ตอนที่ 161

ภายใต้สถานการณ์นี้

เมื่อสมาชิกของหน่วยฟินิกซ์เห็นสัญลักษณ์ปรากฏบนหน้าผากหนานกงหลี่ พวกเขาทั้งหมดรู้สึกตื่นเต้นราวกับได้หลั่งฮอร์โมน

“ปลุกวิญญาณแท้! หัวหน้าฝึกฝนวิญญาณแท้จนถึงขั้นปลุกพลังแล้ว!”

“คนอื่นต้องใช้เวลาสามถึงสี่ปี แต่หัวหน้าวิญญาณแท้ได้ไม่ถึงครึ่งปี!”

“หัวหน้าเป็นอัจฉริยะจริงๆ”

วิญญาณแท้เป็นพลังใหม่ที่ผู้เล่นสามารถปลดล็อกได้เมื่อไปถึงเลเวล80 การปลุกพลังเป็นขั้นที่สูงขึ้นของวิญญาณแท้

เท่าที่สมาชิกในหน่วยรู้ สาเหตุหลักที่หนานกงหลี่ไม่สามารถชนะผู้เล่นที่ด้านหน้าเธอได้เป็นเพราะเธอเพิ่งฝึกวิญญาณแท้และยังไม่เข้าถึงขั้นปลุกำลัง

แต่ตอนนี้เธอเข้าสู่ขั้นปลุกพลังแล้ว พลังของเธอจึงเพิ่มขึ้นมหาศาล ถ้าเธอไปท้าทายในลานท้าทายอีกครั้งอันดับของเธอต้องเพิ่มขึ้นสองสามอันดับแน่!

บางทีอาจจะพอมีหวังที่เธอจะชนะเซิ่งฟู่เทียน!

แม้ว่าเซิ่งฟู่เทียนจะยิ้มอยู่ แต่เขาไม่กล้าประมาทเธอแล้วและเข้าสู่สภาวะตื่นตัว

หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็สู้กันอย่างดุเดือดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามหนานกงหลี่เพิ่งสู้ได้ไม่นานเธอก็ได้รับข้อความจากสมาชิกในทีม – การส่งข้อความผ่านฟังก์ชันสนทนาของฟอรัมสะดวกและใช้งานได้ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่เสินลู่หรือแม้แต่ในป่าลึกของดินแดนลับ

[สมาชิกหน่วยฟินิกซ์: หยุนเฮอประธานดาวจักรพรรดิอยู่ที่นี่ด้วย! เขามีสกิลสหะ(สกิลที่คนอื่นมีส่วนร่วมได้ด้วย)ที่เป็นสกิลหายาก และตอนนี้มีคนนับหมื่นอยู่ในจัตุรัส!]

“หืม!?”

พอเห็นข้อความหนานกงหลี่ก็ตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นสีหน้าของเธอก็ดูมีความสุขขึ้น

เดิมทีเธอตั้งใจจะใช้เวลาสามชั่วโมงที่เหลือบดขยี้อีกฝ่ายที่นี่ แต่เธอคิดไม่ถึงว่าประธานของกลุ่มการเงินดาวจักรพรรดิจะอยู่ที่นี่ด้วย!

'ถ้าใช้สกิลสหะ การจับเซิ่งฟู่เทียนจะเป็นเรื่องง่ายดาย!' แม้ว่าเธอยินดีสู้กับเขา แต่นั่นต้องเป็นไปตามโอกาสต่างๆเช่น เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด ภารกิจแรกที่เธอต้องให้ความสำคัญคือการจับกุมอีกฝ่าย

หนานกงหลี่ส่งข้อความตอบกลับสมาชิกในหน่วยทันที

[หงส์แดง: นายไปบอกให้หยุนเฮอเตรียมตัว ฉันจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้]

หลังจากส่งข้อความเสร็จหนานกงหลี่ก็หันหลังบินหนีไปทางศาลเจ้า

เซิ่งฟู่เทียนตามเธอไปอย่างไม่ลังเล

ก่อนจะแน่ใจว่ามีกับดักที่อาจทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต เขาต้องไล่ล่าไปเรื่อยๆ! ไม่อย่างนั้นถ้ามีคนเข้ามาโจมตีแล้วพูดว่า‘มีการซุ่มโจมตีอยู่ข้างหน้า อย่าไล่ตามมา’ เขาก็ไม่ต้องไล่ตามไปเหรอ?

จากนั้นไม่นาน

เขาบินตามหนานกงหลี่ไปบนท้องฟ้าเหนือศาลเจ้า

พอเห็นว่ามีผู้เล่นจำนวนมากด้านล่าง เซิ่งฟู่เทียนจึงพูดด้วยความประหลาดใจ “ลากมาจุดที่มีคนเยอะแบบนี้ จะเปิดโอกาสให้ฉันฆ่าพวกมันหรือไง?”

ต่อให้สุ่มใช้สกิลหนึ่งถึงสองอย่าง เขาก็กำจัดคนด้านล่างเหมือนเทน้ำล้าง ดังนั้นเขาจึงไม่เข้าใจการกระทำของ นักบุญดาบฟินิกซ์จริงๆ

พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบเขาจึงไม่พูดต่อ แต่ใช้บอลพลังงานธาตุมืดขว้างใส่ฝูงชนบนพื้น

เขาไม่รู้ว่าในขณะที่เขาปาลูกบอล หยุนเฮอที่อยู่บนพื้นก็เลือกเขาเป็นเป้าหมายและใช้โอกาสตอนที่บอลพลังงานธาตุมืดปิดกั้นการมองเห็นของเซิ่งฟูเทียนเปิดใช้สกิลสหะ——

“บอลคริสตัลจองจำปีศาจ!”

หยุนเฮอยกมือขึ้นสูง แสงสีน้ำเงินเปล่งมาจากมือของเขา

[บอลคริสตัลจองจำปีศาจ(8ดาว,)]: จองจำเป้าหมายไว้ในพื้นแยกของบอลคริสตัลและออกไปได้ต่อเมื่อบอลคริสตัลแตก, แรงกายของผู้ใช้สกิลจะถูกใช้ทุกครั้งที่อีกฝ่ายโจมตีบอลคริสตัล, ผู้เล่นอื่นภายในรัศมี100เมตร สามารถส่งแรงกายให้ลูกแก้วเพื่อเสริมความแข็งแกร่งหรือซ่อมแซมลูกแก้ว

หนานกงหลี่เหวี่ยงดาบปล่อยคลื่นดาบไฟ การฟันเพียงครั้งเดียวทำให้บอลพลังงานธาตุมืดแตกกระจาย

บอลคริสตัลที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนปรากฏขึ้นรอบตัวเซิงฟู่เทียนในชั่วพริบตาและขังเขาไว้ในชั่วพริบตา

เมื่อเขาตอบสนองการโจมตีมันก็สายไปแล้ว

“อะไรกัน! นี่มัน!?” เขารีบใช้บอลพลังธาตุมืดโจมตีชั่วขณะหนึ่ง พอเห็นบอลคริสตัลเริ่มจางลงแววตาของเขาจึงเป็นประกาย เขาโจมตีให้เร็วขึ้นยิ่งกว่าเดิม

หยุนเฮอและกลุ่มสมาชิกของพันธมิตรเสินรีบตะโกนบอกทุกคน “เร็วเข้า! รีบมาช่วยหยุนเฮอ ถ้าเราทุกคนส่งแรงกายให้บอลคริสตัลนั่น หัวหน้าของประตูศักดิ์สิทธิ์ก็หนีไปไหนไม่รอดแล้ว!”

การฟื้นฟูแรงกายของคนคนเดียวไม่สามารถแข่งกับคนนับพันได้แน่นอน ดังนั้นจึงเป็นไปได้แน่นอนที่จะขังอีกฝ่ายไว้ในนั้นตลอดไป

ทุกคนร่วมมือกันอย่างสามัคคี ทันใดนั้นแสงสีเขียวเหมือนหิ่งห้อยก็บินออกจากร่างกายของทุกคน พวกมันลอยขึ้นไปบนฟ้าอย่างรวดเร็วและไปผสามกับบอลคริสตัลอันนั้น

บอลคริสตัลสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!

พอเห็นแบบนี้ใบหน้าของเซิ่งฟูเทียนจึงมืดครึ้มทันที “สกิลสหะ!? สกปรกสิ้นดี!”

พอรู้ว่าการต่อต้านนั้นไร้ประโยชน์ เขาจึงเลิกโจมตีแล้วนั่งส่งสียงเย้ยหยันใส่นักบุญดาบฟินิกซ์แทน “เฮอะ ขังฉันไว้ในนี้แล้วจะมีประโยชน์อะไร? ถึงฉันจะออกไปไม่ได้ แต่เธอโจมตีฉันไม่ได้เหมือนกัน”

“ฮ่าฮ่า”

หนานกงหลี่ลอยตัวขึ้นมาช้าๆแล้วพูดด้วยรอยยิ้มบูดบึ้ง “ใครบอกว่าไร้ประโยชน์? ในเวลานี้ฉันสามารถไปจัดการคนทั้งหมดของแก กลุ่มของแกเป็นเหมือนลูกน้องที่เสียหัวหน้า ฉันคนเดียวอาจจะสู้ไม่ได้ แต่การร่วมมือกันจะสู้ไม่ได้เลยเหรอ?”

ใครจะคิดว่าเซิ่งฟู่เทียนจะหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น

“ฮ่าฮ่าฮ่า คิดว่าพวกเราไม่เตรียมการมาหรือไง?”

“เตรียมการอะไร?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า คิดว่าฉันโง่เหรอ...”

ก่อนที่คำพูดของเซิ่งฟู่เทียนจะสิ้นสุด จู่ๆก็มีข้อความปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา

เมื่อเห็นเนื้อหาข้อความ ใบหน้าที่กำลังหัวเราะของเขาก็แข็งค้างทันที

[เมื่อเข้าสู่ดินแดนลับ เซิ่งฟู่เทียนให้คนของเขากินยาชีวิต เมื่อพวกเขาตายพวกเขาจะไปเกิดใหม่ข้างป้ายหินของสัญญายาชีวิต ยาชีวิตแต่ละเม็ดออกฤทธิ์10ชั่วโมงซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางในดินแดนลับ]

หนานกงหลี่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว นี่ต้องเป็นความคิดในใจที่สมาชิกในหน่วยพูดถึง

เธอรีบติดต่อบอกสมาชิกในหน่วยที่กำลังสู้กับสมาชิกของประตูศักดิ์สิทธิ์ว่าอย่าฆ่าพวกเขา

หลังจากนั้นหนานกงหลี่จ้องมองเซิ่งฟู่เทียนที่กำลังตะลึงอยู่ในบอลคริสตัลด้วยรอยยิ้ม

“สำนักงานใหญ่ขององค์กรแกอยู่ที่ไหน?” เธอถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย

เธอไม่รู้ว่าความคิดลึกลับนี้จะทำงานต่อไปหรือไม่ แต่ถ้ามันได้ผล...

[ที่ตั้งสำนักงานใหญ่? สำนักงานใหญ่เก่าตั้งอยู่ใต้โบสถ์ใบเมเปิ้ลในเมืองเหมาหลันประเทศไป๋อิง ส่วนสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ตั้งอยู่ในถ้ำบนเกาะเล็กๆตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่เกาะฟ่านกู่ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายถามถึงอันไหน]

ทันทีที่ข้อมูลนี้ออกมา เซิ่งฟู่เทียนที่ตกตะลึงอยู่แล้วก็ยิ่งสับสนมากขึ้นไปอีก

เขายังไม่ได้พูดอะไรเลย!

สำนักงานใหญ่ขององค์กรมืดที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกถูกเปิดเผยแล้ว!?

ต่อจากนั้นหนานกงหลี่ก็ถามเขาต่อมากกว่าสิบคำถาม

แม้ว่าเซิ่งฟู่เทียนจะเงียบอยู่เสมอ แต่ความคิดลึกลับก็ช่วยให้เขา‘ตอบคำถาม’ได้อย่างกระตือรือร้น!

10นาทีต่อมา หนานกงหลี่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก

“ฉันไม่รู้ว่าทำไมความคิดลึกลับถึงปรากฏขึ้น แต่มันเป็นดาวร้ายสำหรับคนชั่วทั้งหมด”

ด้วยกระดาษคำตอบอันสมบูรณ์ใบนี้ หลายปีมานี้แม้แต่พันธมิตรเฉวียนยังยากที่จะกำจัดองค์กรมืด แต่เธอเชื่อว่าอีกไม่นานมันจะถูกทำลาย

ไม่แน่ว่าวันพรุ่งนี้อาจไม่มีองค์กรดังกล่าวอีกต่อไป!

และทุกอย่างล้วนได้มาจากความคิดลึกลับ