หลังจากเสร็จสิ้นงานพิธีศพของ จักรพรรดิเซี่ยและองค์รัชทายาท
เรียบร้อยแล้ว
ได้มีข่าวการตายขององค์ชาย
ที่นำผู้ติดตามของเขาเพื่อที่จะบุกเข้าไปยังเขตพระราชวัง
และยังมีข่าวลืออออกมาอีกว่าองคืชายเหล่านี้ได้ร่วมมือกันกับเผ่าพันธุ์อื่นเพื่อก่อกบฏ
หลังจากนั้น ข่าวการขึ้นครองราชย์ของ องค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน
ก็ได้แพร่กระจายออกไป และทำให้โลกตกอยู่ในความโกลาหล
"ฟู่ว..."
“โอ้ไม่น่าเชื่อเลยว่า องค์ชายเก้าจะได้ขึ้นครองบัลลังก์?”
ณ. ดินแดนขององค์ชายห้า ภายในพระราชวัง
เมื่อองค์ชายห้าที่ได้ยินข่าวการขึ้นครองราชย์
ขององค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน เขาก็รู้สึกตกใจมากจนแทบจะล้มลงไปนั่งกับพื้น
ใบหน้าของเขาในตอนนี้นั้น เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มกลายเป็นสีเขียวเมื่อได้ ยินข่าวว่าองค์ชายคนอื่นๆกลายเป็นกบฏและถูกสังหาร
ในฐานะที่เขาเป็นถึง องค์ชายห้า เขาได้ยินยอมและกลายเป็นผู้ติตตาม
องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน แต่เนื่องจากการตายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ที่ถูกลอบสังหารอย่างกะทันหันและไม่สามารถสืบหาได้ว่าใคนเป็นผู้ลงมือ
เขาจึงรีบเดินทางกับมายังดินแดนของเขาอย่างเงียบๆ
แต่ว่าสิ่งที่เขาทำในครั้งนี้ เขาไม่คาดคิดเลยว่ามันจะช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้เขาก็แอบรู้สึกดีใจ
ที่เขาไม่ได้ไปสวามิภัคต่อองค์ชายสองและกลายเป็นผู้ติดตามขององค์ชายสอง
ไม่อย่างนั้นเขาคงจะไม่มีชีวิตรอดอยู่จนถึงตอนนี้
“โชคดีที่ข้านั้นกลัวความตายและรีบเดินทางกลับมายังดินแดนของข้า
ไม่เช่นนั้นข้าก็คงจะมี
จุดจบแบบเดี่ยวกันกับองค์ชายคนอื่นๆ”
สีหน้าขององค์ชายห้าเต็มไปด้วยความกลัว และเขารู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง
เมื่อได้รับรู้ว่าจักรพรรดิองค์ใหม่คือองค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน
เช่นเดียวกับเขา สถานการณ์ขององค์ชายหก ก็ไม่แตกต่างกับองค์ชายห้าเลยแม้แต่น้อย
พวกเขาไม่ได้รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับน้องชายคนที่เก้าของพวกเขา พวกเขารู้เพียงแค่ว่าในตอนที่องค์ชายเก้ามีอายุได้สิบขวบ
เขาได้ถูกจักรพรรดิเซี่ย เนรเทศให้ไปยังดินแดนบรรพบุรุษ
หลังจากอยู่ที่นั้น สามสีบปี
องค์ชายเก้าเซี่ยเฉินก็ได้กลับมาที่พระราชวังอีกครั้ง
“การตายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับองค์ชายเก้าอย่างแน่นอน”
องค์ชายหก ที่ซ่อนตัวอยู่ในพระราชวังของตัวเองในดินแดนของเขา
ในตอนนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความตื่นตระหนก
มีเพียงแค่ องค์ชายห้าและองค์ชายหก เท่านั้นที่ยังคงมีชีวิตอยู่
แต่ตอนนี้พวกเขากลับรู้สึกหวาดกลัวมาก เพราะว่าพวกเขาพึ่งจะได้รับข่าวจากเมืองหลวงว่า
องค์ชายเก้า กำลังจะขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไปของราชวงศ์เซี่ย พวกเขากลัวว่า เซี่ยเฉิน
จะตามมาคิดบัญชีแค้นกับพวกเขาหรือไม่?
