ตอนที่ 286

วินาทีต่อมาข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้น

[แจ้งเตือน: ความขัดแย้งที่ไม่รู้จัก]

แสงไหลผ่านพันลวงตากับแสงไหลผ่านพันราตรีไม่ใช่สิ่งเดียวกัน มันเหมือนกับเสือสองตัวอยู่ในถ้ำเดียวกันไม่ได้

หลิงอี้ลองอยู่หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ดังนั้นเขาจึงยกเลิกความตั้งใจที่จะเก็บมันไว้ด้วย

“เครื่องมือเทพชิ้นนี้คงต้องไว้ให้ซูโหรวกับคนอื่นใช้แทน”

หลังเก็บเครื่องมือเทพลงกระเป๋าเป้และกำลังจะกลับเข้าสู่สนามต่อสู้อีกครั้งเสียง‘ติ๊ง’ก็ดังขึ้น

จากนั้นข้อความก็เด้งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

[ทูตหงส์แดง: คุณกำลังสู้กับร่างแยกราชามอนสเตอร์อยู่ใช่ไหม? สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง? คุณมั่นใจหรือเปล่า?]

หลิงอี้สะดุ้งโหยงเมื่อนึกได้ว่าการชนะราชามอนสเตอร์ร่างแยกจะปล่อยราชามอนสเตอร์ตัวจริงออกมา

“ฟู่ว ฉันต้องให้คนข้างนอกเตรียมตัวให้เสร็จก่อนจะฆ่าร่างแยก”

พอคิดได้ดังนั้นเขาจึงตอบกลับไป

[ศูนย์หนึ่ง: รีบไปเตรียมตัวให้พร้อม ฉันชนะแน่นอน]

[ทูตหงส์แดง: ชนะแน่นอน? ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยชะลอลงหน่อย อย่าพึ่งฆ่าร่างแยก เราต้องรออนุมัติแผนการรวบรวมวัสดุและเตรียมคนซึ่งต้องใช้เวลาสักพัก]

[ศูนย์หนึ่ง: ได้]

แม้จะเป็นแบบนั้นแต่หลิงอี้ยังคงออกไปโจมตี

เขาจะทำให้ร่างแยกเหลือพลังชีวิตส่วนสุดท้ายเอาไว้แล้วค่อยดึงเวลามันไว้เรื่อยๆ

ในเวลาเดียวกัน

โลกภายนอก

หลังจากหนานกงหลี่ได้รับคำตอบเธอก็แจ้งพันธมิตรเสินทันที จากนั้นพันธมิตรเฉวียนก็ได้รู้ข้อมูลนี้

“รู้หรือเปล่า? ศูนย์หนึ่งบอกว่าเขามั่นใจว่าจะชนะร่างแยกของเทพรัง?”

“รู้แล้ว เฮ้อ ต่อจากนี้คงไม่สงบสุขอีก”

“ใช่ พอโดมดำแตกเทพรังจะปรากฏตัวอีกครั้ง แล้วท้องฟ้าสีดำระดับหนึ่งจะกลับมา”

ก่อนหน้านี้มันเป็นแค่ข่าวลือ แต่ตอนนี้ข่าวเรื่องเทพรังจะปรากฏตัวอีกครั้งเกือบจะเป็นที่แน่นอนแล้ว

ในเวลาไม่กี่นาที ข่าวนี้กลายเป็น‘กระแสความตื่นตระหนก’ที่กระจายไปทั่วโลก

ทะเลไท่จิง เมืองชนบททางตอนใต้ของประเทศอ้อ

คนเฒ่าคนแก่หลายคนยังคุยกันอยู่นอกบ้าน เมื่อประตูถูกผลักเปิดพร้อมกับเสียง‘ปัง’ ชายหนุ่มผมเหลืองได้วิ่งออกมาด้วยความตื่นตระหนกแล้วตะโกนว่า “แย่แล้ว! เทพรังจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง!”

คนวัยกลางคนและผู้สูงอายุสองสามคนที่สวมเสื้อกั๊ก กางเกงตัวใหญ่ และรองเท้าแตะไม่ตอบสนองไปชั่วขณะ

“รีบไปกันเถอะ! ไปหลบภัยในประเทศไป๋อิงก่อน!”

หลังจากชายหนุ่มพูดจบประโยคที่สอง คนกลุ่มนั้นก็รู้สึกตัวและแสดงสีหน้าตื่นกลัว

“ว่างนะ! ราชามอนสเตอร์จะปรากฏตัวอีกแล้ว?”

“มันเกิดอะไรขึ้น? ไม่ใช่ว่าอีกตั้งนานโดมดำถึงจะแตกเหรอ?”

ชายชราคนหนึ่งยืนขึ้นแล้วถามชายหนุ่มด้วยเสียงดัง “มันจะออกมาเมื่อไหร่? พรุ่งนี้? หรือมะรืนนี้?”

“อีกไม่นาน อีกไม่นานมันจะออกมา!”

คำตอบของชายหนุ่มเกือบทำให้ชายชราพุ่งออกไปทันที

เมื่อเห็นแบบนั้นชายหนุ่มจึงกัดฟันปลอบเขา “ไม่เป็นไร พวกเรายังมีเวลาอยู่ ศูนย์หนึ่งยังไม่ได้ฆ่าร่างแยกของราชามอนสเตอร์ เขาแค่บอกว่าชนะมันได้แน่นอนตอนนี้คงกำลังดึงเวลาไว้อยู่ รีบไปกันเถอะ”

“บางทีเขาอาจจะดึงเวลาไว้หนึ่งหรือสองชั่วโมง ตอนนี้พวกเรายังมีเวลาให้ไป”

ก่อนจะจบลงสัญญาณเตือนภัยของมอนสเตอร์ในเมืองก็ดังขึ้น

หวออออ

หวออออ

หลังจากส่งเสียงสองครั้งเสียงผู้หญิงก็ดังขึ้น

“แจ้งเตือนมอนสเตอร์ระดับสูงสุด! คาดว่าภายในหนึ่งชั่วโมงจะมีมอนสเตอร์จำนวนมากมาถึง ขอให้ชาวเมืองโปรดอพยพโดยทันที!”

“ระดับสูงสุด”

ทุกคนตื่นกลัวเมื่อได้ยินเสียงไซเรน

“รีบไปเร็ว อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว!”

“เวร! นึกว่าเทพรังจะออกมาช้ากว่านี้ซะอีก!”

“ใช่ ก่อนหน้านี้ฉันตามกองทัพไปทางเหนือแล้วเพิ่งกลับมาเก็บของเมื่อวาน ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะซวยแบบนี้!”

โชคดีที่มีผู้คนไม่มากอาศัยใกล้กับเทพรัง เมื่อพวกเขาอพยพออกไปที่นี่ก็ไม่แออัดเหมือนเมื่อก่อน

บนเกาะเล็กที่ห่างจากความมืดหลายพันเมตร ในดินแดนที่มองไม่เห็น

ภายในเต็นท์สีกากีขนาดใหญ่ ผู้เล่นจากพันธมิตรต่างๆมารวมตัวกันที่นี่เพื่อหารือวิธีจัดการเทพรัง

แน่นอนว่า

เป็นการหารือร่วมกันระหว่างพันธมิตรของประเทศต่างๆ แต่ในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุด

ถงเวยหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของพันธมิตรเสินนั่งที่มุมโต๊ะประชุมทรงกลมและเสนอว่า “เทพรังดูดซับพลังงานของท้องฟ้าสีดำและเสินลู่ได้พัฒนาให้มันแข็งแกร่งขึ้น พลังของมันในตอนนี้ต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง เพื่อป้องกันไม่ให้มันพัฒนาอีกครั้งด้วยเหตุผลต่างๆ ฉันขอเสนอให้พันธมิตรไป๋ใช้เครื่องมือเทพ‘สิ้นสุดชั่วพริบตา’ที่ทำให้ตายได้

เมื่อได้ยินดังนั้น

ด้วยทรงผมหัวโล้นและรูปร่างแข็งแรง ข่านั่วหัวหน้าฝ่ายของพันธมิตรสงกอดอกและพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ ต้องให้ทุกคนนำเครื่องมือเทพออกมาใช้ถึงจะฆ่าราชามอนสเตอร์ได้”

หลันเท่อหัวหน้าฝ่ายพันธมิตรไป๋ยิ้มอย่างดูถูกเมื่อเห็นถงเวยกับข่านั่วเห็นพ้องกัน

“เอาล่ะ เรานำ‘สิ้นสุดชั่วพริบตา'ออกมาใช้ได้แต่เครื่องมือเทพของเราใช้ได้ปีละสองครั้งเท่านั้น พันธมิตรเสินต้องนำเครื่องมือเทพต่อต้านราชามอนสเตอร์‘ดินแดนผู้กล้า’ออกมา และพันธมิตรสงต้องนำเครื่องมือเทพฟื้นคืนชีพ‘ทำลายดินแดนมรณะ’ออกมา”

ถงเวยคิดเรื่องนี้ไว้อยู่แล้วเขาจึงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

ข่านั่วโบกมือแล้วตอบ “ไม่มีปัญหา”

ทั้งสองตกลงอย่างง่ายดายจนหลันเท่อขมวดคิ้วแอบสงสัยว่าเขาโดนหลอกหรือเปล่า

“ดี ต่อไปก็”

พวกเขาพูดคุยรายละเอียดอยู่พักหนึ่ง บทสรุปในตอนท้ายคือ

1. พันธมิตรเสินใช้[ดินแดนผู้กล้า]เพิ่มประสิทธิภาพการต่อสู้ของทุกคนชั่วคราว

2. พันธมิตรสงใช้[ทำลายดินแดนมรณะ]สร้างวงเวทที่สามารถฟื้นคืนชีพได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

3. เมื่อพลังชีวิตของเทพรังต่ำลงจนถึงระดับหนึ่ง พันธมิตรไป๋จะใช้[สิ้นสุดชั่วพริบตา]ฆ่ามัน!

หลังจากตัดสินใจแล้วทุกคนก็เดินออกจากสนามมาที่ขอบเกาะ

มองโดมดำในระยะไกล ทุกคนหันไปมองทูตหงส์แดงหนานกงหลี่ของพันธมิตรเสิน

ในตอนนี้เกือบทุกคนรู้แล้วว่าเธอเป็นผู้ประสานงานระหว่างพันธมิตรเสินกับศูนย์หนึ่ง

“พร้อมหรือยัง?”

เธอถามฝูงชนอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ

เดิมทีด้วยฐานะของเธอ ผู้คนจากประเทศอื่นจะไม่สนใจเธอมากนักถ้าเธอถามคำถามนี้

แต่ด้วยความสามารถที่ติดต่อศูนย์หนึ่งได้โดยตรง ตอนนี้จึงไม่มีใครกล้าเมินคำพูดของเธอ

“พร้อมแล้ว”

“เราควรรออีกหน่อยไหม? ฉันเห็นว่าคนธรรมดากำลังหลบหนีอยู่ในบริเวณใกล้ๆ”

“นี่”

ทุกคนพูดคุยกันครู่หนึ่งแล้วดูเวลา

22:42

“อืม ลองถามความเห็นของศูนย์หนึ่งก่อน”

“ฉันจะลองดู”

ทุกคนไม่ทราบสถานการณ์ภายในโดมดำ ดังนั้นพวกเขาจึงหนานกงลี่ถามก่อน

[ทูตหงส์แดง: ตอนนี้สถานการณ์ของคุณเป็นยังไงบ้าง?]

[ศูนย์หนึ่ง: พลังชีวิตของร่างแยกเกือบหมดแล้ว สามารถฆ่ามันได้ทุกเวลา ฝั่งพวกเธอมีอะไรหรือเปล่า? ยังไม่พร้อมเหรอ?]

[ทูตหงส์แดง: ต้องขอโทษด้วยจริงๆ แต่พวกเขาบอกว่าต้องการซื้อเวลาอีกเล็กน้อยเพื่อให้คนที่เหลืออยู่หนีไปได้]

[เราไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการฆ่าราชามอนสเตอร์ และเราไม่สามารถหยุดท้องฟ้าสีดำที่ขยายตัวได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้พวกเขาอพยพไปก่อน]

[ศูนย์หนึ่ง: ฟู่ว เธอพูดถูก ตอนมาที่นี่ฉันคิดแค่จะลองสู้ดูแต่คิดไม่ถึงว่าจะชนะมันได้จริงๆ ไม่อย่างนั้นฉันคงบอกล่วงหน้าแล้ว]

[ก่อนหน้านี้กองทัพอพยพคนไปทางเหนือแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงยังมีคนอยู่อีก?]

[ทูตหงส์แดง: ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่]

[ศูนย์หนึ่ง: ฉันจะดึงเวลาให้อีกหนึ่งชั่วโมง]