ภายในเมืองหลวงจักรวรรดิ มีข่าวชิ้นหนึ่งแพร่กระจายอย่างเงียบๆ
"เจ้ากำลังพูดอะไร?"
“องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ตายแล้วเหรอ?”
เหล่าองค์ชายต่างก็พากันตกใจเมื่อได้รับข่าว
และความคิดแรกของพวกเขาคือไม่เชื่อ
ช่างเป็นเรื่องตลก องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินเป็นผู้มีอำนาจมากที่สุด
และเขาได้รวบรวมปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่และปรมาจารย์โดยกำเนิดเอาไว้ข้างกายเป็นจำนวนมาก
แต่กลับมีข่าวลือออกมาว่า คนที่อาศัยอยู่ในตำหนักห่าวเย่ว
ทั้งหมดได้ถูกสังหารไม่มีใครเหลือรอดเลยแม้แต่คนเดี่ยว และพวกเขาทั้งหมดต่างก็ถูกสังหารในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
คราวนี้เหล่าองค์ชายต่างก็ตกตะลึง หลังจากได้รับข่าว
“พี่ใหญ่ตายได้อย่างไร ใครเป้นคนลงมือฆ่าเขา”
องค์ชายห้าและองค์ชายหกตกตะลึง และข่าวดังกล่าวก็ราวกับสายฟ้าฟาด
พวกเขาทั้งสองยอมเป็นผู้ติดตามองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน แต่ว่าทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินว่าองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
ถูกฆ่าตายและไม่มีผู้ใดมีชีวิตรอดอยู่เลย พวกเขาต่างก็พากันรู้สึกหนาวสั่นในใจ
หากพวกเขาไม่กลับมายังตำหนักของตนเองในตอนนั้น พวกเขาทั้งสองก็คงจะถูกฆ่าไปพร้อมกับองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
และพวกเขาก็รู้สึกโชคดีในเวลาเดียวกันพร้อมกับมีร่องรอยของความกลัวที่ปรากฏขึ้นในดวงตาของพวกเขา
ใครฆ่าองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน?
“พี่ใหญ่ตายแล้ว”
องค์ชายสอง องค์ชายสาม องค์ชายสี่ และองค์ชายเกือบทั้งหมดต่างก็ตกใจเมื่อได้รับข่าว
ทุกคนต่างประหลาดใจและรับรู้ถึงความแข็งแกร่งขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
เป็นอย่างดี และเขาก็ตายอย่างเงียบๆ และใครเป็นคนทำ
“เสด็จพ่อเหรอ?”
องค์ชายสอง มีใบหน้าที่มืดมนและรู้สึกว่ามีวิกฤติกำลังเกิดขึ้นกับเขา
เขาแสดงความกลัวบนใบหน้าของเขา
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก เพราะว่าแม้แต่องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
ก็ยังถูกลอบสังหารอย่างเงียบ ๆ
หากว่าต่อไปเป็นพวกเขา จะทำอย่างไรดีแล้วจะหนีรอดได้ไหม?
“ดูเหมือนว่าเสด็จพ่อ ต้องการที่จะขจัดอุปสรรคทั้งหลายออกไป”
หลังจากที่องค์ชายสามได้รับข่าว เขาก็เงียบไปนานและถอนหายใจออกมาทันที
เขาคิดว่าเป็นฝีมือของจักรพรรดิเซี่ย ไม่เช่นนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครลงมือสังหารคนโดยที่ไม่มีใครรับรู้อะไรเลยในตอนนั้น
ยกเว้นผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพาน ไม่มีใครสามารถสังหารองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินและผู้ติดตามของเขาทุกคนได้
และยังเป็นการสังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ภายในจักรวรรดิเซี่ยที่ยิ่งใหญ่ทั้งหมด นอกเหนือจากนิกายใหญ่แล้ว
มีเพียงจักรพรรดิเซี่ย คนปัจจุบันเท่านั้นที่มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะทำเช่นนั้น
“ตอนนี้ องค์ชายเก้า อยู่ที่ไหน?”
ทันใดนั้นเจ้าชายองค์ที่สองก็ถามคำถาม
ข้ารับใช้คุกเข่าลงแล้วพูดว่า "ฝ่าบาท องค์ชายเก้าเพิ่งกลับเข้าวังพร้อมกับสาวใช้ของเขา"
“กลับวังเหรอ?”
เจ้าชายคนที่สองตัวแข็งทันที เมื่อได้ยินสิ่งที่ข้ารับใช้รายงาน
และทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าต้องมีอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ในนั้น
จู่ๆ องคืชายเก้าก็เดินออกจากวัง และจากนั้นองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินก็สิ้นพระชนม์
และตอนนี้เขาก็กลับเข้าพระราชวัง ถ้ามีใครบอกว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกัน คงจะไม่มีใครเชื่อเลย
“องค์ชายเก้า ทำไมเสด็จพ่อถึงรักเจ้าขนาดนั้น?”
องค์ชายสอง รู้สึกน้อยใจในโชคชะตาของตนเอง
ใบหน้าของเขาแสดงความโกรธ ความไม่พอใจ ความเสียใจ หรือแม้แต่ร่องรอยของความตื่นตระหนกออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ในความคิดของเขา จักรพรรดิเซี่ย ทรงชื่นชอบองค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน มากเกินไป
พระองค์ทำแม้กระทั่งสังหารบุตรชายคนโตของเขาด้วยซ้ำ
สิ่งนี้ทำให้องค์ชายสองหวาดกลัว ร่างกายของเขารู้สึกหนาวเย็น
เขารู้สึกว่าจักรพรรดิเซี่ยนั้นโหดเหี้ยม
สำหรับการขึ้นครองบัลลังก์ เพื่อปูทางและขจัดอุปสรรค เขายังลงมือสังหารบุตรชายของตนเองด้วยซ้ำ
ทุกคนต่างก็รู้ดีถึงความแข็งแกร่งของ จักรพรรดิเซี่ย
และจักรพรรดิเซี่ยยังรู้ถึงความแข็งแกร่งขององค์ชายทุกองค์
ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งของตัวบุคคล หรือกองกำลังที่สนับสนุน
เรื่องเหล่านี้ต่างก็ไม่สามารถหลบซ่อนจากสายตาของจักรพรรดิเซี่ยไปได้เลย
ตอนนี้องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ได้ถูกลอบสังหารอย่างกะทันหัน
เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะสงสัยจักรพรรดิเซี่ยเป็นคนแรก
เพราะมีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้
และในตอนนี้จักรพรรดิเซี่ย ที่เหล่าองค์ชายพากันสงสัยก็ได้รับข่าวในเวลานี้เช่นกัน
และเขาก็รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก
........
ภายในเขตพระราชวัง จักรพรรดิเซี่ย ซึ่งทรงประทับอยู่ในพระราชวังตะวันออก ใบหน้าของเขาในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“เจ้ากำลังจะบอกว่า องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินตายแล้วเหรอ?”
ม่านตาของจักรพรรดิเซี่ย เบิกกว้างขึ้น
เขาจ้องมองไปที่ชายชุดดำที่นำข่าวกับมารายงานที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านล่างด้วยความไม่เชื่อ
ชายชุดดำคนนี้ได้รับการฝึกฝนจากจักรพรรดิเซี่ย เป็นการส่วนตัวและค่อยทำงานต่างๆให้เขา
หลังจากที่ได้รับข่าวว่า องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
ได้ถูกลอบสังหารและเสียชีวิตอย่างอนาถภายในตำหนัห่าวเย่ว และไม่มีผู้ใดที่อยู่ในตำหนักห่าวเย่วในตอนนั้นรอดชีวิตเลยสักคน
“ใครเป็นคนลงมือ?” ใบหน้าของจักรพรรดิเซี่ย
มืดมนและน่ากลัวเป็นอย่างมาก
บุตรชายคนโตของเขาได้ถูกลอบสังหาร และเขาถูกฆ่าโดยที่ไม่สามารถหาเบาะแสอะไรได้เลย
เพราะว่าไม่มีใครมีรอดชีวิตเลยสักคน
“ฝ่าบาท ผู้ใต้บังคับบัญชาคนนี้พบว่าทุกคนที่อยู่ในตำหนักห่าวเย่ว
รวมถึงองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ต่างก็ถูกสังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว”
ชายชุดดำกล่าวว่า
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ดวงตาของ จักรพรรดิเซี่ย ก็หดตัวลงอีกครั้ง
และเขาถามออกมาว่า "ตายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินนั้นมีระดับการบ่มเพาะที่อยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสมบูรณ์
เจ้ากำลังต้องการที่จะบอกว่าข้าว่า เขาถูกฆ่าด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว?"
“ใช่แล้ว ฝ่าบาท เป็นเช่นนั้นเอง”
เมื่อพูดจบ ชายชุดดำก็ยื่นใบไม้ที่เหี่ยวแห้งชิ้นหนึ่งให้กับจักรพรรดิเซี่ย
ใบไม้ยังคงมีคราบเลือดติดอยู่ หลังจากนั้นใบหน้าของจักรพรรดิเซี่ยก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
"สิ่งนี้คือ?" จักรพรรดิเซี่ยจ้องมองใบไม้แห้งด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ใบไม้นี้คือ อาวุธที่ใช้สังหารองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
ที่อยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสมบูรณ์ ภายในไม่กี่วินาที ถ้าบอกเรื่องนี้กับคนอื่นใครจะไปเชื่อกันล่ะ
แต่ในฐานะที่จักรพรรดิเซี่ยเองก็อยู่ในขอบเขตนิพพาน จักรพรรดิเซี่ยก็รู้ตัวเองดีว่า
แม้จะเป็นตัวเขาเองก็ไม่อาจที่จะทำเช่นนี้ได้
ใครกัน ใครกันที่ลงมือฆ่าองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ด้วยใบไม้เพียงใบเดียว?
“เจ้าพอที่จะหาเบาะแสอะไรได้บ้าง?”
จักรพรรดิเซี่ยเงียบอยู่นานและถาม
ชายชุดดำก้มศีรษะลง "ฝ่าบาท ไม่มีเบาะแสใดๆหลงเหลืออยู่เลย"
"ข้าไม่ต้องการให้เกิด ความผิดพลาดใดๆ"
จักรพรรดิเซี่ย มีใบหน้าที่มืดมนและตะโกนออกมาด้วยความโกรธ
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินได้ถูกลอบสังหารกะทันหัน
ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่
แม้ว่าเขาจะไม่อยาก เห็นหน้าขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน แต่เขาก็มีแผนที่จะจัดการกับบุตรชายตนโตของเขา
เพราะว่าเขาไม่มีความตั้งใจที่จะฆ่าบุตรชายของเขาเลย
ท้ายที่สุดแล้ว องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินก็ยังเป็นบุตรชายของตัวเขาเอง
ไม่ว่าเขาจะโหดเหี้ยมเพียงใด เขาก็ไม่สามารถฆ่าลูกชายของตัวเองได้
“เสด็จพ่อ ลูกสงสัยว่าการตายของ พี่ชายคนโตน่าจะเกี่ยวข้องกับพี่ชายคนอื่นๆ”
ในเวลานี้
มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากส่วนลึกของพระราชวังตะวันออก
ใบหน้าของชายผู้นี้ขาวใส่ราวกับหยก มีคิ้วดาบและดวงตาเปรงประกายราวกับดวงดาว
เขาดูเหมือนเด็กหนุ่มอายุสิบแปดหรือสิบเก้าปี แต่เขามีดวงตาที่แหลมคม และท่าทางของเขาก็สงบนิ่งมาก
“หลัวเอ๋อ เจ้าคิดว่าไง?”
เมื่อจักรพรรดิเซี่ยเห็นคนที่เดินเข้ามา ได้มีร่องรอยแห่งความรักปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาจนไม่สามารถซ่อนเอาไว้ได้
นี่คือบุตรชายคนโปรดของเขา ลูกคนสุดท้องคนที่สิบเอ็ด
คงจะไม่มีใครคิดว่าจริงๆ แล้วจักรพรรดิเซี่ย จะมีพระราชโอรสองค์เล็กๆ
ที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ที่ด้านนอกพระราชวัง และเลี้ยงดูเขาอย่างลับๆ
ตอนนี้เขาอายุได้สิบแปดปีแล้ว ในที่สุดจักรพรรดิเซี่ยเขาก็พาตัวกลับมาและพร้อมที่จะทำให้องค์ชายสิบเอ็ดขึ้นครองบัลลังก์
ทุกคนที่อยู่ข้างนอก ต่างก็พากันคิดว่าจักรพรรดิเซี่ยต้องการทำให้องค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน
ขึ้นเป็นองค์รัชทายาท แต่จริงๆแล้วองค์ชายเก้าเป็นเพียงแค่เหยื่อล่อเท่านั้น
ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขา องค์ชายสิบเอ็ด
คือบุคคลที่จักรพรรดิเซี่ยทรงรักมากที่สุด และเขาคือองค์รัชทายาทในอนาคตที่ได้รับการแต่งตั้งโดยจักรพรรดิเซี่ยองค์ต่อไป
“ลูกเดาว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับ เหล่าพี่น้องคนอื่นๆ”
องค์ชายสิบเอ็ด กล่าวออกมาอย่างมั่นใจ
“อืม แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงล่ะ” จักรพรรดิเซี่ยยิ้มและพยักหน้า
องค์ชายสิบเอ็ดเซี่ยหลัวพูดอย่างช้าๆ ว่า
"ข้าเพิ่งจะได้ยินมาว่า ท่านพี่เซี่ยเหริน ได้ส่งคนไปลอบสังหาท่านพี่เก้า แล้วหลังจากนั้นท่านพี่เก้าก็ได้เสด็จออกจากพระราชวังไป
หลังจากนั้นไม่นานท่านพี่เซี่ยเหริน ก็ถูกสังหารอย่างกะทันหันและไม่มีผู้ใดในตำหนักรอดชีวิตเลย
เสด็จพ่อ ท่านคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยหรือ?”
“องค์ชายเก้า?” จักรพรรดิเซี่ย
ขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลังจากนั้นเขาก็ส่ายหัว "เจ้าควรที่จะรู้ว่า
พี่ชายคนที่เก้าของเจ้าไม่มีพรรสวรรค์ในการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้และบ่มเพาะพลังมาตั้งแต่เด็ก"
“ถึงแม้ว่า พี่เก้า อาจไม่มีพื้นฐานการบ่มเพาะ แต่ก็เป็นการยากที่จะรับประกันได้ว่า
ไม่มีปรมาจารย์คอยช่วยเหลือเขาอยู่เบื้องหลัง” องค์ชายสิบเอ็ดพูดออกมาเบาๆ
จักรพรรดิเซี่ย รู้สึกตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น
และทันใดนั้นก็นึกถึงสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้ มีผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพานได้หลบซ่อนตัวอยู่ในดินแดนบรรพบุรุษ
นี่คือสิ่งที่ผู้อาวุโสเก่าแก่ที่อยู่ในห้องบูชาบรรพบุรุษพูด
หรือว่าจะเป็นเขา ใช่ ต้องใช่แน่ๆ.......
หมายความว่า องค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน เขาได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจขอบเขตนิพพาน
ที่อยู่เบื้องหลังเขา ซึ่งในตอนนี้ทำให้ใบหน้าของจักรพรรดิเซี่ย
เปลี่ยนไปและเจตนาฆ่าก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา
"ข้าเกือบลืม เรื่องนี้ไปแล้ว"
จักรพรรดิเซี่ยตระหนักถึงปัญหา บางทีการตายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินอาจเกี่ยวข้องกับ
องค์ชายเก้าเซี่ยเฉินจริงๆ
“เจ้าออกไปค้นหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างลับๆ
และถ้าจำเป็นก็ให้คนอื่นเข้าไปทดสอบด้วย”
ในที่สุดจักรพรรดิเซี่ยก็ตัดสินใจ
“หลัวเอ๋อร์ พ่อจะถ่ายทอดการฝึกฝนทั้งหมดของพ่อให้กับเจ้า
นี่เป็นกฎที่บรรพบุรุษซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์แรกได้กำหนด
สิ่งที่จักรพรรดิต้องทำก่อนที่เขาจะสละราชบัลลังก์ ก็คือการถ่ายทอดการฝึกฝนของเขาทั้งหมดให้กับจักรพรรดิองค์ต่อไป”
จักรพรรดิเซี่ย มองไปยังองค์ชายสิบเอ็ดด้วยสีหน้าจริงจัง
พูดในสิ่งที่ต้องทำให้ คนที่ได้ยินต้องรู้สึกประหลาดใจออกมา
จักรพรรดิแห่งราชวงศ์เซี่ย สามารถถ่ายทอดพื้นฐานการบ่มเพาะของเขา ไปยังจักรพรรดิองค์ต่อไปได้
“นี่คือสมบัติประจำชาติของราชวงศ์เซี่ย ซึ่งก็คือตราประทับราชวงศ์ ซึ่งสามารถรองรับและกักเก็บพลังได้จำนวนมหาศาล
ข้าถ่ายพลังที่ข้าฝึกฝนมาทั้งหมดของข้าลงไปเพื่อ ให้เจ้าดูดซับเพื่อที่จะทะลวงผ่านไปยังขอบเขตนิพพาน”
องค์ชายสิบเอ็ด แอบมีความสุขอยู่ในใจแต่ไม่กล้าแสดงออก
“เอาล่ะ นั่งลง ผ่อนคลาย ข้าจะสอนทักษะการฝึกฝนนี้ให้กับเจ้า”
จักรพรรดิเซี่ย กล่าวด้วยใบหน้าที่จริงจัง
องค์ชายสิบเอ็ดรู้สึกตื่นเต้น โดยไม่รู้เลยว่าไปปรากฏสีหน้าแปลกๆ ขึ้นบนใบหน้าของจักรพรรดิเซี่ย
จากนั้นก็หายไปในพริบตาอย่างรวดเร็ว
หืม!
มีลูกปัดลอยขึ้นไปอยู่เหนือศีรษะขององค์ชายสิบเอ็ด
และมีแสงหมอกส่องลงมา
ปรากฏร่องรอยของความเย็นชา แวบขึ้นมาในดวงตาของจักรพรรดิเซี่ย หลังจากนั้นมือของเขาก็ประสานกันเพื่อควบคุ้มแสงที่ปลดปล่อยออกมาจากลูกปัดให้ห่อหุ้มร่างกายขององค์ชายสิบเอ็ด
เอาไว้ราวกับว่าเขากำลังทำการถ่ายทอดทักษะการฝึกฝนให้
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved