ตอนที่ 181

[ประกาศผู้เล่น: ผู้เล่น‘ศูนย์หนึ่ง’ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติความยากระดับตำนานในช่วงเลเวล40-49 ได้รับใบรับรองไร้เทียมทานในตำนาน!]

“เอ๋? ทุกครั้งที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติความยากระดับตำนานจะมีประกาศผู้เล่น?”

หลิงอี้ที่กลับมาห้องโถงมุมปากกระตุก เขารู้สึกว่าเหมือนโดนบังคับให้บอกเรื่องนี้

ตอนนี้ทั้งโลกรู้แล้วว่าเขามีใบรับรองไร้เทียมทานในตำนานสองใบ!

เขาเข้าไปดูในฟอรัมและพบว่าทุกคนไม่แปลกใจกับเหตุการณ์นี้นัก ดังนั้นเขาจึงยิ้มออกมา

โลกเริ่มยอมรับความน่าตกใจที่เขาสร้างขึ้นแล้ว

“ยังไงเขาก็เป็นพี่ใหญ่ สิ่งที่เขาเลยไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่”, “ยังไงเขาเป็นผู้เล่นในเสินลู่ พวกเราก็เป็นผู้เล่นในเสินเหมือนกัน” มีคำพูดประมาณนี้อีกมากมาย

หลังจากดูฟอรัมอย่างสบายใจเสร็จ หลิงอี้ก็เปิดแผงข้อมูลของตัวเองขึ้นมาจากนั้นนำค่าประสบการณ์ในบ่อประสบการณ์มาเพิ่มเลเวลให้ตัวเอง

[ยินดีด้วย ค่าประสบการณ์ของคุณเพียงพอแล้ว คุณเลื่อนเป็นเลเวล50!]

[คุณได้แต้มคุณสมบัติอิสระ 5 แต้ม!]

[คุณได้รับสิทธิ์ในการทดสอบการสนับสนุน!]

“ทดสอบการสนับสนุน…”

“ครั้งนี้ต้องเอาสกิลสนับสนุนสู้ระยะประชิด”

เขาต้องการสกิลสู้ระยะประชิดนานแล้ว

ไม่อย่างนั้นทุกครั้งที่มีศัตรูแข็งแกร่งเข้ามาใกล้ เขาคงได้แต่วิ่งหนี

พอขึ้นเป็นเลเวล50แล้วก็ไม่มีอะไรที่ต้องทำอีก เขากดเข้าฟอรัมและเปิด‘รายชื่อและเอฟเฟกต์ของสกิลสนับสนุนในฉากทดสอบ’ที่สรุปโดยผู้เล่นคนอื่นๆ

แปะ แปะ...

หลินซูโหรวเดินลงมาข้างล่างและกระโดดเข้าอ้อมแขนของหลิงอี้ราวกับกระต่ายร่าเริง

ร่างกายของเธอขาวนุ่มและส่งกลิ่นหอม

เธอสวมชุดนอนสีชมพูโปร่งใสทำให้ร่างกายหยกขาวมีส่วนโค้งงดงามปรากฏต่อหน้าหลิงอี้อีกครั้ง

เดิมทีหลิงอี้ตั้งใจว่าจะเข้าไปทดสอบทันทีหลังจากเจอสกิลสนับสนุนที่พอใจ แต่ทันทีที่หญิงสาวมีเสน่ห์คนนี้ลุกขึ้นนั่งเขาก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

“เธอสวยขึ้นอีกแล้ว” เขาลูบแก้มของหลินซูโหรว

ตอนที่เจอเธอครั้งแรกเธอแค่‘หน้าตาดี’มองแล้วสบายตาเท่านั้น แต่ตอนนี้เปลี่ยนอย่างกับคนละคน

ด้วยความช่วยเหลือจากน้ำแร่และ[หนึ่งกายหนึ่งใจ] ผิว ใบหน้า และรูปร่างของเธอจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงให้มีเสน่ห์และสมบูรณ์แบบมากขึ้นทุกวัน

ตอนนี้แม้แต่หลิงอี้ก็ยังต้องพูดว่า‘สวย’เมื่อเห็นเธอ

“ฮึฮึ~”

หลินซูโหรวหลี่ตายิ้มและลูบฝ่ามือของเขาที่แก้มของเธอด้วยความรัก หลังจากหลิงอี้ดึงมือของเธอออก เธอก็โอบคอของหลิงอี้และพูดอย่างแผ่วเบา “แค่นี้ยังไม่พอหรอก ฉันต้องสวยมากกว่านี้จนทำให้นายหลงใหล...จะทำตอนนี้เลยเหรอ?”

“เดิมที…ต่อให้ไม่ได้ทำตอนนี้ ไว้ทำพรุ่งนี้ก็ยังไม่สาย” หลิงอี้ตอบกลับ

หลินซูโหรวหัวเราะคิกคักด้วยความหวานชื่นคราวกับน้ำผึ้ง จากนั้นไปยืนเท้าเปล่าบนโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างโซฟาทั้งสามตัว

“โต๊ะตัวนี้สูงกำลังดีเลย”

เธอนั่งลงช้าๆ จับกระโปรงตรงกลางแล้วดึงขึ้น เท้าขาวเนียนของเธอเหยียบขอบโต๊ะไม้และงอเข่าไว้ด้านข้าง

มือของเธอวางไว้ที่ด้านหลัง ดวงตาของเธอฉายแววยั่วยวนให้ชายตรงหน้า

......

พอโดนหลินซูโหรวลากเข้าไปแบบนี้ หลิงอี้ก็ไม่ลงไปห้องโถงจนกระทั่งเกือบเที่ยง

ทันทีที่เขาลงมาหยุนจีก็พูดด้วยยิ้ม “ซูโหรวมีเสน่ห์มากขึ้นเรื่อยๆเลยใช่ไหม?”

“ใช่”

หลิงอี้พยักหน้าและถอนหายใจเล็กน้อย “เธอเรียนรู้เรื่องนี้ด้วยตนเองและยังก้าวหน้ามากด้วย”

เขากลัวว่าถ้าเธอยังก้าวหน้าอยู่แบบนี้ สักวันหนึ่งเขาอาจขาดสติแล้วจมอยู่ในบ้านอันอ่อนโยนที่เธอสร้างขึ้นมาโดยไม่สามารถหลุดออกมาได้

“นั่นเป็นเพราะเธออยากเอาใจนายไง” หยุนจีปิดปากหัวเราะเบาๆ

หลิงอี้ไม่ได้พูดเรื่องนี้กับหยุนจีต่อ แต่เปลี่ยนเรื่องพูดแทน “มีสกิลสนับสนุนที่สามารถพัฒนาความแข็งแกร่ง ความว่องไว และการสู้ระยะประชิดได้หรือเปล่า?”

“นี่...ไม่น่าจะมีนะ”

หยุนจีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นส่ายหัวและให้คำตอบเชิงลบ

พอเห็นสีหน้าผิดหวังของหลิงอี้ เธอจึงเม้มริมฝีปากล่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงพูดว่า “อันที่จริงฉันไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่มีสกิลสนับสนุนบางอย่างในระดับAและระดับSที่เกือบจะเป็นสองสกิล”

“โอ้?”

“มันเหมือนสกิลสนับสนุนปีกแห่งท้องฟ้า ในระดับAสามารถเคลื่อนย้ายด้วยการบินเท่านั้น แต่ระดับSสามารถเทเลพอร์ตได้โดยตรง ดังนั้นสกิลที่นายต้องการอาจจะเป็นสกิลที่พัฒนาการสู้ระยะประชิดของนายได้ ถ้าไม่ได้ระดับSนายก็แค่หาสกิลที่เพิ่มค่าคุณสมบัติ”

เมื่อได้ยินแบบนั้นหลิงอี้ก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล แต่การทดสอบการสนับสนุนมีโอกาสเดียวเท่านั้น และเขาไม่กล้าลองกับสกิลที่ไม่รู้จัก

ขณะที่ขมวดคิ้วและคิดอย่างหนัก จู่ๆเขาก็นึกถึงยันต์คำแนะนำขึ้นมา

‘จริงด้วย! ฉันมียันต์คำแนะนำ! แค่ใช้มันก็ได้แล้ว!’

ยันต์คำแนะนำใช้ได้สามครั้งต่อสัปดาห์ สัปดาห์ก่อนใช้ครบสามครั้งแล้ว และสัปดาห์นี้มีโอกาสอีกสามครั้ง

หลิงอี้รีบหยิบมันออกมาใช้ทันที

ต่อจากนั้นไม่นานตัวอักษรเปลวไฟสี่ตัวปรากฏต่อหน้าเขา

ยืมพลังวิญญาณวีรชน

เขามองหยุนจีส่ายหัว “ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้”

เขากดเข้าฟอรัมเพื่อค้นหาและพบข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว

[ยืมพลังวิญญาณวีรชนสามารถยืมความแข็งแกร่งและความว่องไวส่วนหนึ่งจากผู้เล่นคนอื่นได้ เมื่อเข้าสู่สถานะยืมพลังจะได้รับการเพิ่มพลังที่สอดคล้องกัน]

[เป็นสกิลสนับสนุนอันยอดเยี่ยมที่สามารถกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญสู้ระยะประชิดได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องหนักฝึกทุกวันทุกคืน]

“โอ้? มันเป็นสกิลสนับสนุนแบบนี้เอง...”

นี่เป็นครั้งแรกที่หลิงอี้เห็นสกิลยืมพลังแบบนี้ ซึ่งมันทำให้เขาแปลกใจมาก

หยุนจีเห็นตัวอักษรเปลวไฟจึงกเค้นหาในฟอรัมด้วย พอเห็นหลิงอี้คิดจะทำอะไรบางอย่างเธอจึงพูดเตือนเขา “แต่นายจะได้สกิลสนับสนุนอันนี้มาจริงๆเหรอ? ถ้าได้มาแล้วนายจะยืมพลังจากใคร?”

“ก็...นักบุญดาบฟีนิกซ์อาจจะให้ยืมก็ได้”

เพราะเขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคาดเดาตัวตนแท้จริงของเขา เขาจึงมั่นใจเรื่องนี้มาก

หลิงอี้ไม่รอช้าและและเข้าสู่ฉากทดสอบของยืมพลังวิญญาณวีรชน

[สุสานร้างโบราณ]

[ข้อกำหนดในการทดสอบ: ฆ่ามอนสเตอร์ทั้งหมดในสนามโดยใช้เวลาน้อยที่สุด]

[มีโอกาสได้รับสกิลสนับสนุน: เชื่อมโยงสู้, แผดเผาจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้, สู้ประสาน, หนึ่งใจและหนึ่งความคิด, ยืมพลังวิญญาณวีรชน]

หลิงอี้เดินเข้าไป

“ดาวตก! ดาวตก!”

ห้าวินาทีต่อมาดาวตกก็ตกลงมา

จากนั้นเขาก็ถูกเคลื่อนย้ายออกไป

[ยินดีด้วยที่ผ่านฉากทดสอบ‘สุสานร้างโบราณ’ได้สำเร็จ]

[ในการทดสอบนี้คุณฆ่ามอนสเตอร์ทั้งหมดในเวลา6วินาที คะแนนประเมินได้ระดับS!]

[ยินดีด้วยที่ได้รับสกิลสนับสนุน: ยืมพลังวิญญาณวีรชน(S)]

การทดสอบที่ผ่านได้ด้วยการกวาดล้างมอนสเตอร์ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับหลิงอี้ในตอนนี้

พอเขากลับมา หยุนจีก็ทำหน้างง

“นายได้ไปทดสอบการสนับสนุนหรือเปล่า?” เธอขมวดคิ้วและดูสับสน

เธอจิบชาได้อึกเดียวก็กลับมาแล้ว?

“ไปสิ ผ่านง่ายมาก”

เขาไม่สนใจท่าทางไม่อยากจะเชื่อของหยุนจีแล้วเปิดแผงข้อมูลตรวจสอบสกิลสนับสนุนที่เพิ่งได้รับมา

[ยืมพลังวิญญาณวีรชน(s)]: คัดลอกคุณสมบัติความแข็งแกร่งและความว่องไวของผู้เล่นที่ระบุเก็บเอาไว้ เมื่อเข้าสู่สถานะยืมพลังจะเพิ่มความแข็งแกร่งและความว่องไวที่สอดคล้องกันชั่วคราว ในช่วงยืมพลังจะลดพลังชีวิตและแรงกาย5%ต่อวินาที