บูม!
เจตจำนงดาบที่ไม่มีที่สิ้นสุดโหมกระหน่ำและกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง
ใบหน้าของ หยินชิซาน กลายเป็นสีม่วงเขาพ่นเลือดออกมาจากของเขา
และล้มลงไปนั่งกับพื้น
"ไม่...เป็นไปไม่ได้" ดวงตาของหยินชิซานเบิกกว้าง
เขามองดูสาวกนับหมื่นคนที่อยู่ตามยอกเขาทั้งสิบร่างกายระเบิดเป็นหมอกเลือด
เพราะได้รับการสะท้อนกลับจากค่ายกลดาบสิบจตุรทิศ
ศิษย์สาวนับหมื่นได้เสียชีวิตลงในทันที หลงเหลือเพียงแค่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปรมาจารย์
ที่ยังรักษาชีวิตของพวกเขาเอาไว้ได้ แต่ก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัส
ในขณะนี้ หยินชิซานรู้ตัวเองดีว่าเขาไม่มีเวลาที่จะมาเสียใจในตอนนี้
เขาทำได้เพียงแค่เก็บความรู้สึกเสียใจ เอาไว้ภายในจิตใจของเขา
เขารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งเสียของอาจารย์ของเขาที่สั่งเสียเอาไว้ก่อนตาย
ว่าไม่ต้องแก้แค้น
แต่ว่าตอนนี้มันสายเกินไปที่เขาจะมารู้สึกเสียใจในตอนนี้ เพราะว่าศิษย์สาวกนับหมื่นคนของนิกายเทียนเจี้ยน
ที่มารวมตัวกันเพื่อเปิดใช้งานค่ายกลดาบสิบจตุรทิศ เพื่อล้อมสังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
ได้เสียชีวิตไปเกือบทั้งหมดหลงเหลือเอาไว้เพียงแค่ผู้ที่แข็งแกร่งบางส่วน
และยังทำให้ค่ายกลดาบสิบจตุรทิศถูกทำลาย ด้วยการโจมตีของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
เศษชิ้นเนื้อและกลิ่นคาวเลือดของผู้คนนับมื่นกระจัดกระจายไปทั่วท้องฟ้า
และให้ผู้คนที่มาชมการต่อสู้เกิดความรู้สึกสะอิดสะเอียน
และผู้คนที่ยังรอดชีวิตอยู่ในตอนนี้ใบหน้าของพวกเขาซีดเซี่ยและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ตายแต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสและไม่สามารถทำอะไรได้อีก
ปังปัง...
และในไม่ช้าสาวกของนิกายเทียนเจี้ยนที่ได้รับบาดเจ็บ
ต่างก็พากันล้มลงที่ละคนร่างแล้วร่างเล่าร่วงตกลงมาจากยอดเขาดาบทั้งสิบ
“ท่านผู้นำนิกาย หนีไป”
ผู้อาวุโสประจำยอดเขาดาบทั้งสิบพากันกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว
อาเจียนออกมาเป็นเลือดและเสียชีวิตลงในทันที
เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น หัวใจของหยินชิซาน ก็เต้นไม่เป็นจังหวะอีกต่อไปเขารู้สึกตกใจและโกรธ
ผสมกับความเศร้าโศกที่เกิดขึ้นมาภายในจิตใจของเขาหลังจากนั้นเขาก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง
“อ๊ากกกกก... ข้าจะสู้กับเจ้าจนกว่าจะตาย”
หยินชิซานที่ตอนนี้ตกอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง คำรามออกมาด้วยความโกรธดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงก่ำ
ศิษย์สาวกนับหมื่นคนและเหล่าผู้อาวุโสของนิกายเทียนเจี้ยน
ได้เสียชีวิตลงอย่างน่าอนาถทั้งหมดต่อหน้าต่อตาของเขา ทำให้หยินชิซานเกิดอาการคลุ้มคลั่งด้วยความเกลียดชังที่อยู่เต็มหัวใจของเขา
ทำให้เขาเข้าสู่วิถีแห่งมาร
“กลายเป็นมาร?” เซี่ยเฉินมองไปที่
หยินชิซาน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาและความโหดเหี้ยม
เขาไม่มีความเมตตาเลยแม้แต่น้อย ถ้าหากว่าเขาไม่สามารถป้องกันการโจมตีของนิกายเทียนเจี้ยนได้
เขาก็คงต้องจบชีวิตของเขาลงที่นี้ ในเมื่อต้องการที่จะหารเขา
พวกเจ้าก็ต้องเตรียมใจที่จะถูกสังหารเช่นกัน
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
เจ้าสังหารคนของนิกายเทียนเจี้ยนของข้าไปจำนวนมาก
เพียงเพราะว่าความขัดแย้งกับราชวงศ์เซี่ยของเจ้า”
หยินชอซานคำรามออกมาอย่างต่อเนื่อง
พลังของเขาในตอนนี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ยิ่งเขาคลุ้มคลั่งมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตกเข้าสู่วิถีแห่งมารมากขึ้นเท่านั้น
เซี่ยเฉิน ส่ายหัวเล็กน้อยและพูดออกมาอย่างเย็นชา "ข้าเคยให้โอกาสแก่เจ้าไปแล้ว
แต่น่าเสียดายที่เจ้าไม่ยอมรักษามันเอาไว้ จนทำให้เจ้าต้องมาพบกับจุดจบเช่นนี้"
“ถ้าเจ้าอยากจะตำหนิ ก็ตำหนิตัวของเจ้าเอง เป็นเพราะตัวเจ้าเองนั้นแหละที่ทำให้เหล่าพี่น้องนับหมื่นคนของเจ้าต้องมาพบเจอกับชะตากรรมเช่นนี้
เจ้าคือคนที่นำพวกเขาเข้าสู่ความตายด้วยตัวเจ้าเอง”
คำพูดเหล่านี้ได้ไปกระตุ้นความรู้สึกเสียใจของ หยินชิซานอีกครั้ง
และในตอนนี้ร่างกายของเขานั้นเต็มไปด้วยพลังที่แข็งแกร่งมากกว่าเมื่อก่อน
ทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงการกดขี่ขมเหง ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
พร้อมกับปลดปล่อยพลังปราณสีดำออกมาจากร่างกายของเขา
ผู้ฝึกตนที่มาชมการต่อสู่ในครั้งนี้ ต่างก็เกิดความรู้สึกสมเพช เมื่อพวกเขามองไปยัง
หยินชิซานที่ถูกบังคับให้กลายเป็นมารร้าย
“นิกายเทียนเจี้ยน ถึงคราวล้มสลายแล้ว”
มีคนพึมพำออกมากับตัวเอง คนผู้นี้มีร่องรอยของความหวาดกลัวปรากฏอยู่ในดวงตาของเขา
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่มีใครเทียบได้ในโลกใบนี้”
“หลังจากจบการต่อสู้ในครั้งนี้ คงจะไม่มีใครกล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อต้านราชวงศ์เซี่ยอีกต่อไป”
บนภูเขาที่อยู่ห่างไกล หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์
ใบหน้าของเธอถูกปิดบังเอาไว้ด้วยผ้าคลุมหน้าเผยให้เห็นเพียงแค่ดวงตาที่สวยงาม
เธอกำลังมองดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นภายในนิกายเทียนเจี้ยนและพูดพึมพำกับตัวเอง
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
ทำลายค่ายกลป้องกันของนิกายเทียนเจี้ยนและสังหารศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยนเกือบทั้งหมด
และบีบบังคับให้ผู้นำนิกายคนใหม่ของนิกายเทียนเจี้ยนเข้าสู่วิถีมาร
เนื่องจากความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ภายในหัวใจ
ตอนนี้เธอรู้แล้วว่า นิกายเทียนเจี้ยนจะต้องถูกทำลายและหายไป
หลังจากวันนี้ จะไม่มีนิกายเทียนเจี้ยนและในไม่ช้ามันจะกลายเป็นเรื่องในอดีต
ถึงแม้ว่าตอนนี้ หยินชิซาน
จะเข้าสู่วิถีมารและความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
แต่ว่าช่างน่าเสียดายที่ความแข็งแกร่งเพียงเท่านี้คงจะไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
ได้เลย
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งอย่าง จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามก็ต้องรู้สึกสิ้นหวัง
“ตอนนี้ข้าคือราชาปีศาจ ข้าจะสังหารผู้คนทั้งหมดบนโลกใบนี้
เข่นฆ่าคนของราชวงศ์เซี่ย”
หยินชิซาน กรีดร้องตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้า ตอนนี้เขาดุร้ายและทรงพลัง
ทำให้ผู้ฝึกตนที่มาชมการต่อสู้ ทั้งหลายต่างก็พากันหวาดกลัว
เซี่ยเฉิน พูดออกมาด้วยท่าทางที่เย็นชา "เจ้าต้องการสังหารผู้คนทั้งหมดบนโลกใบนี้
และเข่นฆ่าคนของราชวงศ์ เกรงว่าเจ้าคงจะไม่มีโอกาสได้ทำเช่นนั้น"
"พวกเรามาจบเรื่องนี้กันเถอะ!"
