ตอนที่ 156

ชัดเจนแล้วว่า[ร่างเทพโบราณ]กลายพันธุ์จะรวบรวมคำยกย่องจากคนทั้งโลก

ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน ตราบใดที่มีคนชมเขาด้วยใจจริงเขาก็จะได้รับส่วนประกอบโบราณ1แต้ม

'ดีมาก ถ้าเป็นแบบนี้ฉันก็ไม่ต้องไปขอให้คนอื่นมาชมฉันแล้ว’

ก่อนกลายพันธุ์มันสามารถรวบรวมส่วนประกอบได้ก็ต่อเมื่ออยู่ข้างกันเท่านั้น ตอนนี้ลบข้อจำกัดเรื่องเวลาและระยะทางแล้ว การรวรวมแต้มทำได้ง่ายกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า

พอคิดได้แบบนั้นหลิงอี้ก็ยิ้มออกมา

เขาดูคุณสมบัติทั้งห้าของตน——

ความแข็งแกร่ง338, พลังเวท1300, ความว่องไว430, ความทนทาน253, ร่างกาย463

“ใช้ได้ใช้ได้ แทบไม่มีข้อบกพร่องเลย”

“ว่าไงนะ?”

หยุนจีที่อยู่ด้านข้างแสดงอาการมึนงง

“อ้อ” หลิงอี้เงยหน้ามองเธอแล้วยิ้ม “ฉันเพิ่งเรียนรู้สกิลใหม่ทำให้คุณสมบัติทั้งหมดของฉันเพิ่มขึ้น”

“เป็นเรื่องที่ดี”

หยุนจีพยักหน้า เธอพูดอย่างมั่นใจ “สกิลที่เพิ่มคุณสมบัติไม่ใช่สกิลธรรมดา ยิ่งสกิลที่เพิ่มคุณสมบัติทั้งหมดด้วยแล้ว...บอกตามตรงเลยนะ ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย”

เธอกอดแขนข้างหนึ่งแล้วเงยหน้าคิด “ฉันจำบทสรุปสกิลที่ช่วยเพิ่มค่าคุณสมบัติแต่ละอย่างได้ 1ดาวเพิ่ม10แต้ม, 2ดาวเพิ่ม30แต้ม, 3ดาวเพิ่ม60แต้ม...8ดาวเพิ่ม360แต้ม, 9ดาวเพิ่ม450, 10ดาวเพิ่ม550แต้ม”

“สกิลของนายมีกี่ดาว? บอกแค่จำนวนดาวก็พอ ฉันรู้ว่ามันช่วยเพิ่มมากแค่ไหน”

“10ดาว”

“10...10ดาว!!?”

ถ้าเธอไม่รู้ตัวตนแท้จริงของหลิงอี้ หยุนจีคงคิดว่าเขากำลังล้อเล่น

แต่เพราะเธอรู้ว่าเขาคือ‘ศูนย์หนึ่ง’ ตอนนี้เธอจึงไม่แปลกใจมากนัก

เธอแค่รู้สึกตะลึง

'ก่อนหน้านี้เขาเคยผสมสกิลระดับสิบดาวและทำให้เกิดประกาศโลก ตอนนี้เขายังผสมสกิลได้ระดับ10ดาวอีก... ดูแล้วน่าจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ...'

แม้จะสงสัยแต่หยุนจีไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้ เธอแค่พูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นคุณสมบัติทั้งหมดของนายคงเพิ่มประมาณ110ใช่ไหม!?”

“ถ้าสกิลของนายมีเอฟเฟกต์อย่างอื่นด้วย ค่าคุณสมบัติทั้งหมดของนายคงเพิ่ม100แต้ม ฉันเดาถูกไหม?”

“อืม เธอเดาได้แม่นจริงๆ”

หลิงอี้พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

ก่อนการกลายพันธุ์ เอฟเฟกต์แรกคือการเพิ่มคุณสมบัติทั้งหมด100แต้ม

แต่ตอนนี้เพิ่มเป็นสองเท่า ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณสุดยอดระบบการกลายพันธุ์

ต่อจากนั้นทั้งสองคนคุยเรื่องสิ่งที่จะทำต่อไปและตัดสินใจเดินทางไปศาลเจ้า

......

“จะว่าไป นายเป็นวีรบุรุษช่วยสาวงามกี่ครั้งแล้วล่ะ”

พอเห็นหลิงอี้ฆ่ามอนสเตอร์เพื่อช่วยสาวสวยอีกครั้ง หยุนจีจึงถามเขาทันที

“หืม?”

หลิงอี้ได้ยินแบบนั้นก็หยุดร่างของเขาในขณะที่เพลิดเพลินกับการจ้องมองสาวสวยบนพื้น เขาแตะคางแล้วพูดอย่างไม่แน่ใจ “มันขึ้นอยู่กับว่าเธอจะตัดสินยังไง ถ้าพูดถึงการช่วยผู้หญิงจากมอนสเตอร์ ฉันคงช่วยประมาณเจ็ดสิบแปดสิบครั้ง ส่วนใหญ่เป็นเพราะฉันช่วยได้อีกเล็กน้อยในช่วงสองสามวันนี้”

“แล้วผู้ชายล่ะ?”

“มากกว่าร้อยครั้ง”

หยุนจีพยักหน้า “ปกติแล้วผู้เล่นที่เข้าเสินลู่มากกว่าสิบวันจะช่วยเหลือคนอื่นได้แค่ยี่สิบถึงสามสิบคน ของนายถือว่าเยอะมาก...นายชอบช่วยเหลือคนเดือดร้อนเหรอ?”

“ประมาณนั้น...”

“ฉันจะบอกว่า...ไม่แปลกใจเลยที่บางคนมองนาย    ด้วยความเคารพ”

ขณะที่คุยกันทั้งสองก็ออกเดินทางอีกครั้ง

หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็บินขึ้นไปบนภูเขาและบินลงที่ทางเจ้าศาลเจ้า

ฐานหินอ่อนสีเขียวครอบคลุม300,000ตารางเมตร ก่อนทางขึ้นบันไดไปที่ศาลเจ้ามีเสาสูง100เมตรสี่ต้นตั้งอยู่ในแต่ละมุม

พระอาทิตย์ยามเที่ยงส่องแสงลงมาทำให้สว่างและเห็นได้ง่าย

ผู้เล่นหลายคนที่เก็บเกี่ยวได้พอแล้วจะมาตั้งแผงขายของที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนของกับผู้เล่นคนอื่นหรือขายสินค้าโดยตรง

หลิงอี้กับหยุนจีแยกกันเดินทางในจุดนี้

หยุนจีต้องการไปซื้อของกับพ่อค้า ส่วนหลิงอี้ต้องการเข้าศาลเจ้า

“ระวังตัวด้วย”

“อืม”

หลังจากลาหยุนจีแล้ว หลิงอี้ก็เดินขึ้นบันไดตรงไปที่ศาลเจ้า

ประตูห้องโถงใหญ่สูงประมาณ50เมตรและค่อนข้างกว้างขวาง

พอเดินเข้าไปเขาก็เห็นรูปปั้นกวางป่าสูงประมาณ30เมตรอยู่กลางห้องโถงด้านหน้า

กวางป่าไม่ใช่มอนสเตอร์แต่เป็นภูตชนิดหนึ่ง และตัวของมันสูง30เมตรเหมือนกับรูปปั้นนี้ด้วย

ในเวลานี้ผู้เล่นหลายร้อยคนกำลังรวมตัวกันรอบๆรูปปั้น บางคนพนมมือราวกับกำลังสวดมนต์ บางคนมองไปรอบๆ บางคนเอื้อมมือไปสัมผัสรูปปั้นและพูดบางอย่าง

“ขอให้เทพแห่งป่าคุ้มครอง ขอให้ฉันอยู่อย่างมีความสุข”

“เทพแห่งป่าช่วยนำทางฉันไปหาสมบัติลับในศาลเจ้าหน่อยได้ไหม?”

“พวกนายคิดว่ามีอะไรอยู่ในรูปปั้นไหม? ลองทำลายมันดูไหม?”

“…”

หลิงอี้เลิกคิ้วขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อฟังการสนทนาของคนเหล่านี้

เขามองรูปปั้นและใช้ตาทิพย์ตรวจสอบ

[รูปปั้นเทพแห่งป่า]: สังเวยไอเทมนั้นแล้วบอกไอเทมที่คุณต้องการ เทพแห่งป่าจะตอบแทนคุณด้วยไอเทมระดับเดียวกัน แต่ละคนสามารถใช้งานได้เดือนละครั้ง

“นี่คือวิธีใช้รูปปั้น...”

มุมปากเขากระตุกเมื่อมองคนด้านล่างที่ใช้รูปปั้นเป็นพระพุทธรูปเพื่ออธิษฐานขอให้ปลอดภัยและหาสมบัติ

ตอนที่เขาเข้ามา เขาได้รับอิทธิพลจากคนเหล่านี้โดยอุปทานว่ารูปปั้นนี้ถูกใช้เพื่อสวดภาวนาเพื่อขอให้มีความสุขและเป็นเครื่องประดับที่ไร้ประโยชน์

คิดไม่ถึงเลย...

หลิงส่ายหัวแล้วเปิดกระเป๋าเป้ เขาจะดูว่ามีอะไรในกระเป๋าบ้างที่เอาไปแลกเปลี่ยนได้

ไม่นานเขาก็เจอไอเทมระดับB[แว่นสายตายาว]

——ตอนแรกหน่วยรบเทพสวรรค์มอบกระเป๋าให้เขาเพราะรัศมีลดปัญญา ซึ่งแว่นตาอันนี้อยู่ในกระเป๋าใบนั้นด้วย

เนื่องจากเขามีการรับรู้หลากหลาย แว่นตาจึงเป็นของไร้ประโยชน์สำหรับเขา

เขาสามารถเอาไปลองแลกได้

เมื่อหลิงอี้นำแว่นตาออกมา ชายวัยกลางคนที่อยู่ไม่ไกลซึ่งก็ได้ยินสิ่งที่เขาพูด เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงเข้ามาถาม “น้องชาย นายรู้ไหมว่ารูปปั้นนี้ใช้ยังไง”

ถัดจากชายวัยกลางคนเป็นผู้หญิงสูงขาเรียว ตอนแรกเธอตกตะลึงที่ได้เห็นหลิงอี้ ต่อจากนั้นก็พูดด้วยความดีใจ “พี่หลิง?”

ผู้หญิงคนนี้สวมชุดสีแดงและมีใบหน้าเย้ายวนที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชายหลายคนได้อยู่เสมอ

เมื่อเห็นเธอคุยกับชายคนอื่น ผู้ชายที่เหลือก็หันหน้ามองมาทางนี้ทันที

หลิงอี้มองคนที่สองคนที่เดินมา เขาไม่รู้จักชายวัยกลางคนแต่รู้จักผู้หญิงที่อยู่ข้างๆผู้ชายคนนั้น

“พี่สาวหยุน?”

ผู้หญิงคนนี้คือผู้สนับสนุนคนปัจจุบันของเขาหยุนจื่อจิน

ครั้งก่อนที่ทดสอบคู่ในฉากพายุทะเลทราย เธอบอกว่าควรพูดคุยกันก่อย

เขาเรียกเธอว่าพี่สาวหยุน และเธอเรียกเขาว่าพี่หลิง

แน่นอนจนถึงตอนนี้พวกเขาทั้งคู่ต่างไม่รู้ชื่อจริงของอีกฝ่าย รู้แค่เพศของอีกฝ่ายเท่านั้น

“จินเอ๋อร์รู้จักเขาเหรอ?” ชายวัยกลางคนมองลูกสาวด้วยสีหน้าประหลาดใจ ลูกสาวของเขาไม่ค่อยออกจากบ้านไม่ใช่เหรอ แล้วนี่ไปแอบเจอกับผู้ชายอายุใกล้เคียงกันตั้งแต่เมื่อไหร่?

“รู้จัก เขาเป็นผู้สนับสนุนของหนูเอง”

“โอ้? เขานี่เองที่มีS...”

เมื่อนึกได้ว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย ชายวัยกลางคนจึงหยุดคำพูดในคอทันที

เขาหันไปมองหลิงอี้แล้วยื่นมือออกไปด้วยรอยยิ้ม “สวัสดี ฉันชื่อหยุนเฮอ เป็นประธานกลุ่มการเงิน ดาวจักรพรรดิคนปัจจุบัน