ตอนที่ 117

ในซากปรักหักพัง เซี่ยเฉินเดินค้นหาทีละก้าวภายในคลังสมบัตและบริเวรโดยรอบนิกาย

แต่เขาก็ไม่พบสมบัติที่ดีเลยจากคลังสมบัติของนิกายเทียนเจี้ยน

หรือว่านิกายเทียนเจี้ยนใช้สมบัติแห่งสวรรค์และโลกไปหมดแล้ว

และเหลือเพียงแค่สมบัติที่ไม่มีค่าสำหรับตัวเขาเลย

“น่าแปลกใจแหะที่นอกายเทียนเจี้ยน

นิกายใหญ่หนึ่งในแปดนิกายจะไม่มีสมบัติดีๆหลงเหลืออยู่เลยเป็นไปได้อย่างนั้นเหรอ?”

เซี่ยเฉินยืนครุ่นคิดอะไรอย่างเงียบๆ ในซากปรักหักพัง เขามองดูนิกายเทียนเจี้ยนที่ถูกทำลาย

และรู้สึกว่าไม่มีความสุขเล็กน้อย

เขาไม่พบสมบัติที่มีค่าอะไรเลย มีเพียงแค่ดาบไม่กี่เล่มที่พอใช้ได้

เขาไม่เชื่อว่าเขาจะโชคร้าย เขาได้ปลดปล่อยจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาออกไปเพื่อค้นหาและสำรวจนอกายเทียนเจี้ยนใหม่อีกครั้ง

"อะไร?"

ในที่สุด เขาก็พบอะพไรบางอย่างอยู่ใต้ซากปรักหักพังของนิกายเทียนเจี้ยน

เซี่ยเฉินก็พบว่ายังมีสถานที่ที่ยังไม่ได้ถูกทำลายอยู่

เขาบินมายังภูเขาด้านหลังของนิกายเทียนเจี้ยน และหยุดอยู่บริเวรหน้าผา

ที่นี่ดูธรรมดาเป็นอย่างมากและถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็จะไม่สามารถมองเห็นถ่ำที่ซ่อนอยู่บนหน้าผาเลย

ถ้าหากว่าเขาไม่ได้ใช้จิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาสำรวจนิกายเทียนเจี้ยนใหม่อีกครั้งเขาก็คงจะไม่สามารถค้นพบสถานที่แห่งนี้ได้

หลังจากพบเจอถ่ำแล้ว เซี่ยเฉิน ก็ใช้จิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาสำรวจด้านในแต่เขาก้ต้องรู้สึกแปลกใจอีกครั้งเพราะว่าจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้ถูกปิดกันด้วยพลังลึกลับบางอย่าง

ด้านหน้าของเขามีแผ่นหินที่มีคำว่าดินแดนต้องห้ามนิกายเทียนเจี้ยน เขียนอยู่บนนั้น

แน่นอนว่านี่คือสถานที่ต้องห้ามภายในนิกายเทียนเจี้ยน

“ปรากฏว่าที่นี้มาค่ายกลป้องกัน ติดตั้งเอาไว้”

เซี่ยเฉินยิ้มออกมาเล็กน้อย กระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าและร่อนลงที่ด้านหน้าของถ้ำ

เขาเพียงแค่เขากดมือลงไปเบาๆ ค่ายกลป้องกันที่อยู่ด้านนอกของถ้ำก็พังทลายลงไปในทันที

พ่ายแพ้ต่อเจตจำนงดาบที่แข็งแกร่งของเขา

คลิก!

เมื่อค่ายกลป้องกันพังทลายลง เซี่ยเฉิน ก็ก้าวเดินเข้าไปด้านในถ้ำ

ทันทีที่เซี่ยเฉินเดินเข้าไป

เขาก็รับรู้ได้ถึงเจตจำนงดาบที่ทรงพลังและแหลมคมอยู่ภายในถ้ำ

ภายในถ้ำนั้นกว้างขวางเป็นมากและมีตะเกียงน้ำมันจุดเอาไว้

เมื่อเดินลึกเข้าไปภายในถ้ำ เซี่ยเฉิน ก็เดินมาถึงพื้นที่ภูเขาขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดาบและเจตจำนงดาบหนาทึบแทรกอยู่ในทุกตารางนิ้ว

“สุสานดาบ?”

เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เซี่ยเฉิน ก็ตระหนักได้ทันที

ปรากฏว่าที่แห่งนี้คือสุสานดาบของนิกายเทียนเจี้ยน

ซึ่งมีดาบฝังอยู่นับไม่ถ้วน บางเล่มก็เป็นดาบของศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยนที่แข็งแกร่งได้ถูกฝังอยู่ที่นี่

เมื่อมองไปยังสุสานที่ที่อัดแน่นไปด้วย

ดาบจำนวนมากจนไม่สามารถนับได้ ดาบเหล่านี้ได้ปลดปล่อยเจตจำนงที่แข็งแกร่งและแหลมคมออกมา

ความแข็งแกร่งของดาบที่ถูกฝังอยู่ในสุสานดาบแห่งนี้นั้นนับว่าแข็งแกร่ง

เพราะว่า เซี่ยเฉิน สังเกตเห็นดาบที่ดีเพียงไม่กี่เล่มเท่านั้น

เพราะว่าตัวเขามีดาบแห่งจักรพรรดิอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าดาบที่อยู่ในสุสานดาบแห่งนี้จะมีความพิเศษ

แต่ก็เป็นเพียงดาบเหล็กธรรมดา และสิ่งที่สามารถสัมพัสได้จากดาบเหล่านี้ก็มีเพียงแค่เจตจำนงดาบที่แหลมคมเพียงเท่านั้น

สุสานดาบเป็นที่เก็บมรดกของเหล่าปรมาจารย์ดาบเอาไว้หลังจากที่เขเสียชีวิต

หลังจากนั้นไม่นาน เซี่ยเฉินก็ได้เดินเข้าไปถึงส่วนลึกของสุสานดาบ ซึ่งมีดาบปักแทรกอยู่ทุกหนทุกแห่ง

และทันใดนั้นเขาก็รู้สึกตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อเดินเข้ามาถึงส่วนที่ลึกที่สุดของสุสานดาบแห่งนี้

"ช่างเป็นสถานที่ที่ดี

สำหรับการบ่มเพาะเจตจำนงดาบ"

ใบหน้าของ เซี่ยเฉิน ในตอนนี้เต็มแด้วยความชื่นชม

สมแล้วที่เป้นสุสานดาบของนิกายเทียนเจี้ยน ช่างเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำรับการบ่มเพาะเจตจำนงดาบจริงๆ

ดาบที่ถูกฝังอยู่ในสุสานดาบแห่งนี้ บางเล่มได้มีร่องรอยของจิตวิญญาณปรากฏขึ้นมาบ้างแล้ว

“ใช่แล้ว

ในเมื่อมีดาบที่ดีอยุ่ในที่แห่งนี้เป็นจำนวนมาก คงจะพอที่จะช่วยยกระดับของดาบแห่งจักรพรรดิ

ของข้าได้”

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซี่ยเฉินก็ไม่ลังเลอีกต่อไปนำดาบแห่งจักรพรรดิออกมา

ทำให้ภายในสุสานดาบเกิดเสียงดัง เคร้ง เคร้ง เคร้ง!

ด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง ดาบแห่งจักรพรรดิได้ออกมาจากฝักเรียบร้อยแล้ว

แรงกดดันของดาบแห่งจักรพรรดิ แผ่ออกไปปกคลุมทั้งสุสานดาบเอาไว้...

และทันใดนั้น สุสานดาบทั้งหมดก็เกิดความโกลาหลขึ้นมา

ดาบที่ถูกฝังอยู่ในสุสานจำนวนนับไม่ถ้วนสั่นสะท้านทีละเล่ม ทำให้เกิดเสียงเหล็กกระทบกับดังกึกก้อง

และทำให้สุสานดาบแห่งนี้เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับว่า พวกมันได้เผชิญหน้ากับจักรพรรดิ

เมื่อดาบแห่งจักรพรรดิ ปรากฏตัวออกมาดาบนับพันนับหมื่นเล่มที่อยู่ภายในสุสานดาบแห่งนี้ต่างก็ลอยขึ้นมาและทำความเคารพต่อดาบแห่งจักรพรรดิ!

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าของเซี่ยเฉิน ทำให้เซี่ยเฉินตะลึงอย่างยิ่ง ดาบนับพันนับมื่นเล่มสั่นสะเทือน

โค้งคำนับและยอมจำนนต่อดาบแห่งจักรพรรดิ ที่อยู่ในมือของ เซี่ยเฉิน

"ดาบแห่งจักรพรรดิ

เจ้าจงดูดซับและหลอมรวมดาบทั้งหลายนี้ให้เป็นหนึ่งเดี่ยวกับเจ้า"

เซี่ยเฉิน พูดออกมาเบาๆ ปล่อยให้ดาบแห่งจักรพรรดิที่อยู่ในมือลอยเข้าไปอยู่ในใจกลางของสุสานดาบ

ทันใดนั้น ดาบที่ฝังอยุ่ในสุสานดาบทั้งหมดก็สั่นสะเทือนพร้อมกัน หลังจากนั้นดาบแต่ล่ะเล่มก็ปลดปล่อยเจตจำนงดาบที่อยู่ภายในตัวของมันออกมา

และหลั่งไหลไปรวมกันที่ดาบแห่งจักรพรรดิห่อหุ้มดาบแห่งจักรพรรดิเอาไว้ด้วยเจตจำนงดาบที่ไม่มีที่สิ้นสุด

เซี่ยเฉิน

ต้องการใช้ดาบนับหมื่นเล่มที่ถูกฝังอยู่ในสุสานดาบแห่งนี้ เพื่อให้ดาบแห่งจักรพรรดิ

ดูดซับเจตจำนงดาบและจิตวิญญาณของดาบทั้งหมดเพื่อหล่อเลี้ยงดาบแห่งจักรพรรดิให้เติบโตขึ้นและพัฒนาไปอีกขั้น

เคร้ง เคร้ง เคร้ง.....

เสียงดาบสั่นไหวกระทบกันดังขึ้นอยู่ตลอดเวลา

และยังมีดาบจำนวนมากที่ไม่ยินยอมพวกมันต่างก็พากันขัดขื่น และต้องการที่จะต่อต้านแต่พวกมันก้ไม่อาจต้านทานแรงกดดันของดาบแห่งจักรพรรดิ

ได้เลย

ในไม่ช้า เจตจำนงดาบและจิตวิญาณดาบของดาบที่ถูกฝังอยู่ในสุสานก็เริ่มถูกดูดซับอย่างรวดเร็ว

ดาบจำนวนนับไม่ถ้วนก็ค่อยๆ สูญเสียความแวววาวและจิตวิญญาณไป

เจตจำนงดาบสลายไป จิตวิญญาณดาบก็หายไปเช่นกันหรือแม้แต่เจตนงนงแห่งการฆ่าที่อยู่ภายในดาบก็ยังถูกดาบแห่งจักรพรรดิดูดซับไปด้วย

และในที่สุดดาบแห่งจักรพรรดิ ก็กลายเป็นดาบแห่งจักรพรรดิที่แท้จริง

กริ๊ง กริ๊ง...

จู่ๆ ดาบจำนวนนับไม่ถ้วนก็ลอยขึ้นมาจากพื้นดิน บินขึ้นไปในอากาศ

และบินวนไปรอบๆ ดาบแห่งจักรพรรดิอย่างต่อเนื่อง ส่งเสียงร้องหวีดวิวที่แหลมคมออกมา

และในที่สุดก็หักพังกลายเป็นเศษเหล็กที่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง

เจตจำนงดาบที่แข็งแกร่งและจิตวิญญาณที่อยู่ในสุสานดาบทั้งหมดสลายหายไปหลังจากที่ถูกดาบแห่งจักรพรรดิดูดซับไป

หลังจากนั้นไม่นานดาบแห่งจักรพรรดิ ก็ได้ปลดปล่อยเจตจำนงดาบที่แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมออกมา

และเจตจำนงดาบที่ปลดปล่อยออกมานั้นเต็มไปด้วยการกดขี่และบีบบังคับที่รุนแรง

หลังจากที่ดูดซับเจตจำนงดาบและจิตวิญญาณดาบที่ถูกฝังอยู่ในสุสานดาบแห่งนี้ไปทั้งหมดแล้วทำให้

ดาบแห่งจักรพรรดิเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และพลังของมันก็แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ตุบ!

ดาบเล่มสุดท้าล่วงลงสู่พื้น สูญเสียพลังของมันไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

ดาบที่นี่สูญเสียเจตจำนงและจิตวิญญาณไปหมดแล้ว

แม้แต่คมดาบของพวกมันก็ไม่แหลมคมอีกต่อไป อีกไม่นานดาบที่นี่ก็จะหักพัง ถูกสนิมกัดกร่อน

และค่อยๆ สลายหายไปทีละน้อย

"ดี!"

เซี่ยเฉิน เรียกดาบแห่งจักรพรรดิ

ให้กับมาและสำรวจดูว่ามันแข็งแกร่งมากขึ้นแค่ไหน

หลังจากที่สังเกตุเห็นแล้วว่าเจตจำนงดาบของดาบแห่งจักรพรรดิมันแข็งแกร่งและมีการบีบบังคับที่รุนแรง

เขาก้รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก

การเดินทางมายัง นิกายเทียนเจี้ยนในครั้งนี้ มันไม่ได้ไร้ประโยชน์เลยส่ะที่เดี่ยว

อย่างน้อยเขาก็สามารถทำให้ดาบแห่งจักรพรรดิ ได้รับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นมา

“เอาล่ะ ถึงเวลากลับแล้ว”

เซี่ยเฉิน เก็บดาบแห่งจักรพรรดิกลับคืนสู่ฝัก และนำมันกลับเข้าไปไว้ในทะเลแห่งจิตวิญญาณ หลังจากนั้นเขาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความพึงพอใจและพร้อมที่จะจากไป

แต่ในขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ ฝีเท้าของเขาก็หยุดลงอย่างกะทันหัน

"นี่คืออะไร?"

ในเวลานี้อยู่ๆ เซี่ยเฉิน ก็สังเกตเห็นว่าในส่วนลึกที่สุดของสุสานดาบ

มีแผ่นหินซึ่งแปลกมากตั้งอยู่

ในตอนแรกที่เขาเดินเขามา เขาไม่ได้สังเกตเห็นมันเลย

แต่เมื่อตอนที่เขากำลังจะจากไป เขาก็สังเกตเห็นแผ่นหินนั้น และรู้สึกว่ามีแผ่นหินนี้จะต้องมีอะไรพิเศษซ่อนอยู่ข้างในนั้น

ด้วยความรู้สึกสงสัยและความอยากรู้อยากเห็น เซี่ยเฉิน

เขาก็เดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของแผ่นหิน

“แผ่นหิน นี้ไม่ธรรมดาเลย”

เขาเดินวนรอบแผ่นหินและสำรวจอย่างตั้งใจ แผ่นหินนี้สูงเก้าฟุต

ดูเรียบง่ายแต่ว่าบนแผ่นหินกลับมีรอยดาบหลงเหลืออยู่ ซึ่งรอยดาบเหล่านี้เริ่งจางลงไปบางแล้ว

ซึ่งหมายความว่าแผ่นหินนี้คงอยู่มาหลายปีแล้ว

เพราะว่าเมื่อมองไปยังแผ่นหิน ทำให้รู้สึกถึงความอ้างว้างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อเขากลับมามีสติอีกครั้ง เขาก็รู้สึกประหลาดใจทันที

หลังจากที่ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว

เขาก็สังเกตเห็นว่ามีตัวอักษรสองตัวสลักเอาไว้อยู่บนแผ่นหิน

“ทงเทียน!”

เซี่ยเฉิน พึมพำกับตัวเอง เมื่อเห็นตัวอักษรที่สลักอยู่บนแผ่นหินว่า

"ทงเทียน" ซึ่งตัวอักษรทั้งสองตัวนี้เต็มไปด้วยเจตนงดาบที่ดูลึกลับอย่างยิ่ง

เมื่อสัมผัสตัวอักษรทั้งสองตัวด้วยมือ จะทำให้รู้สึกราวกับว่ามีดาบหลายร้อยล้านเล่มหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายและทำร้ายผู้ที่สัมพัสมัน

ช่างน่ากลัวยิ่งนัก

เมื่อเซี่ยเฉินใช้จิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์สำรวจแผ่นหิน

ก็ได้มีข้อความเด้งขึ้นมาภายในจิตใจของเขา

“อนุสาวรีย์ดาบทงเทียน?”

ศิลาจารึกแผ่นนี้มีความลึกลับที่ไม่ธรรมดา มันสลักคำว่า "ทงเทียน"

เอาไว้และมีเจตจำนงดาบอันน่าสะพรึงกลัว

เซี่ยเฉิน ครุ่นคิดอยู่สักพักจากนั้นก็ใช้ดวงตาแห่งสวรรค์ มองไปที่อนุสาวรีย์ดาบทงเทียน ที่อยู่ตรงหน้าเขาแต่ก็ต้องทำให้เขาต้องรู้สึกประหลาดใจอีกครั้งเพราะว่าดวงตาแห่งสวรรค์ ของเขาไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่า

อนุสาวรีย์ดาบทงเทียน มีความเป็นมาอย่างไร

ซึ่งหมายความว่าอนุสาวรีย์ดาบทงเทียน ที่อยู่ตรงหน้าของเขาจะต้องมีความลับซ่อนอยู่ภายในนั้น

“เอามันกลับไป แล้วค่อยทำการศึกษามัน”

หลังจากสังเกตมาระยะหนึ่ง เซี่ยเฉิน ก็ตัดสินใจนำอนุสาวรีย์ดาบทงเทียนกลับได้กับเขาด้วยเพื่อนำไปศึกษาและหาความลับที่ซ่อนอยู่

เขารู้สึกว่าอนุสาวรีย์ดาบทงเทียน ต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ภายในในอย่างแน่นอน

เพราะว่าเขาไม่สามารถทราบที่มาของมันได้ และเขาก็ไม่รู้ว่านิกายเทียนเจี้ยนนี้มาจากที่ไหน

คลืดดดดดดดด!

เกิดเสียงดังและสุสานดาบสั่นสะเทือนหลังจากที่ เซี่ยเฉิน นำอนุสาวรีย์ดาบทงเทียนขึ้นมาจากพื้นดิน

หลังจากนั้นไม่นานสุสานดาบทั้งหมดก็เกิดรอยแตกร้าวขึ้นมา

ในขณะที่เซี่ยเฉิน พยายามที่จะดึงอนุสาวรีย์ดาบทงเทียน

ขึ้นมานั้นทำให้เขารู้สึกได้ว่าอนุสาวรีย์ดาบทงเทียนมันหนักเป็นอย่างมาก

แต่ว่าก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลยที่มีพละกำลังที่มหาศาลด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายของเขา

หลังจากนั้นไม่นาน เซี่ยเฉินก็ได้แบกอนุสาวรีย์ดาบทงเทียน

และเดินออกจากสุสานดาบไปอย่างรวดเร็ว!

หลังจากที่ออกมาถึงข้างนอกสุสานดาบแล้ว เซี่ยเฉินก็บินขึ้นไปบนท้องฟ้า

แบกอนุสาวรีย์ดาบทงเทียน เอาไว้และหายตัวไปจากซากปรักหักพังของนิกายเทียนเจี้ยน

อย่างรวดเร็ว

ไม่นานหลังจากที่ เซี่ยเฉิน จากไป ก็ได้มีหมอกควันสีดำจำนวนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากซากปรักหักพังพร้อมกับเจตจำนงดาบที่แหลมคม

เลือดจำนวนมากได้ไหลมารวมตัวกัน และไหลลงสู่ส่วนลึกของซากปรักหักพัง

ภายใต้ซากปรักหักพังนั้น มีดาบสีดำสนิทถูกฝังอยู่

มันกำลังดูดซับเลือดจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่รอบๆ มัน และปล่อยจิตวิญญาณที่ชั่วร้ายออกมา