ตอนที่ 230

หลังจากโดมสีดำขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนชามสีดำขนาดยักษ์ปกคลุมเกาะ พื้นที่นั้นก็กลับสู่ความเงียบสงบ

ขณะที่ทุกคนลังเลว่าจะไปตรวจสอบหรือไม่ จู่ๆลำแสงสีขาวก็พุ่งมาจากท้องฟ้าไกล เมื่อมองดีๆก็เห็นว่าเป็นนกอินทรีหิมะปีกยาว5เมตรบินอยู่บนท้องฟ้า

“เสาหลักเทพคนที่สามของเสินเซี่ยโจวเฉิน เขาอยู่ที่นี่เหมือนกัน!”

“ดูนั่น มีกลุ่มหมอกเลือดลอยอยู่ตรงนั้นด้วย นั่นคือจักรพรรดิสงครามทรราชเลือดของไป๋อิง!”

“พวกเขาคงมาสนับสนุนหลังจากได้ข่าวว่าเยื่อหุ้มสีแตกแล้ว”

ผู้เล่นที่ตามมาสนับสนุนเหล่านี้รู้สถานการณ์จากคนของพันธมิตรที่อยู่ที่นั่นก่อนแล้ว พวกเขาจึงมุ่งไปยังโดมสีดำทันที

ทุกคนต่างคิดว่าโดมสีดำอันนั้นคงหยุดพวกเขาไว้ไม่ได้ แต่คิดไม่ถึงว่าหลังจากนั้นไม่กี่นาทีทั้งสองก็กลับด้วยความผิดหวัง

“ทำลายไม่ได้”

เมื่อเจอคำถามจากเจ้าหน้าที่พันธมิตรเสิน โจวเฉินก็ขมวดคิ้วส่ายหัวอย่างขมขื่น “นั่นเป็นสกิลผสาน พอเข้าไปแล้วจะเจอร่างแยกราชามอนสเตอร์ที่มีเยื่อหุ้มสีสามชั้น”

ถึงเขาไม่ได้พูดต่อแต่ทุกคนรู้ว่าดีโจวเฉินทำอะไรกับเยื่อหุ้มสีไม่ได้

พอได้ยินแบบนั้นใครบางคนในฝูงชนก็แนะนำทันที “งั้นพวกเราลองเข้าไปพร้อมกัน เยื่อหุ้มพวกนั้นคงเป็นแบ่งออกเป็นส่วนๆ เราก็แค่เข้าไปทำลายเยื่อหุ้มอีกครั้ง”

ข้อเสนอนี้ได้รับความเห็นชอบจากเสียงข้างมาก

โจวเฉินเหมือนจะซ่อนอะไรบางอย่างไว้ แต่หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งเขาก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และพูดว่า “งั้นพวกนายไปลองเถอะ”

เขากับจักรพรรดิสงครามทรราชเลือดของไป๋อิงเข้าไปพร้อมกัน

แต่พอเข้าไปแล้วก็เหลือแค่เขาคนเดียว เขาจึงคิดว่าทุกคนจะถูกแยกออกหลังจากเข้าไป

มีคนเยอะก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี

แน่นอนว่าไม่กี่นาทีต่อมาทุกคนก็กลับมาด้วยความหดหู่

“ตอนเข้าไปจะได้อยู่คนเดียว ต้องโจมตีด้วยตัวเอง”

“ไอ้ตัวเฝ้ายามที่อยู่ตรงนั้นมันเป็นตัวบัค”

“ราชามอนสเตอร์ต้องดูดซับพลังงานของท้องฟ้าสีดำไปแล้วแน่นอน ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ผิดปกติขนาดนี้”

หลังจากออกมา

ผู้คนที่ทำอะไรไม่ถูกกับโดมสีดำก็เริ่มจากไป

เหลือแค่เจ้าหน้าที่พันธมิตรบางส่วนที่เฝ้าดูอยู่

หนานกงหลี่ส่งหลิงอี้กลับบ้าน

เธอยืนขอบคุณอยู่ที่ประตู “ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณ ถึงคนอื่นจะไม่เห็นแต่ฉันเห็น”

“ก่อนหน้านี้เราโจมตีไปตั้งหลายครั้งแต่ทำลายเยื่อหุ้มไม่ได้ ที่เราทำลายมันได้ในตอนนั้นคงเป็นเพราะมังกรทองของคุณ”

“คุณทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอีกแล้ว! พรุ่งนี้ทางเราจะจัดรางวัลมาให้คุณ”

หลิงอี้โบกมืออย่างเฉยเมยแล้วถาม “แล้วเธอจะทำยังไงต่อ?”

สายลมพัดผ่าน พัดผมสีบลอนด์แดงปลิวไปรอบๆหูของหนานกงหลี่

เธอเอื้อมมือไปทัดผมสีบลอนด์แดงหลังใบหูแล้วส่ายหัวด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย “เราเข้าไปจากด้านนอกไม่ได้ คงทำได้แค่รอ”

“หลังจากการต่อสู้ภายในโดมดำจบ โดมสีดำจะเปิดเอง”

“อืม”

หลิงอี้พยักหน้า เขาคิดแบบนั้นเหมือนกัน

หลังจากหนานกงหลี่จากไปเขาก็เดินกลับเข้าบ้านด้วยเส้นทางท่ามกลางดอกไม้ภายใต้แสงจันทร์

พอเดินเข้าประตูมาหลินซูโหรวและคนอื่นๆก็เข้ามาถามด้วยความสงสัย

หลิงอี้อธิบายรายละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบและพูดในตอนท้ายว่า “ฉันเข้าไปในโดมดำเหมือนกัน มันรับมือยากจริงๆ”

พวกเธอพยักหน้าเข้าใจ

ติ๊งต่อง~

ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง

กริ่งประตูถูกกดอย่างกะทันหัน ความถี่ในการกดกำลังบ่งบอกถึงความกระวนกระวายของคนกดกริ่ง

หลิงอี้เลิกคิ้วขึ้นปล่อยการรับรู้ เขาตกใจเมื่อเห็นคนที่มา

“เป็นเธอ?”

เมื่อหลิงอี้เดินออกจากบ้านไปเปิดประตู กลุ่มของหลินซูโหรวซึ่งกำลังงงงวยและอยากรู้อยากเห็นก็ตามไปติดๆ

แต่เมื่อได้เห็นคนที่อยู่นอกประตูพวกเธอก็ต้องแปลกใจ

“เซิ่งหย่า?”

คนที่อยู่นอกประตูคือผู้ช่วยของเทพธิดาแห่งราชวังชิงเหลียน เซิ่งหย่า!

หลิงอี้ใช้ตาทิพย์ดูและพบว่าเป็นเธอจริงๆ

ในเวลานี้เธอยังคงสวมชุดสีขาวเหมือนเดิม แต่ใบหน้าของเธอกลับเต็มไปด้วยความกังวล

พอเห็นหลิงอี้เธอก็พูดขึ้นทันที “ฉันเซิ่งหย่าผู้ช่วยของเทพธิดาแห่งราชวังชิงเหลียน เทพธิดาชิงให้ส่งที่อยู่ฉันและบอกให้ฉันมาหาเจ้าของบ้านชายที่นี่ เธอบอกว่าเจ้าของบ้านสามารถช่วยพวกเขาได้!”

“ช่วยพวกเขา?”

หลิงอี้เปิดประตูให้เธอเข้ามาด้วยคิ้วขมวด “พวกเขากำลังสู้กับราชามอนสเตอร์ในโดมดำไม่ใช่เหรอ? เธอหมายความว่ายังไง?”

“พูดตรงนี้ไม่ได้ เข้าไปข้างในก่อน!”

ไม่นานนักคนกลุ่มหนึ่งก็เข้ามานั่งในห้องโถง

ภายใต้สายตางุนงงของผู้คนจำนวนมาก เซิ่งหย่าเริ่มอธิบายให้พวกเขาฟัง “หลังจากที่เราถูกโดมดำของเทพรังปกคลุม พวกเราก็พยายามโจมตีมันแต่ไม่ได้ผล”

“เทพรังสร้างทุ่งที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์ขึ้นมา ในพื้นที่จำกัดแบบนั้นเราจึงไม่มีที่ให้ซ่อนและถูกจับได้”

“มันไม่ได้ฆ่าเราทันทีแต่ลบล้างจิตใต้สำนึกของทุกคนและเข้าควบคุมเรา!”

“ในช่วงสุดท้ายพี่ชิงส่งข้อความให้ฉันและขอให้เสาหลักหลิน, ลั่วหยวนและนักบุญดาบหนานกงฆ่าฉันก่อนที่ฉันจะหมดสติไปเพื่อฉันฟื้นคืนชีพที่ป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์และมาส่งกลับไป”

เมื่อพูดจบเซิ่งหย่าก็หยิบโน้ตที่จางชิงมอบให้เธอออกมา

มีแค่ไม่กี่คำที่ถูกเขียนไว้

[ถนนฟีนิกซ์เลขที่, เมืองอึ๋งหั่ว, นครเชียนเจียง, ผู้เชี่ยวชาญชายที่นั่นสามารถช่วยฉันได้]

“นี่” พวกเขามองหน้ากันด้วยความตะลึง

“ข้อความนี้คงเขียนไว้ก่อนแล้ว” หลิงอี้พูด

“ใช่ เพราะพี่ชิงมีความสามารถในการทำนาย” เซิ่งพยักหน้า

“แล้วทำไมเธอถึงถูกจับได้ล่ะ?” หลิงอี้รู้สึกงงงวย

“อืม”

เซิ่งหย่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ก่อนหน้านี้เธอบอกว่าตัวเลือกที่ดูเหมือนปลอดภัยบางครั้งอาจจะนำไปสู่จุดจบที่เลวร้าย และตัวเลือกที่ดูเหมือนอันตรายอาจจะนำไปสู่เส้นทางอันโรจน์แทน”

“รู้ว่าอันตรายแล้วยังจะเข้าไปอีก? ดีจริงๆ”

หลิงอี้ไม่รู้จะพูดอะไร คนที่มีความสามารถทำนายกล้าหาญขนาดนี้เชียว?

เซิ่งหย่ามองหลิงอี้ขึ้นลงและค่อยๆจำเขาได้ เธอพูดด้วยความประหลาดใจ “คุณคือหลิงอี้ที่ค้นพบการทำงานของรูปปั้นสองอันนั้น คุณเป็นเจ้าของบ้านชายของที่นี่หรือเปล่า?”

“ใช่”

เซิ่งหย่ามองสองสามคนที่อยู่ข้างๆเขา

ตอนที่เธอเห็นเซี่ยหว่านชิงเธอก็คิดอะไรบางอย่างได้

เธอมองหลิงอี้อีกครั้งและพูดอย่างระมัดระวัง “คุณคือศูนย์หนึ่ง?”

“ใช่” หลิงอี้พยักหน้าอย่างใจเย็น

พอเห็นแบบนั้นเซิ่งหย่าก็พยักหน้า “ไม่แปลกใจเลย ถ้าเป็นคุณต้องเป็นไปได้แน่นอน”

นี่เป็นครั้งแรกที่ประกายความหวังปรากฏขึ้นในดวงตาของเธอราวกับว่าเธอได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

เมื่อเห็นเธอมองเขาอย่างมีความหวัง หลิงอี้จึงพูดด้วยคิ้วขมวด “แต่บอกตามตรงเลย ตอนนี้ฉันยังต่างกับมันนิดหน่อย”

“ไม่เป็นไร”

เซิ่งหย่าถอนหายใจอย่างโล่งอก “แค่คุณยอมช่วยก็ดีแล้ว พี่ชิงบอกว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายสิบวันในการล้างสติของพวกเขาและควบคุมพวกเขาอย่างสมบูรณ์”

“หลังจากนี้พวกเขาจะฟื้นคืนสติได้ในครู่หนึ่ง ส่วนจะฟื้นสติได้นานแค่ไหนพรุ่งนี้คงจะได้รู้”

“เอาละ ฉันต้องการนำข่าวนี้กลับไปบอกด้วย ขอตัวก่อน”

เซิ่งหย่าลุกขึ้นเดินไปที่ประตู ก่อนออกจากสนามเธอหันมามองตาหลิงอี้และพูดอย่างมีความหมาย “คุณเป็นคนที่พี่ชิงให้คุณค่า ถ้ามีเรื่องจะถามสามารถมาหาฉันได้เลย ฉันจะพยายามตอบให้ได้มากที่สุด”

“อืม” หลิงอี้ตอบเสียงเบา

พอเห็นท่าทางเย็นชาของเขาเซิ่งหย่าก็ถอนหายใจภายในใจ

เธอหันหลังกลับ อัญเชิญนกกระเรียนสีขาวและบินขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับมัน

หลังจากเซิ่งหย่าจากไปอารมณ์ของหลิงอี้ก็ค่อยๆสงบลง

“ลั่วหยวนกับคนอื่นโดนราชามอนสเตอร์จับตัวไป”

พอนึกถึงหลินอิ่งที่หัวเราะอยู่ข้างเขาและหนานกงหลี่ที่เป็นห่วงพ่อของเธอ เขาก็ต้องส่ายหัวและถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ”

หลิงอี้ไม่ได้กังวลขนาดนั้น

แม้ว่ามีคนถูกควบคุมจริงๆ เขาก็แค่กลายพันธุ์ไอเทมต่อต้านการควบคุมคุณภาพสูงจากนั้นค่อยไปช่วยเหลือ

สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองต่อไป

“ไว้ค่อยไปเส้นทางหลัก”

พูดจบเขาก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน

หลินซูโหรวและคนอื่นๆกำลังรอเขาอยู่ที่ประตู พอเห็นพวกเธอหลิงอี้ก็พูด “ฉันต้องทำงานหนักเพื่อพัฒนาหยางชี่”

หลังจากเข้าประตูไป ไฟในห้องโถงก็ดับลงอย่างรวดเร็ว ไฟในห้องนอนบนชั้นสองก็ดับลงตามไป