“ฟู่ว”
“ในที่สุดฉันก็กลายเป็นผู้แข็งแกร่งชั้นนำของโลกแล้ว”
เมื่อเดือนก่อนเขาเพิ่งมาที่โลกนี้และได้วางแผนให้ตัวเองมีพลังมาพอที่จะปกป้องตัวเองได้ก่อนที่อนุสรณ์ประวัติศาสตร์เสินลู่จะอัปเดตรายชื่อในเดือนมกรา
ตอนนั้นเขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งชั้นนำโลกภายในหนึ่งเดือน!
หลิงอี้นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวน มองผีเสื้อที่บินอยู่ท่ามกลางดอกไม้พรางครุ่นคิดไปด้วย
แสงแดดอบอุ่นส่องลงมาบนพื้นดิน หญ้าเขียวขจีเติบโตพื้นดินอย่างเหนียวดิน มันเปล่งปลั่งอย่างมีชีวิตชีวา
ภายใต้การดูแลของหลินซูโหรว สวนแห่งนี้ได้กลายเป็นสวนฤดูใบไม้ผลิอันสวยงามที่เต็มไปด้วยผีเสื้อและนกที่สวยงามมากมาย
ในเวลานี้ เสียงกริ่งดังขึ้น
ติ๊งต่อง~
หลิงอี้ปล่อยการรับรู้ออกไป วินาทีต่อมาเขาก็ต้องแปลกใจ
“หืม? เป็นพวกเขา?”
เขาเดินไปเปิดประตู
หลินเหมิ่ง ลั่วหยวน และหนานกงฮั่นที่อยู่ด้านนอกโบกมือให้เขา
“พวกเรามาเยี่ยมคุณ คุณว่างหรือเปล่า?”
“ว่าง”
เขาพาทั้งสามเข้ามาในห้องโถง
ในขณะเดียวกันก็ส่งข้อความบอกคนในกลุ่ม‘ครอบครัวใหญ่แสนสุข’
[ศูนย์หนึ่ง: มีแขกมาหา พวกเธอแต่งตัวให้ดีก่อนออกมาด้วย]
คนที่เล่นอยู่ในมิติตระกูลตอบกลับอย่างรวดเร็ว
[หลินเสี่ยวโหรว: เอาล่ะ ฉันจะไปเตรียมชาให้]
[...]
ลั่วหยวนกับหลินเหมิ่งนั่งบนโซฟาด้านซ้ายและขวา ส่วนหนานกงฮั่นหยิบเก้าอี้ไม้ข้างหน้าต่างมานั่ง
หลิงอี้นั่งที่หัวโซฟา มองบนโต๊ะไม้ที่ว่างเปล่า เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า “พวกคุณต้องการชาไหม?”
ลั่วหยวนโบกมือพูดด้วยรอยยิ้ม “เธอไม่ต้องเกรงใจหรอก เรามาขอบคุณที่เธอช่วยพวกเราไว้”
“เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย พวกคุณเกรงใจเกินไปแล้ว”
นี่เป็นครั้งแรกที่หลิงอี้ได้รับคำขอบคุณจากการช่วยชีวิตใครสักคน
ในเวลานี้ ประตูไม้ของมิติตระกูลตตรงผนังเปิดออก หลินซูโหรวที่สวมเดรสยาวสีน้ำตาลเดินออกมาช้าๆ
เธอปิดประตูด้านหลัง ยิ้มให้พวกเขาทั้งสามแล้วเดินขึ้นไปชั้นบน
“ไม่ไม่ไม่ มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเธอ แต่มันเป็นน้ำใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเรา”
ลั่วหยวนโบกมืออีกครั้ง เขาพลิกฝ่ามือและมีถุงร้อยสมบัติปรากฏบนฝ่ามือ
เขายื่นมันให้หลิงอี้ “นี่เป็นของขวัญเล็กๆน้อยๆแทนคำขอบคุณจากพวกเราสามคน เธอคงไม่รังเกียจมันหรอกใช่ไหม?”
“นี่”
พอเห็นถุงกำลังจะตกพื้นหลิงอี้จึงรีบยื่นมือไปรับ “ฉันไม่รังเกียจแน่นอน”
แน่นอนว่านี่เป็นการตอบกลับด้วยความเกรงใจ
เพราะไอเทมในถุงนี้ไม่มีชิ้นไหนดึงดูดสายตาเขาได้เลย
“ถ้างั้นก็รีบเก็บมันไปสิ ถือไว้ในมือแบบนั้นมันน่าอายจะตาย” หนานกงฮั่นพูด
“…”
หลิงอี้ลังเลครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าแล้ววางมันลง
ในตอนนั้นเองหลินซูโหรวก็ได้ลงมาจากชั้นบน คราวนี้มีธาตุน้ำอีก3ตัวอยู่ข้างๆเธอด้วย ธาตุน้ำเหล่านี้กำลังถือจานที่มีขนมอบและเครื่องดื่มชั้นเลิศอยู่
พวกมันยกถาดไปวางบนโต๊ะตรงหน้าทั้งสาม
หลังจากนั้นหลินซูโหรวก็เรียกธาตุน้ำกลับมา เธอพยักหน้าให้หลิงอี้แล้วกลับเข้าไปในมิติตระกูลอีกครั้ง
หลังจากประตูไม้ปิดลงอีกครั้ง หลินเหมิ่งก็ลูบคางของเขาและถามด้วยความอยากรู้ “เธอวางแผนในอนาคตว่างยังไง? จะเข้าเส้นทางหลักเมื่อไหร่?”
“คงยังไม่เข้าเส้นทางหลักเร็วๆนี้”
หลิงอี้ส่ายหัวและพูดสิ่งคิดไว้ “พอฉันได้เลื่อนเป็นขั้นไร้เทียทานในตำนาน ตอนนั้นจะสามารถผ่านเส้นทางหลักจของแผนที่สุดท้ายได้ง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องไปสู้ด้วยความลำบากตอนนี้”
ทั้งสามคนต่างหัวเราะเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่เลย ถึงยังไงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรบังคับให้เธอต้องพัฒนาตัวเองอีก” หลินเหมิ่งพูดอย่างบูดบึ้ง
“ใช่ พอแข็งแกร่งขึ้นแล้วก็จะพักผ่อนได้อย่างอิสระ” หนานกงฮั่นหัวเราะ
“ถ้าใช้พลังงานทั้งหมดไปกับการแข็งแกร่งขึ้น เธอจะตกเป็นทาสของความแข็งแกร่ง” ลั่วหยวนพยักหน้าพูดอย่างจริงจัง
พวกเขาทั้งสามเห็นด้วยกับคำพูดของหลิงอี้
พวกเขาเห็นผู้คนมากมายที่ละทิ้งความตั้งใจเดิมของตัวเองเพราะแสวงหาพลังจนตามืดบอด มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้เป็นอิสระเหมือนหลิงอี้
“แล้วหลังจากนี้เธอวางแผนจะทำอะไรล่ะ”
“ต่อจากนี้ คงตั้งเป้าหมายบางอย่างให้ตัวเอง”
หลิงอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่ก่อนจะสรุปออกมา “พรุ่งนี้วันที่3เป็นดินแดนลับ มะรืนนี้วันที่ 4จะเป็นการตรวจสอบคุณสมบัติเลเวล69 หลังจากนั้น20วันจะเป็นวันที่24ซึ่งเป็นการตรวจสอบคุณสมบัติเลเวล79”
“ในระหว่างนี้ถ้าเสินลู่ไม่มีกิจกรรมอีก ฉันคงจะอยู่อย่างแบบคลาย”
พอพูดถึงเรื่องนี้จู่ๆหลิงอี้ก็นึกถึง‘บททดสอบผู้กล้า’ที่เขาไม่เคยเจอในฟอรัม เขาถามออกมาทันที “โอ้ จริงด้วย! พวกคุณรู้จักบททดสอบผู้กล้าไหม”
ถ้าพวกเขาที่เป็นผู้เล่นชุดแรกของเมื่อ20ปียังไม่รู้เรื่องนี้ ถ้าอย่างนั้นคงไม่มีใครรู้เรื่องนี้อีกแล้ว
“บททดสอบผู้กล้า!?”
ทั้งสามมองหน้ากันด้วยคิ้วขมวด
“เหมือนจะเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนนะ” หลินเหมิ่งมองลั่วหยวน
“เหมือนฉันจะเคยเห็นสี่คำนี้จากที่ไหนสักแห่ง” หนานกงฮั่นมองลั่วหยวน
ในฐานะผู้นำพันธมิตรสมบัติลั่วหยวนจึงได้พบกับสมบัติและข้อมูลมากมายของเสินลู่ คำถามส่วนใหญ่ที่พวกเขาไม่รู้ก็นำไปถามเขาเช่นกัน
“อืม...ปกติแล้วฉันจะจดสิ่งที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อน ขอหาแป๊ปหนึ่ง”
ลั่วหยวนหันหน้าไปทางสายตาของทั้งสามแล้วหยิบสมุดบันทึกออกมาเริ่มค้นหา
ในระหว่างนี้ทั้งสามก็ทานอาหารรอไปก่อน
หลังจากนั้นไม่กี่นาที
จู่ๆลู่หยวนก็ตะโกน “เจอแล้ว!!”
หลิงอี้ลืมตาขึ้นและมองด้วยความประหลาดใจ เขาเห็นลั่วหยวนถือสมุดบันทึกแล้วชี้หน้าที่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้เขา “เมื่อ13ปีก่อนมีรูปปั้นหินในดินแดนลับจำกัดเวลา‘ชายหาดโบราณ’ ว่ากันว่าเมื่อไปยืนอยู่ตรงหน้ามันก็จะถูกถามว่าต้องการรับ‘บททดสอบผู้กล้า’หรือไม่ แต่บางคนบอกว่าไม่เจอสิ่งนี้เลย”
“ดินแดนลับจำกัดเวลา?”
หลิงอี้มุมปากกระตุกพลางคิดในใจว่า ‘คนสร้างเสินลู่ไม่อยากให้ผู้เล่นได้ตราแห่งความกล้าหาญเลยนะ’
ของสำคัญชิ้นนี้มีอยู่ในดินแดนลับที่ปรากฏขึ้นเมื่อ13ปีก่อน
ถ้าเสินลู่ไม่ได้รีเฟรชดินแดนลับใหม่ก็หมายความว่ามันจะไม่มีอีกแล้วไม่ใช่หรือไง?
จินตนาการได้เลยว่าการผสม[แหวนคุณสมบัติทั้งหมด]ยากขนาดไหน!
ไม่กี่นาทีต่อมา กลุ่มลั่วหยวนที่ท้องแน่นไปด้วยอาหารและน้ำลุกขึ้นพร้อมกัน
“ฮ่าฮ่าฮ่า ขากลับพวกเราคงไม่ต้องไปกินข้าวเที่ยงแล้ว” หนานกงฮั่นหัวเราะ
“เกือบจะเที่ยงแล้ว ถึงเวลาต้องไปแล้ว ไว้เราจะมาใหม่เมื่อมีเวลา” หลินเหมิ่งยิ้ม
“ลาก่อน”
ลั่วหยวนโบกมือลาครั้งสุดท้าย จากนั้นทั้งสามก็ออกไปพร้อมกัน
หลิงอี้ออกไปส่งพวกเขาถึงประตูหน้าบ้านด้วยความสุภาพ
พอเห็นพวกเขาจากไปแล้วหลิงอี้ก็ใช้[กุญแจดินแดนลับจำกัดเวลา]ทันทีและเลือก‘ชายหาดโบราณ’
ทันใดนั้นม่านแสงวงรีสูงสามเมตรก็ปรากฏขึ้นในอากาศเหนือพื้นครึ่งเมตร
หลังจากส่งข้อความบอกในกลุ่มครอบครัวใหญ่แสนสุข หลิงอี้ก็ก้าวเข้าไปอย่างไม่ลังเล
ชายหาดโบราณเป็นชายหาดขนาดใหญ่ตามชื่อ
ด้านหน้าหลายร้อยเมตรเป็นผืนน้ำทะเลน้ำเงิน ด้านซ้ายและด้านขวามีหาดทรายทอดยาวไกลสุดลูกหูลูกตา
แนวชายฝั่งตรงดิ่งราวกับว่าชายหาดและทะเลเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ขนานกัน ด้านซ้ายเป็นทรายเหลืองและด้านขวาเป็นน้ำทะเลสีน้ำเงิน
สามารถเห็นมอนสเตอร์มากมายตามชายหาด ในทะเล และบนท้องฟ้า
เมื่อพวกมันเห็นหลิงอี้พวกมันก็พุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว
“ดาวตก”
เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมาไล่ฆ่าทีละตัว
ก่อนจะตามหารูปปั้นหินอันนั้นต้องเคลียร์พื้นที่ก่อน
แต่เมื่อดาวเพลิงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ข้อมูลน่าประทับใจอันหนึ่งก็ปรากฏตรงหน้าเขา
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved