ตอนที่ 143

เมื่อข่าวที่เกิดขึ้นในเขตทะเลทางทิศตะวันออก แพร่กระจายไปทั่วทั้งโลกก็สั่นสะเทือนทั้งภายในและภายนอก

“สมแล้วที่เป็นถึง จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งราชวงศ์เซี่ย!”

ในศาลาสวรรค์ หัวหน้าศาลาผู้ลึกลับรู้สึกตกใจเมื่อได้รับข่าว

เธอมองไปยังทิศทางของเมืองหลวงแห่งอาณาจักรเซี่ย

“ดูเหมือนว่าจะข้าจะทำถูกต้องแล้วที่ ส่งนักบุญหญิงเทียนมู่ เข้าไปอยู่ข้างในพระราชวังเพื่อรับใช้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์”

เธอพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเธอเป็นประกาย เธอคิดว่าสิ่งที่เธอทำนั้นถูกต้องแล้ว

นักบุญหญิงเทียนมู่ ได้ส่งข่าวกลับมาเป็นการส่วนตัวเพื่ออธิบายรายละเอียดต่างๆที่เกิดขึ้น

เธอเล่าตั้งแต่ตอนที่เธอนำพระราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ไปยังเขตทะเลทางทิศตะวันออก

เพื่อสังหารจักรพรรดิมังกร กวาดล้างสัตว์อสูรทะเลที่ออกมาสร้างความสับสนวุ่นวาย

นี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง

เพียงแค่พระราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์กลับมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้

แล้วตัวของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะมีพลังที่แข็งแกร่งมากแค่ไหน?

แต่ก็ไม่มีใครรู้ พวกเขารู้เพียงแค่ พลังของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ผู้คนในโลกตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า

นิกายใหญ่ ที่กำลังจะเคลื่อนไหวก็หยุดการกระทำของพวกเขาลงในทันที และไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆอีกเลย

เพราะว่าพวกเขาไม่ต้องการทำให้นิกายของพวกเขาล่มสลาย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะปลุกให้บรรพบุรุษของพวกเขาให้ตื่นขึ้นมาก็ไม่สามารถรับมือกับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ได้เลย

ในตอนแรกนิกายใหญ่ต่างๆพวกเขาตั้งใจที่จะปลุกบรรพบุรุษของพวกเขาให้ตื่นขึ้นมา

แต่จู่ๆ พวกเขาก็ได้รับข่าวที่น่าตกตะลึงเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

“อมิตาภะ จักรพรรดิผู้ศักดิ์สิทธิ์สมแล้วที่เป็นบุตรแห่งสวรรค์!”

ในเวลานี้ ภายในวัดอันวิจิตรงดงามแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตทะเลทรายตะวันตก

ได้มีพระจำนวนนับไม่ถ้วนมารวมตัวกัน

ที่นั่งหลักได้มีพระแก่องค์หนึ่งที่ร่างกายของเขานั้นถูกปกคลุมไปด้วยแสงพุทธ

และด้านล่างเป็นกลุ่มอัครสาวกของพุทธศาสนา ทุกคนในตอนนี้ต่างก็มีสีหน้าที่เคร่งขรึมและตกใจกับข่าวที่พวกเขาได้รับ

“พระอาจารย์ นิกายหมื่นพุทธของพวกเราไม่สามารถทำอะไรได้เลยอย่างนั้นเหรอ?”

พระภิกษุ รูปหนึ่งถามออกมา

ทำให้ พระภิกษุ ทั้งหมดต่างก็มองไปที่มองไปยังพระภิกษุเฒ่าซึ่งเป็นเจ้าอาวาสของนิกายหมื่นพุทธ

ระดับการบ่มเพาะของพระภิกษุเฒ่านั้นไม่อาจหยั่งรู้ได้และลึกซึ้งเป็นอย่างมากทางด้านพุทธศาสนา

และไม่มีใครรู้ว่าพระภิกษุเฒ่าแข็งแกร่งมากแค่ไหน

เพราะว่าพระภิกษุเฒ่า นั้นมีชีวิตอยู่มาสี่ร้อยปีแล้ว

“อาณาจักรเซี่ยได้ปรากฏ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

ขึ้นมาแล้ว และในตอนนี้อาณาจักรเซี่ยก็กำลังจะเข้าสู่ยุคที่เจริญรุ่งเรือง ถึงแม้ว่าในตอนนี้โลกกำลังจะเกิดความเปลี่ยนแปลง

และความแข็งแกร่งของทุกคนในตอนนี้ก็ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นมาเป็นอย่างมาก

แต่พวกเราก้ไม่อาจต่อต้านอำนาจของอาณาจักรเซี่ยได้เลย”

พระภิกษุเฒ่า พูดออกมาด้วยท่าทางที่เฉยเมย

พระภิกษุเฒ่า กล่าวต่ออีกว่า "พลังปราณจิตวิญญาณแห่งสวรรค์และโลกกำลังฟื้นคืน

และในตอนนี้กำลังจะสิ้นสุดยุคสมัยเก่าและเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ข้าเองก็คงจะปิดผนึกถ้ำหมื่นปีศาจได้อีกไม่นาน จำเอาไว้ว่าพวกเจ้าไม่สามารถต่อต้านอาณาจักรเซี่ย”

“อมิตาภะ!”

หลังจากที่พระภิกษุเฒ่าพูดจบ ก็ได้มีแสงของพระพุทธเจ้าเปร่งประกายออกมาจากร่างกายของพระภิกษุเฒ่า

ทันใดนั้นร่างกายของพระภิกษุเฒ่าก็จมลงสู่ใต้พื้นดินและหายไป

หลงเหลือเอาไว้เพียงเหล่าสาวกของนิกายหมื่นพุทธ

จำนวนมากที่กำลังนั่งมองหน้าของกันและกันอยู่ในขณะนี้

“พุทธบุตร พวกเราควรทำอย่างไร?”

ในเวลานี้ ได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งถามกับพระหนุ่มที่นั่งอยู่ถัดจากตำแหน่งของพระภิกษุเฒ่า

พระหนุ่มรูปนี้ คือพุทธบุตร ที่ถือกำเนิดขึ้นมาในยุคสมัยนี้

ระดับการบ่มเพาะของเขานั้นแข็งแกร่งและทรงพลังเป็นอย่างมาก แสงแห่งพุทธ

ก็ส่องสว่างออกมาปกคลุมรอบร่างกายของเขา ซึ่งทำให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกเกรงขาม

“เพียงแค่ทำตามที่ท่านเจ้าอาวาสตรัสออกมา

อย่าต่อต้านราชวงศ์เซี่ยและทำตามที่ราชวงศ์เซี่ยต้องการ”

“เพียงแค่ทำในสิ่งที่จักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์ต้องการ

พวกเราชาวพุทธก็จะสามารถอยู่กันอย่างได้สงบสุข พวกเราควรอุทิศตนให้กับการบำเพ็ญธรรม

และไม่ควรนำตัวไปแปดเปื้อนกับเรื่องทางโลก”

พุทธบุตรตรัสออกมา ทำให้เหล่าสาวกมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง

"แต่..."

“พระพุทธองค์เคยตรัสว่าต้องการช่วยเหลือ สรรพสัตว์มิใช่หรือ?”

พระสาวก บางองค์ไม่เห็นด้วยกับการตัดสิ้นใจของพุทธบุตร

เป็นเพราะว่าบัดนี้พุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรือง

ขึ้นมาเป็นอย่างมากแล้วเหตุใดพวกเขายังต้องเชื่อฟังคำสั่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งราชวงศ์เซี่ยด้วย?

“พวกท่านลืมกันไปหมดแล้วอย่างนั้นเหรอ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนิกายเทียนเจี้ยน”

พุทธบุตรตรัสออกมาอย่างแผ่วเบา ทำให้พระภิกษุทุกคนหยุดพูดทันที

นิกายเทียนเจี้ยน มีจุดจบที่เลวร้ายเป็นอย่างมากนิกายถูกทำลาย และศิษย์สาวกหลายหมื่นคนถูกสักงหาร

ซึ่งเรื่องนี้ทำให้นิกายใหญ่ทั้งหลายยังคงหวาดกลัวราชวงศ์เซี่ย

เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ก็ไม่มีพระรูปไหนพูดอะไรออกมาอีกเลย

พวกเขาต่างก็พากันนั่งหลับตาและสวดมนต์ท่องพระคัมภีร์

………………………………........

นิกายใหญ่ และนิกายต่างๆ นับไม่ถ้วนต่างก็รู้สึกตกใจหลังจากที่พวกเขาได้รับข่าวที่เกิดขึ้นที่เขตทะเลทางทิศตะวันออก

และพวกเขาก็รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก

ความแข็งแกร่งของ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้แข็งแกร่งเกินไป

ทำให้พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาหายใจไม่ออก

อย่างไรก็ตาม ประชาชนคนธรรมดาทั่วไปนั้นมีมุมมองที่แตกต่างจากผู้ฝึกตนเป็นอย่างมาก

พวกเขาต่างก็เคารพบูชาจักรพรรดิศักดิ์สิทธ์เป็นอย่างมากที่ทำให้พวกเขาใช้ชีวิตกันได้อย่างสงบสุข

และยังคงได้รับการสนับสนุนและความเคารพจากประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา อาณาจักรเซี่ยได้มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

นโยบายใหม่ๆของอาณาจักรเซี่ย ก็มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก และทุกหนทุกแห่งก็เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา

แผ่นดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น พืชผลให้ผลผลิตมากกว่าทุกปี

ทำให้ผู้คนมีชีวิตที่มั่นคงมากขึ้น

ดังนั้นไม่ว่าโลกใบนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ตราบใดที่พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข

พวกเขาก็พึงพอใจมากแล้ว

ในตอนนี้ราชวงศ์เซี่ย สามารถทำให้ชีวิตของปุถุชนธรรมดาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย

และในตอนนี้อาณาจักรเซี่ยก็กำลังพัฒนาขึ้นไปอย่างต่อเนื่องเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก

ไม่ว่าจะเป็นในด้าน การค้า ยกระดับการทำฟาร์มและการเลี้ยงสัตว์ และทุกสาขาอาชีพต่างก็ได้รับการปรับปรุง

ในขณะนี้อาณาจักรเซี่ย กำลังเข้าสู่ช่วงของการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

ณ เขตพระราชวัง ภายในพระราชวังจักรพรรดิ์มนุษย์

จักรพรรดินีองค์ปัจจุบัน กำลังนั่งอยู่ต่อหน้าจักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

สองพี่น้องกำลังนั่งคุยกันเรื่องอะไรกันอยู่นะ?

“พี่เก้า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับ

เขตทะเลทางทิศตะวันออก ก็ได้รับการคลี่คลายลงไปเรียบร้อยแล้ว ผู้คนทั่วโลกต่างก็รู้สึกชื่นชมยินดี

และทุกคนต่างก็พากันสรรเสริญถึงท่าน”

จักรพรรดินีเซี่ยซี รู้สึกมีความสุขมากเพราะว่ามีคนชื่นชมพี่เก้าของเธอ

พระราชโองการของพี่ชายเธอสามา กวาดล้างภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในเขตทะเลทางทิศตะวันออกได้

เซี่ยเฉินยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อย “มันเป็นเพียงกลอุบายเล็กน้อย

ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”

“ว่าแต่เจ้ามีแผนการอะไรต่อไป?”

