“ดินแดนสวรรค์เทียนหวง?”
เซี่ยเฉิน พึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเปร่งประกายเขาสดใส เมื่อเขาได้ค้นพบดินแดนแห่งใหม่
ภายในอนุสาวรีย์ดาบทงเทียน ไม่ได้มีเพียงแค่เคล็ดวิชาดาบทงเทียน
แต่ยังมีข้อมูลของดินแดนอื่นบึนทึกอยู่อีกด้วย
เกี่ยวกับดินแดนสวรรค์เทียนหวง สถานที่แห่งนี้คือที่ไหน
"ดินแดนสวรรค์เทียนหวง อาณาจักรเบื่องบน..."
อารมณ์ของ เซี่ยเฉิน ในตอนนี้นั้น ขึ้นๆ ลงๆ เขาได้ถูกข้อมูลของดินแดนสวรรคืที่บันทึกอยู่ในอนุสาวรีย์ดาบทงเทียน
ดึงดูดความสนใจเป้นอย่างยิ่ง
เขาได้รับข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับอาณาจักรเบื่องบนและดินแดนสวรรค์เทียนหวง
ไม่มากนัก
แต่นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ เซี่ยเฉิน ให้ความสนใจ และเริ่มคิดถึงแผนการของเขาในอนาคตในใจ
ข้อมูลเกี่ยวกับดินแดนสวรรค์เทียนหวง ที่เขาพึ่งจะได้รับมานั้นทำให้เขารุ้สึกโหยหามันเป็นอย่างมาก
และเขาก็อยากรู้มากขึ้นว่าจะไปที่นั่นได้อย่างไร
สิ่งที่เรียกว่าอาณาจักรเบื่องบน มันอยู่ที่ไหน
และไปที่นั่นได้อย่างไร
“อนุสาวรีย์ดาบทงเทียน จะต้องมาจากดินแดนสวรรค์เทียนหวงที่อยู่ในอาณาจักรเบื่องบน
แต่น่าเสียดายที่เขามีข้อมูลน้อยเกินไปเกี่ยวกับดินแดนสวรรค์เทียนหวง”
เซี่ยเฉิน มองไปที่อนุสาวรีย์ดาบทงเทียน ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเขาด้วยความหลงใหลอย่างหาที่สุดมิได้
เปรี๊ยะ!
ทันใดนั้นเอง ได้มีเสียงแตกหักดังออกมาจากอนุสาวรีย์ดาบทงเทียน และในไม่ช้าอนุสาวรีย์ดาบทงเทียนก็เริ่มมีรอยแตกร้าวเล็กๆปรากฏขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ
เซี่ยเฉิน รู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่า อนุสาวรีย์ดาบทงเทียนเกิดรอยแตกร้าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
หลังจากนั้นไม่นาน อนุสาวรีย์ดาบทงเทียน ก็แตกสลายและกลายเป็นฝุ่นผงในชั่วพริบตา
ในตอนนี้อนุสาวรีย์ดาบทงเทียน ทั้งหมดกลายเป็นขี้เถ้าและหายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
เซี่ยเฉิน รู้สึกประหลาดใจและพึมพำบางอย่างออกมา "เป็นไปได้หรือไม่ว่าหลังจากที่ข้าได้รับ
เคล็ดวิชาดาบทงเทียนและบันทึกข้อความลับที่อยู่ภายในอนุสาวรีย์ดาบทงเทียนแล้ว
มันก็พังทลายลงและสลายหายไปด้วยตัวของมันเอง?"
ถูกต้องแล้ว สิ่งที่เซี่ยเฉิน คาดเดานั้นเขาเดาได้ถูกต้อง เมื่อมีคนได้รับข้อมูลที่ซ่อนอยู่ภายในอนุสาวรีย์ดาบทงเทียน
มันก็จะสลายและหายไปในทันที
“ดูเหมือนว่าสิ่งที่เรียกว่าอาณาจักรเบื่องบน ดินแดนสวรรค์เทียนหวง
นั้นน่าจะเป็นโลกที่มีระดับที่สูงกว่าโลกใบนี้”
เซี่ยเฉิน คิดว่าสิ่งที่เค้าคาดเดาอย่างน้อยก็ถูกต้องแปดในสิบส่วน
แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะไปยังดินแดนสวรรค์เทียนหวงได้อย่างไร เพราะว่าไม่มีข้อมูลอะไรเลยที่เกี่ยวกับวิธีการเดินทางไปยังดินแดนสวรรค์เทียนหวง
ซึ่งทำให้เขารู้สึกทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย
“เป็นไปได้ไหมว่า ข้าจะต้องบินไปด้วยตนเองที่นอกโลก?”
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาภายในใจของเขา
ตัวเขาได้อ่านนวนิยายเกี่ยวกับเทพเซียน มามากมายในชีวิตก่อนหน้านี้
ดังนั้นเขาจึงคิดว่าสิ่งที่เขาคิดอาจเป็นไปได้ เกี่ยวกับการเดินทางไปยังโลกที่มีระดับที่สูงขึ้น
"ลืมไปเถอะ มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคิดถึงเรื่องนี้ในตอนนี้
จะเป็นการดีกว่าที่ข้าเอาเวลาไปพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวข้า
ในอยู่ยงคงกระพันบนโลกใบนี้เสียก่อน มิฉะนั้นถ้าหากเขาได้มีโอกาสไปยังอาณาจักรเบื่องบนขึ้นมาจริงๆ
เขาคงจะเป็นคนที่อ่อนแอ่ที่สุดในโลกแห่งนั้น
ถึงแม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งที่สุดในโลกระดับต่ำใบนี้ก็ตาม"
เซี่ยเฉินส่ายหัวและโยนความคิดที่รบกวนจิตใจของเขาเหล่านี้ออกไป
มันไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะต้องมาคิดมากจนเกินไป
เพราะว่าตอนนี้สิ่งเหล่านี้นั้นยังอยู่ไกลจากเขามากเกินไป ถึงแม้ว่าเขาจะรู้วิธีไปที่นั่น
แต่เขาก็ยังไม่สามารถไปที่นั่นได้ในเวลานี้
หากความแข็งแกร่งของเขาไม่เพียงพอ เขาก็จะไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้ว่าเขาจะเดินทางไปที่อาณาจักรเบื่องบนได้ก็ตาม
ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้ก็คือ การลงชื่อเช็คอินในพระราชวังแห่งนี้ทุกๆวันจนกว่าเต๋าสะสมของพระราชวังจะหมดลง
และฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อปรับปรุงความแข็งแกร่งของเขาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับเรื่องอื่นนั้นค่อยว่ากันในอนาคต
เมื่อเขามีความแข็งแกร่งที่มากพอแล้ว ถ้าหากว่าเขาไม่มีความแข็งแกร่งที่อยู่ยงคงกระพันก็ไร้ประโยชน์ที่จะขึ้นไปยังอาณาจักรเบื่องบน
“ไม่รู้ว่าอนุสาวรีย์ดาบทงเทียน
มาจากส่วนไหนของดินแดนสวรรค์เทียนหวงและนิกายเทียนเจี้ยน ได้รับอนุสาวรีย์ดาบทงเทียนมาจากไหน”
คำถามเหล่านี้แวบขึ้นมาในใจของเขา ว่านิกายเทียนเจี้ยนนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร
ถ้าเขาสามารถค้นหาเบาะแสเรื่องนี้ได้ เขาก็อาจจะค้นพบเบาะแสและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดินแดนสวรรค์เทียนหวงได้
น่าเสียดายที่นิกายเทียนเจี้ยน ได้ถูกเขาทำลายไปแล้ว ทำให้เขาไม่สามารถค้นหาเบาะแสอะไรเพิ่มเติมได้
เขาทำได้เพียงแค่ต้องตัดใจจากเรื่องนี้ไปก่อน
“หึ... ความแข็งแกร่งของข้าในตอนนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว
แต่ก็ไม่ได้อยู่ยงคงกระพันอย่างแท้จริง
ข้าคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยก็สองถึงสามปีในการทะลวงผ่านไปยังขอบเขตนิพพานขั้นที่ห้า”
เซียเฉิน ครุ่นคิดอย่างเงียบๆ เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของตัวเขาเองในตอนนี้
และยิ่งไปกว่านั้น กายาจักรพรรดิมนุษย์ของเขาในตอนนี้ก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว
80% และยังขาดอีกเพียงแค่
20% เท่านั้นกายาจักรพรรดิมนุษย์ของเขาก็จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์
“เสี่ยวซี บอกว่าจะสร้างพระราชวังแห่งใหม่ให้กับข้า
ไม่รู้ว่าตอนนี้ความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?”
หลังจากนั้นเซี่ยเฉิน ก็นึกขึ้นมาได้ว่าองค์หญิงสิบ เธอได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะสร้างพระราชวังใหม่ให้เขา
เพราะว่า จักรพรรดิแต่ละรุ่นจะสร้างพระราชวังของตนเองขึ้นมา
จักรพรรดิเซี่ยองค์ก่อน ได้สร้างพระราชวังกิเลนขึ้น
และเซี่ยเฉินก็รู้ดีว่ามันไม่เหมาะสมที่เขาจะอาศัยอยู่ในพระราชวังของจักรพรรดิองค์อื่น
ดังนั้นองค์หญิงสิบจึงได้สั่งให้สร้างพระราชวังแห่งใหม่ขึ้นมาเพื่อเป็นที่พักของเซี่ยเฉิน
ซึ่งอยู่ใจกลางเขตพระราชวัง อยู่ใกล้กับวิหารแห่งสวรรค์ หอคอยโหราศาสตร์
และห้องโถงบูชาบรรพบุรุษของราชวงศ์เซี่ย
ใช้เวลาไม่นาน เซี่ยเฉิน ก็เดินทางมาถึงสถานที่ก่อสร้างพระราชวังแห่งใหม่ของเขา
ถึงแม้ว่าจะยังสร้างไม่เสร็จแต่เมื่อเห็นโครงร่างก็สามารถคาดเดาได้แล้วว่ามันจะต้องหรูหราอย่างแน่นอน
เมื่อมองแวบแรก มันทำให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่เคร่งขรึม
ศักดิ์สิทธิ์ และสง่างาม
หลังจากมองดูไม่กี่ครั้ง เซี่ยเฉิน ก็พยักหน้าเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างมาก
หลังจากเขาเห็นว่ามันได้ก็สร้างไปถึงไหนในตอนนี้ เขาก็คาดเดาได้แล้วว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองหรือสามเดือนพระราชวังแห่งนี้ถึงจะสร้างเสร็จสมบูรณ์
ดังนั้นเขาจึงไม่รีบร้อนหันหลังกลับและเดินออกจากที่นี่ไปหลังจากที่ได้เดินสำรวจดูมาระยะหนึ่งแล้ว
“พี่เก้า พี่เก้า ในที่สุดข้าก้หาท่านพบแล้ว...”
ในขณะที่ เซี่ยเฉิน กำลังเดินไปรอบๆ จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกเขาดังขึ้นมา
เซี่ยเฉิน หยุดเดินและหันหลังกลับไปมองยังต้นต่อของเสียง และเห็นว่าผู้ที่เรียกเขาก็คือ
องค์หญิงสิบ นั้นเอง
เธอสวมเสื้อคลุมใหม่เอี่ยม ซึ่งทำให้เธอในตอนนี้ดูสูงส่งและสง่างาม
และยังทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกได้ถึงการครอบงำ
“เสี่ยวซี เจ้ามีอะไรกับข้าอย่างนั้นเหรอ?”
เขามองไปยังน้องสาวของเขาด้วยความประหลาดใจ ตอนนี้เธอน่าจะยุ่งมากไม่ใช่เหรอ เธอมาหาเขาทำไม? หรือว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นหรือเปล่า?
องค์หญิงสิบหน้ามุ่ยและพูดออกมาอย่างไม่พอใจ "พี่เก้า
ท่านคือจักรพรรดิใช่หรือไม่
ทำไมท่านถึงชอบเดินไปรอบๆแทนที่จะไปยังห้องโถงใหญ่เพื่อว่าราชการ
เหตุใดท่านถึงต้องใช้แรงงานข้าเช่นนี้ ท่านต้องการ จะทำให้ข้าเหนื่อยใช่ไหม?"
“ข้าก็นึกว่ามีอะไรเกิดขึ้น เจ้ามาหาข้าเพราะเรื่องแค่นี้
เหตุใดข้าต้องไปในเมื่อเจ้าเองก็จัดการทุกอย่างได้”
เซี่ยเฉิน หัวเราะออกมาเสียงดัง และโบกมืออย่างไม่แยแส
การไปที่ห้องโถงใหญ่ มันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับเขา เขาไม่อยากฟังเหล่าขุนนางโต้เถียงกัน
ยิ่งไปกว่านั้น การจัดการกับกิจการของแผ่นดินนั้นต้องใช้แรงเป็นอย่างมาก
และเขาก็แค่อยากจะอยู่ในเขตพระราชวังเพื่อลงชื่อเช็คอิน และฝึกฝนของเขาอย่างสงบสุข
และใช้ชีวิตอย่างสบายใจในทุกๆวัน
อย่างไรก็ตาม เขาก็ต้องการปลุกกายาจักรพรรดิมนุษย์ให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์
เพื่อที่จะได้ปรับปรุงความแข็งแกร่งของเขา ส่วนเรื่องอื่นนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
องค์หญิงสิบ รู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อย
ถ้าหากว่าเป็นคนอื่นที่ขึ้นเป็นจักรพรรดิพวกเขาจะต้องห่วงแหนตำแหน่งนี้เป็นอย่างมากและสร้างบารมีของตนเองขึ้นมา
ซึ่งแตกต่างจากพี่เก้าของเธอ
เมื่อเขาขึ้นครองราชเขาก็ไม่ได้สนใจกิจการของบ้านเมืองเลย
เขาโยนทุกอย่างให้กับเธอเป็นคนจัดการดูแล ราวกับว่าเขาไม่ใช้จักรพรรดิ
“พี่เก้า อย่างน้อยท่านก็ช่วยหาเวลาไปที่ห้องโถงใหญ่
เพื่อรับฟังปัญหาและความคิดเห็นของเหล่าขุนนางหน่อยได้หรือไม่”
องค์หญิงสิบ รู้สึกหมดหนทางเล็กน้อยและพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง
เซี่ยเฉินส่ายหัว “ไม่จำเป็น เจ้าสามารถจัดการกับมันได้
ใครกล้าคัดค้านเจ้า เจ้าก็แค่ปลดมันผู้นั้นออกไปและหาคนใหม่ขึ้นมาทำแทน”
“ยังไงก็ตาม เจ้าจะต้องค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยและคอยฝึกฝนคนใหม่เพื่อที่จะได้นพมาแทนที่
ขุนนางชุดเดิมและอาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายทศวรรษ ถึงจะจัดการทุกอย่างได้เสร็จสมบูรณ์”
เมื่อได้ยินสิ่งที่พี่ชายของเธอพูดออกมา เธอก็แทบจะกลอกตามองบน
ท่านคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายอย่างนั้นเหรอ
ที่จะฝึกฝนคนให้ขึ้นมาแทนที่ขุนนางชุดเดิม
ถึงแม้ว่าจะทำได้เกร่งว่าเมื่อถึงตอนนั้นข้าก็คงแก่แล้ว
องค์หญิงสิบ เธอยิ้มออกมาอย่างขมขื่นและพูดว่า "พี่เก้า
สิ่งที่ท่านพูออกมานั้นท่านต้องการที่จะทำจริงๆอย่างนั้นหรือ หลังจากไม่กี่ทศวรรษ ข้าก็คงเกือบจะสิ้นอายุขัยแล้ว"
“นี้คือสิ่งที่เจ้ากลัวอย่างนั้นหรือ มันเป็นเพียงแค่ไม่กี่ทศวรรษเพียงเท่านั้น
มันไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้”
เซี่ยเฉิน พูดออกมาอย่างเฉยเมย แต่ว่าสิ่งที่เขาพูดออกมานั้นก็เป็นความจริง
ปัจจุบันเขามีอายุขัยถึง 1,800 ปี และเขาก็จะไม่ตายแม้ว่าจะผ่านไปแล้วหลายชั่วอายุคน
“นี่ เจ้ารับไป นี้คือยาอายุวัฒนะสำหรับเจ้า
กินมันซะ”
เมื่อพูดจบ เซี่ยเฉิน ก็หยิบยาอายุวัฒนะออกมาและมอบให้กับองค์หญิงสิบ
และเขาก็สังเกตเห็นระดับการบ่มเพาะของ
องค์หญิงสิบแล้วว่าในตอนนี้เธอใกล้ที่จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนิพพานได้แล้ว และคงใช้เวลาอีกไม่นานที่เธอจะกลายเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพานขั้นที่หนึ่ง
องค์หญิงสิบ รับขวดยามาด้วยความสงสัยและถามว่า “พี่เก้า นี่คือยาชนิดใด?”
“นี่คือยาอายุวัฒนะ
หนึ่งเม็ดสามารถยืดอายุของคนได้ถึง 300 ปี แต่ว่าหนึ่งคนสามารถกินได้เพียงแค่เม็ดเดียวเท่านั้น
และต่อให้กินมากแค่ไหน ก็จะไม่มีผลอีกต่อไป”
หลังที่เธอได้ยินสิ่งที่พี่ชายของเธอพูดออกมา
องค์หญิงสิบก็จ้องมองไปยังขวดยาที่เธอกำลังถืออยู่ในมือของเธอด้วยความตกตะลึงทันที
“สาม.... สามร้อยปีอย่างนั้นเหรอ?” เธอร้องอุทานออกมาอย่างเสียงงดัง มือของเธอสั่นและเธอก็แทบจะล้มลงไปนั่งกับพื้นดิน
เมื่อเซี่ยเฉิน เห็นปฏิกิริยาของน้องสาวเขาก็ยิมออกมาและพูดว่า
"ใช่แล้ว เมื่อเจ้ากินมันลงไป มันสามารถยืดอายุขัยของเจ้าได้ถึงสามร้อยปี
และยังมีผลอีกประการหนึ่ง นั่นคือ มันสามารถทำให้ผู้ที่กินมันมีรูปร่างที่อ่อนเยาว์ตลอดไป
เป็นอย่างไรดีหรือไม่?"
“เยาว์วัยตลอดกาล?” ดวงตาขององค์หญิงสิบเป็นประกาย
และใบหน้าของเธอในตอนนี้เต็มไปด้วยความตกตะลึง
เธออ้าปากและกลืนยาโดยไม่พูดอะไรสักคำ เพราะเธอกลัวว่าประสิทธิภาพของยาจะเสื่อมลงหากเธอพูดอะไรออกมา
เธอไม่สงสัยในสิ่งที่พี่ชายของเธอพูดออกมาเลยแม้แต่น้อย
หลังจากที่เธอกินยาอายุวัฒนะลงแล้ว องค์หญิงสิบก็รู้สึกเพียงว่าร่างกายของเธอกลับมางดงามราวกับเด็กสาวอายุน้อย
ผิวของเธอบอบบางและเงางามมากขึ้น
แน่นอนว่ายาอายุวัฒนะมันสามารถคงความเยาว์วัยได้ตลอดกาล และรักษารูปลักษณ์ที่งดงามราวกับเด็กสาวอายุสิบแปดนี้เอาไว้ตลอดกาล
“เป็นไงบ้าง เจ้าชอบมันหรือไม่?”
เซี่ยเฉิน มองไปที่องค์หญิงสิบด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เขาสังเกตได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับน้องสาวของเขาได้แล้ว
และเห็นว่าน้องสาวของเขากับมางดงามเฉกเช่นในอดีตอีกครั้ง
องค์หญิงสิบรู้สึกตื่นเต้นมาก หลังจากที่เธอได้กินยาอายุวัฒนะเข้าไป
และได้เห็นผลของยาอายุวัฒนะที่น่าอัศจรรย์ ซึ่งสามารถยืดอายุขัยของเธอออกไปได้ถึง
300 ปีและยังสามารถคงความอ่อนเยาว์ตลอดไป
“ขอบคุณค่ะ พี่เก้า”
เธอกอด เซี่ยเฉิน ดวงตาของเธอมีน้ำตาออกมาเล็กน้อย
มีเพียงแค่พี่เก้าของเธอเพียงเท่านั้น ที่ยินดีมอบยาศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ให้กับเธอ
“เจ้าจงทำหน้าที่ของเจ้าให้ดี เพราะว่าในอนาคต
ตำแหน่งจักรพรรดินี้ก็จะต้องตกเป็นของเจ้า ไปลับให้คมให้ดี อย่าทำให้ข้าต้องผิดหวัง”
เซี่ยแน ตบไหล่ของเธอเพื่อปลอบโยนและให้กำลังใจเธอ
“เอาล่ะพี่เก้า ท่านไม่ต้องห่วง”
"บูม..."
องค์หญิงสิบ พยักหน้ารับ และจูบไปที่แก้มของ เซี่ยเฉิน ก่อนที่เธอจะหายตัวไปจากที่นี่ในพริบตา
“ผู้หญิงคนนี้ ทำไม่ถึงยังทำตัวเป็นเด็ก”
เซี่ยเฉินส่ายหัวและหัวเราะออกมา เขาหันหลังกลับและเดินออกไปจากที่นี่อย่างช้าๆ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved