หลังจากเสริมความแข็งแกร่งให้หลินซูโหรวเมื่อวาน
หลิงอี้พบว่าพฤติกรรมของเธอเริ่มเอาแต่ใจเล็กน้อย
มันเหมือนกับเธอต้องการเลี้ยงดูเขาจึงคอยดูแลเอาใจใส่ทุกอย่าง ซึ่งมันเปลี่ยนไปเยอะมาก
แน่นอนว่า
เขาสามารถปลดอาวุธเธอได้ด้วยประโยคเดียวและทำให้เธอกลายเป็นแกะน้อยเชื่องๆอีกครั้ง
กลับมาปัจจุบัน
หลิงอี้ลุกขึ้นแล้วมายืนดูสายฝนข้างนอกที่ประตู
หลินซูโหรวที่สวมชุดนอนสีขาวและมีผมยุ่งเหยิงเดินเท้าเปล่าไปกอดเขาจากข้าง เธอเอาหน้าซบท้ายทอยเขาแล้วถามเสียงเบา “นายจะออกไปเหรอ?”
“ใช่ ไปวางป้ายหินโบราณ”
หลินซูโหรวลืมตาขึ้น แสงสีฟ้าส่องประกายในดวงตาเธอ
ทันใดนั้นเองฝนตกหนักด้านนอกก็สงบลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่อึดใจ
หลิงอี้ตะลึงไปครู่หนึ่ง เขาหันมามองหลินซูโหรวด้วยความแปลกใจ “เธอทำให้ฝนตกทั้งคืน? ทักษะหมอกฝนใช่ไหม?”
[ทักษะหมอกฝน]เป็นสกิลที่เขากลายพันธุ์โดยตรง
ในตอนนั้นเขายังรู้สึกว่าสกิลปรากฏการณ์บนท้องฟ้านี้ค่อนข้างดีเลย
“ใช่”
“ทำไมเธอต้อวทำแบบนั้นด้วย?”
หลินซูโหรวเม้มริมฝีปากล่างแล้วพูดด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย “ฉันอยากให้นายพักผ่อนสักหน่อย”
“อย่าทำแบบนี้อีกล่ะ” หลิงอี้ลูบหัวเธอ
“ได้” หลินซูโหรวตอบรับอย่างเชื่อฟัง
เมื่อร่างหลิงอี้หายไปจากหน้าประตู หลินซูโหรวก็ไม่ได้จากไปทันทีและยังยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีฟ้าของเธอจ้องไปยังทิศทางที่คนรักของเธอจากไป
การวางป้ายหินโบราณใช้เวลาไม่นาน
แน่นอนว่าแค่ครึ่งนาทีหลิงอี้ก็กลับมาแล้ว
พอเห็นว่าเธอยังยืนอยู่ตรงนั้นเขาจึงยิ้มแล้วอ้าแขนออก อีกฝ่ายกระโดดเข้ามากอดแน่นทันที
“เธอชักจะติดฉันมากขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ”
หลิงอี้กอดร่างอันอบอุ่นและหอมกรุ่น ใจใจของเขากำลังสงสัยเรื่องประสิทธิภาพของ[ป้ายหินจิตสงบ]
'อารมณ์เชิงลบ? อารมณ์เชิงลบคืออะไร?’
'ความต้องการทางเพศนี่นับด้วยไหม? ต้องลองดู’
เขาบอกให้หลินซูโหรวยืนบนโต๊ะ เมื่อผ้าโปร่งสีขาวบนร่างเธอหล่นลงมาบนโต๊ะ หลิงอี้เงยหน้าดูร่างกายของเธออย่างละเอียดและพยายามปล่อยให้เกิดความคิดไม่ดีในใจ
แต่ไม่ว่าเขาจะคิดยังไงเอฟเฟกต์ของ[ป้ายหินจิตสงบ]ก็ไม่แสดง
'แปลกจัง ทำไมไม่ตอบสนองเลย ช่างมันแล้วกัน’
หลิงอี้ไม่ได้ตั้งใจศึกษาเอฟเฟกต์ของป้ายหินโบราณเชิงลึกในตอนนี้
หลังจากผ่านไปวันสองวัน พันธมิตรเสินจะประกาศเอฟเฟกต์เฉพาะตามกรณีที่เกิดขึ้นในส่วนต่างๆของประเทศ
ตอนนี้เขายังมีงานอื่นที่ต้องทำ
“ไปหาอะไรกินกันเถอะ หลังจากนี้เราจะไปสู้กับเทพมรณะปีกดำ”
หลินซูโหรวที่ยืนอยู่บนโต๊ะตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “ได้"
เธอหยิบผ้าโปร่งสีขาวขึ้นมาสวมอีกครั้งและเดินเข้าไปในครัว
ด้านสิบห้าของเส้นทางหลักคือ‘คอมังกรบิน’
เป็นพื้นที่ราบเชิงเขา
หลิงอี้พาหลินซูโหรวข้ามเนินเขามา และในที่สุดก็เห็นเทพมรณะปีกดำลอยอยู่กลางอากาศห่างออกไปหลายพันเมตร!
——ครั้งก่อนอาซือหลันพาคนมาท้าทายมัน ตอนนี้มันเลยถูกเรียกตัวออกมาแล้ว
เทพมรณะปีกดำมีรูปร่างมนุษย์สูงประมาณ150เมตร
สวมเสื้อคลุมสีดำสนิท แขนและลำตัวเป็นอากาศสีดำ
ปีกขนนกสีดำที่กำลังกระพือข้างหลังมันมีความยาว300เมตร ในมือมันถือเคียวสีดำใบมีสีแดงขนาดใหญ่ที่สูงกว่าหัวของ
ในเวลานี้มันกำลังก้มหัว หมวกคลุมสีดำพลิ้วไหวไปตามแรงลมอย่างอิสระ ดูเหมือนว่ามันจะอยู่ในสถานะ‘นิ่งเฉย’
“ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็รู้สึกว่าร้อยเมตรสูงไปอยู่ดี”
เมื่อเห็นดวงตาสีม่วงเข้มของเทพมรณะปีกดำเปล่งประกาย หลิงอี้ก็หลินซูโหรวไปที่ป่าด้านล่างทันที
เขาต้องเตรียมพร้อมก่อนเริ่มสู้
ทั้งสองเบียดกันอยู่หลังต้นไม้ มองเทพมรณะปีกสีดำในระยะไกลบนอากาศแล้วยิ้มให้กันอย่างช่วยไม่ได้
“นายไม่กลัวว่ามันจะเจอตัวเหรอ?” หลินซูโหรวถามด้วยเสียงเบา
“ไม่เป็นไร ฉันมาท้าทายมันอยู่แล้ว”
“แต่นายบอกว่าจะเอาเครื่องมือเทพก่อนจะมาสู้กับมันไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมจู่ๆถึงมาสู้เลยล่ะ? หรือว่าเป็นเพราะการอัปเดตของเสินลู่”
“ใช่”
หลิงอี้มองราชามอนสเตอร์ที่อยู่ห่างออกไปหลายพันเมตรแล้วถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้: “แผนการนี้เปลี่ยนแปลงได้ ตอนแรกฉันตั้งใจจะสู้กับมันหลังได้เครื่องมือเทพ แต่จู่ๆเสินลู่ก็เริ่มอัปเดตแล้วเพิ่มความแข็งแกร่งให้มอนสเตอร์”
“ตอนนี้ฉันยังมีโอกาสชนะมันได้ แต่ถ้ามันได้รับการพัฒนา ใครจะรู้ว่ามันแข็งแกร่งมากขึ้นแค่ไหน”
พอพูดจบเขาก็อัญเชิญจักรพรรดิน้ำแข็งออกมา
หลินซุโหรวเห็นแบบนั้นจึงพูดเสียงเบา “พลังทูตสวรรค์!”
ทันใดนั้นลำแสงเจ็ดสีก็ปรากฏขึ้นบนร่างของทั้งสามพร้อมกัน
[คุณได้รับ‘พลังทูตสวรรค์' คุณสมบัติทั้งหมดเพิ่มขึ้น20%]
ก่อนข้อความจะหายไปหลิงอี้เห็นว่าเทพมรณะปีกดำได้ปรากฏตัวบนภูเขาแล้ว มันยกเคียวขนาดใหญ่ขึ้นสูงและเหวี่ยงไปทางด้านล่างภูเขา!
“มาแล้ว!”
มันมาอย่างรวดเร็ว หลิงอี้โอบจักรพรรดิน้ำแข็งกับหลินซูโหรวไว้ในอ้อมแขนแล้วใช้โล่ไร้เทียมทาน
ครืนน!
เคียวสีดำขนาดใหญ่ฟาดลงจากยอดเขา ในพริบตาเดียวแสงสีแดงเข้มหลายสิบดวงแผ่กระจายจากจุดที่เคียวสัมผัสกับภูเขาไปยังภูเขาทั้งลูกอย่างรวดเร็ว
วินาทีต่อมาภูเขาทั้งลูกถล่มลง เคียวขนาดใหญ่ปัดกรวดและฝุ่นออกไป คนทั้งสามที่อยู่ในโล่ไร้เทียมทานถูกปกคลุมด้วยฝุ่นทันที
เมื่อเทพมรณะปีกดำระเบิดพลังของเคียวดำขนาดใหญ่ คลื่นกระแทกรุนแรงได้ก่อตัวเป็นเส้นตรงพุ่งออกไปมากกว่า20กิโลเมตร! เนินเขาต่างๆถูกทำลายตลอดทาง
ครืนน
ฝุ่นละอองลอยขึ้นสูงหลายร้อยเมตรจนปกคลุมร่างเทพมรณะปีกดำ
มันลอยเฉยๆอยู่กับที่และมองที่ใดที่หนึ่งท่ามกลางฝุ่นด้วยดวงตาแสงสีม่วง
ลมค่อยๆพัดผ่านในโลกอันเงียบสงบ
ทันใดนั้นก็มีลมกระโชกแรงพัดมาจากตะวันออกไปตะวันตก ฝุ่นถูกพัดออกไปและเผยให้เห็นบอลแสงสีทองที่ลอยอยู่ในอากาศ
“จิ๊จิ๊จิ๊”
หลิงอี้ปล่อยมือออก ในขณะเดียวกันก็ปลดโล่ไร้เทียมทานด้วย เขาปล่อยให้จักรพรรดิน้ำแข็งร่างสองลอยออกมา
“สมแล้วที่เป็นราชามอนสเตอร์เสริมพลังสองเท่า โจมตีสุ่มยังรุนแรงได้ขนาดนี้”
เมื่อรับรู้ถึงขอบเขตความเสียหายที่ไกลกว่า20กิโลเมตรหลิงอี้จึงขมวดคิ้ว ‘ถ้านี่เป็นโลกปัจจุบัน แรงระเบิดนี่คงทำลายไปแล้วครึ่งเมือง’
ราชามอนสเตอร์เลเวล90เป็นพลังต่อสู้ระดับสูงในเสินลู่ปัจจุบัน เขาไม่รู้ว่าพลังขนาดนี้ต้องบอกว่าต่ำหรือสูง
มองเทพมรณะปีกดำด้วยตาทิพย์
[เทพมรณะปีกดำ (เลเวล90)
ประเภท: ราชามอนสเตอร์
คุณสมบัติ: ความแข็งแกร่ง 2700, พลังเวท2700, ความว่องไว1800, ความทนทาน900, ร่างกาย1800
สกิล: พลังเทพมรณะ(8ดาว, ติดตัว), อัญเชิญอันเดด(9ดาว), คืนชีพอันเดด(9ดาว), ร่างปีศาจกลืนความมืด(9ดาว, ติดตัว), ระเบิดแดงฉาน(8ดาว), แยกสองโลก(10ดาว), ลมปีศาจยมโลก(8ดาว), บทเพลงยมโลก(10ดาว), ร่างคุ้มกันกลิ่นอายความตาย(9ดาว,ติดตัว), จุดจบของดินแดนล่มสลาย(10 ดาว)
สถานะปัจจุบัน: 100%]
“ฟู่ว”
“ผู้เล่นคนก่อนๆชนะมันได้จริงเหรอเนี่ย?”
พอพูดจบ ในการรับรู้ของ[ร้องเรียกเทพสายลม]มีผู้เล่นจำนวนมากบินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
มีผู้เล่นมากมายกำลังมาที่นี่
“จะตามติดอะไรขนาดนั้น”
ก่อนมาท้าทายหลิงอี้คิดไว้อยู่แล้วว่าพอผู้เล่นคนอื่นรู้พวกเขาต้องรีบมาที่นี่แน่นอน แต่เขาคิดไม่ถึงเมหือนกันว่าจะมากันเร็วขนาดนี้
เขาให้หลินซูโหรวลงไปด้านล่างแล้วเปิดโล่ไร้เทียมทานปกป้องตัวเองไว้ ส่วนหลิงอี้ที่อยู่ข้างจักรพรรดิน้ำแข็งกำลังคิดหาวิธีว่าจะทำยังไง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved