ตอนที่ 51 ความตะลึงของจิไรยะ

หลังจากที่กามะฮิโระพูดจบ

กามะบุนตะ และ กามะเก็น ก็มองไปที่จิไรยะด้วยสายตาเดียวกัน

หากพวกเขาไม่ได้รับคําตอบที่สมเหตุสมผลในการอัญเชิญพวกเขาทั้งสามมาแบบนี้ ทุกอย่างจะไม่จบง่ายๆแน่

จิไรยะกลับมาได้สติอีกครั้ง เขามองไปรอบๆและพูดด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นว่า "เอ่อ..จริงๆแล้วฉันน่ะไม่ใช่คนที่เรียกพวกนายมาหรอกนะ"

"ไม่ใช่นายเหรอ?" กามะบุนตะสงสัยและพ่นควันออกมาก่อนจะพูดว่า "ถ้าอย่างนั้นก็มินาโตะสินะ?"

"แล้วทําไมข้าถึงไม่เห็นเขาอยู่แถวนี้เลย?" กามะบุนตะถาม

ในหมู่ผู้ใช้คาถากบตอนนี้ อาจจะอัญเชิญกบทั่วไปมาจากภูเขาเมียวโบคุหรือไม่ก็มาเป็นลูกอ็อด

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีน้อยมากที่ผู้ใช้คาถาอัญเชิญจะสามารถใช้จักระอันมหาศาลเพื่ออัญเชิญกบขนาดใหญ่พร้อมกันได้สามตัวพร้อมๆกัน

นอกจากจิไรยะกับมินาโตะแล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถนึกถึงใครได้อีก

"เด็กคนนั้นต่างหาก!" จิไรยะมองไปที่ชินหยูและพูดด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นว่า "ที่เหลือนายจัดการเอาเองนะ การที่นายเรียกพวกเขามาทั้งสามตัวได้ในการอัญเชิญครั้งแรกได้แบบนี้ต้องไม่ใช่เรื่องปกติแน่ๆ นายหาเหตุผลพูดกับพวกเขาดีๆซะล่ะ!!"

หลังจากที่พูดจบ จิไรยะก็วิ่งหนีไปไกลๆจากจุดที่ชินหยูใช้คาถาอัญเชิญทันที

สีหน้าของยูกาโอะและอิทาจิที่เห็นสามกบใหญ่ตรงหน้านั้นยังคงตกตะลึงอยู่

แต่หลังจากที่เห็นกบทั้งสามตัวที่ใหญ่พอๆกับภูเขาเล็กๆ พวกเขาทั้งคู่ยังคงกัดฟันและอยากจะเดินไปที่หาข้างๆชินหยูอยู่ดี

"พวกเธอสองคนน่ะอยู่ตรงนั้นก่อน ปล่อยให้ที่นี่เป็นของฉันเอง"

ชินหยูเงยหน้าขึ้นไปมองกามะบุนตะและพูดว่า "ยินดีที่ได้รู้จัก เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้พบกัน ผมมีความสุขมากที่สามารถอัญเชิญกบที่แข็งแกร่งทั้งสามออกมาได้"

"เฮอะ เป็นแค่เด็กงั้นเรอะ ฉันก็คิดว่าเจ้าสองคนนั้นอัญเชิญพวกข้าออกมาซะอีก" กามะบุนตะพูดอย่างเย็นชา

"แต่อย่าคิดว่านายจะเรียกพวกข้ามาแล้วให้ข้ากลับไปได้ง่ายๆนะเว้ยไอ้หนู"

เห็นได้ชัดว่ากามะฮิโระกับกามะเก็นนั้นทำตัวเหมือนเป็นผู้ติดตามของกามะบุนตะ แม้ว่าทั้งสองนั้นจะไม่ได้พูดอะไรแต่ก็แสดงท่าทีเห็นด้วยกับกามะบุนตะ

"แล้วผมต้องทำยังไงล่ะ?" รอยยิ้มของชินหยูกว้างขึ้นเล็กน้อย

แน่นอน เขารู้อยู่แล้วว่ายิ่งสัตว์อัญเชิญแข็งแกร่งเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะเหมือนคนมากขึ้น

ก่อนที่จะทำให้มันเชื่องได้ ผู้อัญเชิญต้องแสดงความเป็นเจ้านายของมันให้อยู่หมัด

"ก็ง่ายๆ ถ้านายเอาชนะพวกข้าทั้งสามได้ พวกข้าก็จะกลับไปแต่โดยดี ถ้านายแพ้นายจะต้องช่วยพวกข้าจับแมลงเป็นเวลาหนึ่งเดือน" กามะบุนตะพูดขณะที่หรี่ตาลง

เมื่อนึกถึงแมลงแสนอร่อยเหล่านั้น มันก็แทบจะน้ำลายไหลออกมา

"งั้นเหรอ ผมเองก็ชอบน่ะวิธีแก้ปัญหาแบบนี้น่ะ!" ชินหยูยิ้มเมื่อได้ยินแบบนี้

กามะบุนตะตกใจเล็กน้อยก่อนที่มันจะเห็นเนตรวงแหวนสีแดงของชินหยูที่กำลังหมุนวนอย่างรวดเร็ว

“เนตรวงแหวนเก้าลูกน้ำงั้นเรอะ!”

เมื่อเนตรวงแหวนของชินหยูถูกแสดงออกมา พลังเนตรมหาศาลจึงพุ่งใส่กบทั้งสามตัวอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นแบบนี้ ท่าทีของกามะบุนตะและกบอีกสองตัวเปลี่ยนไปอย่างมาก

"เนี่ยน่ะเรอะเนตรวงแหวนอันโด่งดังนั้น ข้าไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นด้วยตาตัวเองแบบนี้" การแสดงออกทางสีหน้าของกามะบุนตะ เปลี่ยนไปทันที

"ระวังด้วย พลังเนตรระดับนี้ไม่ธรรดาเลย"

กามะบุนตะตะโกนและคว้ามีดสั้นที่เอวของเขาออกมาขณะที่ชินหยูนั้นเริ่มเคลื่อนไหวไปก่อนมันแล้ว

แย่แล้ว!

ตอนนี้มันกำลังเห็นชินหยูเบิกตากว้างขึ้นต่อหน้า

"อ่านจันทรา!"

การใช้อ่านจันทรากับกบทั้งสามตัวในครั้งเดียวนั้นเผาผลาญจักระในร่างกายของชินหยูไปอย่างมาก

เขาจึงใช้มันแค่ระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น

แต่ถึงจะเป็นเวลาสั้นๆในโลกความเป็นจริง มันก็มากเพียงพอในโลกแห่งภาพวงตแล้ว

จิไรยะและคนอื่นๆเห็นเพียงแค่กามะบุนตะและกับอีกสองตัวไม่ขยับร่างกายเลยเท่านั้น

ขณะเดียวกัน พื้นดินใต้เท้าของินหยูได้แตกออกพร้อมกับภายใต้การไหลเวียนของจักระสายฟ้าทั่วร่างกายของชินหยู

ร่างกายของเขากลายเป็นลำแสงประกายสายฟ้าและพุ่งใส่ที่หัวของกามะบุนตะในพริบตา

เมื่อกบตัวใหญ่ทั้งสามนั้นได้สติอีกครั้ง ร่างของชินหยูก็หายไปแล้ว

"คุณกําลังมองหาผมอยู่เหรอ? ผมอยู่บนหัวของคุณน่ะ" ชินหยูลูบหัวกามะบุนตะด้วยรอยยิ้ม

สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทําให้สีหน้าของกามะบุนตะแข็งทื่อทันที

ถ้าหากเป็นสถานการณ์ปกติ กามาบุนตะจะโกรธจนคลั่งอย่างแน่นอน

แต่คราวนี้มันไม่กล้าทําอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

ไม่ว่าจะเป็นกามะบุนตะหรือกามะเก็นและแม้แต่กามะฮิโระก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวร่างกาย

พวกมันรู้ดีว่าทันทีที่พวกมันตกอยู่ในภาพลวงตา

มันก็พิสูจน์ให้เห็นได้แล้วว่าเด็กคนนี้สามารถฆ่าพวกมันได้ด้วยการโจมตีเพียวงครั้งเดียวเท่านั้น

และเมื่อเป็นแบบนี้ ทุกอย่างจึงถูกตัดสินลงแล้ว

"ไอ้หนู ข้าไม่คิดเลยว่าพลังของนายจะมากมายขนาดนี้ได้ ข้ายอมแพ้" กามะบุนตะเอามือขวาของมันที่ถือมีดอยู่ลงและคว้าบุหรี่ขึ้นมาสูบแทน

"ครั้งนี้ข้าจะไม่ติดใจอะไรกับนายนะไอ้หนู แต่ครั้งหน้าที่นายอัญเชิญพวกข้ามา ข้าหวังว่ามันจะเป็นเรื่องจำเป็นจริงๆ เพราะพวกข้าไม่อยากใช้เวลาร่วมกันทุกครั้งที่ออกมาหรอกนะ"

"พวกเรากลับได้แล้ว"

หลังจากที่พูดจบ กามะบุนตะและกบอีกสองตัวก็กลายเป็นกลุ่มควันแล้วหายไปทันที

"ทะ..ทำไมมันง่ายขนาดนี้ล่ะ?" จิไรยะตกตะลึงอย่างมากที่เห็นแบบนี้

เขายังจำไม่ลืมว่าเขาถูกพวกกบทั้งสามนี้แกล้งยังไงบ้างในครั้งแรกที่เขาเข้าไปในภูเขาเมียวโบคุ

โดยเฉพาะงานฉลองแมลงครั้งนั้น จิไรยะถูกบังคับให้กินแมลงที่ยังดิ้นๆอยู่ในชามซึ่งเป็นความทรงจำที่เขาจำไม่ลืม

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้เขาก็รู้สึกคลื่นไส้อย่างมาก

ชินหยูค่อยๆลงมาที่พื้นและเห็นอิทาจิกับยูกาโอะรีบเข้ามาหา เขาจึงพูดว่า "ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เป็นไร"

"พี่ชินหยู นั่นคือเนตรวงแหวนใช่ไหม?" อิทาจิอดไม่ได้ที่จะถาม

ในสายตาของคนอื่น แม้อิทาจิจะถูกเรียกว่าเป็นอัจฉริยะเพราะเขาได้เบิกเนตรวงแหวนหนึ่งลูกน้ำได้ก่อนที่เขาจะอายุได้เจ็ดขวบ

นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขามาตลอด

แต่เมื่อเห็นชินหยูอัญเชิญกบใหญ่ทั้งสามออกมานั้น ดวงตาของอิทาจิจึงเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับว่าเขากำลังถูกถึงดูดเข้าสู่โลกแห่งภาพลวงตา

ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เรื่องที่เขาถูกเรียกว่าเป็นอัจฉริยะกลายเป็นเรื่องปกติไปทันที

"นี่คือเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาซึ่งอยู่เหนือกว่าเนตรวงแหวนทั่วไป และในอนาคตนายก็จะมีเนตรนี้เป็นของตัวเองด้วยเหมือนกัน" ชินหยูพูดกับอิทาจิ

ไม่ว่าจะเป็น เทวีสุริยา อ่านจันทราและซูซาโนะโอที่เขามีตอนนี้คือพลังที่ได้มาจากระบบทั้งนั้น

และนอกจากนี้ยังถือได้ว่าเป็นการขโมยพลังเนตรของอิทาจิในอนาคตมาอีกด้วย

"จริงเหรอพี่ชินหยู?" อิทาจิแสดงให้เห็นถึงความไร้เดียงสาที่หาได้ยากในวัยเด็กของเขา

ชินหยูพูดกับเขาอีกครั้ง "แน่นอน"

"จะว่าไปนี่มันก็เย็นมากแล้ว พวกเธอกลับไปก่อนเถอะ ฉันจะคุยกับคุณจิไรยะอีกสักหน่อยน่ะ"

ยูกาโอะและอิทาจิมองไปที่ชินหยูอย่างลังเล จากนั้นพวกเธอจึงหันหลังและจากไป

ในตอนนี้มีเพียงชินหยูกับจิไรยะเท่านั้นที่อยู่ในที่โล่งกว้างแห่งนี้

"ไอ้หนู ความสามารถของนายช่างน่าประทับใจจริงๆ แม้แต่ฉันเองก็ไม่คิดว่าพลังเนตรของนายจะแข็งแกร่งมากจนกบทั้งสามแห่งภูเขาเมียวโบคุจะโดนคาถาลวงตาเล่นงานได้ ถ้าฉันไม่เห็นมันด้วยตาของฉันเอง ฉันก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน" จิไรยะพูดออกมาด้วยความเหลือเชื่อ

ในสายตาของเขานั้น ชินหยูเลือกที่จะแสดงความแข็งแกร่งของเขาออกมาต่อหน้าเขาได้โดยไม่ต้องลังเลเลย

แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

"ฮ่ะๆๆ พลังของผมน่ะ ถ้าเทียบกับโหมดเซียนของคุณมันยังเทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ" ชินหยูหัวเราะออกมาแห้งๆ ก่อนที่เขาจะหยิบสาเกออกมาสองขวดออกจากกระเป๋าเป้แล้วโยนขวดหนึ่งให้กับจิไรยะ

"การดื่มน่ะทําให้การพูดคุยไหลลื่นขึ้น คุณเองก็รู้สินะ?"