“ไม่ ข้าจะต้องจัดการกับความเข้าใจผิดเหล่านี้”
หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว องค์ชายห้าและองค์ชายหก ก็ได้ตัดสินใจที่จะยอมสวามิภัคต่อเซี่ยเฉิน
เพราะว่าท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาทั้งสองไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับจักรพรรดิองค์ใหม่เลย
พวกเขาคิดว่า เซี่ยเฉิน จะต้องจัดการกับพวกเขาทั้งสองคนอย่างแน่นอน
ถ้าหากว่าพวกเขาทั้งสองไม่ยอมสวามิภัคต่อองค์จักรพรรดิ
พวกเขาไม่ต้องคิดอะไรมาก
เพราะว่ามีตัวอย่างให้พวกเขาเห็นแล้วนั้นคือองค์ชายหนึ่ง องค์ชายสอง องค์ชายสาม
องค์ชายสี่ องค์ชายเจ็ด และองค์ชายแปด พวกเขาต่างก็ถูกสังหารกันไปหมดแล้วด้วยข้อหากบฏ
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ พวกเขาก้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่น
องค์ชายทั้งสองยังมีความสงสัยอีกด้วยว่า
การตายของจักรพรรดิเซี่ยและองค์รัชทายาท จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับเซี่ยเฉินด้วยซ้ำ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ พวกเขาก็หวาดกลัวมากยิ่งขึ้น องค์ชายทั้งสองได้รีบออกคำสั่งให้
ส่งมอบกองกำลังทหารของงพวกเขาและสมบัติทุกชนิดไปยังพระราชวัง ในชั่วข้ามคืนเพื่อแสดงความจงรักภักดีของพวกเขา
..........................................................
เวลานี้ ณ.ดินแดนของเผ่าคนเถื่อนหนานมาน
“ทุกท่าน พวกท่านคิดอย่างไรเกี่ยวกับจักรพรรดิองค์ใหม่ของราชวงศ์เซี่ย?”
ภายในพระราชวัง จักรพรรดิองค์ปัจจุบันของเผ่าคนเถื่อน กำลังเรียกประชุมเหล่าหัวหน้าเผ่าในแต่ละเขตในดินแดนคนเถื่อน
เข้ามาเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้
เมื่อข่าวการขึ้นครองราชย์ ของจักรพรรดิองคืใหม่แห่งราชวงศ์เซี่ยได้ส่งมาถึงดดินแดนแห่งคนเถื่อนหนานหมาน
ก็ทำให้เกิดความฮือฮาอย่างมากขึ้นมาในทันที
ส่วนเรื่องของ ราชทูตของพวกเขาที่ถูกส่งไป ได้ถูกควบคุมตัวเอาไว้
หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เข้ารวมกับองค์ชายเพื่อช่วยเหลือให้องค์ชายสาม
ให้ทำการยึดครองบัลลังก์
พวกเขาทั้งหมดได้ถูกสังหารทั้งหมดโดยที่ไม่มีใครรอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดี่ยว
ภายในห้องโงใหญพระราชวังเผ่าคนเถื่อน
คนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์คือจักรพรรดิคนเถื่อนองค์ปัจจุบัน ร่างกายของเขากำยำและสวมมงกุฏงาช้างบนศีรษะ
ผิวของเขามีสีเข้ม และลำตัวสูงสามเมตรปละรูปร่างของเขานั้นใหญ่โตเป็นพิเศษ
ในฐานะที่เขาเป็นถึงจักรพรรดิคนเถื่อน
เผ่าพันธุ์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความแข็งแกร่งของร่างกาย
ทำให้ร่างกายของจักรพรรดิคนเถื่อนนั้นแข็งแกร่งและทรงพลังมากที่สุด
เพราะว่าเผ่าคนเถื่อนนั้นนับถือและบูชาคนที่แข็งแกร่งเท่านั้น
“ฝ่าบาท ราชวงศ์เซี่ยนั้น
ทำเกินไปพวกเขาไม่สมควรที่จะกักขังราชทูตของพวกเรา
ฝ่าบาทท่านจะต้องจัดการกับเรื่องนี้”
หัวหน้าเผ่าของเผ่าคนเถื่อนพูดออกมาเสียงดัง
“พวกเรา ต้องทำสงคราม!”
“พวกเราต้องเริ่มสงครามและต่อสู้จนกว่าคนจักรวรรดิเซี่ย
จะยอมจำนนและเชื่อฟัง”
คนเถื่อนกลุ่มหนึ่ง ได้โห่ร้องออกมาพวกเขานั้นต้องการทำสงคราม
ในทางกลับกันใบหน้าของ จักรพรรคนเถื่อนในตอนนี้นั้น
เต็มไปด้วยสีหน้าที่มืดมน เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา และรู้สึกรำคาญคนเหล่านี้เล็กน้อยอยู่ภายในใจ
แต่เขาก็ยังสงบสติอารมณ์ได้
ตอนนี้เขาตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งของราชวงศ์เซี่ย และถ้าหากว่าเผ่าคนเถื่อนต้องการทำสงครามกับอาณาจักรเซี่ยในตอนนี้
ก็เท่ากับเป็นการแส่หาความตายด้วยตนเอง
“ต้าหวู่จู เจ้าคิดว่าไง?”
ทันใดนั้น จักรพรรดิคนเถื่อนก็หันไปมองชายชุดดำที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากเขามากนัก
เขาเป็นพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าคนเถื่อน
ผู้ทรงอำนาจที่น่าสะพรึงกลัว ที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์คาถาอันลึกลับและไม่อาจคาดเดาได้
“ฝ่าบาท ข้าได้ยินมาว่าคนของอาณาจักรเซี่ยได้สังหารองค์ชายของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้
ที่เดินทางมาพร้อมกับคณะราชทูตของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ ในครั้งนี้ พวกเราสามารถตัดสินใจได้หลังจากที่สังเกตุการเคลื่อนไหวและปฏิกิริยาของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้”
“ถ้าหากว่าทางเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ ได้ส่งกองกำลังทหารออกมาโจทตีอาณาจักรเซี่ย
พวกเราก็จะใช้โอกาสในครั้งนี้บุกเข้ายึดดินแดนทางตอนใต้ของอาณาจักรเซี่ย”
ต้าหวู่จู กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
เขาได้ให้ ข้อเสนอแนะบางอย่าง แก่จักรพรรดิคนเถื่อนและได้รับการอนุมัติจากจักรพรรดิคนเถื่อนทันที
"โอเค ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามที่ท่านว่ามา"
จักรพรรดิคนเถื่อนได้ตัดสินใจ ในทันที
ในตอนนี้เผ่าคนเถื่อนยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมากนัก
ซึ่งแตกต่างจากเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ที่อยู่ทางตอนเหนือ
ของอาณาจักรเซี่ย พวกเขากำลังเตรียมการบางอย่าง
ในเวลานี้ บรรยากาศของพระราชวังของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้นั้น
เต็มๆปด้วยความเศร้าโศกและหดหู่เป็นอย่างมาก
“ราชวงศ์เซี่ย พวกมึงกล้ามาก
ที่ลงมือสังหารองค์ชายและกลุ่มคณะราชทูตของข้า”
ภายในห้องโถงพระราชวังของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ ได้มีเสียงคำรามดังขึ้น
ในตอนนี้จักรพรรดิหมาป่าโกรธมากหลังจากที่ได้รับข่าว
พวกเขาได้รับข่าวว่าราชทูตของพวกเขาได้ทำการ
ลอบสังหารจักรพรรดิเซี่ยและองค์รัชทายาท พวกเขาต่างก็ได้ถูกฆ่าทั้งหมด
ไม่เว้นแม้กระทั้งองค์ชายใหญ่แห่งเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้พระองค์ก็ถูกสังหารไปพร้อมกันกับคณะราชทูต
และในตอนนี้องค์ชายเก้าเซี่ยเฉินได้ขึ้นเป็น
จักรพรรดิองคืใหม่แห่งอาณาจักรเซี่ย
เมื่อพวกเขาได้รับข่าว ก็เกิดความรู้สึกโกรธเคืองทันที
“ฝ่าบาท ได้โปรดออกคำสั่งให้ส่งกองกำลังไปสังหารชาวเซี่ยทั้งหมด
ด้วยเถอะ”
“ใช่ สังหารคนของจักรวรรดิเซี่ยทั้งหมด
และล้างแค้นให้กับราชาหมาป่าสวรรค์และองค์ชายใหญ่”
มีเสียงคำรามโกรธเกรี้ยวดังขึ้นในห้องโถงพระราชวัง เหล่าขุนนางของราชวงศ์เป๋ยตี้
ต่างก็ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ ว่าพวกเขาต้องการส่งกองกำลังออกไปโจมตีราชวงศ์เซี่ย
ในฐานะที่เขาเป็นจักรพรรดิของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ เขาก็มีความทะเยอทะยาน
และเขาก็ต้องการที่จะรุกล้ำดินแดนทางตอนเหนือของราชวงศ์เซี่ยมาโดยตลอด
ในการสู้รบเมื่อสิบปีที่แล้ว จักรพรรดิเซี่ยองค์ก่อน
ได้เป็นคนออกมานำกองทัพเข้าต่อสู้เป็นการส่วนตัว และเอาชนะกองทัพหมาป่าของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ได้
อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นจักรพรรดิเซี่ย เองก็ได้ถูกปรมาจารย์ของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้
โจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน
“ท่านมหาปุโรหิต ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร”
จักรพรรดิหมาป่าเทียนเหอ มองไปที่ชายลึกลับที่นั่งอยู่ด้านล่างอย่างไม่แยแส
เขาเป็นปรมาจารย์ ที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้
เป็นมหาปุโรหิต เป็นมือขวาของจักรพรรดิหมาป่าเทียนเหอ และยังเป็นครูประจำเผ่า
มหาปุโรหิตพูดออกมาเบาๆ "ฝ่าบาท จักรพรรดิองค์ใหม่ของราชวงศ์เซี่ย นั้นไม่มีอะไรต้องกลัว แต่ว่าราชวงศ์เซี่ย นั้นได้รับการสืบทอดมาเป็นเวลาหลายพันปีและมีภูมิหลังที่ลึกซึ้ง
ดังนั้นพวกเราจึงต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง"
“การต่อสู้ครั้งแรกของพวกเรา จะเริ่มขึ้นเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ
พวกเราต้องทำลายแนวป้องกันของอาณาจักรเซี่ย และตรงไปยังเมืองหลวงจักรพรรดิโดยตรง พวกเรามีโอกาส
50% ที่จะทำลายราชวงศ์เซี่ยลงได้”
คำพูดของมหาปุโรหิต ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจดังออกมา
ในมุมมองของมหาปุโรหิต จักรพรรดิองค์ใหม่ของราชวงศ์เซี่ย ในปัจจุบันนั้นไม่มีอะไรต้องกลัว
แต่เขาก็ยังคงหวาดกลัวผู้พิทักษ์ของราชวงศ์เซี่ย ที่ได้รับการสืบทอดกันมา มากกว่าพันปีนั้นไม่สามารถมองข้ามได้
แม้ว่าตอนนี้จักรพรรดิเซี่ยองค์ก่อนจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว
แต่ก็อย่าลืมว่าราชวงศ์เซี่ยเองก็ยังมีผู้พิทักษ์ของราชวงศ์คอยปกป้องอยู่
บางทีอาจเป็นการดีที่สุดที่พวกเขาจะใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นภายในอาณาจักรเซี่ยในตอนนี้ที่ยังไม่มีความมั่นคงเพื่อโจมตี
“ดีมาก พวกเราต้องทำลายศักดิ์ศรีของราชวงศ์เซี่ยที่ยิ่งใหญ่”
“ออกคำสั่ง ไปยังทุกกองกำลังเพื่อรวบรวมกำลังพล
อาหารและม้า ทันทีที่ฤดูหนาวสิ้นสุดลง พวกเราจะส่งกองกำลังหลายล้านคนเข้าโจมตีอาณาจักรเซี่ย”
ในตอนนี้ใบหน้าของ จักรพรรดิหมาป่า มีสีหน้าเยือกเย็นดวงตาของเขาเย็นชาและโหดเหี้ยม
เขาได้ตัดสินใจแล้วว่า จะโจมตีราชวงศ์เซี่ยที่ยิ่งใหญ่เมื่อสิ้นสุดฤดูหนาว
การทำสงครามของพวกเขาในครั้งนี้ ได้รับการคำนวณมาอย่างดี
เมื่อเผ่าคนเถื่อนได้สังเกตุเห็นว่า เผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ได้เริ่มรวบรวมกำลังพล
อาหารและม้า เตรียมพร้อมที่จะทำสงคราม พวกเขาก็เริ่มที่จะเตรียมพร้อมเช่นกัน และวิกฤติการณ์ครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น
แต่ว่า เซี่ยเฉิน ไม่รู้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของเผ่าพันธุ์ทั้งสองเล
........................................................
ในขณะนี้เซี่ยเฉิน กำลังนั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้มังกร ได้มีแสงลึกลับปกคลุมร่างกายของเขาเอาไว้
พลังลึกลับได้หลั่งไหลเข้ามาจากทุกทิศทาง และผสานเข้ากับร่างกายของเซี่ยเฉิน
อย่างต่อเนื่อง
พลังลึกลับเหล่านี้ราวกับเป็นภาพลวงตาและไม่สามารถมองเห็นได้
เห็นได้ชัดว่าพลังลึกลับเหล่านี้คือพลังโชคลาภของราชวงศ์เซี่ย
นับตั้งแต่วินาทีที่ เซี่ยเฉิน ขึ้นครองบัลลังก์และสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ
ก็ได้มีโชคลาภมากมายที่หลั่งไหลมาจากทุกทิศทุกทาง
ภายใต้การรับรู้ของเคล็ดวิชาลมหายใจแห่งสวรรค์และดวงตาแห่งสวรรค์
เซี่ยเฉินสามารถมองเห็นพลังแห่งโชคลาภของราชวงศ์ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในตัวของเขาอย่างต่อเนื่อง
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับ กายาจักรพรรดิมนุษย์ ของเขา
ในคราวนี้หลังจากที่เขาเริ่มทำการดูดซับ
พลังปราณจักรพรรดิสัม่วงและพลังแห่งความศรัทธาและโชคลาภของจักรวรรดิเซี่ย
กายาจักรพรรดิมนุษย์ของเขาก็ได้เริ่มถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาที่ละน้อย
ครืนนนนนนนน!
เสียงฮึมฮัมดังออกมาจากร่างกายของ เซี่ยเฉิน
ในเวลานี้ จู่ๆ หมอกสีเทาจำนวนมากก็ไหลออกมาจากร่างกายของเซี่ยเฉิน
หนาแน่นมากขึ้นแผ่กระจายออกไปราวกับทะเลหมอก
ภาพนิมิตก็ค่อยๆ ปรากฏออกมา
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved