ตอนที่ 152

เมืองหลวง ด้านหน้าประตูทางเข้าเมือง มีเสาต้นหนี่งตั้งอยู่ซึ่งมีศพห้อยลงมา

ศพนี้คือศพของ เทียนซวนจื่อเขา ที่มาสร้างความวุ่นวายภายในเมืองหลวง

ถึงแม้ว่า เทียนซวนจื่อ

จะกลายเป็นศพไปแล้วแต่แรงกดดันที่ทรงพลังของเขาก็ยังไม่หายไป

สิ่งนี้ทำให้กองกำลังและมหาอำนาจจำนวนนับไม่ถ้วนในโลกต่างก้พากันหวาดกลัว

“จักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่ยงคงกระพัน”

นอกเมืองมีปรมาจารย์ที่แข็งแกร่งจำนวนมาก กำลังยืนจ้องมองศพจากระยะไกล

หัวใจของพวกเขากำลังสั่นสะท้าน

อัจฉริยะที่สามารถควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ ถูกสังหารในไม่กี่วินาที

แล้วใครจะกล้าดูถูกดูแคลนราชวงศ์เซี่ย แล้วใครจะกล้าไม่เชื่อฟังจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์?

หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่มีใครในโลกที่ไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของราชวงศ์เซี่ย

จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ นั้นแข็งแกร่งไม่มีใครเทียบได้ และอยู่ยงคงกระพัน

“อาณาจักรเซี่ยจะต้องกลับมาเจริญรุ่งเรื่องอีกครั้งอย่างแน่นอน”

ภายในฝูงชน หญิงลึกลับที่มีผ้าคลุมหน้ายืนมองดูศพของ เทียนซวนจื่อ

อย่างเงียบๆ

เธอนั้นรู้จักกับเทียนซวนจื่อเป็นอย่างดี เขาแข็งแกร่งและทรงพลังเป็นอย่างมากในหมู่อัจฉริยะที่สามารถควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้

แต่เขาก็ยังคงถูก จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

สังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เป็นใครก็ต้องรู้สึกแปลกใจ

หญองสาวผู้นี้ก็คือ หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรค์ เธอยืนเฝ้าดูศพของ

เทียนซวนจื่อ อย่างเงียบๆ อยู่เป็นเวลานาน และทันใดนั้นเธอก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย

"ดีมาก ในตอนนี้นักบุญหญิงเทียนมู่ได้เข้าไปอยู่ในพระราชวัง แล้ว

ในยุคนี้ศาลาสวรรค์ อาจสามารถใช้ราชวงศ์เซี่ย เพื่อให้ไปถึงจุดสูงสุดได้"

หลังจากที่เธอพูดจบ เธอก็หายตัวไปแล้วอย่างลึกลับ

ไม่มีใครสังเกตเห็นการมีอยู่ของเธอ และก็ไม่มีใคเห็นการหายตัวไปของเธอ

ในอีกด้านหนึ่ง ชายวัยกลางคนที่มีลกลิ่นอายที่แข็งแกร่งก็กำลังจ้องมองไปที่ศพของ

เทียนซวนจื่อ เช่นกัน

“เทียนซวนจื่อ ศิษย์ของนิกายเต๋าสวรรค์ ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะตายง่ายๆเช่นนี้?”

ชายวัยกลางคน พูดเยาะเย้ยและเหยียดหยาม "นิกายเต๋าสวรรค์

สึกในครั้งนี้พวกเจ้าได้พบกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งแล้ว ในยุคที่ผ่านมาสามารถทำให้พวกเจ้ากลับมายืนขึ้นได้อีกครั้ง

แต่ในยุคนี้พวกเจ้าจะต้องเจอกับความล้มเหลว"

"นิกายเหวินเทียน

ของข้าจะเข้ามาแทนที่ของพวกเจ้า เมื่อพวกเจ้าล้มเหลวในการทำสงครามกับราชวงศ์เซี่ย

เพราะว่าในตอนนี้โลกใบนี้กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ราชวงศ์เซี่ยจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง"

แท้จริงแล้วชายวัยกลางคนผู้นี้ก็คือ ผู้นำนิกายซ่อนเร้น

นิกายเหวินเทียน

ไม่มีใครรู้ถึงความแข็งแกร่งของเขา รู้แค่ว่าชายกลางคนผู้นี้

มีชีวิตอยู่มาห้าร้อยปีแล้ว แต่ก็ยังคงรักษารูปลักษณ์ของวัยกลางคนเอาไว้

และความแข็งแกร่งของเขานั้นก็ไม่อาจหยั่งรู้ได้

ยังมีนิกาย ตระกูลซ่อนเร้นอื่นๆ และชนเผ่าโบราณที่เริ่มปรากฏตัวออกมากันบางแล้ว

หลังจากการฟื้นตัวของพลังปราณจิตวิญญาณแห่งสวรรค์และโลก

ปรมาจารย์ลึกลับจำนวนมากได้เริ่มปรากฏตัวขึ้นมา

เดิมทีคนเหล่านี้ต้องการเข้ามาแทนที่ราชวงศ์เซี่ย แต่พวกเขาต้องยับยั้งเอาไว้ก่อนในเวลานี้

เพราะว่าไม่มีใครกล้าออกมาสร้างความหายนะให้กับกองกำลังตนเอง

สิ่งที่พวกเขาต้องทำในตอนนี้คือสะสมความแข็งแกร่งของพวกเขาอย่างเงียบๆ

จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ทำให้กองกำลังทั้งหมดในโลกตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า

.....................................................

“เจ้าคิดอย่างไรกับความแข็งแกร่งของ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งราชวงศ์เซี่ย”

ในพื้นที่ลึกลับแห่งหนึ่ง คนกลุ่มหนึ่งได้มารวมตัวกัน โดยที่แต่ละคนมีกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัว

และบางคนก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่า เทียนซวนจื่อ เลยแม้แต่น้อย

"เผ่าโบราณของเราคงอยู่มาได้อย่างยาวนาน

และผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วน

ยุคสมัยใหม่ครั้งนี้พวกเราต้องลุกขึ้นมายืนให้ได้อีกครั้ง"

“ทุกคน อย่าพึ่งรีบลงมือ มันจะทำลายแผนการของพันธมิตรเผ่าโบราณ”

“ราชวงศ์เซี่ย จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัว”

“ตราบใดที่โลกใบนี้ฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ ก็ถึงเวลาที่เผ่าโบราณของพวกเราจะถือกำเนิดและปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง”

“ผู้ที่จะเป็นผู้ปกครองในยุคสมัยนี้ จะต้องเป็นของเผ่าโบราณของพวกเรา”

คนกลุ่มนี้คือเผ่าโบราณที่แข็งแกร่งและทรงพลัง ที่หลบซ่อนตัวจากโลกภายนอก

พวกเขาเหล่านี้มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน เผ่าโบราณที่อ่อนแอ ที่สุดมีมรดกสืบทอดยาวนานกว่าราชวงศ์เซี่ยมาก

กองกำลังของเผ่าโบราณ และนิกายซ่อนเร้นบางส่วน มีมรดกที่สืบทอดกันมานับหมื่นปีหรือหลายพันปี

พวกเขาทั้งหมดกำลังเตรียมการอย่างลับๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ที่กำลังจะเกิดขึ้น

เผ่าโบราณ และนิกายซ่อนเร้น เหล่านี้เป็นภัยคุกคามที่แท้จริง

……………………………........

ในขณะนี้ ภายในห้องโถงของพระราชวังจักรพรรดิมนุษย์ เซี่ยเฉินและน้องสาวกำลังนั่งหันหน้าเข้าหากัน

และจ้องมองหน้ากันอย่างเงียบๆ

“พี่เก้า นิกายเต๋าสวรรค์เป็นภัยคุกคามต่อราชวงศ์เซี่ยของพวกเรามากเกินไป”

เซี่ยซี่ พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมและใบหน้าที่จริงจัง

เธอกำลังเตือนให้พี่ชายของเธอระวังตัวให้มากขึ้น

"ตามบันทึกของราชวงศ์ที่บันทึกเอาไว้ นิกายเต๋าสวรรค์ เคยทำลายราชวงศ์เทพที่ทรงอำนาจมาก่อนหลังจากที่ราชวงศ์เทพล่มสลาย

ราชวงศ์เซี่ยก็ได้สถาปนาขึ้นมาและกลายเป็นผู้ปกครองจนถึงปัจจุบัน"

“จักรพรรดิแห่งราชวงศ์เทพ ทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดสิบหกคนถูกสังหาร

โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นท่านพี่ต้องได้รับการปกป้อง”

เซี่ยซี่ รู้เรื่องของนิกายเต๋าสวรรค์เป็นอย่างดี ดังนั้นเธอจึงระมัดระวังตัวเองมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก

ซึ่งแตกต่างจาก เซี่ยเฉิน เขาไม่ได้สนใจนิกายเต๋าสวรรค์เลย

ใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่งเป็นอย่างมากแม้ว่าเขาจะได้รับการเตือนจากน้องสาวของเขา

และพูดออกมาว่า "เจ้าไม่ต้องกังวล นิกายเต๋าสวรรค์

นั้นต้องการใช้โอกาสในครั้งนี้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง

หลังจากที่เก็บตัวซ่อนเร้นจากยุคที่แล้วมาเป็นเวลานาน"

“สิ่งที่เจ้าจะต้องระวังในตอนนี้คือ นิกายโบราณ

เผ่าโบราณ และตระกูลโบราณ ที่กำลังจะปรกฏตัวออกมาในเร็วๆนี้

พวกเขาเหล่านี้มีความแข็งแกร่งมากกว่านิกายเต๋าสวรรค์มาก”

“นิกายเต๋าสวรรค์นั้นไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะว่าสิ่งที่พี่กำลังกังวลคือ

นิกายโบราณ เผ่าโบราณ และตระกูลโบราณ เหล่านี้ต่างหากที่เป็นภัยคุกคามที่แท้จริง”

เซี่ยเฉิน พอที่จะรู้เรื่องเหล่านี้อยู่บางแต่ก็ไม่ได้รู้อะไรมากนัก

ตามบันทึกจำนวนมากที่เข้าได้อ่านมา บรรพบุรุษของราชวงศ์เซี่ย

ได้เขียนบันทึกเกี่ยวกับการล่มสลายของราชวงศืสุดท้ายเอาไว้

ราชวงศ์เทพอันยิ่งใหญ่เป็นราชวงศ์ที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งมีความแข็งแกร่งมากกว่าราชวงศ์เซี่ยมาก

แต่ต่อมา พวกเขาได้ถูกลอบสังหารโดยคนของนิกายเต๋าสวรรค์ ตั้งแต่นั้นมา

จักรพรรดิเทพผู้ยิ่งใหญ่หลายรุ่นก็ได้ถูกลอบสังหารอย่างต่อเนื่องโดยคนของนิกายเต๋าสวรรค์

ซึ่งในที่สุดก็นำไปสู่การเสื่อมถอยและล่มสลาย

หลังจากนั้น จักรพรรดิไท่ซู่

ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพวกเขาได้นำกองทัพบุกเข้ายึดดินแดนและสถาปนาราชวงศ์เซี่ยขึ้นมา

ในช่วงเวลานั้น คือช่วงสุดท้ายของยุคสมัย

ราชวงศ์เซี่ยในตอนนั้นเต็มไปด้วยความเที่ยงธรรม ซึ่งทำให้ นิกายโบราณ เผ่าโบราณ

และตระกูลโบราณ ต่างก็พากันหลบซ่อนตัว

แต่ก่อนที่พวกเขาจะหลบซ่อนตัวพวกเขาได้ประกาศออกมาว่าจะกลับมาอีกครั้งหลังจากที่เริ่มต้นยุคสมัยใหม่

พวกเขาคงจะเริ่มปรากฏตัวออกมากันบางแล้ว

เพราะว่าในขณะนี้โลกใบนี้กำลังฟื้นคืนพลังปราณจิตวิญญาณแห่งสวรรค์และโลก

ยุคสมัยใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเป็นยุคแห่งการแข่งขันที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

นิกายโบราณ เผ่าโบราณ

และตระกูลโบราณ ทั้งหลายจะต้องปรากฏตัวขึ้นมาอย่างแน่นอน และเมื่อพวกเขาปรากฏตัวขึ้นมา

จะต้องทำให้เกิดความตื่นตระหนกและสับสนวุ่นวายขึ้นในโลก

เซี่ยเฉินกังวลเรื่องนี้มากที่สุด

“นิกายโบราณ เผ่าโบราณ และตระกูลโบราณ เหล่านั้นจะกลับมาอย่างแน่นอน

เพื่อที่จะทำให้กองกำลังของพวกเขากลายเป็นผู้ปกครองคนใหม่ของโลกใบนี้”

น้ำเสียงของ เซี่ยเฉิน เต็มไปด้วยความเย็นชา และมีความเชื่อมั่นว่ามันจะต้องเกิดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

ตระกูลโบราณเหล่านี้ มีอำนาจมหาศาล และถือได้ว่าเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อราชวงศ์เซี่ย

ดังนั้น เซี่ยเฉิน จึงให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ของโลกใบนี้

ตอนนี้ นิกายเต๋าสวรรค์ ได้ปรากฏตัวออกมาแล้ว และเขาก็ต้องการที่จะใช้นิกายเต๋าสวรรค์เพื่อยืนหยัด

เพื่อขัดขวางนิกายโบราณ เผ่าโบราณ และตระกูลโบราณ ที่ทรงพลังและแข็งแกร่งเหล่านั้น

และซื้อเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อสะสมและพัฒนาตัวเองอย่างเงียบๆ

“เจ้าจะต้องตั้งใจจัดการราชวงศ์ให้ดี บ่มเพาะผู้ที่มีความสามารถขึ้มมาให้ได้เป็นจำนวนมาก

และเตรียมพร้อมสำหรับการปกครองโลกใบนี้ เพื่อปราบปรามนิกายโบราณ เผ่าโบราณ และตระกูลโบราณทั้งหมด”

เซี่ยเฉินพูดออกมาอย่างแผ่วเบา

“เพค่ะ เสด็จพี่!”

จักรพรรดินีเซี่ยซี ก้าวถอยหลังออกไปอย่างเงียบๆ และเดินออกจากพระราชวังจักรพรรดิมนุษย์

เธอต้องรีบไปจัดการกับเรื่องการเมือง เตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น

ฝึกฝนผู้มีความสามารถและคนที่แข็งแกร่งให้ได้มากที่สุด

มีเพียงพลังที่แข็งแกร่งเท่านั้น ถึงจะสามารถปราบปรามนิกายโบราณ

เผ่าโบราณ และตระกูลโบราณ ทั้งหมดลงได้

มิฉะนั้น ราชวงศ์เซี่ยจะต้องถูกทำลาย

และล่มสลายหายไปอย่างราชวงศ์เทพอย่างแน่นอน

“ถึงเวลาที่ข้าต้องเดินทางไปที่ นิกายหมื่นพุทธแล้ว”

เซี่ยเฉิน พึมพำกับตัวเอง ยืนขึ้นร่างกายของเขาสั่นไหวเล็กน้อย

หลังจากนั้นก็หายตัวไปจากพระราชวังจักรพรรดิมนุษย์

เขาต้องการไปเยือน นิกายหมื่นพุทธ ที่ตั้งอยู่ในเขตทะเลทรายตะวันตก

เพื่อไปเยี่ยมชม นิกายหมื่นพุทธสักสองสามวันเพื่อดูว่าเขาจะสามารถ ทำให้ร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาได้อีกหรือไม่

เซี่ยเฉินมีร่างอวตารเทพเจ้าทั้งหมดห้าองค์ ซึ่งเป็นตัวแทนของธาตุทั้งห้า

ได้แก่ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน และเขาก็ต้องการทำให้ร่างอวตารเทพเจ้าทั้งห้าสมบูรณ์แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

เพราะว่าในตอนนี้

ร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟของเขานั้นแข็งแกร่งขึ้นมาเป็นอย่างมากหลังจากที่หลอมรวมเข้ากับเปลวเพลิงตะวันสีขาว

และควบแน่นร่างอวคารเทพเจ้าแห่งไฟสีทองขึ้นมา

และแน่นอนว่าเขาต้องการพัฒนามันให้แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งตัวเลือกแรกของเขาคือนิกายหมื่นพุทธ

เขาต้องการไปลงชื่อเช็คอินที่ นิกายหมื่นพุทธ

เพื่อที่จะดูว่าเขาจะสามารถได้รับสมบัติล่ำค่า ที่พอจะสามารถพัฒนาร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟและควบแน่นเปลวไฟที่แท้จริงที่สามารถเผาผลาญทุกสิ่งขึ้นมาได้หรือไม่

เพราะว่าเขารู้สึกได้ว่าร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟและเปลวไฟที่แท้จริงสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้

พรึบ!

เซี่ยเฉิน บินขึ้นไปบนท้องฟ้า ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยเปลวไฟที่ร้อนแรง

และหายตัวไปในพริบตา