อย่างไรก็ตาม ต้นไม้โดดเดี่ยวย่อมยากจะยืนหยัด
แม้แต่เขื่อนที่ยาวนับพันกิโลเมตรก็ยังพังทลายได้เพราะรังมดเพียงรังเดียว เมื่อแนวหน้าขาดการสนับสนุน พวกเขาก็ถูกบับให้ถอยกลับมา
"ไม่เอาแล้ว! ฉันจะออกไป!"
ทันใดนั้นก็มีนักเรียนที่หวาดกลัวจนเลือกที่จะถอนตัวจากการสอบ
เมื่อมีผู้นำ คนที่เหลือก็เริ่มถอนตัวตามไปทีละคน
เมื่อสหายร่วมรบหลบหนีไปทีละคน แรงกดดันที่ซึ่งคนที่เหลือต้องแบกรับก็พลันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี
"แม่งเอ๊ย!"
สีหน้าของเติ้งเฉิงจื่อทอแววไม่เต็มใจ เขาคำรามด้วยความหงุดหงิด
"ไอ้พวกขี้ขลาดตาขาว!"
หากว่าถอนตัวจากไปตอนนี้ คะแนนของเขาก็จะจบลงเพียงเท่านี้
และนั่นก็ยากจะบอกได้ว่าเขาจะเข้าสองสุดยอดมหาวิทยาลัยได้รึเปล่า
น่าอับอายขายหน้าสิ้นดี!
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น แม้แต่เพียงสวีเผิงเทียนเองก็เผยสีหน้าปั้นยาก
ในฐานะนักบวชแล้ว ซู่จื่ออันให้ความสนใจไปที่การฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับสีวเผิงเทียนและคนอื่นๆ
และเมื่อมีเพื่อนร่วมทีมหนีจากไป แรงกดดันที่คนที่เหลือจะได้รับก็เพิ่มสูงขึ้นอีกหลายเท่า
หน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ไหลริน
"เหล่าซู่ เหล่าปู้ สถานการณ์เลวร้ายมาก พลังชีวิตของพวกนายลดเร็วเกินไป ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปฉันฮีลให้ไม่ทันแน่!"
ได้ยินดังนั้น สวีเผิงเทียนก็หน้าแปรเปลี่ยน
"เวรเอ๊ย!"
ปู้เจิ่งซิ่นก็หน้าแปรเปลี่ยนเช่นกัน
ในฐานะนักเรียนท็อปสิบของเมืองประกายแสง คะแนนในปัจจุบันเห็นได้ชัดว่ายังไม่ถึงเป้าหมายของพวกเขา
ตอนนี้เอง เติ้งเฉิงจื่อก็มองไปที่สวีเผิงเทียนและคนอื่นๆด้วยความลังเล
"พี่น้องทั้งหลาย พวกเรายังจะสู้กันต่อไปไหม? คนพวกนั้นหนีไปแล้ว เหลือแค่เพียงพวกเรา!"
ขณะที่พูด น้ำเสียงของเขายังแฝงไว้ด้วยความไม่มั่นใจ
กลุ่มของพวกเขาเหลือกันไม่ถึงสามสิบคน
หากไม่รีบหนีออกไปตอนนี้ พวกเขาก็อาจจะไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้หนีออกจากมิติลับแห่งนี้
เรื่องนี้มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย
ขณะที่สวีเผิงเทียนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ดวงตาของเขาก็ต้องเบิกกว้างขณะมองไปยังที่ห่างออกไป
ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงก่อนที่เขาจะเริ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"ไม่....ไม่จำเป็นต้องสู้แล้ว ลูกพี่ฉันมาแล้ว! ไอ้ต่างดาวพวกนี้ไม่รอดแน่!"
ได้ยินคำพูดของสวีเปิงเทียน ปู้เจิ่งซิ่นก็ตัวแข็งค้าง จากนัน้จึงหันไปมองยังทิศเดียวกับที่สวีเผิงเทียนมองไป
จากนั้นก็เผยรอยยิ้มที่ดูตื่นเต้นออกมา
"อย่าเพิ่งถอนตัว!"
เติ้งเฉิงจื่อและคนอื่นๆมองพวกสวีเผิงเทียนด้วยความงุนงง
พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆสวีเผิงเทียนถึงได้ดูตื่นเต้นขนาดนี้
ตอนนี้เอง กระสุนเวทก็พุ่งเข้าโจมตีใส่พวกต่างเผ่าพันธุ์อย่างแม่นยำ
ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม!!
เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
-21921
-20121
-13491
……
ตัวเลขค่าความเสียหายลอยขึ้นมาไม่หยุด พวกต่างเผ่าพันธุ์ล้วนถูกสังหารตายคาที่ ซากศพที่ไร้วิญญาณล้มฟาดลงกับพื้น
เติ้งเฉิงจื่ออ้าปากค้าง ดองตาทอแววยากจะทำใจเชื่อ
"นี่......"
ทุกคนมองไปยังทิศทางที่กระสุนเวทพุ่งมาและเห็นว่ามีมังกรดินขนาดใหญ่กำลังวิ่งมาทางนี้
ที่อยู่ด้านข้างของมังกรดินคืออัศวินที่สวมใส่ชุดเกราะสีดำล้วนทั้งตัว ขณะที่บนหลังของมังกรดินก็มีคนนั่งอยุ่สามคน
เป็นหนึ่งชายสองหญิง
เติ้งเฉิงจื่อรู้จักหญิงสาวทั้งสอง
"สองคนนั่น.....หยานจีกับจั่วมู่เกอ?"
ตระกูลเติ้งเองก็ถือเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ แม้ว่าจะไม่มีบรรพชนที่เป็นเทพ แต่พวกเขาก็ยังมีบรรพชนที่อยู่ในระดับเทวทูต
ดังนั้นย่อมคุ้นเคยกับอาชีพหายากของตระกูลหยานและตระกูลจั่ว
อย่างไรก็ตาม เขาไม่รู้จักชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงกลาง
นั่นใครกัน.....
หรือว่าจะเป็นลูกพี่ที่สวีเผิงเทียนพูดถึง?!
เขาหันไปมองพวกสวีเผิงเทียนและพบว่าสวีเผิงเทียนและคนอื่นๆก็กำลังตกตะลึงเช่นเดียวกัน
ถึงอย่างไร สวีเผิงเทียนและคนอื่นๆก็เพียงรู้ว่าหลินอวี่นั้นมีสมบัติล้ำค่ามากมาย
แต่พวกเขาไม่รู้ว่าหลินอวี่แข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่
ทว่าตอนนี้พวกเขาได้ทราบอย่างกระจ่างแล้ว
นี่เป็นกลุ่มที่แข็งกลุ่มหนึ่ง
ซึ่งความจริง หลินอวี่แทบไม่ได้ลงแรงอะไร มิเช่นนั้นดาเมจที่ทำได้จะต้องสูงกว่านี้
พวกหลินอวี่ขี่มังกรดินเข้ามาพวกสวีเผิงเทียน
สวีเผิงเทียนได้สติกลับมาก่อนที่สีหน้าจะฉายแววตื่นเต้นยินดี
"พี่ใหญ่! โชคดีที่พี่มาทัน ไม่อย่างนั้นผมเเกือบจะถอนตัวจากการสอบอยู่แล้ว"
หลินอวี่ "......."
เขามองสวีเผิงเทียนด้วยความปวดประสาท
หมอนี่กลับยึดถือเขาเป็นพี่ใหญ่โดยที่เขายังไม่ได้ยินยอมด้วยซ้ำ
"หลินอวี่ ขอบคุณมาก"
ปู้เจิ่งซิ่นและคนอื่นๆเดินเข้ามาขอบคุณ
อย่างไรก็ตาม พวกเขาย่อมไม่ประจบประแจงอย่างไร้ยางอายเหมือนกับสวีเผิงเทียน
ลูกพี่ พี่ใหญ่ พวกเขายังไม่กล้าใช้คำเรียกหานี้
เติ้งเฉิงจื่อและคนอื่นๆเองก็เดินเข้ามา
"สวัสดีหลินอวี่ ฉันชื่อเติ้งเฉิงจื่อ ขอบคุณที่นายช่วยพวกเราเอาไว้ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงจะตกอยู่ในอันตรายแน่ๆ"
"ใช่แล้ว ขอบคุณนะหลินอวี่"
"......."
หลายคนกล่าวขอบคุณจากใจจริง
หลินอวี่เพียงยิ้มบาง
"ไม่ได้ลำบากอะไรหรอก"
"หืม? นายมาจากตระกูลเติ้งอย่างนั้นเหรอ?"
จั่วมู่เกอมองเติ้งเฉิงจื่อด้วยความประหลาดใจ
"คุณหนูจั่ว คุณหนูหยาน ไม่ได้เจอกันนายเลยนะครับ"
เติ้งเฉิงจื่อกล่าวทักทายอย่างสุภาพ
หยานจีพยักหน้ารับโดยไม่กล่าวอะไร
จั่วมู่เกอยิ้ม "เกิดอะไรขึ้นกับคนพวกนี้?"
เธอชี้ไปที่พื้น
ซากร่างที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนเผ่าพันธุ์เดียวกับพวกเธอ
เติ้งเฉิงจื่อยิ้มเจื่อน
"เกรงว่าพวกระดับสูงของเผ่าพันธุ์อื่นในมิติลับจะส่งพวกเขามาล้อมฆ่าพวกเราโดยเฉพาะ"
"ใช่ ก่อนหน้านี้พวกเราก็เจอกับพวกมนุษย์หนูเหมือนกัน เดาว่าข่าวการมาของพวกนักเรียนได้แพร่กระจายออกไปแล้ว เกรงว่าคงมีคนที่ถูกซุ่มโจมตีและตายไปหลายคนแล้ว"
"ข่าวแพร่กระจาย......"
หลินอวี่ชะงัก จากนั้นจึงหรี่ตาลง
ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร ที่รอบข้างก็มีเผ่าพันธุ์ต่างาวปรากฏตัวขึ้นล้อมคนทั้งหมดเอาไว้
"ที่มนุษย์หนูสองกลุ่มหมายถึงใช่เจ้าพวกนี้รึเปล่า?"
มนุษย์แมวซึ่งดูเหมือนจะเป็นผู้นำหรี่ตาลงมองมังกรดินและอัศวินแห่งฝันร้ายที่อยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"พี่น้องที่ตายไปในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ากลุ่มที่มีมังกรดินและอัศวินแห่งฝันร้ายสองตัวนั้นแข็งแกร่งมาก และนี่อาจจะเป็นไพ่ตายของพวกมนุษย์ ดังนั้นจึงควรระวังให้มาก"
มนุษย์หนูตัวหนึ่งเอ่ยเตือน
ตอนนี้เอง พวกเขาก็มองเห็นซากศพที่กระจัดกระจายอยู่เกลื่อนพื้น พวกเขาพลันหน้าแปรเปลี่ยน สีหน้าแววตาเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นมา
"นั่นบาบิส! บัดซบ! พวกเขาตายอยู่ที่นี่!"
"จะต้องเป็นฝีมือของพวกมันแน่! เกรงว่าพวกมันจะแข็งแกร่งกว่าที่เราคิด ระวังตัวด้วย!"
พวกเขาไม่ได้ตื่นตระหนกหรือเสียขวัญเพราะถึงอย่างไร กลุ่มของพวกเขาก็แข็งแกร่งกว่ากลุ่มของบาบิสมาก
กลุ่มของบาบิส มีคลาสสามอยู่เพียงสาม แต่พวกเขามีคลาสสามอยู่ถึงหก!
"ฆ่า!!!"
มนุษย์แมวออกคำสั่ง พรรคพวกที่ด้านหลังจึงโถมพุ่งเข้าหาพวกหลินอวี่
มองดูพวกต่างดาวที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นโจมตี สวีเผิงเทียนและคนที่เหลือต่างก็ขมวดคิ้ว
นี่.....อย่างนี้รึเปล่าที่เรียกว่าการพาตัวเข้ามาตาย?
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved