ตอนที่ 85

อย่างไรก็ตาม ต้นไม้โดดเดี่ยวย่อมยากจะยืนหยัด

แม้แต่เขื่อนที่ยาวนับพันกิโลเมตรก็ยังพังทลายได้เพราะรังมดเพียงรังเดียว เมื่อแนวหน้าขาดการสนับสนุน พวกเขาก็ถูกบับให้ถอยกลับมา

"ไม่เอาแล้ว! ฉันจะออกไป!"

ทันใดนั้นก็มีนักเรียนที่หวาดกลัวจนเลือกที่จะถอนตัวจากการสอบ

เมื่อมีผู้นำ คนที่เหลือก็เริ่มถอนตัวตามไปทีละคน

เมื่อสหายร่วมรบหลบหนีไปทีละคน แรงกดดันที่ซึ่งคนที่เหลือต้องแบกรับก็พลันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี

"แม่งเอ๊ย!"

สีหน้าของเติ้งเฉิงจื่อทอแววไม่เต็มใจ เขาคำรามด้วยความหงุดหงิด

"ไอ้พวกขี้ขลาดตาขาว!"

หากว่าถอนตัวจากไปตอนนี้ คะแนนของเขาก็จะจบลงเพียงเท่านี้

และนั่นก็ยากจะบอกได้ว่าเขาจะเข้าสองสุดยอดมหาวิทยาลัยได้รึเปล่า

น่าอับอายขายหน้าสิ้นดี!

ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น แม้แต่เพียงสวีเผิงเทียนเองก็เผยสีหน้าปั้นยาก

ในฐานะนักบวชแล้ว ซู่จื่ออันให้ความสนใจไปที่การฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับสีวเผิงเทียนและคนอื่นๆ

และเมื่อมีเพื่อนร่วมทีมหนีจากไป แรงกดดันที่คนที่เหลือจะได้รับก็เพิ่มสูงขึ้นอีกหลายเท่า

หน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ไหลริน

"เหล่าซู่ เหล่าปู้ สถานการณ์เลวร้ายมาก พลังชีวิตของพวกนายลดเร็วเกินไป ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปฉันฮีลให้ไม่ทันแน่!"

ได้ยินดังนั้น สวีเผิงเทียนก็หน้าแปรเปลี่ยน

"เวรเอ๊ย!"

ปู้เจิ่งซิ่นก็หน้าแปรเปลี่ยนเช่นกัน

ในฐานะนักเรียนท็อปสิบของเมืองประกายแสง คะแนนในปัจจุบันเห็นได้ชัดว่ายังไม่ถึงเป้าหมายของพวกเขา

ตอนนี้เอง เติ้งเฉิงจื่อก็มองไปที่สวีเผิงเทียนและคนอื่นๆด้วยความลังเล

"พี่น้องทั้งหลาย พวกเรายังจะสู้กันต่อไปไหม? คนพวกนั้นหนีไปแล้ว เหลือแค่เพียงพวกเรา!"

ขณะที่พูด น้ำเสียงของเขายังแฝงไว้ด้วยความไม่มั่นใจ

กลุ่มของพวกเขาเหลือกันไม่ถึงสามสิบคน

หากไม่รีบหนีออกไปตอนนี้ พวกเขาก็อาจจะไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้หนีออกจากมิติลับแห่งนี้

เรื่องนี้มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย

ขณะที่สวีเผิงเทียนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ดวงตาของเขาก็ต้องเบิกกว้างขณะมองไปยังที่ห่างออกไป

ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงก่อนที่เขาจะเริ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"ไม่....ไม่จำเป็นต้องสู้แล้ว ลูกพี่ฉันมาแล้ว! ไอ้ต่างดาวพวกนี้ไม่รอดแน่!"

ได้ยินคำพูดของสวีเปิงเทียน ปู้เจิ่งซิ่นก็ตัวแข็งค้าง จากนัน้จึงหันไปมองยังทิศเดียวกับที่สวีเผิงเทียนมองไป

จากนั้นก็เผยรอยยิ้มที่ดูตื่นเต้นออกมา

"อย่าเพิ่งถอนตัว!"

เติ้งเฉิงจื่อและคนอื่นๆมองพวกสวีเผิงเทียนด้วยความงุนงง

พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆสวีเผิงเทียนถึงได้ดูตื่นเต้นขนาดนี้

ตอนนี้เอง กระสุนเวทก็พุ่งเข้าโจมตีใส่พวกต่างเผ่าพันธุ์อย่างแม่นยำ

ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม!!

เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

-21921

-20121

-13491

……

ตัวเลขค่าความเสียหายลอยขึ้นมาไม่หยุด พวกต่างเผ่าพันธุ์ล้วนถูกสังหารตายคาที่ ซากศพที่ไร้วิญญาณล้มฟาดลงกับพื้น

เติ้งเฉิงจื่ออ้าปากค้าง ดองตาทอแววยากจะทำใจเชื่อ

"นี่......"

ทุกคนมองไปยังทิศทางที่กระสุนเวทพุ่งมาและเห็นว่ามีมังกรดินขนาดใหญ่กำลังวิ่งมาทางนี้

ที่อยู่ด้านข้างของมังกรดินคืออัศวินที่สวมใส่ชุดเกราะสีดำล้วนทั้งตัว ขณะที่บนหลังของมังกรดินก็มีคนนั่งอยุ่สามคน

เป็นหนึ่งชายสองหญิง

เติ้งเฉิงจื่อรู้จักหญิงสาวทั้งสอง

"สองคนนั่น.....หยานจีกับจั่วมู่เกอ?"

ตระกูลเติ้งเองก็ถือเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ แม้ว่าจะไม่มีบรรพชนที่เป็นเทพ แต่พวกเขาก็ยังมีบรรพชนที่อยู่ในระดับเทวทูต

ดังนั้นย่อมคุ้นเคยกับอาชีพหายากของตระกูลหยานและตระกูลจั่ว

อย่างไรก็ตาม เขาไม่รู้จักชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงกลาง

นั่นใครกัน.....

หรือว่าจะเป็นลูกพี่ที่สวีเผิงเทียนพูดถึง?!

เขาหันไปมองพวกสวีเผิงเทียนและพบว่าสวีเผิงเทียนและคนอื่นๆก็กำลังตกตะลึงเช่นเดียวกัน

ถึงอย่างไร สวีเผิงเทียนและคนอื่นๆก็เพียงรู้ว่าหลินอวี่นั้นมีสมบัติล้ำค่ามากมาย

แต่พวกเขาไม่รู้ว่าหลินอวี่แข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่

ทว่าตอนนี้พวกเขาได้ทราบอย่างกระจ่างแล้ว

นี่เป็นกลุ่มที่แข็งกลุ่มหนึ่ง

ซึ่งความจริง หลินอวี่แทบไม่ได้ลงแรงอะไร มิเช่นนั้นดาเมจที่ทำได้จะต้องสูงกว่านี้

พวกหลินอวี่ขี่มังกรดินเข้ามาพวกสวีเผิงเทียน

สวีเผิงเทียนได้สติกลับมาก่อนที่สีหน้าจะฉายแววตื่นเต้นยินดี

"พี่ใหญ่! โชคดีที่พี่มาทัน ไม่อย่างนั้นผมเเกือบจะถอนตัวจากการสอบอยู่แล้ว"

หลินอวี่ "......."

เขามองสวีเผิงเทียนด้วยความปวดประสาท

หมอนี่กลับยึดถือเขาเป็นพี่ใหญ่โดยที่เขายังไม่ได้ยินยอมด้วยซ้ำ

"หลินอวี่ ขอบคุณมาก"

ปู้เจิ่งซิ่นและคนอื่นๆเดินเข้ามาขอบคุณ

อย่างไรก็ตาม พวกเขาย่อมไม่ประจบประแจงอย่างไร้ยางอายเหมือนกับสวีเผิงเทียน

ลูกพี่ พี่ใหญ่ พวกเขายังไม่กล้าใช้คำเรียกหานี้

เติ้งเฉิงจื่อและคนอื่นๆเองก็เดินเข้ามา

"สวัสดีหลินอวี่ ฉันชื่อเติ้งเฉิงจื่อ ขอบคุณที่นายช่วยพวกเราเอาไว้ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงจะตกอยู่ในอันตรายแน่ๆ"

"ใช่แล้ว ขอบคุณนะหลินอวี่"

"......."

หลายคนกล่าวขอบคุณจากใจจริง

หลินอวี่เพียงยิ้มบาง

"ไม่ได้ลำบากอะไรหรอก"

"หืม? นายมาจากตระกูลเติ้งอย่างนั้นเหรอ?"

จั่วมู่เกอมองเติ้งเฉิงจื่อด้วยความประหลาดใจ

"คุณหนูจั่ว คุณหนูหยาน ไม่ได้เจอกันนายเลยนะครับ"

เติ้งเฉิงจื่อกล่าวทักทายอย่างสุภาพ

หยานจีพยักหน้ารับโดยไม่กล่าวอะไร

จั่วมู่เกอยิ้ม "เกิดอะไรขึ้นกับคนพวกนี้?"

เธอชี้ไปที่พื้น

ซากร่างที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนเผ่าพันธุ์เดียวกับพวกเธอ

เติ้งเฉิงจื่อยิ้มเจื่อน

"เกรงว่าพวกระดับสูงของเผ่าพันธุ์อื่นในมิติลับจะส่งพวกเขามาล้อมฆ่าพวกเราโดยเฉพาะ"

"ใช่ ก่อนหน้านี้พวกเราก็เจอกับพวกมนุษย์หนูเหมือนกัน เดาว่าข่าวการมาของพวกนักเรียนได้แพร่กระจายออกไปแล้ว เกรงว่าคงมีคนที่ถูกซุ่มโจมตีและตายไปหลายคนแล้ว"

"ข่าวแพร่กระจาย......"

หลินอวี่ชะงัก จากนั้นจึงหรี่ตาลง

ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร ที่รอบข้างก็มีเผ่าพันธุ์ต่างาวปรากฏตัวขึ้นล้อมคนทั้งหมดเอาไว้

"ที่มนุษย์หนูสองกลุ่มหมายถึงใช่เจ้าพวกนี้รึเปล่า?"

มนุษย์แมวซึ่งดูเหมือนจะเป็นผู้นำหรี่ตาลงมองมังกรดินและอัศวินแห่งฝันร้ายที่อยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

"พี่น้องที่ตายไปในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ากลุ่มที่มีมังกรดินและอัศวินแห่งฝันร้ายสองตัวนั้นแข็งแกร่งมาก และนี่อาจจะเป็นไพ่ตายของพวกมนุษย์ ดังนั้นจึงควรระวังให้มาก"

มนุษย์หนูตัวหนึ่งเอ่ยเตือน

ตอนนี้เอง พวกเขาก็มองเห็นซากศพที่กระจัดกระจายอยู่เกลื่อนพื้น พวกเขาพลันหน้าแปรเปลี่ยน สีหน้าแววตาเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นมา

"นั่นบาบิส! บัดซบ! พวกเขาตายอยู่ที่นี่!"

"จะต้องเป็นฝีมือของพวกมันแน่! เกรงว่าพวกมันจะแข็งแกร่งกว่าที่เราคิด ระวังตัวด้วย!"

พวกเขาไม่ได้ตื่นตระหนกหรือเสียขวัญเพราะถึงอย่างไร กลุ่มของพวกเขาก็แข็งแกร่งกว่ากลุ่มของบาบิสมาก

กลุ่มของบาบิส มีคลาสสามอยู่เพียงสาม แต่พวกเขามีคลาสสามอยู่ถึงหก!

"ฆ่า!!!"

มนุษย์แมวออกคำสั่ง พรรคพวกที่ด้านหลังจึงโถมพุ่งเข้าหาพวกหลินอวี่

มองดูพวกต่างดาวที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นโจมตี สวีเผิงเทียนและคนที่เหลือต่างก็ขมวดคิ้ว

นี่.....อย่างนี้รึเปล่าที่เรียกว่าการพาตัวเข้ามาตาย?