ตอนที่ 138

เหนือท้องฟ้าที่มืดครึ้ม จู่ๆก็มีไฟลุกโชนปรากฏขึ้น

แสงเจิดจ้าส่องไปทั่วทิศทางผ่านเมฆดำ ท้องฟ้าทั้งผืนเปลี่ยนเป็นสีแดง

หลังจากนั้นดวงตาเบิกของทุกคนต้องเบิกกว้าง ลูกบอลสีแดงเข้มที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีทองราวกับดวงอาทิตย์ได้ปรากฏขึ้นเหนือเมฆ

มันเผาเมฆดำบนท้องฟ้าและเร่งตกลงมายังพื้นดิน!

“อะไรวะนั่น!!?”

คนที่ลอยบนอากาศที่บอกว่าจะฆ่าหลิงอี้ถึงกลับหน้าเปลี่ยนสี พวกเขาไม่แสดงท่าทีเย็นชาต่อและบินจากไปอย่างรวดเร็วเพื่อหนีเอาชีวิตรอด!

“เชี่ย!??”

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนยักษ์ดินเหนียวตัวสั่นไปมาจนเกือบหล่นจากไหล่ยักษ์ดินเหนียว

เขารีบใช้สกิลเทเลพอร์ตเพื่อเทเลพอร์ตตัวเองกับมอนสเตอร์อัญเชิญ

คนที่เหลือใช้วิธีของตัวเองหนีไปอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ

เวลาเร่งด่วนแบบนี้ไม่มีเวลาให้คิด ไม่มีเวลาให้พูด! ต้องหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้!

ในตอนนั้นเองผู้เล่นในเขตคนอื่นต่างเห็นสถานการณ์ของที่นี่เช่นกัน

“ว้าว! ทำไมบนท้องของเส้นทางหลักถึงมีดวงอาทิตย์ล่ะ?”

คนที่อยู่ในค่ายชี้บนท้องฟ้าที่อยู่เหนือเส้นทางหลัก

คนอื่นๆมองขึ้นไปและเห็นดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆกำลังตกลงมา

“นั่นมันอุกกาบาตของพี่ใหญ่เรียกดวงดาว!”

“พระเจ้า! นั่นจะใหญ่ไปแล้ว! พวกเราที่อยู่ที่นี่คงไม่โดนไปด้วยหรอกใช่ไหม?”

“ไม่หรอกมั้งเพราะเราอยู่ในค่าย”

“พวกเราไม่โดนลูกหลงหรอก แต่คงมีผลกระทบบางอย่าง”

“…”

ผ่านไปครู่หนึ่ง ความเงียบเกิดขึ้นอย่างกะทันหันเมื่อดาวตกจมลงสู่พื้น

จากนั้นเปลวไฟอันน่าสะพรึงกลัวแม้ว่าจะหนีไปไกล10,000เมตรก็หนีไม่พ้นได้ไล่ตามมา! มีหลายคนที่ไม่ได้หลับตาลงตามจิตใต้สำนึก พอพวกเขามองแสดงเจิดจ้าที่สว่างขึ้น พวกเขาเหมือนกลายเป็นคนตาบอดเพราะมองไม่เห็นสิ่งใดอีกต่อไป

ตู้มม!!!

ขณะที่ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองกำลังตาบอด เสียงดังกึกก้องที่ดังมาจากระยะไกลได้ทะลวงเข้าหูของพวกเขาอย่างบ้าคลั่งราวกับคลื่นทะเลที่โหมกระหน่ำ

ไม่กี่วินาทีต่อมาพวกเขากลายเป็นหูหนวกไปด้วย!

อย่างไรก็ตามก่อนที่พวกเขาจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เปลวไฟที่มาพร้อมกับคลื่นกระแทกได้โหมกระหน่ำโถมเข้ามาเหมือนกับคลื่นยักษ์

เปลวไฟไหลผ่านแท่นบูชาทองคำ ด่านที่5ของเส้นทางหลัก ด่านที่4ของเส้นทางหลัก...จนสุดท้ายได้ผ่านมาถึงด่านแรกของเส้นทางหลักไปจนถึงทางเข้าเส้นทางหลัก--ค่ายหมาป่าทุ่งหญ้า

เปลวไฟลุกโชนสูงหลายหมื่นเมตร สายฝนที่ตกหนักหลายพันเมตรกลายเป็นไอน้ำเพราะโดนความร้อนนี้!

[คุณฆ่าทหารโครงกระดูก(เลเวล55) ประสบการณ์+17 หินราตรี+3]

[คุณฆ่าขอมเวทย์โครงกระดูก(เลเวล55) ประสบการณ์+17 หินราตรี+3]

[คุณฆ่า...]

[คุณได้รับสกิล3ดาว [บอลอันเดด]]

[คุณได้รับสกิล4ดาว [ศรเวทกัดกร่อน]]

[คุณได้รับ...]

[แจ้งเตือน: การจัดเก็บไอเทมในกระเป๋าเป้ของคุณถึงขีดจำกัดแล้ว ของรางวัลอื่นๆส่งเข้าสู่กล่องจดหมายชั่วคราวโดยอัตโนมัติ]

กล่องจดหมายชั่วคราวจะอยู่แค่10นาทีเท่านั้น

หลิงอี้จึงไม่มีเวลาจัดการเรื่องอื่นในตอนนี้ เขารีบย่อยสกิลไร้ประโยชน์ทั้งหมดทันที

ครั้งนี้เขาได้เหรียญทองมากกว่าห้าล้านเหรียญ!

นอกจากนี้ยังได้ค่าประสบการณ์ประมาณ130,000หน่วยและหินราตรี18,000ก้อน เรียกได้ว่าอิ่มจนตัวอ้วนเลยทีเดียว!

“รอบนี้ฆ่านักเวทย์โครงกระดูกกับนักธนูโครงกระดูกประมาณ6,000ตัว”

“ทหารโครงกระดูกมีคุณสมบัติร่างกายค่อนข้างสูงเลยฆ่าในการโจมตีครั้งเดียวไม่ได้”

มีสิ่งป้องกันที่มองไม่เห็นระหว่างเส้นทางหลักกับพื้นที่รอบนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ผลกระทบจากการต่อสู้ในเส้นทางหลักส่งผลต่อพื้นที่รอบนอก ในขณะเดียวกันก็ป้องกันไม่ให้ผู้เล่นเข้าด่านต่อไปของเส้นทางหลักโดยใช้เส้นทางของพื้นที่รอบนอก

แม้ว่าระยะการโจมตีของดาวตกจะมีวงกว้าง แต่เปลวไฟล้วนกระจายไปตามเส้นทางหลักเท่านั้น

ตอนนี้เขาและกลุ่มผู้เล่นเลเวลสูงอยู่ในด่านเจ็ดของเส้นทางหลัก เนื่องจากมีโล่ป้องกันระหว่างด่านหกและด่านเจ็ด เปลวไฟพวกนั้นจึงไม่ลามมาถึงพวกเขา

ในเวลานี้

สายตาของกลุ่มคนที่กำลังมองเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

พวกเขากระซิบคุยกันจากระยะไกลโดยไม่รู้ว่าหลิงอี้ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดทั้งหมด

“นี่น่ะเหรอพี่ใหญ่เรียกดวงดาว? สมแล้วล่ะที่เขาได้ชื่อนี้”

“ฉันเข้าใจว่าทำไมคนพวกนั้นถึงอยากฆ่าเขา สกิลโจมตีวงกว้างอันนี้เป็นเหมือนระเบิดที่สามารถปะทุได้ตลอดเวลา ใครจะรู้ว่าเมืองหลวงของประเทศไหนจะโดนโจมตี จิ๊จิ๊จิ๊”

“ไม่ใช่หรอก คนพวกนั้นอยากฆ่าเขาเพราะเขามีศักยภาพที่น่ากลัว ตอนนี้พวกเขายังไม่รู้ว่าเขาสามารถดึงอุกกาบาตขนาดใหญ่แบบนี้ได้ ถ้าคนพวกนั้นเอาเรื่องนี้กลับไปรายงาน จำนวนคนที่จะส่งมาจัดการกับเขาคงมีมากขึ้นเป็นเท่าตัว”

“ดูแล้วน่าเป็นนักเวทย์ มันคงต่อสู้ระยะประชิดได้ไม่ดีนัก ฉันคิดว่าเราจะมีโอกาสชนะ...จะลงมือกันเลยไหม?”

พอได้ยินแบบนั้นหลิงอี้จึงเพ่งความสนใจไปที่คนที่ต้องการจัดการกับเขา

ตรงนั้นคือชายหนุ่มสี่คนที่ยืนอยู่บนอากาศเมื่อกี้ ทั้งสี่คนมีชุดเหมือนกันโดยสวมเสื้อแขนสั้นปักลายอินทรีสีขาวตรงกลางอกและสวมกางเกงขาสั้นสีเทา พวกเขาทั้งหมดมีอายุประมาณ25

ดูแล้วน่าจะมาจากองค์กรเดียวกัน

หลิงอี้ฟังที่พวกเขาทั้งสี่พูดต่อ “ตอนนี้ยังไม่ปลอดภัยที่จะลงมือ ถ้าล้มเหลวขึ้นมา ครั้งหน้าจะลงมือได้ลำบาก”

“ใช่...ฉันคิดว่าใช้แผนการเล็กๆไปก่อนดีกว่า”

หลิงอี้มีความสุขมากเมื่อได้ยินว่าคนเหล่านี้กำลังจะใช้แผนการ

เขาไม่เคยเห็นเอฟเฟกต์ของ[รัศมีลดปัญญา]ด้วยตาตัวเองมาก่อน

อีกด้านหนึ่ง

ผู้เล่นเลเวล59ทั้งสี่คนนี้มาจากกิลด์‘เทพสวรรค์รวมตัว’ของประเทศไป๋อิง พวกเขาเริ่มวางแผนกันเงียบๆในจุดที่ห่างไกลจากผู้คน

[สติปัญญา-10%]

“น่าจะมีคนอื่นที่มาจัดการกับศูนย์หนึ่งเหมือนกัน เราน่าจะยืมมือพวกมันมาใช้ได้ หลังจากได้ข้อมูลหน้าตากับสกิลของมันโดยประมาณแล้ว การลงมือของพวกเราจะมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น”

“เป็นความคิดที่ดี แล้วจะยืมมือคนอื่นได้ยังไง?”

[สติปัญญา-20%]

“ง่ายมาก แค่ให้ผลประโยชน์บางอย่างกับพวกมัน พวกมันก็ยอมทำตามแล้ว”

“ใช่เลย เดิมทีพวกมันมาจัดการกับศูนย์หนึ่งอยู่แล้ว ถ้าได้ผลประโยชน์เพิ่มอีกพวกมันต้องไม่ปฏิเสธแน่”

“คนอื่นที่มาจัดการกับศูนย์หนึ่งล้วนเป็นผู้เล่นชั้นยอดจากประเทศอื่น ถ้าไม่มีศูนย์หนึ่งพวกเราก็เป็นศัตรูกัน—คนพวกนั้นต้องลืมเรื่องนี้แน่”

[สติปัญญา-30%]

“แทนที่จะให้ผลประโยชน์คนอื่น ทำไมเราไม่ให้ศูนย์หนึ่งแทนล่ะ?”

“เวรเอ๊ย! จริงด้วย! แค่มอบผลประโยชน์ให้ศูนย์หนึ่งแล้วถามเรื่องสกิลเขาโดยตรง!!”

“นี่...อีกฝ่ายจะตอบเหรอ?”

“ฮ่าฮ่า เขายังไม่รู้ว่าเรามาที่นี่เพื่อจัดการเขา เขาต้องตอบแน่นอนถ้าเราให้ผลประโยชน์มากพอ!”

ทั้งสี่มีความสุขมากหลังจากคุยเรื่องแผนการ

หลิงอี้ที่ได้ยินแผนการทั้งหมดก็มีความสุขเช่นกัน

'อืมม ความสุขร่วมกันคือความสุขแท้จริง

เขาคิดอย่างมีความสุข

เขาพอใจมากกับรัศมีลดปัญญามาก

ต่อจากนั้นพวกเขาทั้งสี่ก็มาหาหลิงอี้ตามที่คุยกันไว้