เขาถามน้องสาวถึงแผนการต่อไป

จักรพรรดินีเซี่ยซี ดูเคร่งขรึมและพูดออกมาว่า "พี่เก้า

ถึงแม้ว่าในช่วงระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา อาณาจักรเซี่ยของเราจะพัฒนาและเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาเป็นอย่างมาก

และในตอนนี้สถานศึกษาแห่งราชวงศ์เซี่ยได้ถูกสร้างขึ้นมาในสถานที่ต่างๆ ก็เริ่มมีผลแล้วเพราะว่ามีคนที่มีความสามารถจำนวนมาก

ได้รับการฝึกฝน"

“ยิ่งไปกว่านั้น ข้าเองก็ได้วางแผนที่จะสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดขึ้นมา

โดยที่มีคนที่มีพรรสวรรค์ประมาณ 10,000 คน และคนที่อ่อนแอที่สุดคือขอบเขตปรมาจารย์โดยกำเนิด”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ใบหน้าของ จักรพรรดินีเซี่ยซี

ก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "เป็นเพราะท่านเลยพี่เก้า

ความคิดของท่านนั้นน่าทึงเป้นอย่างมาก ทหารทั้งหนึ่งหมื่นคนนี้ล้วนเป็นลูกหลานของคนยากจนจากครอบครัวที่ยากจน

พวกเขาทั้งซื่อสัตย์และภักดีต่อราชวงศ์ และแต่ละคนก็เป็นคนที่มีพรสวรรค์เป็นอย่างมาก"

“ภายในสิบปี พวกเขาทั้งหมดจะสามารถทะลวงเข้าสู่ของเขตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่

และเป็นไปได้ที่บางคนจะสามารถไปถึงขอบเขตนิพพานได้”

จักรพรรดินีเซี่ยซี กล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยสีหน้าที่ภาคภูมิใจไม่รู้จบ

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นมาได้ เพราะนโยบายของพี่ชายของเธอ

เซี่ยเฉินทำเพียงแค่ยิ้มและเขาก็พูดออกมาว่า "เจ้าสามารถจัดการสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยตัวของเจ้าเอง

เพราะว่าในตอนนี้เจ้าคือจักรพรรดินีแห่งอาณาจักรเซี่ย ดังนั้นเจ้าย่อมเป็นคนตัดสินใจขั้นสุดท้าย"

“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เจ้ามีผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพานอยู่ในกองทัพของเจ้ากี่คนแล้ว?”

สิ่งที่เซี่ยเฉินให้ความสนใจในตอนนี้คือ

ผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่เริ่มปรากฏตัวออกมาหลังจากที่พลังปราณจิตวิญญาณของโลกใบนี้ฟื้นตัว

“พี่เก้า ท่านวางใจได้เลย ในตอนนี้มีปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานทั้งหมดห้าคนที่อยู่ในกองทัพที่ข้ากำลังจะสร้างขึ้นมา

และข้าก้กำลังที่จะคัดเลือกปรมาจารย์ขอบเขตนิพพาน อีกสิบคนให้เข้ามาอยู่ในกองทัพของข้า”

จักรพรรดินีเซี่ยซี ตอบอย่างใจเย็น

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เซี่ยเฉินก็พยักหน้าเล็กน้อย

“ยังไงก็ตามพี่เก้า ในตอนนี้เขตพื้นที่ทางตอนใต้ของอาณาจักเซี่ย

กำลังถูกคนของนิกายพุทธจากเขตทะเลทราบตะวันตกของอาณาจักรเซี่ยเข้ามาเผยแพร่คำสั่งสอนและกำลังเจริญรุ่งเรืองมีผู้นับถือนับล้านคน

นี่อาจเป็นภัยคุกคามต่ออาณาจักเซี่ยได้”

จู่ๆ จักรพรรดินีก็พูดเรื่องนี้ออกมา

จักรพรรดินียังพูดต่ออีกว่า “พุทธบุตร ไม่ได้เข้ามาวุ่นวายกับประชาชนทั่วไป สิ่งที่พวกเขาทำคือสังหารเหล่าคนชั่วไปนับไม่ถ้วน

แต่ถ้าหากว่าคนชั่วเหล่านั้นยอมวางมีดลง และหันหน้าเข้าหาพระพุทธศาสนาทางศาสนาพุทธก็ยินดีที่จะทำการบวชให้กับคนผู้นั้น

นี้นับว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายยิ่งนัก”

“มะเร็งร้ายเหล่านี้จะต้องถูกกำจัดให้หมดไป”

“นอกจากนี้ เขตพื้นที่ทางตอนใต้ของอาณาจักรเซี่ยของพวกเราก็ไม่ค่อยมั่นคงเล็กน้อยเมื่อเร็วๆนี้

ราราชของเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ทางตอนใต้ของเราสองคนได้ถูกลอบสังหาร

และสถานการณ์ที่นั่นก็ค่อนข้างวุ่นวายเล็กน้อย”

เมื่อจักรพรรดินีเซี่ยซี พูดเรื่องนี้ออกมา

เธอก็มองไปที่พี่ชายของเธออย่างเงียบๆ

เซี่ยเฉิน ก็เข้าใจได้ทันทีหลังจากที่ได้ยินสิ่งที่น้องสาวของเขาพูดออกมา

นิกายพุทธ นั้นประกาศว่าตนเองออกมาเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์

แต่กลับรับคนชั่วที่ทำความชั่วทุกอย่าง เข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาของพุทธศาสนา

คนชั่วเหล่านี้บางคนเป็นคนที่ทางการต้องการตัว

แต่พวกเขากลับหนีไปและเขาไปอยู่ในนิกายพุทธเพื่อหลบซ่อนตัว

เพราะว่านิกายพุทธนั้นไม่ได้สนใจอดีตของคนที่เข้ามาบวชเลยแม้แต่น้อย

ขอเพียงแค่มีความตั้งใจที่จะออกบวชและเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาของพุทธศาสนา

นิกายพุทธก็พร้อมที่จะอาแขนรับ

“พื้นที่ทางตอนใต้ของอาณาจักรเซี่ยนั้น

มีวัดตั้งอยู่ทั้งหมดกี่แห่ง?”

เซี่ยเฉิน ถามออกมาอย่าแผ่วเบา

จักรพรรดินีเซี่ยซี พูดออกมาทันที "พี่เก้า ในเขตพื้นที่ทางตอนใต้มีวัดพุทธที่สำคัญตั้งอยู่สองแห่ง ได้แก่

วัดหยางหลงและวัดจินกวง"

"วัดทั้งสองนี้สืบทอดมาจากนิกายหมื่นพุทธ

ที่ตั้งอยู่ในเขตทะเลทราบตะวันตก

หลังจากที่วัดทั้งสองได้ถูกก่อตั้งขึ้นมา ก็ได้มีผู้คนนับถือและเป็นผู้ศรัทธานับล้านคน

และกำลังหยั่งรากลึกลงในเขตพื้นที่ทางตอนใต้"

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ จักรพรรดินีเซี่ยซี ก็มีอาการปวดหัวเล็กน้อย

เกี่ยวกับการกระทำของนิกายพุทธ

“ถ้าอย่างนั้นก็ทำได้เพียงแค่ กำจัดพวกมันออกไป”

เซี่ยเฉิน พูดออกมาด้วยท่าทางที่เย็นชา

“เจ้าจงออกพระราชโองการให้ วัดที่ตั้งอยู่ทั่วทั้งโลกใบนี้ส่งพุทธสาวกของพวกเขามาให้ราชสำนักตรวจสอบ

ว่ามีใครมีหมายจับของทางการติดตัวอยู่หรือไม่”

“หากมีใครออกมาขัดขวาง ก็ส่งกองทัพทหารไปปราบปรามในทันที”

“ตกลง ข้าจะรีบทำทันที”

จักรพรรดินีเซี่ยซี อารมณ์ดีเป็นอย่างมากและเริ่มดำเนินการในทันที

เพียงแค่พี่ชายของเธออกคำสั่งมาเธอก็พร้อมที่จะลงมือในทันที

ในตอนนี้ เซี่ยเฉิน กำลังจ้องมองไปที่ความว่างเปล่าอย่างเงียบๆ และสังเกตเห็นพายุกำลังก่อตัว

เขารู้สึกว่าโลกกำลังจะเกิดเปลี่ยนแปลงในเร็วๆนี้