ตอนที่ 105

หลังจากเสร็จสิ้นงานพิธีศพของ จักรพรรดิเซี่ยและองค์รัชทายาท

เรียบร้อยแล้ว

ได้มีข่าวการตายขององค์ชาย

ที่นำผู้ติดตามของเขาเพื่อที่จะบุกเข้าไปยังเขตพระราชวัง

และยังมีข่าวลืออออกมาอีกว่าองคืชายเหล่านี้ได้ร่วมมือกันกับเผ่าพันธุ์อื่นเพื่อก่อกบฏ

หลังจากนั้น ข่าวการขึ้นครองราชย์ของ องค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน

ก็ได้แพร่กระจายออกไป และทำให้โลกตกอยู่ในความโกลาหล

"ฟู่ว..."

“โอ้ไม่น่าเชื่อเลยว่า องค์ชายเก้าจะได้ขึ้นครองบัลลังก์?”

ณ. ดินแดนขององค์ชายห้า ภายในพระราชวัง

เมื่อองค์ชายห้าที่ได้ยินข่าวการขึ้นครองราชย์

ขององค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน เขาก็รู้สึกตกใจมากจนแทบจะล้มลงไปนั่งกับพื้น

ใบหน้าของเขาในตอนนี้นั้น เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มกลายเป็นสีเขียวเมื่อได้ ยินข่าวว่าองค์ชายคนอื่นๆกลายเป็นกบฏและถูกสังหาร

ในฐานะที่เขาเป็นถึง องค์ชายห้า เขาได้ยินยอมและกลายเป็นผู้ติตตาม

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน แต่เนื่องจากการตายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ที่ถูกลอบสังหารอย่างกะทันหันและไม่สามารถสืบหาได้ว่าใคนเป็นผู้ลงมือ

เขาจึงรีบเดินทางกับมายังดินแดนของเขาอย่างเงียบๆ

แต่ว่าสิ่งที่เขาทำในครั้งนี้ เขาไม่คาดคิดเลยว่ามันจะช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ได้

เมื่อคิดได้เช่นนี้เขาก็แอบรู้สึกดีใจ

ที่เขาไม่ได้ไปสวามิภัคต่อองค์ชายสองและกลายเป็นผู้ติดตามขององค์ชายสอง

ไม่อย่างนั้นเขาคงจะไม่มีชีวิตรอดอยู่จนถึงตอนนี้

“โชคดีที่ข้านั้นกลัวความตายและรีบเดินทางกลับมายังดินแดนของข้า

ไม่เช่นนั้นข้าก็คงจะมี

จุดจบแบบเดี่ยวกันกับองค์ชายคนอื่นๆ”

สีหน้าขององค์ชายห้าเต็มไปด้วยความกลัว และเขารู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง

เมื่อได้รับรู้ว่าจักรพรรดิองค์ใหม่คือองค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน

เช่นเดียวกับเขา สถานการณ์ขององค์ชายหก ก็ไม่แตกต่างกับองค์ชายห้าเลยแม้แต่น้อย

พวกเขาไม่ได้รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับน้องชายคนที่เก้าของพวกเขา พวกเขารู้เพียงแค่ว่าในตอนที่องค์ชายเก้ามีอายุได้สิบขวบ

เขาได้ถูกจักรพรรดิเซี่ย เนรเทศให้ไปยังดินแดนบรรพบุรุษ

หลังจากอยู่ที่นั้น สามสีบปี

องค์ชายเก้าเซี่ยเฉินก็ได้กลับมาที่พระราชวังอีกครั้ง

“การตายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับองค์ชายเก้าอย่างแน่นอน”

องค์ชายหก ที่ซ่อนตัวอยู่ในพระราชวังของตัวเองในดินแดนของเขา

ในตอนนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความตื่นตระหนก

มีเพียงแค่ องค์ชายห้าและองค์ชายหก เท่านั้นที่ยังคงมีชีวิตอยู่

แต่ตอนนี้พวกเขากลับรู้สึกหวาดกลัวมาก เพราะว่าพวกเขาพึ่งจะได้รับข่าวจากเมืองหลวงว่า

องค์ชายเก้า กำลังจะขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไปของราชวงศ์เซี่ย พวกเขากลัวว่า เซี่ยเฉิน

จะตามมาคิดบัญชีแค้นกับพวกเขาหรือไม่?

“ไม่ ข้าจะต้องจัดการกับความเข้าใจผิดเหล่านี้”

หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว องค์ชายห้าและองค์ชายหก ก็ได้ตัดสินใจที่จะยอมสวามิภัคต่อเซี่ยเฉิน

เพราะว่าท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาทั้งสองไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับจักรพรรดิองค์ใหม่เลย

พวกเขาคิดว่า เซี่ยเฉิน จะต้องจัดการกับพวกเขาทั้งสองคนอย่างแน่นอน

ถ้าหากว่าพวกเขาทั้งสองไม่ยอมสวามิภัคต่อองค์จักรพรรดิ

พวกเขาไม่ต้องคิดอะไรมาก

เพราะว่ามีตัวอย่างให้พวกเขาเห็นแล้วนั้นคือองค์ชายหนึ่ง องค์ชายสอง องค์ชายสาม

องค์ชายสี่ องค์ชายเจ็ด และองค์ชายแปด พวกเขาต่างก็ถูกสังหารกันไปหมดแล้วด้วยข้อหากบฏ

เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ พวกเขาก้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่น

องค์ชายทั้งสองยังมีความสงสัยอีกด้วยว่า

การตายของจักรพรรดิเซี่ยและองค์รัชทายาท จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับเซี่ยเฉินด้วยซ้ำ

เมื่อคิดได้เช่นนี้ พวกเขาก็หวาดกลัวมากยิ่งขึ้น องค์ชายทั้งสองได้รีบออกคำสั่งให้

ส่งมอบกองกำลังทหารของงพวกเขาและสมบัติทุกชนิดไปยังพระราชวัง ในชั่วข้ามคืนเพื่อแสดงความจงรักภักดีของพวกเขา

..........................................................

เวลานี้ ณ.ดินแดนของเผ่าคนเถื่อนหนานมาน

“ทุกท่าน พวกท่านคิดอย่างไรเกี่ยวกับจักรพรรดิองค์ใหม่ของราชวงศ์เซี่ย?”

ภายในพระราชวัง จักรพรรดิองค์ปัจจุบันของเผ่าคนเถื่อน กำลังเรียกประชุมเหล่าหัวหน้าเผ่าในแต่ละเขตในดินแดนคนเถื่อน

เข้ามาเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้

เมื่อข่าวการขึ้นครองราชย์ ของจักรพรรดิองคืใหม่แห่งราชวงศ์เซี่ยได้ส่งมาถึงดดินแดนแห่งคนเถื่อนหนานหมาน

ก็ทำให้เกิดความฮือฮาอย่างมากขึ้นมาในทันที

ส่วนเรื่องของ ราชทูตของพวกเขาที่ถูกส่งไป ได้ถูกควบคุมตัวเอาไว้

หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เข้ารวมกับองค์ชายเพื่อช่วยเหลือให้องค์ชายสาม

ให้ทำการยึดครองบัลลังก์

พวกเขาทั้งหมดได้ถูกสังหารทั้งหมดโดยที่ไม่มีใครรอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดี่ยว

ภายในห้องโงใหญพระราชวังเผ่าคนเถื่อน

คนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์คือจักรพรรดิคนเถื่อนองค์ปัจจุบัน ร่างกายของเขากำยำและสวมมงกุฏงาช้างบนศีรษะ

ผิวของเขามีสีเข้ม และลำตัวสูงสามเมตรปละรูปร่างของเขานั้นใหญ่โตเป็นพิเศษ

ในฐานะที่เขาเป็นถึงจักรพรรดิคนเถื่อน

เผ่าพันธุ์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความแข็งแกร่งของร่างกาย

ทำให้ร่างกายของจักรพรรดิคนเถื่อนนั้นแข็งแกร่งและทรงพลังมากที่สุด

เพราะว่าเผ่าคนเถื่อนนั้นนับถือและบูชาคนที่แข็งแกร่งเท่านั้น

“ฝ่าบาท ราชวงศ์เซี่ยนั้น

ทำเกินไปพวกเขาไม่สมควรที่จะกักขังราชทูตของพวกเรา

ฝ่าบาทท่านจะต้องจัดการกับเรื่องนี้”

หัวหน้าเผ่าของเผ่าคนเถื่อนพูดออกมาเสียงดัง

“พวกเรา ต้องทำสงคราม!”

“พวกเราต้องเริ่มสงครามและต่อสู้จนกว่าคนจักรวรรดิเซี่ย

จะยอมจำนนและเชื่อฟัง”

คนเถื่อนกลุ่มหนึ่ง ได้โห่ร้องออกมาพวกเขานั้นต้องการทำสงคราม

ในทางกลับกันใบหน้าของ จักรพรรคนเถื่อนในตอนนี้นั้น

เต็มไปด้วยสีหน้าที่มืดมน เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา และรู้สึกรำคาญคนเหล่านี้เล็กน้อยอยู่ภายในใจ

แต่เขาก็ยังสงบสติอารมณ์ได้

ตอนนี้เขาตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งของราชวงศ์เซี่ย และถ้าหากว่าเผ่าคนเถื่อนต้องการทำสงครามกับอาณาจักรเซี่ยในตอนนี้

ก็เท่ากับเป็นการแส่หาความตายด้วยตนเอง

“ต้าหวู่จู เจ้าคิดว่าไง?”

ทันใดนั้น จักรพรรดิคนเถื่อนก็หันไปมองชายชุดดำที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากเขามากนัก

เขาเป็นพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าคนเถื่อน

ผู้ทรงอำนาจที่น่าสะพรึงกลัว ที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์คาถาอันลึกลับและไม่อาจคาดเดาได้

“ฝ่าบาท ข้าได้ยินมาว่าคนของอาณาจักรเซี่ยได้สังหารองค์ชายของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้

ที่เดินทางมาพร้อมกับคณะราชทูตของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ ในครั้งนี้ พวกเราสามารถตัดสินใจได้หลังจากที่สังเกตุการเคลื่อนไหวและปฏิกิริยาของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้”

“ถ้าหากว่าทางเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ ได้ส่งกองกำลังทหารออกมาโจทตีอาณาจักรเซี่ย

พวกเราก็จะใช้โอกาสในครั้งนี้บุกเข้ายึดดินแดนทางตอนใต้ของอาณาจักรเซี่ย”

ต้าหวู่จู กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

เขาได้ให้ ข้อเสนอแนะบางอย่าง แก่จักรพรรดิคนเถื่อนและได้รับการอนุมัติจากจักรพรรดิคนเถื่อนทันที

"โอเค ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามที่ท่านว่ามา"

จักรพรรดิคนเถื่อนได้ตัดสินใจ ในทันที

ในตอนนี้เผ่าคนเถื่อนยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมากนัก

ซึ่งแตกต่างจากเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ที่อยู่ทางตอนเหนือ

ของอาณาจักรเซี่ย พวกเขากำลังเตรียมการบางอย่าง

ในเวลานี้ บรรยากาศของพระราชวังของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้นั้น

เต็มๆปด้วยความเศร้าโศกและหดหู่เป็นอย่างมาก

“ราชวงศ์เซี่ย พวกมึงกล้ามาก

ที่ลงมือสังหารองค์ชายและกลุ่มคณะราชทูตของข้า”

ภายในห้องโถงพระราชวังของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ ได้มีเสียงคำรามดังขึ้น

ในตอนนี้จักรพรรดิหมาป่าโกรธมากหลังจากที่ได้รับข่าว

พวกเขาได้รับข่าวว่าราชทูตของพวกเขาได้ทำการ

ลอบสังหารจักรพรรดิเซี่ยและองค์รัชทายาท พวกเขาต่างก็ได้ถูกฆ่าทั้งหมด

ไม่เว้นแม้กระทั้งองค์ชายใหญ่แห่งเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้พระองค์ก็ถูกสังหารไปพร้อมกันกับคณะราชทูต

และในตอนนี้องค์ชายเก้าเซี่ยเฉินได้ขึ้นเป็น

จักรพรรดิองคืใหม่แห่งอาณาจักรเซี่ย

เมื่อพวกเขาได้รับข่าว ก็เกิดความรู้สึกโกรธเคืองทันที

“ฝ่าบาท ได้โปรดออกคำสั่งให้ส่งกองกำลังไปสังหารชาวเซี่ยทั้งหมด

ด้วยเถอะ”

“ใช่ สังหารคนของจักรวรรดิเซี่ยทั้งหมด

และล้างแค้นให้กับราชาหมาป่าสวรรค์และองค์ชายใหญ่”

มีเสียงคำรามโกรธเกรี้ยวดังขึ้นในห้องโถงพระราชวัง เหล่าขุนนางของราชวงศ์เป๋ยตี้

ต่างก็ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ  ว่าพวกเขาต้องการส่งกองกำลังออกไปโจมตีราชวงศ์เซี่ย

ในฐานะที่เขาเป็นจักรพรรดิของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ เขาก็มีความทะเยอทะยาน

และเขาก็ต้องการที่จะรุกล้ำดินแดนทางตอนเหนือของราชวงศ์เซี่ยมาโดยตลอด

ในการสู้รบเมื่อสิบปีที่แล้ว จักรพรรดิเซี่ยองค์ก่อน

ได้เป็นคนออกมานำกองทัพเข้าต่อสู้เป็นการส่วนตัว และเอาชนะกองทัพหมาป่าของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ได้

อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นจักรพรรดิเซี่ย เองก็ได้ถูกปรมาจารย์ของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้

โจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน

“ท่านมหาปุโรหิต ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร”

จักรพรรดิหมาป่าเทียนเหอ มองไปที่ชายลึกลับที่นั่งอยู่ด้านล่างอย่างไม่แยแส

เขาเป็นปรมาจารย์ ที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้

เป็นมหาปุโรหิต เป็นมือขวาของจักรพรรดิหมาป่าเทียนเหอ และยังเป็นครูประจำเผ่า

มหาปุโรหิตพูดออกมาเบาๆ "ฝ่าบาท จักรพรรดิองค์ใหม่ของราชวงศ์เซี่ย  นั้นไม่มีอะไรต้องกลัว แต่ว่าราชวงศ์เซี่ย นั้นได้รับการสืบทอดมาเป็นเวลาหลายพันปีและมีภูมิหลังที่ลึกซึ้ง

ดังนั้นพวกเราจึงต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง"

“การต่อสู้ครั้งแรกของพวกเรา จะเริ่มขึ้นเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ

พวกเราต้องทำลายแนวป้องกันของอาณาจักรเซี่ย และตรงไปยังเมืองหลวงจักรพรรดิโดยตรง พวกเรามีโอกาส

50% ที่จะทำลายราชวงศ์เซี่ยลงได้”

คำพูดของมหาปุโรหิต ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจดังออกมา

ในมุมมองของมหาปุโรหิต จักรพรรดิองค์ใหม่ของราชวงศ์เซี่ย ในปัจจุบันนั้นไม่มีอะไรต้องกลัว

แต่เขาก็ยังคงหวาดกลัวผู้พิทักษ์ของราชวงศ์เซี่ย ที่ได้รับการสืบทอดกันมา มากกว่าพันปีนั้นไม่สามารถมองข้ามได้

แม้ว่าตอนนี้จักรพรรดิเซี่ยองค์ก่อนจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว

แต่ก็อย่าลืมว่าราชวงศ์เซี่ยเองก็ยังมีผู้พิทักษ์ของราชวงศ์คอยปกป้องอยู่

บางทีอาจเป็นการดีที่สุดที่พวกเขาจะใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นภายในอาณาจักรเซี่ยในตอนนี้ที่ยังไม่มีความมั่นคงเพื่อโจมตี

“ดีมาก พวกเราต้องทำลายศักดิ์ศรีของราชวงศ์เซี่ยที่ยิ่งใหญ่”

“ออกคำสั่ง ไปยังทุกกองกำลังเพื่อรวบรวมกำลังพล

อาหารและม้า ทันทีที่ฤดูหนาวสิ้นสุดลง พวกเราจะส่งกองกำลังหลายล้านคนเข้าโจมตีอาณาจักรเซี่ย”

ในตอนนี้ใบหน้าของ จักรพรรดิหมาป่า มีสีหน้าเยือกเย็นดวงตาของเขาเย็นชาและโหดเหี้ยม

เขาได้ตัดสินใจแล้วว่า จะโจมตีราชวงศ์เซี่ยที่ยิ่งใหญ่เมื่อสิ้นสุดฤดูหนาว

การทำสงครามของพวกเขาในครั้งนี้ ได้รับการคำนวณมาอย่างดี

เมื่อเผ่าคนเถื่อนได้สังเกตุเห็นว่า เผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ได้เริ่มรวบรวมกำลังพล

อาหารและม้า เตรียมพร้อมที่จะทำสงคราม พวกเขาก็เริ่มที่จะเตรียมพร้อมเช่นกัน และวิกฤติการณ์ครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น

แต่ว่า เซี่ยเฉิน ไม่รู้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของเผ่าพันธุ์ทั้งสองเล

........................................................

ในขณะนี้เซี่ยเฉิน กำลังนั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้มังกร ได้มีแสงลึกลับปกคลุมร่างกายของเขาเอาไว้

พลังลึกลับได้หลั่งไหลเข้ามาจากทุกทิศทาง และผสานเข้ากับร่างกายของเซี่ยเฉิน

อย่างต่อเนื่อง

พลังลึกลับเหล่านี้ราวกับเป็นภาพลวงตาและไม่สามารถมองเห็นได้

เห็นได้ชัดว่าพลังลึกลับเหล่านี้คือพลังโชคลาภของราชวงศ์เซี่ย

นับตั้งแต่วินาทีที่ เซี่ยเฉิน ขึ้นครองบัลลังก์และสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ

ก็ได้มีโชคลาภมากมายที่หลั่งไหลมาจากทุกทิศทุกทาง

ภายใต้การรับรู้ของเคล็ดวิชาลมหายใจแห่งสวรรค์และดวงตาแห่งสวรรค์

เซี่ยเฉินสามารถมองเห็นพลังแห่งโชคลาภของราชวงศ์ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในตัวของเขาอย่างต่อเนื่อง

ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับ กายาจักรพรรดิมนุษย์ ของเขา

ในคราวนี้หลังจากที่เขาเริ่มทำการดูดซับ

พลังปราณจักรพรรดิสัม่วงและพลังแห่งความศรัทธาและโชคลาภของจักรวรรดิเซี่ย

กายาจักรพรรดิมนุษย์ของเขาก็ได้เริ่มถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาที่ละน้อย

ครืนนนนนนนน!

เสียงฮึมฮัมดังออกมาจากร่างกายของ เซี่ยเฉิน

ในเวลานี้ จู่ๆ หมอกสีเทาจำนวนมากก็ไหลออกมาจากร่างกายของเซี่ยเฉิน

หนาแน่นมากขึ้นแผ่กระจายออกไปราวกับทะเลหมอก

ภาพนิมิตก็ค่อยๆ ปรากฏออกมา