ทันทีที่เขาพูดจบ ร่างกายของเวี่ยเฉิน ก็ปะทุพลังที่แข็งแกร่งของเขาออกมา
เจตจำนงดาบห่อหุ้มร่างกายของเขาทั้งหมดไว้ และควบแน่นเป็นปราณดาบจำนวนนับไม่ถ้วน
ปราณดาบเหล่านี้บินวนไปมารอบร่างกายของเซี่ยเฉิน
และค่อยๆกลายเป็นแม่น้ำปราณดาบ ที่แผ่กลิ่นอายทำลายล้างออกมา
ส่งเสียงร้องหวีดวิวไปทั่วทั้งท้องฟ้า
“ข้าจะย้อมดาบของข้าด้วยเลือด และสังหารสิ่งมีชีวิตทั้งหมด”
หยินชิวานคำรามออกมา เลือดของเขาไหลออกมาและย้อมดาบให้เป็นสีดำ
ทำให้มันกลายเป็นที่ชั่วร้าย
และในตอนนี้บนท้องฟ้าได้ถูกปกคลุมไปด้วยพลังปราณของปีศาจ
ราวกับว่าเขาต้องการให้โลกใบนี้ตกลงสู่วิถีแห่งมาร
หลังจากนั้นพลังปราณปีศาจได้กลายเป็นกระแสน้ำวนส่งเสียงคำรามออกมา
“แปดดาบรกร้าง!”
เซี่ยเฉินพูดออกมาอย่างแผ่วเบา เขายกมือขึ้นและสะบัดออกไปเบาๆ
ปราณดาบที่ถูกควบแน่นก็พุ่งออกไปส่งเสียงดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า
แม่น้ำปราณดาบนั้นทรงพลังเป็นอย่างมากมันพัดผ่านไปที่ใด ทุกอย่างที่อยู่ตรงนั้นถูกทำลายและกลายเป็นฝุ่นผง
และเมื่อมันพัดผ่านไปยังเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สาวกที่ยังรอดชีวิต พวกเขาทั้งหมดก็กลายเป็นเศษชิ้นเนื้อในทันที
พวกเขาไม่สามารถต้านทานแม่น้ำปราณดาบได้เลย
บูม!
และในที่สุด แม่น้ำปราณดาบอันน่าสะพรึงกลัวก็ปะทะกับกระแสน้ำวนพลังปราณปีศาจ
หลังจากนั้นไม่นานกระแสน้ำวนพลังปราณปีศาจก็สลายหายไป แม่น้ำปราณดาบอันไม่มีที่สิ้นสุดก็กวาดล้างทุกสิ่งไป
แม่น้ำปราณดาบ ยังคงพุ่งเข้าไปหา หยินชิซาน และเจาะทะลุร่างของหยินชิซานไป
แต่พลังของแม่น้ำปราณดาบก้ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยมันได้พัดผ่านห้องโถงใหญ่ของนิกายที่อยู่ด้านหลังของหยินชิซานและทำลายอาคารทั้งหลังจนกลายเป็นซากปรักหักพังในทันที
เกิดเสียงดังกึกก้องขึ้นอย่างต่อเนื่อง...
แม่น้ำปราณดาบอันน่าสะพรึงกลัวกวาดไปทั่วอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้
ยอดเขาดาบทั้งสิบก็ถูกทำลายและกลายเป็นซากปรักหักพัง
ฝุ่นควันฟรุ้งกระจายเต็มไปหมด และยังไม่จางหายไปแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม
เมื่อฝุ่นควันทั้งหมดจางลง เผยให้เห็นฉากของนิกายเทียนเจี้ยน
ที่ถูกทำลายจนกลายเป็นซากปรักหักพัง
อาคารบ้านเรือนทั้งหมดได้ถูกทำลายจนไม่หลงเหลือเค้าโคร้งเดิมอีกต่อไป
นิกายเทียนเจี้ยน
ที่ยิ่งใหญ่ได้ถูกทำลายลงแล้วในวันนี้หลองเหลือเอาไว้เพียงแค่เศษซากของความรุ่งเรื่องในอดีต
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ยืนอย่างภาคภูมิในความว่างเปล่า และยืนอยู่เหนือซากปรักหักพัง
เขามองลงมายังซากปรักหักพังของนิกายเทียนเจี้ยน ด้วยท่าทางที่เฉยเมย
มีซากศพอยู่เต็มไปหมด เศษเนื้อและเลือดกระจัดกระจาย ย้อมภูเขาและแม่น้ำให้กลายเป็นสีแดง
กลิ่นคาวเลือดโชยไปไกลถึงหลายสิบลี้และไม่มีทีท่าว่าจะสลายหายไป
“อึก มันรู้สึกแย่มากๆ!”
เหล่าผู้ชมต่างก็พากันตกตะลึงเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าของพวกเขา
และทำให้พวกเขารู้สึกอยากที่จะอาเจี้ยนออกมา
ศิษย์สาวกนับหมื่นคนของนิกายเทียนเจี้ยน
ได้ถูกสังหารทั้งหมดตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงผู้นำนิกาย ไม่มีใครเลยที่รอดชีวิต
ซากปรักหักพังขนาดใหญ่ของนิกายเทียนเจี้ยน ว่างเปล่าไม่มีร่องรอยของคนที่รอดชีวิต มีเพียงเศษชิ้นเนื้อ แขน ขา
และดาบหักอยู่ปักอยู่ตามพื้นดิน
"ทำไม ข้าจะต้องเสียใจ?"
เซี่ยเฉิน พึมพำกับตัวเองและถอนหายใจออกมาอย่างเงียบๆ
เขาได้ลงมือสังหารผู้คนไปนับหมื่น โดยที่ไม่มีร่องรอยความรู้สึกผิดในใจ
เพราะว่าเขาได้ให้โอกาสกับคนเหล่านี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง
แต่ว่าพวกเขาไม่ยอมรับมันเอาไว้
น่าเสียดายที่ หยินชิซาน หยิ่งทะนงตนมากจนเกินไป
เขาคิดว่าเขาสามารถต่อสู้กับ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินได้ดังนั้นเขาจึงต้องการทำการแก้แค้นให้กับอาจารย์ของเขาและเปิดใช้งานค่ายกลป้องกันนิกาย
และปิดล้มสังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
สุดท้ายเขาก็เป็นคนที่ทำให้ผู้อาวุโสและศิษย์สาวกนับหมื่นคน
และนิกายของเขาต้องล้มสลาย ด้วยตัวของเขาเอง
“นับจากนี้ไป จะไม่มีนิกายเทียนเจี้ยนอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป”
เสียงตะโกนของ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ดังกระจายออกไปหลายสิบลี้ทำให้ภูเขาและป่าไม้สั่นสะเทือน
คำพูดของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ทำให้เหล่าผู้ชมที่มาชมการต่อสู้ในครั้งนี้ตกใจ
พวกเขาทุกคนมีใบหน้าที่ซีดเซียวและเต็มไปด้วยความกลัว
"ไป!"
ในขณะนี้ เหล่าผู้ฝึกตนทั้งหลายที่มาชมการต่อสู้ต่างก็พากันหวาดกลัวและ
บินหนีไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่กล้าอยู่ที่นี่อีกต่อไป เพราะพวกเขากลัวว่าพวกเขาจะโดนหางเลขไปด้วย
ไม่เว้นแม้แต่ ปรมาจารย์ของนิกายใหญ่ทั้งหลายพวกเขาต่างก็พากันบินหนีไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อพวกเขาจากไป ข่าวของนิกายเทียนเจี้ยนที่ถูก จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
ทำลายก็ทำให้โลกใบนี้สั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้ง แต่ว่าเซี่ยเฉินก็ไม่ได้สนใจคนเหล่านี้เลย
เซี่ยเฉินครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ
หลังจากนั้นเขาก็ตัดสิ้นใจที่จะลงชื่อเช็คอินยังสถานที่แห่งนี้
“ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่นี่”
เซี่ยเฉิน ออกคำสั่งกัยระบบ อย่างเงียบๆภายในใจของเขา
ติ๊ง!
“เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย
ท่านได้รับ : ทักษะควบคุมดาบเจี้ยนจือ”
เมื่อได้ยินการแจ้งเตือนจากระบบ เซี่ยเฉิน ก็รู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อย
เพราะว่าทักษะที่เขาได้รับในครั้งนี้เขาสามารถทำได้อยู่แล้ว
เพราะว่ามันคือทักษะที่ใช้ควบคุมดาบนับหมื่นเล่ม
ไม่ใช่ว่ามันเป็นทักษะที่แย่ แต่ว่าเขาสามารถควบคุมดาบนับหมื่นได้ด้วยจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้ ซึ่งดูเหมือนว่าทักษะควบคุมดาบเจี้ยนจือนี้จะไม่จำเป็นสำหรับเขา
“ลืมไปเถอะ มาค้นหาสมบัติกันก่อนดีกว่า นิกายที่มีการสืบทอดกันมาหลายร้อยปี
ควรที่จะมีสมบัติอยู่บ้างใช่ไหม?”
เซี่ยเฉิน ส่ายหัวและเริ่มค้นซากปรักหักพังของนิกายเทียนเจี้ยน
เพื่อค้นหาคลังสมบัติของนิกายเทียนเจี้ยนท่ะสะสมเอาไว้และสืบทอดกันมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved