งระดับEได้ไม่ถึงหนึ่งล้านเม็ดหรือแม้แต่หนึ่งแสนเม็ด

——นี่เป็นความต่างที่ใหญ่มาก!

หลิงอี้ไม่รอช้าอีกต่อไปและสร้างมันอย่างรวดเร็ว

(หัวใจไก่ต่อสู้x2 + น้ำผลไม้คริมสันx2 → ยาความแข็งแกร่งระดับ E)

วัตถุดิบทั้งสองนี้ได้มาจากการสู้กับไก่ต่อสู้และผลไม้คริมสัน

ในตอนนั้นหลิงอี้ฆ่าผลไม้คริมสันในสวนผลไม้คริมสันและได้น้ำผลไม้คริมสันหลายร้อยอัน แล้วเขาก็ขายพวกมันทั้งหมด—แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรเพราะในตลาดแลกเปลี่ยน น้ำผลไม้คริมสันหนึ่งพันอันมีราคาแค่หนึ่งพันเหรียญทอง

[คุณใช้‘ทักษะสร้างยา’สร้างยาความแข็งแกร่งระดับEx2]

[คุณใช้‘ทักษะสร้างยา’สร้างยาความแข็งแกร่งระดับEx2]

[…]

ในความคิดนั้นช่างสมบูรณ์แบบ แต่ความเป็นจริงมักจะโหดร้าย

เดิมทีเขาคิดว่าด้วยอัตราความสำเร็จที่สูงมาก การสร้างยาครั้งละสองเม็ดจะทำให้เขาสร้างยาคุณสมบัติจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว

แต่หลังจากสร้างยาไปหลายสิบครั้งหลิงอี้ก็เริ่มรู้สึกเบื่อ

“เฮ้ออ”

“รอบละสองเม็ดรอบละสองเม็ด ความเร็วของฉันไม่ได้เร็วกว่าคนอื่นมากเลย!?”