ตอนที่ 235

เมื่อจัดการเรื่องเงื่อนไขของหยุนจีได้แล้ว หลิงอี้ก็หันไปมองเซี่ยหว่านชิง

หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาก็นำ[แปลงร่างมังกรอมตะ]ที่ผสมไว้ก่อนหน้านี้ออกมาและทำการกลายพันธุ์

ต่อจากนั้นไม่กี่วินาทีก้เปิดดูอีกครั้ง

[แปลงร่างเทพมังกร (9ดาว)]: หลังจากใช้งานจะแปลงร่างเป็นเทพมังกร เพิ่มคุณสมบัติทั้งหมด200และเพิ่มพลังของสกิลเวทเป็นสองเท่า, ในช่วงการแปลงร่างจะใช้แรงกายอย่างต่อเนื่อง

คุณสมบัติทั้งหมดเพิ่มขึ้นอีก100เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้

นอกจากนี้แม้ว่าจะไม่มีสกิลเพิ่มขึ้น แต่เอฟเฟกต์ของมันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

โดยรวมแล้วพัฒนาขึ้นมาก

“จุ๊จุ๊จุ๊”

หลิงอี้เรียกให้เซี่ยหว่านชิงให้มาอยู่ข้างๆจากนั้นหยิบคริสตัลสกิลออกมาจากเปิดกระเป๋าเป้

เอาจับมือเซี่ยหว่านชิงแล้ววางคริสตัลสีเหลืองส้มไว้ในฝ่ามือของเธอแล้ว “สกิลนี้สำหรับเธอ”

“อย่าเอาไปบอกใครล่ะ”

ภายใต้การมองที่อยากรู้อยากเห็นของหยุนจีและหลินซูโหรว เซี่ยหว่านชิงกะพริบตาปริบแล้วทำเป็นไม่สนใจ จากนั้นพยักหน้า เธอใส่สกิลนี้ลงกระเป๋าเป้เพื่อตรวจสอบ

“ว้าว!!”

เป็นอย่างที่หลิงอี้คิดไว้ พอเซี่ยหว่าชิงเห็นสกิลนี้เธอก็อ้าปากค้างด้วยความแปลกใจทันที

“เป็นยังไงบ้าง? มันเป็นสกิลแบบไหน?” พอเห็นแบบนั้นหยุนจีจึงถามอย่างรีบร้อน

ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเป็นคนกันเอง เซี่ยหว่านชิงจึงอธิบายเอฟเฟกต์ของสกิลให้ฟังทันที

เมื่อพวกเธอทั้งสองได้ยินแบบนั้นก็แปลกใจเช่นกัน

.พระเจ้า! ขนาดสกิล10ดาวยังให้ผลแบบนี้ไม่ได้เลย! นายได้สกิลนี้มาจากไหน?” หยุนจีถามหลิงvuh

พอพูดจบเธอก็เห็นสีหน้าของหลิงอี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย

แม้ว่าหยุนจีจะใส่ใจได้ไม่เท่าหลินวูโหรว แต่ความสามารถในการสังเกตคำพูดและอารมณ์ของเธอก็โดดเด่นเช่นกัน ดังนั้นเธอจึงรีบเปลี่ยนคำพูดอย่างรวดเร็ว “นายมีสกิลน่าทึ่งแบบนี้ให้ฉันบ้างหรือเปล่า?”

ดวงตาสีทองของเธอจับจ้องที่หลิงอี้ เมื่อเห็นมุมปากเขายกยิ้มขึ้นเธอจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ‘ดูเหมือนเรื่องนี้จะเป็นความลับมาก ต่อจากนี้ห้ามถามเรื่องนี้อีก’

หลิงอี้ส่ายหัว “ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง นอกจากนี้ตอนนี้เธอมีตำแหน่งดาวไม่เยอะด้วย”

เมื่อนึกถึง5ตำแหน่งดาวที่เหลืออยู่หยุนจีก็เม้มปากแล้วพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “ได้”

“ถ้าอย่างนั้นขั้นตอนต่อไปคือปัญหาของคุณสมบัติ”

เงื่อนไขของหยุนจีสำเร็จแล้ว

เงื่อนไขของหลินซูโหรวสามารถบรรลุได้ง่ายๆตราบใดที่เธอผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในเลเวล40-49

ตอนนี้คุณสมบัติของเซี่ยหว่านชิงค่อนข้างเป็นปัญหา

วันที่25 ตอนเที่ยง

กิจกรรใหม่‘ความท้าทายในการฝึกฝน’ที่เพิ่มขึ้นมาเกี่ยวข้องกับการคุกคามของราชามอนสเตอร์ในโลกนี้

อดีตเฉลิมฉลอง คนหลังโศกเศร้า

ฟอรั่มอยู่ในบรรยากาศที่แปลกมาก

“ราชามอนสเตอร์ดูดซับพลังของท้องฟ้าสีดำทำให้ท้องฟ้าสีดำไม่ขยายตัวอีก!” (ร้อนแรง)

“ผู้เล่นขั้นไร้เทียมทานห้าคนที่ติดอยู่ข้างในจะฆ่ารชามอนสเตอร์ในโดมดำได้หรือไม่?” (ร้อนแรง)

“ความท้าทายในการฝึกฝนเริ่มขึ้นแล้ว ผู้แข็งแกร่งที่กำเนิดใหม่ทั่วโลกใกล้จะปรากฏตัว!” (ร้อนแรง)

“ผู้ลี้ภัย380ล้านคนมุ่งหน้าไปทางเหนือ'ในลักษณะกระแสน้ำทะเล' ฝูงชนกระจายตัวกันในระยะ180กิโลเมตร!”

“กลุ่มการเงินสิบอันดับแรกของโลกรวมตัวกันเป็นทีมสุดยิ่งใหญ่ในเมืองปู้เยี่ย!” (ร้อนแรง)

“ท้องฟ้าสีดำจะขยายตัวอีกหรือไม่?”

“ราคาเฉลี่ยของไอเทมในตลาดซื้อขายเพิ่มขึ้น3.2%!”

“...”

หลิงอี้นั่งอยู่ในสนามหญ้า ดูการค้นหายอดนิยมของฟอรัมในวันนี้แล้วถอนหายใจ

โดมดำของเทพรังขังผู้คนมากกว่าร้อยคนรวมถึงผู้เล่นขั้นไร้เทียมทานห้าคน

มีของเสินเซี่ย2คน ไป๋เซี่ยง2คน และไป๋อิง1คน

ในบรรดาเสาหลักเทพสามคนที่อยู่ที่นั่น มีแค่ผู้อาวุโสหยุนหรือเสาหลักเทพหยุนเท่านั้นที่โชคดีไม่ได้ติดอยู่ในนั้น ส่วนอีกสองคนถูกขังไว้ในนั้น

ตั้งแต่คนเหล่านี้เปิดเผยสถานการณ์ภายในโดมดำต่อโลกภายนอกเมื่อเช้านี้ โลกทั้งใบก็ค่อยๆสงบลง

ทุกคนเริ่มวิเคราะห์วิธีตอบโต้เพื่อเอาชนะราชามอนสเตอร์ด้วยหลักเหตุผล ถือได้ว่าเป็นผ่านด่านแรก’ทำลายเยื่อหุ้มสี’และเข้าสู่ด่านสอง’ทำลายโดม’

“ได้ข่าวมาว่าพันธมิตรเฉวียนมั่นใจมาก?”

หลิงอี้หันไปมองหยุนจี

เธอให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับข่าวระดับโลกเหล่านี้เสมอ เพราะเธอไม่ใช่เรื่องใหญ่ในการดูเรื่องน่าตื่นเต้น

“ใช่ เพราะประเทศต่างๆเริ่มรู้จักราชามอนสเตอร์มากขึ้นเรื่อยๆ”

เปลญวนถูกผูกไว้ระหว่างต้นไม้ใหญ่สองต้น หยุนจีซึ่งสวมชุดฤดูร้อนเย็นสบายกำลังนอนห้อยโหนอยู่บนนั้น ระฆังสีทองที่ห้อยอยู่บนต่างหูก็ส่งเสียง‘กริ๊ง’‘กริ๊ง’

เธอเลียอมยิ้มในมือแล้วพูดต่อ “ตอนนี้มันชัดเจนแล้ว เพราะราชามอนสเตอร์ตัวนี้มีความสามารถในการป้องกันที่คนในโลกทำลายแทบไม่ได้ แปลว่ามันต้องมีข้อด้อยในด้านอื่นๆ”

“เมื่อโดมดำเปิดออกนั่นวันนั้นจะเป็นจุดสิ้นสุด”

เมื่อได้ฟังพูดของหยุนจีหลิงอี้ก็เริ่มสงสัย

“พวกเขาจะทำอะไร?”

หยุนจีงมองเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าการเคลื่อนไหวของราชามอนสเตอร์ไม่ได้เร็วจริง ก็แค่ทำลายเยื่อหุ้มสีก่อนจากนั้นค่อยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้แข็งแกร่ง”

“และในเมื่อมันแทบจะหลบการโจมตีไม่ได้ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้แข็งแกร่งว่าจะใช้เครื่องมือเทพที่ฆ่ามันได้หรือจะใช้อาวุธร้อนโจมตีมันไปเรื่อยๆ”

อาวุธร้อน(ปืน)

เขาถูกดึงดูดโดยพลังพิเศษต่างๆของเสินลู่ตั้งแต่แรก และเขาไม่เคยเห็นสิ่งนี้ในโลกนี้ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจมัน

แต่ก่อนที่เสินลู่จะเกิดขึ้นคนในโลกนี้ก็ยังต้องใช้สิ่งนี้อยู่ ถ้าไม่มีมันคงเป็นเรื่องแปลก

‘ครั้งล่าสุดที่เซิ่งหย่ามาหาฉันเธอบอกว่าเทพธิดาคิดว่าฉันสามารถช่วยพวกเขาได้’

หลิงอี้มองลงพื้นหญ้าใต้แสงอาทิตย์และคิดในใจ ‘ผลลัพธ์ของการทำลายเยื่อหุ้มสีน่าจะดีกว่าให้ราชามอนสเตอร์ปลดมันเอง ฉันควรพัฒนาความแข็งแกร่งกับหยางชี่ต่อไป’

เขาวางเรื่องนี้ไว้ก่อนแบ้วดูดูการค้นหาที่ร้อนแรงในฟอรัมตรงหน้า หลิงอี้พูดด้วยรอยยิ้ม “เมืองปู้เยี่ย”

เมืองปู้เยี่ยเป็นฉากเมื่อเขต66เข้าร่วม‘ความท้าทายทรัพยากร’

หลังจากการท้าทายสิ้นสุดลง มันก็ถูกเก็บไว้เป็นแผนที่สาธารณะสำหรับผู้อยู่อาศัยอย่างถาวร

ผู้เล่นทุกคนสามารถเข้าไปอยู่ได้

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเมืองปู้เยี่ยก็ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจและความบันเทิงสำหรับผู้เล่นจากทั่วทุกมุมโลก! ไม่ว่าจะเป็นไอเทมพิเศษหรือของใช้ในชีวิตประจำวันต่างก็ถูกนำมาขายที่นี่

สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเช่น ห้องสมุด บาร์ ห้องเล่นเกม และโรงภาพยนตร์สามารถพบเห็นได้ทุกที่

หลิงอี้และหลินซูโหรวจับมือเดินเคียงข้างกันท่ามกลางฝูงชนที่พลุกพล่านพ่อค้าแม่ค้ารายเล็กที่อยู่รอบๆต่างตะโกนบอกถึงสมบัติที่พวกเขามี

“สมบัติระดับC ลดราคาทั้งน้ำตา! มีแค่ชิ้นเดียวราคา9,999!”

“บัตรอัญเชิญแบบครั้งเดียวมากกว่าร้อยอันสำหรับผู้แข็งแกร่งเลเวล60 มาก่อนได้ก่อน~”

“เกมโยนห่วง โยนลงก็เอาของไปเลย~”

“ตกปลาทอง? ครั้งละ1เหรียญทอง”

หยุนจีกับเซี่ยหว่าชิงก็เข้ามาเหมือนกัน แต่พวกเธอไม่ตามหลิงอี้มาและไปวิ่งเล่นที่อื่น - ไม่ต้องห่วงพวกเธอเพราะมีการคุ้มครองจากเสินลู่

หลิงอี้กับหลินซูโหรวค่อยๆเดินมาถึงใจกลางวงแหวนชั้นในของเมืองปู้เยี่ย

ในใจกลางเมืองปู้เยี่ยจะสามารถเห็นคริสตัลที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกได้

รอบวงกลมหนึ่งกิโลเมตรถูกล้อมรอบด้วยแถบสี พื้นที่สุญญากาศวงกลมรัศมีหนึ่งกิโลเมตรก่อตัวขึ้นตรงนั้น!

หลินซูโหรวหัวเราะเล็กน้อย

เมืองปู้เยี่ยเกิดขึ้นจากความท้าทายด้านทรัพยากรของผู้เล่นในเขต66 และในหมู่พวกเขา ผลงานของศูนย์หนึ่งไม่เคยสั่นคลอน

ดังนั้นกลุ่มผู้เล่นจึงสงวนพื้นที่ตรงกลางไว้ให้เขาโดยธรรมชาติ