หลังจากที่กามะฮิโระพูดจบ
กามะบุนตะ และ กามะเก็น ก็มองไปที่จิไรยะด้วยสายตาเดียวกัน
หากพวกเขาไม่ได้รับคําตอบที่สมเหตุสมผลในการอัญเชิญพวกเขาทั้งสามมาแบบนี้ ทุกอย่างจะไม่จบง่ายๆแน่
จิไรยะกลับมาได้สติอีกครั้ง เขามองไปรอบๆและพูดด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นว่า "เอ่อ..จริงๆแล้วฉันน่ะไม่ใช่คนที่เรียกพวกนายมาหรอกนะ"
"ไม่ใช่นายเหรอ?" กามะบุนตะสงสัยและพ่นควันออกมาก่อนจะพูดว่า "ถ้าอย่างนั้นก็มินาโตะสินะ?"
"แล้วทําไมข้าถึงไม่เห็นเขาอยู่แถวนี้เลย?" กามะบุนตะถาม
ในหมู่ผู้ใช้คาถากบตอนนี้ อาจจะอัญเชิญกบทั่วไปมาจากภูเขาเมียวโบคุหรือไม่ก็มาเป็นลูกอ็อด
แต่ถึงอย่างนั้นก็มีน้อยมากที่ผู้ใช้คาถาอัญเชิญจะสามารถใช้จักระอันมหาศาลเพื่ออัญเชิญกบขนาดใหญ่พร้อมกันได้สามตัวพร้อมๆกัน
นอกจากจิไรยะกับมินาโตะแล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถนึกถึงใครได้อีก
"เด็กคนนั้นต่างหาก!" จิไรยะมองไปที่ชินหยูและพูดด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นว่า "ที่เหลือนายจัดการเอาเองนะ การที่นายเรียกพวกเขามาทั้งสามตัวได้ในการอัญเชิญครั้งแรกได้แบบนี้ต้องไม่ใช่เรื่องปกติแน่ๆ นายหาเหตุผลพูดกับพวกเขาดีๆซะล่ะ!!"
หลังจากที่พูดจบ จิไรยะก็วิ่งหนีไปไกลๆจากจุดที่ชินหยูใช้คาถาอัญเชิญทันที
สีหน้าของยูกาโอะและอิทาจิที่เห็นสามกบใหญ่ตรงหน้านั้นยังคงตกตะลึงอยู่
แต่หลังจากที่เห็นกบทั้งสามตัวที่ใหญ่พอๆกับภูเขาเล็กๆ พวกเขาทั้งคู่ยังคงกัดฟันและอยากจะเดินไปที่หาข้างๆชินหยูอยู่ดี
"พวกเธอสองคนน่ะอยู่ตรงนั้นก่อน ปล่อยให้ที่นี่เป็นของฉันเอง"
ชินหยูเงยหน้าขึ้นไปมองกามะบุนตะและพูดว่า "ยินดีที่ได้รู้จัก เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้พบกัน ผมมีความสุขมากที่สามารถอัญเชิญกบที่แข็งแกร่งทั้งสามออกมาได้"
"เฮอะ เป็นแค่เด็กงั้นเรอะ ฉันก็คิดว่าเจ้าสองคนนั้นอัญเชิญพวกข้าออกมาซะอีก" กามะบุนตะพูดอย่างเย็นชา
"แต่อย่าคิดว่านายจะเรียกพวกข้ามาแล้วให้ข้ากลับไปได้ง่ายๆนะเว้ยไอ้หนู"
เห็นได้ชัดว่ากามะฮิโระกับกามะเก็นนั้นทำตัวเหมือนเป็นผู้ติดตามของกามะบุนตะ แม้ว่าทั้งสองนั้นจะไม่ได้พูดอะไรแต่ก็แสดงท่าทีเห็นด้วยกับกามะบุนตะ
"แล้วผมต้องทำยังไงล่ะ?" รอยยิ้มของชินหยูกว้างขึ้นเล็กน้อย
แน่นอน เขารู้อยู่แล้วว่ายิ่งสัตว์อัญเชิญแข็งแกร่งเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะเหมือนคนมากขึ้น
ก่อนที่จะทำให้มันเชื่องได้ ผู้อัญเชิญต้องแสดงความเป็นเจ้านายของมันให้อยู่หมัด
"ก็ง่ายๆ ถ้านายเอาชนะพวกข้าทั้งสามได้ พวกข้าก็จะกลับไปแต่โดยดี ถ้านายแพ้นายจะต้องช่วยพวกข้าจับแมลงเป็นเวลาหนึ่งเดือน" กามะบุนตะพูดขณะที่หรี่ตาลง
เมื่อนึกถึงแมลงแสนอร่อยเหล่านั้น มันก็แทบจะน้ำลายไหลออกมา
"งั้นเหรอ ผมเองก็ชอบน่ะวิธีแก้ปัญหาแบบนี้น่ะ!" ชินหยูยิ้มเมื่อได้ยินแบบนี้
กามะบุนตะตกใจเล็กน้อยก่อนที่มันจะเห็นเนตรวงแหวนสีแดงของชินหยูที่กำลังหมุนวนอย่างรวดเร็ว
“เนตรวงแหวนเก้าลูกน้ำงั้นเรอะ!”
เมื่อเนตรวงแหวนของชินหยูถูกแสดงออกมา พลังเนตรมหาศาลจึงพุ่งใส่กบทั้งสามตัวอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นแบบนี้ ท่าทีของกามะบุนตะและกบอีกสองตัวเปลี่ยนไปอย่างมาก
"เนี่ยน่ะเรอะเนตรวงแหวนอันโด่งดังนั้น ข้าไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นด้วยตาตัวเองแบบนี้" การแสดงออกทางสีหน้าของกามะบุนตะ เปลี่ยนไปทันที
"ระวังด้วย พลังเนตรระดับนี้ไม่ธรรดาเลย"
กามะบุนตะตะโกนและคว้ามีดสั้นที่เอวของเขาออกมาขณะที่ชินหยูนั้นเริ่มเคลื่อนไหวไปก่อนมันแล้ว
แย่แล้ว!
ตอนนี้มันกำลังเห็นชินหยูเบิกตากว้างขึ้นต่อหน้า
"อ่านจันทรา!"
การใช้อ่านจันทรากับกบทั้งสามตัวในครั้งเดียวนั้นเผาผลาญจักระในร่างกายของชินหยูไปอย่างมาก
เขาจึงใช้มันแค่ระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น
แต่ถึงจะเป็นเวลาสั้นๆในโลกความเป็นจริง มันก็มากเพียงพอในโลกแห่งภาพวงตแล้ว
จิไรยะและคนอื่นๆเห็นเพียงแค่กามะบุนตะและกับอีกสองตัวไม่ขยับร่างกายเลยเท่านั้น
ขณะเดียวกัน พื้นดินใต้เท้าของินหยูได้แตกออกพร้อมกับภายใต้การไหลเวียนของจักระสายฟ้าทั่วร่างกายของชินหยู
ร่างกายของเขากลายเป็นลำแสงประกายสายฟ้าและพุ่งใส่ที่หัวของกามะบุนตะในพริบตา
เมื่อกบตัวใหญ่ทั้งสามนั้นได้สติอีกครั้ง ร่างของชินหยูก็หายไปแล้ว
"คุณกําลังมองหาผมอยู่เหรอ? ผมอยู่บนหัวของคุณน่ะ" ชินหยูลูบหัวกามะบุนตะด้วยรอยยิ้ม
สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทําให้สีหน้าของกามะบุนตะแข็งทื่อทันที
ถ้าหากเป็นสถานการณ์ปกติ กามาบุนตะจะโกรธจนคลั่งอย่างแน่นอน
แต่คราวนี้มันไม่กล้าทําอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
ไม่ว่าจะเป็นกามะบุนตะหรือกามะเก็นและแม้แต่กามะฮิโระก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวร่างกาย
พวกมันรู้ดีว่าทันทีที่พวกมันตกอยู่ในภาพลวงตา
มันก็พิสูจน์ให้เห็นได้แล้วว่าเด็กคนนี้สามารถฆ่าพวกมันได้ด้วยการโจมตีเพียวงครั้งเดียวเท่านั้น
และเมื่อเป็นแบบนี้ ทุกอย่างจึงถูกตัดสินลงแล้ว
"ไอ้หนู ข้าไม่คิดเลยว่าพลังของนายจะมากมายขนาดนี้ได้ ข้ายอมแพ้" กามะบุนตะเอามือขวาของมันที่ถือมีดอยู่ลงและคว้าบุหรี่ขึ้นมาสูบแทน
"ครั้งนี้ข้าจะไม่ติดใจอะไรกับนายนะไอ้หนู แต่ครั้งหน้าที่นายอัญเชิญพวกข้ามา ข้าหวังว่ามันจะเป็นเรื่องจำเป็นจริงๆ เพราะพวกข้าไม่อยากใช้เวลาร่วมกันทุกครั้งที่ออกมาหรอกนะ"
"พวกเรากลับได้แล้ว"
หลังจากที่พูดจบ กามะบุนตะและกบอีกสองตัวก็กลายเป็นกลุ่มควันแล้วหายไปทันที
"ทะ..ทำไมมันง่ายขนาดนี้ล่ะ?" จิไรยะตกตะลึงอย่างมากที่เห็นแบบนี้
เขายังจำไม่ลืมว่าเขาถูกพวกกบทั้งสามนี้แกล้งยังไงบ้างในครั้งแรกที่เขาเข้าไปในภูเขาเมียวโบคุ
โดยเฉพาะงานฉลองแมลงครั้งนั้น จิไรยะถูกบังคับให้กินแมลงที่ยังดิ้นๆอยู่ในชามซึ่งเป็นความทรงจำที่เขาจำไม่ลืม
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้เขาก็รู้สึกคลื่นไส้อย่างมาก
ชินหยูค่อยๆลงมาที่พื้นและเห็นอิทาจิกับยูกาโอะรีบเข้ามาหา เขาจึงพูดว่า "ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เป็นไร"
"พี่ชินหยู นั่นคือเนตรวงแหวนใช่ไหม?" อิทาจิอดไม่ได้ที่จะถาม
ในสายตาของคนอื่น แม้อิทาจิจะถูกเรียกว่าเป็นอัจฉริยะเพราะเขาได้เบิกเนตรวงแหวนหนึ่งลูกน้ำได้ก่อนที่เขาจะอายุได้เจ็ดขวบ
นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขามาตลอด
แต่เมื่อเห็นชินหยูอัญเชิญกบใหญ่ทั้งสามออกมานั้น ดวงตาของอิทาจิจึงเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับว่าเขากำลังถูกถึงดูดเข้าสู่โลกแห่งภาพลวงตา
ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เรื่องที่เขาถูกเรียกว่าเป็นอัจฉริยะกลายเป็นเรื่องปกติไปทันที
"นี่คือเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาซึ่งอยู่เหนือกว่าเนตรวงแหวนทั่วไป และในอนาคตนายก็จะมีเนตรนี้เป็นของตัวเองด้วยเหมือนกัน" ชินหยูพูดกับอิทาจิ
ไม่ว่าจะเป็น เทวีสุริยา อ่านจันทราและซูซาโนะโอที่เขามีตอนนี้คือพลังที่ได้มาจากระบบทั้งนั้น
และนอกจากนี้ยังถือได้ว่าเป็นการขโมยพลังเนตรของอิทาจิในอนาคตมาอีกด้วย
"จริงเหรอพี่ชินหยู?" อิทาจิแสดงให้เห็นถึงความไร้เดียงสาที่หาได้ยากในวัยเด็กของเขา
ชินหยูพูดกับเขาอีกครั้ง "แน่นอน"
"จะว่าไปนี่มันก็เย็นมากแล้ว พวกเธอกลับไปก่อนเถอะ ฉันจะคุยกับคุณจิไรยะอีกสักหน่อยน่ะ"
ยูกาโอะและอิทาจิมองไปที่ชินหยูอย่างลังเล จากนั้นพวกเธอจึงหันหลังและจากไป
ในตอนนี้มีเพียงชินหยูกับจิไรยะเท่านั้นที่อยู่ในที่โล่งกว้างแห่งนี้
"ไอ้หนู ความสามารถของนายช่างน่าประทับใจจริงๆ แม้แต่ฉันเองก็ไม่คิดว่าพลังเนตรของนายจะแข็งแกร่งมากจนกบทั้งสามแห่งภูเขาเมียวโบคุจะโดนคาถาลวงตาเล่นงานได้ ถ้าฉันไม่เห็นมันด้วยตาของฉันเอง ฉันก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน" จิไรยะพูดออกมาด้วยความเหลือเชื่อ
ในสายตาของเขานั้น ชินหยูเลือกที่จะแสดงความแข็งแกร่งของเขาออกมาต่อหน้าเขาได้โดยไม่ต้องลังเลเลย
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
"ฮ่ะๆๆ พลังของผมน่ะ ถ้าเทียบกับโหมดเซียนของคุณมันยังเทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ" ชินหยูหัวเราะออกมาแห้งๆ ก่อนที่เขาจะหยิบสาเกออกมาสองขวดออกจากกระเป๋าเป้แล้วโยนขวดหนึ่งให้กับจิไรยะ
"การดื่มน่ะทําให้การพูดคุยไหลลื่นขึ้น คุณเองก็รู้สินะ?"
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved