ตอนที่ 60 ห่วงตัวเองก่อนเถอะ

"ก็นะ ถ้าไม่แตกต่างแล้วมันจะพิเศษได้ยังไงล่ะถูกมั้ย?" ชินหยูยิ้มเล็กน้อย

ทันใดนั้นเนตรของเขาก็หันไปมองการิที่อยู่ด้านนอก

"พวกนายพยายามน่าดูเลยนี่ แต่ฉันรู้สึกว่าแค่นี้น่ะมันก็เป็นแค่การวอร์มตอนเช้าเท่านั้นเอง"

“วอร์มตอนเช้างั้นเรอะ?”

การิตกใจมากที่ได้ยินแบบนั้น จากนั้นเขาก็ตะโกนถามออกมาอย่างโกรธแค้น

"ไอ้หนู นี่แกกำลังจะบอกว่านายจะเอาชนะพวกฉันได้ง่ายๆงั้นเรอะ?"

"แม้ว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมดจะเป็นแค่ร่างแยกเงาแล้วมันทำไมงั้นรึ? พวกเราเป็นนินจาระดับสูงของอิวะงาคุเระ เด็กที่มีชื่อเสียงจอมปลอมอย่างนายจะเอาชนะได้ยังไงกัน?"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ การิก็ยกมือขึ้นและเริ่มออกคำสั่ง

"ไอ้หนู แกกับเพื่อนของแกจะต้องตายอยู่ที่นี่!"

สีหน้าของคาคาชิและคนอื่นๆเปลี่ยนไปอย่างมาก ทั้งสามคนหันหลังและหลับตาปี๋โดยไม่รู้ตัว

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ร้ายแรงแบบนี้ ใครจะเชื่อว่ามีเพียงชินหยูคนเดียวเท่านั้นที่ยังสามารถสงบสติอารมณ์ได้อยู่

"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า แปปเดียวเดี๋ยวก็จบแล้ว" จู่ๆชินหยูก็พูดขึ้น

สีหน้าของทุกคนในตอนนี้เปลี่ยนไปทันที

การิเองก็ถึงกับหัวเราะเพราะคิดว่าเด็กคนนี้เป็นบ้าไปแล้ว

"ไอ้หนู นายนี่ตลกดีว่ะ แต่นายจะทําอะไรได้งั้นเรอะ? นายคิดว่าจะมีคนมาช่วยนายเอาไว้รึไง? "

จู่ๆภาพของมินาโตะก็แวบเข้ามาใจหัวของคาคาชิและคนอื่นๆ

ในความคิดของพวกเขา พวกเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชินหยูมากนัก

แต่พวกเขานั้นรู้ดีว่าผลงานและชื่อเสียงของมินาโตะนั้นโดดเด่นมากแค่ไหน

หากพวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากมินาโตะจริงๆ มันคงจะไม่ใช่เรื่องยากสําหรับพวกเขาที่จะหลบหนีไปได้

"นั่นสินะ ดูเหมือนว่าฉันจะประเมิณนายต่ำเกินไป" ชินหยูยิ้มเล็กน้อย เขายกมือขึ้นและชูไปที่ท้องฟ้า

"พวกนายทุกคนควรคิดดีๆว่าใครกันแน่ที่กำลังถูกล้อมอยู่น่ะ"

แม้แต่คาคาชิและคนอื่นๆตกใจเมื่อได้ยินคําพูดของชินหยู พวกเขารีบเงยหน้าขึ้นและมองไปที่ท้องฟ้าทันที

ทันทีที่พวกเขาได้เห็นมัน จู่ๆรูม่านตาของพวกเขาก็หดตัวอย่างรวดเร็ว!

เปรี้ยงง!

ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องที่รุนแรงก็ดังขึ้นซึ่งมันดังจนแทบจะทำให้แก้วหูแตก

เมฆสีดําบนท้องฟ้าค่อยๆลดตัวต่ำลงมาแล้วก่อตัวเป็นสายฟ้าขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวไปมาราวกับงูสายฟ้า

ซึ่งนี่ก็คือคาถากิเลนของชินหยู!!

นินจาอิวะทุกคนมีท่าทีที่เปลี่ยนไปมากทันทีที่ได้เห็นแบบนี้

สิ่งที่การิพูดเมื่อครู่นี้ นั่นต้องเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน!

จักระสายฟ้าที่อัดแน่นอยู่บนท้องฟ้าแค่ๆเปล่งออร่าและประกายสายฟ้าออกมาอย่างรุนแรง

นี่คือสุดยอดคาถาสายฟ้าที่ว่ากันว่าสามารถฆ่านินจาของคุโมะงาคุเระได้หลักร้อยคนแทบจะทันที

"เห้ยๆ แกจะบ้าไปแล้วรึไง? ถ้าหากแกใช้การโจมตีจริงๆ แม้แต่พวกแกทุกคนเองก็จะตายด้วยนะเห้ย!" ท่าทีของการิเปลี่ยนไปอย่างมาก

ทันทีที่พวกเขามาถึงที่นี่ พวกเขาก็นึกถึงเรื่องราวของเด็กอัจฉริยะอย่าง อุจิวะ ชินหยู

และในตอนนี้ เมื่อได้มองไปที่สายฟ้าด้านบนนั้น ดูเหมือนว่าเรื่องราวของชินหยูนั้นจะเป็นเรื่องจริง

คาคาชิและกับคนอื่นๆนั้นรู้สึกกดดันอย่างมากในช่วงเวลาที่กำลังตัดสินความเป็นความตายของทุกคนที่อยู่ที่นี่

ฉากตรงหน้าพวกเขานั้นก็อยู่เหนือความคาดหมายของพวกเขาด้วยเช่นกัน

ถ้าหากสายฟ้าลูกนั้นพุ่งลงมาจริงๆอย่างที่การิพูด พวกเขาทั้งหมดจะต้องตายอย่างแน่นอน

"ฮ่าๆๆๆ ก่อนจะถามถึงพวกฉัน นายน่ะควรห่วงตัวเองก่อนมากกว่านะ สิ่งที่นายต้องทําก็คือนายจะรอดไปจากการโจมตีครั้งนี้ได้ยังไงมากกว่า!" ชินหยูยิ้มเล็กน้อย แล้วคว้าดาบสายฟ้าออกมาผสานเข้ากับพลังของกิเลน

เมื่อดาบสายฟ้าผสานเข้ากับพลังของกิเลน เสียงของสายฟ้าก็ได้ขึ้นอีกครั้ง

เปรี้ยงงง!

จักระสายฟ้าที่อัดแน่อยู่เต็มท้องฟ้าได้ถูกดึงออกมาทันที

ครืนน!

เสียงฟ้าร้องที่ดังกึกก้องคล้ายกับเสียงคํารามของสัตว์ดึกดําบรรพ์นั้นดังผ่านหูของทุกคนทันที

ช่วงเวลาต่อมา จักระสายฟ้าของกิเลนก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว!!

ความเร็วของคาถากิเลนนั้นเร็วมาก ซึ่งมันยากที่จะให้ผู้ที่ถูกคาถานี้หนีได้ทัน

คาคาชิและอีกสองคนก็หน้าซีดลงอย่างมากเช่นกัน

ทันทีที่สายฟ้าลงมา สิ่งที่เดียวที่อยู่ด้านหน้าพวกเขาคือท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยสายฟ้าฟาดลงมา

แก้วหูของพวกเขาเองก็เริ่มสะเทือนด้วยเสียงที่ดังก้องด้วยเช่นกัน

ความคิดเดียวกันของพวกเขาทั้งสามคนนั้นคือการหลับตาและรอความตายจากสายฟ้า

ตู้มมมม!

พลังทําลายล้างของกิเลนนั้นทำลายทุกสิ่อย่างงภายในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรได้ในทันที

ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือนินจาอิวะงาคุเระที่พยายามจะหลบหนีไปจากคาถานั้นก็ตาม

พลังของสายฟ้าที่ฟาดลงมาท้องฟ้าเข้าปกคลุมทุกอย่างโดยรอบจนทำให้ทุกคนตายทันที

และผ่านไปหนึ่งถึงสองนาที ทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง

เมฆฝนที่รวมตัวกันอยู่บนท้องฟ้าก็กระจายกันออกไปด้วยเช่นกัน

มีเพียงพื้นที่โดยรอบที่กลายเป็นหลุมขนาดใหญ่และต้นไม้ที่ไหม้เกรียมปรากฎอยู่เท่านั้น

ในตอนนี้ นอกจากชินหยูแล้ว ก็มีบางอย่างปรากฏขึ้นซึ่งรวมถึงคาคาชิกับรินและโอบิโตะด้วยเช่นกัน

"เอาล่ะ ลืมตาได้แล้ว พวกนายน่ะยังไม่ตายหรอก" ชินหยูพูดนิ่งๆ

คาคาชิและคนอื่นๆเองก็สะดุ้งเล็กน้อยที่ได้ยินแบบนี้

เพราะในช่วงเวลาต่อมา พวกเขาก็รู้ตัวว่าพวกเขาไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆเลย

"เรา... นี่พวกเรายังไม่ตายงั้นเหรอ? แต่ว่าการโจมตีเมื่อกี้มัน..." โอบิโตะลืมตาขึ้นและพูดอย่างตื่นตระหนก

เมื่อมองไปที่ร่างของซูซาโนะโอที่คลุมร่างของพวกเขาเอาไว้ ท่าทีของโอบิโตะก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

ฉากนี้มันน่าตกใจเกินไปสําหรับเขา

"หรือว่า เจ้านี่ป้องกันการโจมตีนี้ให้พวกเรางั้นเหรอ?" รินเองก็สงสัยเช่นกัน

เธอจ้องมองไปที่ซูซาโนะโอคลุมพวกเขาไว้​ซึ่งมันเป็นเหมือนกับร่างโครงกระดูกสีแดง

"ไม่ต้องห่วง นี่คือซูซาโนะโอหนึ่งในพลังพิเศษจากเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาของฉันเอง" ชินหยูพูดอย่างนิ่งๆ

"ชินหยู นี่นายกําลังจะบอกว่าถ้าฉันเบิกเนตรเดียวกับนายได้ ฉันก็จะเจ้านี่ครอบครองด้วยงั้นเหรอ?" โอบิโตะพูดอย่างตื่นเต้นด้วยสีหน้าดีใจ

"คาคาชิ นายได้ยินไหม ตระกูลอุจิวะน่ะมีแต่อัจฉริยะ และฉันก็จะเป็นแบบชินหยูได้ในอนาคตเหมือนกัน!"

การแสดงออกของคาคาชิเปลี่ยนไป เขาอดไม่ได้ที่จะมองเข้าไปในดวงตาของชินหยู ทันทีที่ดวงตาของพวกเขาสบกัน มันให้ความรู้สึกราวกับว่าวิญญาณของเขากำลังถูกดึงออกไปด้วยมือที่มองไม่เห็น

ราวกับว่าวิญญาณของเขากำลังจะถูกดูดเข้าไปในดวงตาของชินหยู

"คาคาชิ นายปกติดีใช่ไหม? หรือว่านายกลัวพลังในอนาคตของฉันน่ะ" โอบิโตะเดินเข้าไปหาคาคาชิแล้วถาม

โอบิโตะต้องการใช้โอกาสนี้ในการข่มคาคาชิ

"เปล่า" คาคาชิค่อยๆเรียกสติของเขากลับมาแล้วมองไปที่ชินหยู ก่อนจะถามว่า "เนตรวงแหวนของเขานั้นไม่ใช่ เนตรวงแหวน ธรรมดา ถ้าหากจะมีคนที่ทำได้แบบชินหยูจริงๆ เขาจะต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งมากๆ"

"ฉันคิดว่ามันต้องใช้วิธีการที่ทรงพลังมากเพื่อเข้าไปถึงระดับนี้ ฉันคิดว่านายอาจจะไม่มีวันมีโอกาสได้สัมผัสพลังแบบนี้ไปตลอดชีวิตของนายได้หรอกนะ"

“นี่นาย!”