ตอนที่ 149

อาณาจักรเซี่ย พระราชวังจักรพรรดิมนุษย์

บรอเวรด้านข้างของห้องโถงของพระราชวังจักรพรรดิ บ่อแปลงร่างมังกร ได้ถูกนำออกมาติดตั้งไว้อยู่ด้านข้าง

พลังปราณมังกรที่อยู่ข้างในหนาแน่นเป็นอย่างมาก เกิดความปั่นป่วนอยู่ภายในบ่อมังกรราวกับว่ามังกรที่แท้จริงกำลังจะทยานออกมาจากบ่อ

มีชายและหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่ที่ขอบบ่อ เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นข้างใน

“พี่เก้า สิ่งนี้คืออะไร?”

ทั้งสองคือจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดินี และผู้ที่เอ่ยปากถามออกมาก็คือจักรพรรดินีเซี่ยซี

ซึ่งในตอนนี้ใบหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เซี่ยเฉิน ยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อยแล้วพูดออกมา "สมบัติล้ำค่า -

บ่อแปลงร่างมังกร"

“บ่อแปลงร่างมังกร?”

จักรพรรดินี รู้สึกประหลาดใจและจ้องมองไปที่ บ่อมังกรสีทองที่อยู่ตรงหน้าเธอ

เธอไม่คาดคิดเลยว่ามันจะเป็น บ่อแปลงร่างมังกร

ตามชื่อเลย มันคือบ่อน้ำที่สามารถทำให้ เจียวหลง

แปลงร่างเป็นมังกรที่แท้จริงได้ (เจียวหลง คือมังกรที่ยังไม่โตเต็มวัยนะครับ)

ตราบใดที่ เจียวหลง เข้ามาอยู่ในบ่อแปลงร่างมังกร มันก็จะสามารถแปลงร่างเป็นมังกรที่แท้จริงได้

ซึ่งมันน่ามหัศจรรย์เป็นอย่างมาก

นี่คือสมบัติที่เซี่ยเฉิน ได้รับมาจากการลงชื่อเช็คอินที่วัดหยางหลง

บ่อแปลงร่างมังกร

“เพียงแค่เจ้าไปหามังกรแล้วนำมันมาเลี้ยงเอาไว้ในบ่อแปลงร่างมังกร

แต่มันคงจะยากเล็กน้อยเพราะว่ามันได้ถูกข้าขับไล่ออกไปเกือบหมดแล้ว”

เซี่ยเฉิน กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบ

เมื่อจักรพรรดินีเซี่ยซี ที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินในสิ่งที่พี่ชายเธอพูด

เธอก็พูดออกมาว่า "พี่เก้า วัดหยางหลงมีมังกรทองไม่ใช่หรือ?"

“ไม่จำเป็น มังกรทองคำตัวนั้นถูกเลี้ยงดูด้วยวิธีลับ

และความสำเร็จในอนาคตของมันก็มีขีดจำกัด”

เซี่ยเฉินส่ายหัว ในตอนนั้นเขามองสำรวจมังกรทอง ก็สามารถมองเห็น ศักยภาพทั้งหมดของมังกรทองตัวนั้นได้แล้ว

เมื่อได้ยินที่พี่ชายพูด จักรพรรดินีเซี่ยซี ก็พยักหน้าและกล่าวว่า

"พี่เก้า ถ้าอย่างนั้นข้าจะสั่งใหห้คนออกตามหามังกร

และนำมันมาเลี้ยงเอาไว้ข้างในบ่อแปลงร่างมังกร"

หลังจากที่เธอพูดจบเธอก็หันหลังกลับและจากไป ในฐานะที่เธอเป็นถึงจักรพรรดินี เธอมีหลายสิ่งที่ต้องทำมากเกินไป

เซี่ยเฉิน ยืนสังเกตบ่อแปลงร่างมังกรอย่างเงียบๆ อยู่พักหนึ่ง

จากนั้นจึงหันหลังกลับ และกลับเข้าไปข้างในพระราชวังจักรพรรดิ

เขานั่งขัดสมาธิ เพื่อปรับสมดุลของร่างกายก่อนที่จะทำการบ่มเพาะ

นอกจากบ่อแปลงร่างมังกรแล้ว เขายังได้รับ กายาอาทิตย์ทองคำ

มาด้วยหลังจากที่ลงชื่อเช็คอินที่วัดจินกวง

แต่ว่าในตอนนั้นเขายังไม่มีเวลาได้ตรวจสอบมัน

“ระบบ นำกายาอาทิตย์ทองคำออกมา”

หลังจานั้นไม่นานข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับ กายาอาทิตย์ทองคำ

ก็หลั่งไหลเข้าสู่ทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา และผสานกายาอาทิตย์ทองคำ

เข้ากับร่างกายของเขาในทันที

ฮัม!

ทันใดนั้น ห้องโถงของพระราชวังจักรพรรดิก็สว่างไสว

แสงสีทองจากดวงอาทิตย์ ลอยอยู่ในอากาศ

ร่างกายของเซี่ยเฉิน ถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีทองของดวงอาทิตย์ และเปลวไฟที่แท้จริงของดวงอาทิตย์ได้ปรากฏขึ้นมา

มันเป้นเปลวไฟที่ร้อนแรงเป็นอย่างมากสามารถเผาได้ทุกสิ่ง

ตอนนี้เซี่ยเฉิน กำลังพยายามที่จะหลอมรวม กายาอาทิตย์ทองคำ

เข้ากับร่างกายของเขา

ภายใต้การช่วยเหลือจากระบบ ในชั่วพริบตา เขาก็สามารถหลอมรวมกายาอาทิตย์ทองคำเข้ากับร่างกายของเขาได้อย่างสมบูรณ์

ในขณะนี้ ในความว่างเปล่า ได้ปรากฏดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงสว่างเจิดจ้าออกมา

ส่องลงมายังตำแหน่งของพระราชวังจักรพรรดิ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ได้ตกอยู่ในสายตาของผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วน

ที่อาศัยอยู่ภายในเมืองหลวง

ดวงอาทิตย์สีทอง ลอยอยู่ในความว่างเปล่า ส่องแสงลงมายังพระราชวังของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

ซึ่งดึงดูดความสนใจของผู้คนนับไม่ถ้วนโดยธรรมชาติ และก็พากันนคาดเดาไปต่างๆนาๆว่าในตอนนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์กำลังทำอะไรอยู่

จักรพรรดินีเซี่ยซี เองก็รู้สึกตกใจเช่นเดี่ยวกันเมื่อเธอเห็นลำแสงที่ส่องลงมาจากดวงอาทิตย์สีทอง

“ช่างเป็นดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรงจริงๆ พี่เก้าสุดยอด”

เธอรู้สึกชื่นชม พี่ชายของเธอเป็นอย่างมาก

ในเวลานี้ ลำแสงที่ส่องลงมาเริ่มแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ

เผยให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของดวงอาทิตย์ เมื่อดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้น

ความชั่วร้ายทั้งหมดก็จะต้องถูกทำลาย

ภายในห้องโถงพระราชวังจักรพรรดิ ร่างกายของเซี่ยเฉิน ถูกปกคลุมไปด้วยแสงของดวงอาทิตย์สีทอง

รอบตัวของเขา ได้มีเปลวไปที่แท้จริงของดวงอาทิตย์ควบแน่นขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและกำลังเผาไหม้ร่างกายของเขาอยู่ในขณะนี้

หลังจากที่เปลวไฟที่แท้จริงของดวงอาทิตย์สีทองได้ถูกควบแน่นขึ้นมา มันก็ได้ขัดเกลาร่างกายของเซี่ยเฉิน

ทำให้ร่างกายของเซี่ยเฉินแข็งแกร่งมากขึ้น

ในตอนนี้เซี่ยเฉิน รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นทีละน้อย

แต่เดิมร่างกายของเขานั้นก็แข็งแกร่งจนนาสะพรึงกลัวอยู่แล้ว

และในตอนนี้มันได้รับการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาอีกครั้งเขาไม่รู้เลยว่าร่างกายของเขาในตอนนี้นั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหน

เซี่ยเฉิน มีความรู้สึกว่า

ถ้าหากมีผู้ฝึกตนขอบเขตเหนือธรรมชาติมายืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ เขาก็สามารถบดขยี้ได้เพียงนิ้วเดียว

เขาสามารถจินตนาการได้เลยว่ามันน่ากลัวแค่ไหน

ในขณะนี้ เปลวไฟที่แท้จริงของดวงอาทิตย์และดวงอาทิตย์ทองคำได้หลอมรวมจนกลายเป็นหนึ่งเดี่ยวกัน

และวิวัฒนาการกลายเป็น เปลวเพลิงตะวันสีขาวที่ร้อนแรง

ช่างเป็นเปลวไฟที่ร้อนแรงจริงๆ!

นี่คือเปลวไฟที่มีระดับสูงกว่าเปลวไฟที่แท้จริงของดวงอาทิตย์

และพลังของมันก็น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง

เปลวไฟที่แท้จริงนั้นเป็นเปลวไปที่อยู่บรอเวรพื้นผิวของดวงอาทิตย์ ส่วนเปลวไฟที่แท้จริงสีทองนั้นคือเปลวไฟที่อยู่ในใจกลางของดวงอาทิตย์

เปลวไฟทั้งสองถึงแม้ว่าจะเป็นเปลวไฟที่แท้จริงเหมือนกัน

แต่ก็ยังมีความแตกต่างกัน เปลวไฟหนึ่งอยู่ด้านนอก

และเปลวไฟหนึ่งอยู่ในแก่นกลางของดวงอาทิตย์ซึ่งแตกต่างกันมาก

เมื่อเปลวไฟทั้งสองหลอมรวมเข้าด้วยกันก็จะสามารถวิวัฒนาการได้

พลังของเปลวเพลิงตะวันสีขาว  นั้นแข็งแกร่งกว่าเปลวไฟดวงอาทิตย์หลายร้อยเท่า

ภายใต้การเผาไหม้และขัดเกลาของ เปลวเพลิงตะวันสีขาว

ความแข็งแกร่งของ เซี่ยเฉิน ก็ได้รับการปรับปรุงขึ้นมาทีละขั้น ร่างกายของเขาค่อยพัฒนาขึ้น

หลังจากนั้นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้ห้าก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงเช่นเดี่ยวกัน

และร่างอวตารของเทพเจ้าทั้งห้าก็ได้รับการปรับปรุง

ในเวลานี้ ร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง จากเปลวไฟของดวงอาทิตย์ก่อนหน้านี้กลายเป็น

เปลวเพลิงตะวันสีขาว ซึ่งรุนแรงกว่าและน่าสะพรึงกลัวมากยิ่งขึ้น

ในตอนนี้ร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟ ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปที่ละน้อย

หลังจากนั้นไม่นาน เปลวเพลิงตะวันแท้จริง ก็ควบแน่นขึ้นมากลายเป็นร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟ

เมื่อร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟได้รับการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์แล้ว

พลังที่เหลือก็ได้ไหลเวียนไปยังร่างอวตารเทพเจ้าทั้งสี่ และเสริมความแข็งแกร่งให้อย่างต่อเนือง

หลังจากการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน เซี่ยเฉิน ก็สามารถควบแน่นร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟขึ้นมาใหม่ได้อย่างสมบูรณ์

และยังเป็นร่างอวตารที่แข็งแกร่งมากที่สุดของเขาในตอนนี้อีกด้วย

จงออกมา!

เปลวไฟที่แท้จริงได้หลั่งไหลออกมาและควบแน่นขึ้นมาเป็นร่างที่มีเปลวไฟลุกไหม้

นี้คือร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟ

"ดีมาก"

เซี่ยเฉิน รู้สึกพอใจกับการเปลี่ยนแปลงของเขามาก และมีความสุขมากกับความแข็งแกร่งของเขาที่เพิ่มขึ้น

การเก็บเกี่ยวครั้งนี้มีไม่เลวเลย ดูเหมือนว่าเขาคงต้องใช้เวลาว่างออกเดินทางไปรอบโลก

เพื่อหาสถานที่ ลงชื่อเช็คอิน และเก็บเกี่ยวสมบัติล่ำค่ากลับมาให้มากที่สุด

"ศาลาสวรรค์ นิกายหมื่นพุทธ นิกายเต๋าสวรรค์

ฯลฯ..."

ความคิดหนึ่งได้แวบขึ้นมาอย่างเงียบๆ ในใจของเขา ในตอนนี้เขาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้เวลาว่างเดินทางไปรอบๆ

ไปยังนิกายใหญ่ๆ เหล่านี้เพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

“นิกายหมื่นพุทธ ที่ตั้งอยู่ในเขตทะเลทรายตะวันตก เป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นต้นกำเนิดของพระพุทธศาสนา

บางทีคงจะดีไม่น้อยหากได้ไปเยี่ยมชมสักครั้ง”

เซี่ยเฉิน กำลังครุ่นคิดอยู่เงียบๆ และเขากำลังคิดว่าจะเดินทางไปที่นิกายหมื่นพุทธ

ที่ตั้งอยู่ในเขตทะเลทรายตะวันตก

ข้าได้ยินมาว่านิกายหมื่นพุทธ ยอมขับไล่พระภิกษุและพุทธสาวกออกไปทั้งหมด

พวกเขาก็ทำผลงานได้ดีเยี่ยม ข้าควรจะไปดูว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่

และใช้โอกาสนี้ ในการลงชื่อเช็คอินและเก็บเกี่ยวสมบัติที่นิกายหมื่นพุทธ

"ข้าจะออกเดินทางในอีกไม่กี่วันข้างหน้า"

หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้วว่าเขาจะเดินทางไปที่นิกายหมื่นพุทธ

ที่ตั้งอยู่ในเขตทะเลทรายตะวันตก แต่เขาก็ไม่ได้รีบร้อนออกเดินทางในตอนนี้

เขาต้องการที่จะบ่มเพาะและฝึกฝนก่อนสักสองสามวัน แลล้วค่อยออกเดินทาง

เนื่องจากเซี่ยเฉิน รู้สึกได้ถึงวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้นมาได้เล็กน้อยในช่วงนี้

เห็นได้ชัดว่ากำลังมีภัยคุกคามบางอย่างที่กำลังใกล้เข้ามา

สิ่งนี้ทำให้เขาต้องระมัดระวังตัว และต้องการดูว่าอะไรกล้าที่จะรุกรานราชวงศ์เซี่ยของเขา

ในเวลานี้

การคาดเดาของเขานั้นถูกต้อง

ในเวลานี้ นอกเมืองหลวง ได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินอย่างช้าๆ ตรงมายังเมืองหลวง

ชายคนสพายดาบโบราณไว้บนหลัง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา

และร่างกายของเขาปลดปล่อยแรงกดดันออกมาทำให้ผู้ที่จ้องมองรู้สึกใจสั่น

“ราชวงศ์เซี่ย วันนี้จะต้องเป็นวันที่ราชวงศ์ของเจ้าต้องล่มสลาย”

ดวงตาของเขาเย็นชา เขาเงยหน้าขึ้นมามองไปที่เมืองหลวงที่อยู่ตรงหน้าของเขา

“จักรพรรดิคนใด ก็ตามที่พยายามจะมีชีวิตอยู่ตลอดไปจะถูกสวรรค์ลงโทษ

ข้าเทียนซวนจื่อแห่งนิกายเต๋าสวรรค์ จะยุติอำนาจของราชวงศ์เซี่ยด้วยตนเอง”

บูม!

ทันทีที่พูดจบ เทียนซวนจื่อ ก็กระโจนขึ้นไปบนท้องฟ้า

ร่างกายของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยเจตจำนงแห่งสวรรค์

และบินตรงไปยังพระราชวังที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวง

นี่คือการดูหมิ่นอำนาจของจักรพรรดิ เขาไม่แม้แต่จะซ่อนตัวเลย

ทำให้มีผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา

"นี้มันเกิดอะไรขึ้น?"

“ช่างกิ่นอายที่น่าสรึงกลัวจริงๆ”

เมืองหลวงเกิดความปั่นป่วนขึ้นมา ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็พากันเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความหวาดกลัว

และพวกเขาก็ได้เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังก้าวเดินเข้ามายืนอยู่เหนือประตูของเมืองหลวง

บุคคลนี้คือ เทียนซวนจื่อแห่งนิกายเต๋าสวรรค์

เขาเดินทางมาที่เมืองหลวงเพื่อสังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งราชวงศ์เซี่ย

ผู้ที่ทำการฝ่าฝืนกฏสวรรค์เดินบนเส้นทางแห่งการบ่มเพาะเพื่อต้องการมีชีวิตที่ยืนยาว

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดินีแห่งราชวงศ์เซี่ย

ทำการฝ่าฝืนวิถีแห่งสวรรค์ พยายามบ่มเพาะความเป็นอมตะ ทำให้สวรรค์พิโรธ ข้าเทียนซวนจื่อแห่งนิกายเต๋าสวรรค์

ได้เดินทางมาที่เมืองแห่งนี้เพื่อทำการสังหาร จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดินี”

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดินี พวกเจ้าทั้งสองจงรีบออกมาและยอมรับความตายแต่โดยดี!”

เสียงตะโกนของ เทียนซวนจื่อ ดังก้องไปทั่วเมืองหลวง ทำให้ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนพากันตกใจ

ท้องฟ้ามืดมน อากาศกลายเป็นน้ำแข็ง และความหนาวเย็นปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองหลวง

ราวกับว่าท้องฟ้ากำลังพิโรธช่างน่าสะพรึงกลัว

“นิกายเต๋าสวรรค์?”

"ฟู่ว!"

“นิกายลึกลับและน่าสะพรึงกลัว ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน?”

ภายในเมืองหลวง

ปรมาจารย์ที่แข็งแกร่งบางคนพูดออกมาด้วยความหวาดกลัว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต่างก็รู้จักนิกายนี้

นิกานเต๋าสวรรค์ เป็นนิกายที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก

พวกเขาทำลายราชวงศ์ที่บ่มเพาะเต๋าแห่งความอมตะไปหลายราชวงศ์แล้ว