ตอนที่ 131

[คุณได้รับหินราตรีขั้นสูงx5!]

หลิงอี้พอใจมากเมื่อเห็นหินราตรีขั้นสูงทั้งห้าก้อนและเครื่องมือสร้างหินราตรีขั้นสูงในกระเป๋าเป้

สิ่งนี้ทำให้เขามีโอกาสได้รับยันต์เทพ-เหรียญทองสองเท่าก่อนคนอื่น!

“แค่ตั้งใจทำงานหนักอีกสองวัน...”

ติ๊งต่อง~

ติ๊งต่อง~

ในขณะนั้นเสียงกริ่งนอกประตูบ้านก็ดังขึ้น

หลิงอี้สะดุ้งเล็กน้อยจากนั้นกระจายสัมผัสรับรู้ออกไปด้านนอก

สายลมสัมผัสถึงสิ่งที่คุ้นเคย -นั่นคือหยุนจีกับเซี่ยหว่านชิง!

“มีคนมาหาเหรอ?” หลินซูโหรวที่อยู่ในครัวยื่นหัวออกมาถาม

“อืม เป็นหยุนจีกับผู้หญิงที่ฉันเดิมพันด้วย”

“เซี่ยหว่านชิง?”

หลินซูโหรวตกตะลึงและแสดงสีหน้าแปลกใจราวกับว่าแปลกใจที่อีกฝ่ายเจอที่นี่ แต่เธอไม่มีเวลาคิดมาจึงรีบพูด “เชิญพวกเธอเข้ามาสิ!”

จากนั้นไม่นาน

หลิงอี้พาทั้งสองคนเข้ามาในบ้าน

“นั่งได้ตามสบาย” เขาพูดกับทั้งสองคน

“อืม!” x2

ทั้งสองตอบพร้อมกัน เซี่ยหว่านชิงนั่งบนโซฟาตัวเล็กทางด้านซ้ายขณะที่หยุนจีไปนั่งข้างหลิงอี้

พอเห็นหลิงอี้มองเธอ เธอจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “นายนั่งตรงนี้หรือเปล่า?”

“เอ่อ...ใช่”

ต่อจากนั้นเขาก็เห็นเซี่ยหว่านชิงมองหยุนจีด้วยดวงตาเบิกกว้าง

สิ่งที่หยุนจีแสดงให้เห็นล้มล้างความรู้ความเข้าใจของเธอไปหมดแล้ว

และดวงตาของเธอแทบถลนออกมาเมื่อเห็นหยุนจีควงแขนของหลิงอี้

“เธอเธอ...เธอไม่ได้รับการปกป้องจากเสินลู่เหรอ?”

เซี่ยหว่านชิงกำลังอึ้ง หรือว่าการเดิมพันของหยุนจีเป็นแค่ข่าวลือ?

“ฮึ่ม~”

หยุนจีหรี่ตาฮัมเพลงอย่างมีความสุข เธอไม่ตอบกลับและหันไปคุยกับหลิงอี้แทน

“เมื่อกี้ทำไมนายไม่ไปที่หน้าพันธมิตรสาขา?”

“อ่อ ฉันขี้เกียจไป”

“นายที่ไม่ไปพันธมิตรสาขาคงไม่รู้ล่ะสิว่านักบุญดาบฟินิกซ์จัดการชุมนุมผู้เล่นของเมืองอึ๋งหั่ว เธอบอกว่าองค์กรมืดประตูศักดิ์สิทธิ์ส่งคนมานครเชียนเจียงประมาณ300คน...ตอนนั้นเธอหยิบหินราตรีขั้นสูงออกมาแล้วประกาศว่าถ้าใครหาฐานลับของคนกลุ่มนี้ได้จะได้รับหินราตรีขั้นสูงเป็นรางวัล”

หยุนจีมองหลิงอี้ ด้านหนึ่งเธอมาหาผู้มีพระคุณทั้งสองที่ช่วยเธอเอาไว้ อีกด้านคือเธอมาบอกข่าวให้พวกเขา

“โอ้?”

ตาของหลิงอี้เป็นประกายเมื่อได้ยินว่ามีหินราตรีขั้นสูงเป็นรางวัล

เขามีสัมผัสรับรู้กว้างมากซึ่งครอบคลุมเกือบทั้งนครเชียนเจียง

ของแค่มีเวลาให้เขา เขาต้องเจอพวกมันแน่นอน!

และถ้าอีกฝ่ายที่กำลังคุยกันอยู่พูดรหัสคำ‘หลิงอี้’ เขาก็จะเจอพวกมันทันที!

'ไม่รู้ว่าสมาชิกขององค์กรมืดพักผ่อนกันอยู่หรือเปล่า แล้วพวกมันจะคุยกันเรื่องอะไร?’

ถ้าเขารู้ว่าคนพวกนั้นกำลังพูดเรื่องอะไร เขาก็แค่ตั้งรหัสคำพวกนั้นเอาไว้ล่วงหน้า

'จริงด้วย! ฉันลองใช้ไอเทมนั้นก็ได้!?'

เขาจำได้ว่ามียันต์คำแนะนำที่สามารถให้ข้อมูลได้

ถึงจะไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์ในสถานการณ์นี้ไหม แต่หลิงอี้ยังคงหยิบมันออกมาและคิดอยู่ในใจ ‘ฉันอยากรู้ว่าสมาชิกองค์กรประตูศักดิ์สิทธิ์ในนครเชียนเจียงจะพูดอะไรในไม่กี่นาทีข้างหน้า?'

ขณะที่เขากำลังใช้ไอเทม หยุนจีที่อยู่ด้านข้างก็มองยันต์ในมือและถามด้วยความสงสัย “นายทำอะไร?”

“ฉันลองดูว่าสามารถหาพวกเขาได้ไหม”

“ใช้แค่ยันต์อันนี้?”

“ใช้ร่วมกับความสามารถของฉัน”

พอได้ยินแบบนั้นหยุนจีจึงไม่พูดอะไรอีก

ความสามารถของผู้เล่นเป็นข้อมูลส่วนตัวของทุกคน การถามความสามารถของผู้อื่นเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

ไม่กี่วิต่อมาคำสองคำที่เป็นเปลวไฟก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าหลิงอี้

ซิงคง(ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว)

เซี่ยหว่านชิงและหยุนจีเห็นสองคำนี้เช่นกัน พวกเธอมองหน้ากันด้วยความสับสน

“ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว? คนพวกนั้นอยู่บนฟ้าเหรอ?”

หลิงอี้ส่ายหัวแล้วยิ้ม เขาปล่อยสายลมที่มีรหัสคำ‘ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดาว’ไปทั่วทิศทาง

หลังจากนี้ถ้ามีใครพูดคำว่า‘ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว’ เขาจะได้ยินคำนั้นทันทีและรู้ตำแหน่งของคนที่พูด

คนที่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบของเขาเริ่มพูดกัน

ทุกครั้งที่ได้ยินเขาจะแผ่การรับรู้ออกไป

——แผ่การรับรู้ทั้งเมืองเทียบเท่ากับการตรวจสอบคนทั้งเมือง เขามองแค่เล็กน้อยเท่านั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ว่าทุกคนในเมืองทำอะไรกันอยู่

ถึงจะรับรู้แต่สมองก็ประมวลผลไม่ทันอยู่ดี ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงข้อมูล99%ที่ไร้ความหมายสำหรับเขาเลย

ครึ่งนาทีต่อมา เขาก็ได้ยินบางอย่างที่มีแต่‘ตัวร้าย’เท่านั้นที่จะพูด

“ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวของที่นี่สวยมาก น่าเสียดายที่อีกไม่กี่วันฉันจะไม่ได้เห็นมันแล้ว” เขาพบตำแหน่งของคนที่พูดทันทีจากสายลมที่พัดกลับมา

เขาเพ่งสมาธิไปที่บริเวณนั้น คิดไม่ถึงว่าจริงๆว่าตรงนั้นคือทะเลสาบบนภูเขาเล็กๆที่มีขนาดไม่ถึง500ตารางเมตร

นอกจากชายคนนั้นเขายังพบลมหายใจของสิ่งมีชีวิตนับร้อย

หลังจากตั้งใจฟังอยู่พักหนึ่งและยืนยันว่าพวกเขาเป็นผู้เล่นมืดของประตูศักดิ์สิทธิ์ หลิงอี้จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“เจอแล้ว!”

“เจอแล้ว!? พวกมันอยู่ที่ไหน?”

หยุนจีแสดงอาการตะลึงและถามออกมาโดยไม่รู้ตัว

“มีเนินเขาสูงสองร้อยเมตรอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองหยุนฮว๋า ด้านขวาของเนินเขามีทะเลสาบขนาดเล็กห้าร้อยตารางเมตร พวกมันอยู่ที่ด้านล่างทะเลสาบขนาดเล็ก”

“ดี! ฉันจะช่วยเอาหินราตรีขั้นสูงมาให้เอง!”

พอพูดจบหยุนจีก็ปล่อยมือที่ควงแขนหลิงอี้และเดินออกไป

เธอยังใส่กระโปรงสั้นรัดรูปเหมือนเดิม แผ่นหลังโค้งมนของเธอชวนให้หลงใหลมาก

หลังจากเธอจากไปหลิงอี้กับเซี่ยหว่านชิงก็ถูกทิ้งให้อยู่ในห้องโถงตามลำพัง นั่นจึงทำให้ทั้งคู่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

โชคดีที่หลินซูโหรวทำบะหมี่ชามใหญ่เสร็จแล้ว ขณะที่ปล่อยให้หลิงอี้เพลิดเพลินกับมัน เธอก็เข้ามาคุยกับเซี่ยหว่านชิงด้วยตัวเอง

หลังจากนั้นไม่กี่นาที

หยุนจีเปิดประตูกลับเข้ามาอีกครั้ง

ครั้งนี้เธอมีหินราตรีขั้นสูงอยู่ในมือ

“ฮี่ฮี่~ ของนาย”

เธอโยนหินราตรีขั้นสูงให้หลิงอี้รับไว้

เธอเดินไปดึงเก้าอี้ที่โต๊ะอาหารแล้วนั่งลง “นายคงไม่รู้หรอกว่าหญิงแก่คนนั้นแปลกใจแค่ไหนตอนที่ฉันบอกข้อมูล”

“การชุมนุมเพิ่งจบไปไม่ถึงสามนาทีก็มีคนเจอพวกมันแล้ว?”

“ตอนกลับมาผู้หญิงพยายามขอข้อมูลนายจากฉันด้วย แต่ฉันไม่ได้บอกเธอ”

พอได้ยินแบบนั้นหลิงอี้จึงพยักหน้าเล็กน้อยขณะที่กำลังสูดบะหมี่

ถ้าเขาจำไม่ผิดหยุนจีกับนักบุญดาวฟินิกซ์อายุใกล้เคียงกัน

แต่เธอบอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นหญิงแก่?

หลังจากกินบะหมี่เสร็จเขาก็หยิบทิชชูขึ้นมาเช็ดปากแล้วถามว่า “แล้วผลเป็นยังไงบ้าง?”

หยุนจีส่ายหัว “ไม่มีไอเทมปิดกั้นพื้นที่สมาชิกหลักบางคนเลยหนีไปได้ จับลูกน้องยิบย่อยได้200กว่าคน”

“อย่างนั้นเอง...พวกเธอไปกันตั้งหลายคน ไม่มีใครปิดกั้นช่องมิติได้เลยเหรอ?”

“มันไม่ใช่ความสามารถธรรมดา ไม่ต้องพูดถึงคนในเมืองเราเลย ทั่วประเทศนี้สามารถใช้นิ้วนับได้ด้วยซ้ำ”

บนใบหน้าของเธอแสดงถึงความไร้พลัง

หยุนจีกับเซี่ยหว่านชิงไม่อยู่นานนักเพราะดึกมากแล้ว หลังจากบอกหลิงอี้ว่าพวกเธออาศัยอยู่ที่ไหนพวกเธอก็จากไป