ตอนที่ 62 ขอโทษๆฉันตื่นเต้นไปหน่อย

ในถ้ำมืดนั้น ชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยราวกับเปลือกไม้ที่ให้ความรู้สึกว่าเขากําลังจะตายได้ทุกเมื่อ

"บ้าจริง แผนของเราถูกทําลายแล้ว" เซ็ทสึดำพุ่งเข้ามาจากนอกถ้ำอย่างรวดเร็ว

มาดาระค่อยๆลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นและขมวดคิ้ว

จากความทรงจําและท่าทีของเซ็ทสึดำนั้น มันเป็นแบบจําลองทางเจตจํานงทางจิตวิญญาณของเขา ซึ่งควรจะสงบมากกว่านี้

การแสดงออกที่ตกใจจนควบคุมไม่ได้แบบนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ๆ

"เกิดอะไรขึ้นเรอะ? ทําไมนายถึงไม่ทําตามแผนและพาเขากลับมา?" มาดาระตะโกนถาม

ท่าที่ของเซ็ทสึดำแข็งกระด้าง เขารู้ตัวทันทีว่าเขากำลังลืมตัวตนของเขาไปทั้งหมดหลังจากที่เกือบตาย

เขามองไปที่มาดาระที่กำลังโกรธ แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเขานึกถึงแม่ของเขา โอสึสึกิ คางุยะ เขาก็กําหมัดแน่นและพยายามทําให้อารมณ์ของเขาสงบลง

"โทษที่นะมาดาระ เมื่อกี้ฉันตื่นเต้นมากเกินไป"

"มีเรื่องผิดพลาดขึ้นนิดหน่อย เจ้าเด็กที่มีเนตรวงแหวนแปลกๆนั่นปรากฏตัวขึ้นในอุจิวะเหมือนกันกับนาย นอกจากมันจะช่วยเป้าหมายของเราแล้วมันยังใช้คาถาสายฟ้าที่ทรงพลังและสังหารนินจาทั้งหมดของอิวะงาคุเระได้แทบจะทันที ถ้าหากว่าฉันไม่มีแผนสํารอง ฉันก็คงไม่ได้กลับมาคุยกับนายแบบนี้แน่ๆ"

“เนตรวงแหวนแปลกๆงั้นเรอะ?”

การแสดงออกของมาดาระเปลี่ยนไป

การที่เซ็ทสึดำเรียกว่าเนตรวงแหวนแปลกๆนั้น นั่นอาจจะเป็นเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา

และนอกจากชิซุยกับฟุงาคุแล้ว ก็ไม่น่าจะมีใครที่จะครอบครองเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาได้อีกแล้ว

นอกจากนี้ วิธีการเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานั้นก็ยากมากเพราะมีเพียงมาดาระเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้

มาดาระนั้นเห็นแก่ตัวมาโดยตลอด โดยเฉพาะการจะเข้าควบคุมตระกูลของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่เคยเปิดเผยวิธีการนี้แก่ผู้อื่น

มิฉะนั้นทุกคนในตระกูลก็คงจะเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาได้แล้ว

"ท่านมาดาระ ฉันรู้แค่ว่าเด็กผู้ชายคนนั้นชื่ออุจิวะ ชินหยู หลังจากที่ฉันเข้าไปอยู่กับพวกอิวะงาคุเระ ฉันได้เรียนรู้ว่าเขาใช้ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาเป็นครั้งแรกระหว่างการต่อสู้กับคุโมะงาคุเระและคิริงาคุเระที่ฐานทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของโคโนฮะ"

เซ็ทสึดำหยุดชั่วขณะและพูดต่อ "ดูเหมือนว่าเขาได้เบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทําไมเขาถึงได้มีความแข็งแกร่งที่ทรงพลังแบบนี้ได้"

"แล้วเขายังใช้ซูซาโนะโอได้อีกด้วย!"

“ใช้ซูซาโนะโอได้งั้นรึ?”

สีหน้าของมาดาระมืดลง "ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้"

“ฉันคิดว่ามันจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากในเบิกเนตรนั่น นั่นหมายความว่าเซ็ทสึดำ นายจะต้องหาทางจับมันมาให้ฉันให้ได้"

"จับเขางั้นเหรอ?"

ท่าทีของเซ็ทสึดำเปลี่ยนไป

"นี่มันอยู่เหนือความคาดหมายของพวกเราแล้ว เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผากับซาโนะโอนั่น ก็มาถึงขีดจํากัดแล้วเหมือนกัน ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่พวกเราจะจับมันไว้ได้!"

ในความคิดของเซ็ทสึดำ เป้าหมายเดิมของเขา โอบิโตะนั้นยังไม่ได้เบิกเนตรวงแหวนเลยด้วยซ้ำ

ส่วน อุจิวะ ชินหยู ซึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันนั้นเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาได้แล้ว

นอกจากนี้ เขายังรู้จักซาโนะโอเป็นอย่างดี ในด้านของการต่อสู้ ชินหยูสามารถใช้มันได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน

จากสถานการณ์ในตอนนี้ของมาดาระ มันอาจเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาผลลัพธ์จากการต่อสู้กับชินหยูได้

"เซ็ทสึดำ ฉันรู้สึกเหมือนนายจะเป็นเหมือนฉันน้อยลงเรื่อยๆแล้วนะ" มาดาระพูดอย่างเย็นชา

"ฉันเป็นเบื้องหลังนายมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาทั้ง สงคราม การทําลายล้าง การปล้นสะดม ซึ่งเหตุการณ์พวกนั้นก็อยู่ภายใต้การควบคุมของฉันทั้งสิ้น"

"ตราบใดที่นายพาชินหยูมาที่นี่ได้ ฉันมั่นใจ 100% ว่าฉันสามารถทําให้เขาคุกเข่าลงต่อหน้าฉันได้อย่างง่ายดาย"

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ มาดาระจึงมองไปที่เซ็ทสึดำด้วยเนตรวงแหวนที่เปลี่ยนไปและพูดอย่างเคร่งขรึมว่า "นายเข้าใจไหม?"

การแสดงออกของเซ็ทสึดำเปลี่ยนไปทันที

เขารู้ดีว่าถ้าเขาทําอะไรผิดไปในตอนนี้ ด้วยบุคลิกของมาดาระ เขาจะต้องสงสัยอย่างแน่นอน

ถ้ามาดาระรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณของมาดาระ แผนการคืนชีพคางุยะจะต้องล้มเหลวอย่างแน่นอน

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ การแสดงออกของเซ็ทสึดำจึงเปลี่ยนไป เขาพยักหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มๆว่า "ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ"

หลังจากพูดที่พูดจบ เซ็ทสึดำก็หันหลังและเดินออกจากถ้ำไป

แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวไปข้างหน้า ภาพที่ปรากฎเข้ามาในดวงตาของเขาก็ทำให้ร่างกายของเขาสั่นไหว

"คาถาไฟ – วิชาบอลเพลิงยักษ์!"

เปลวไฟที่ลุกโชนพุ่งมาโจมตีเข้าที่ใบหน้าของเขาทันที

ลูกบอลไฟที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายสิบเมตรเป็นปรากฎขึ้นพร้อมกับความร้อนจนทําให้อุณหภูมิของโดยรอบนั้นเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ

ภาพที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันนี้ทําให้ เซ็ทสึดำ และ มาดาระ ถึงกับตกใจ

ในสายตาของพวกเขา มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถใช้คาถาบอลเพลิงยักษ์ให้ใหญ่ขนาดนี้ได้

อุจิวะ ชินหยู!

"ท่านมาดาระ!"

การแสดงออกของเซ็ทสึดำเปลี่ยนไป เขามีเวลาแค่ตะโกนเรียกมาดาระก่อนที่ลูกไฟขนาดใหญ่ตรงหน้าเขาจะขยายใหญ่ขึ้นในดวงตาของเขาอย่างรวดเร็ว

อุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างยิ่งยวดนั้นทําให้เนื้อหนังของเขาถูกเผาไหม้มากขึ้น

ขณะที่เขากําลังจะถอย ร่างๆหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

แม้ว่ามาดาระจะดูแก่ แต่การเคลื่อนไหวของเขากลับรวดเร็ว เขากำลังถือพัดของตระกูลอุจิวะเอาไว้ในมือและพัดใส่ลูกไฟขนาดใหญ่นั้นทันที

"อุจิวะหวนคืน!"

ลูกไฟขนาดใหญ่นั้นหยุดลงทันที

และในช่วงเวลาต่อมา ลูกไฟขนาดใหญ่ก็ถูกพัดกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว!!

ความเร็วของมันเร็วกว่าตอนที่ชินหยูปล่อยออกมาโจมตีมาก มันเข้าไปชนกับกําแพงหินที่อยู่ไม่ไกลมากนักทันที

ตู้มมม!

ลูกบอลเพลิงที่กระเด็นกระดอนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า จนทําให้หุบเขาที่มืดมินนั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

เมื่อลูกไฟพุ่งผ่านไปที่ใด พื้นดินบริเวณนั้นก็ถูกไฟเผาไหม้รวมถงึต้นไม้ที่กลายเป็นเถ้าถ่าน

กลิ่นของการเผาไหม้นั้นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พื้นดินที่ไหม้เกรียมและเปลวควันสีดําก็ลอยขึ้นไปในอากาศ

มาดาระ กับ เซ็ทสึดำ กำลังยืนอยู่ด้วยกัน พวกเขาจ้องมองไปที่ร่างที่ปรากฏขึ้นอยู่นอกถ้ำด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด

"ฮ่าๆๆๆ ขอโทษทีนะ ฉันแค่ตื่นเต้นเกินไปน่ะ ฉันได้ยินมาว่าพวกนายอยากจะจับฉัน ฉันก็เลยเสนอตัวมาที่นี่เองน่ะ" ชินหยูยิ้มเล็กน้อย

"ว่าแต่ลูกไฟของฉันไม่ได้ทำอะไรพวกนายใช่ไหม?"

“นี่แก!”

ใบหน้าของเซ็ทสึดำนั้นมืดมนมาก

นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาเกือบถูกชินหยูฆ่า

ครั้งแรกอาจเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ดูเหมือนว่าครั้งที่สองนั้นมันจะกลายเป็นความตั้งใจไปแล้ว

ถ้าหากมาดาระไม่ได้ช่วยเขาได้ทันเวลา เขาก็คงกลายเป็นเซ็ทสึดำเกรียมไปแล้ว

"เป็นอะไรไป? นายรับไม่ได้เหรอ?" ชินหยูมองไปที่เซ็ทสึดำด้วยความสนใจและพูดว่า "นายนี่โชคดีจริงๆ ก่อนหน้านี้นายก็รอดมาได้ ตอนนี้นายก็ยังรอดไปได้อีก สมแล้วที่นายอยู่มาได้เป็นพันปีแบบนี้น่ะ"