ตอนที่ 142

เมืองตงไห่ เขตทะเลทางทิศตะวันออกประชาขนกำลังรู้สึกหวาดกลัว

ทหารที่ประจำอยู่ในเมืองตงไห่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

เมื่อพวกเขาเห็นว่าประชาชนของพวกเขากำลังหวาดกลัวและเริมทยอยกัยอพยพออกไปจากเมือง

เนื่องจากมีคนหลายแสนคนที่อาศัยอยู่ในเมืองตงไห่ เมื่อพวกเขาอพยพออกไปมันก็จะกลายเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับเมืองตงไห่เป็นอย่างมาก

ที่ด้านนอกเมืองตงไห่ ในตอนนี้ท้องทะเลเกิดความปั่นป่วน

ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝน สายฟ้าแลบและเสียงฟ้าร้อง คลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ

ในตอนนี้จู่ๆ

ก็มีคลื่นยักษ์ที่สูงทะลุขึ้นไปบนท้องฟ้าปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“อาณาจักรเซี่ย จักรพรรดิผู้นี้มาที่นี่เพื่อแก้แค้นพวกเจ้า”

ทันใดนั้น ได้มีเสียงคำรามของมังกรดังออกมาจากคลื่นยักษ์

และเสียงของมันก็สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองตงไห่ เขตทะเลทางทิศตะวันออก

ภายในคลื่นยักษ์ ได้ปรากฏร่างของมังกรที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมา

“เผ่ามังกร มันคือเผ่ามังกร!”

“จักรพรรดิมังกร กำลังโกรธ”

"มันจบแล้ว!"

ภายในเมืองตงไห่ ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็พากันหวาดกลัวและตัวสั่น

บนกำแพงเมือง มีทหารองครักษ์จำนวนมากยืนอยู่ มือที่ถืออาวุธของพวกเขากำลังสั่นเทา พวกเขารู้ดีว่าไม่สามารถต่อสู้กับจักรพรรดิมังกรได้

แต่ว่าในฐานะที่พวกเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพเรือแห่งอาณาจักรเซี่ยที่ประจำการอยู่ที่เมืองตงไห่แห่งนี้

พวกเขาก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้และจ้องมองไปที่คลื่นยักษ์ ที่กำลังใกล้เข้ามาด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว

"พรึบ!"

“ท่านเจ้าเมือง”

ในเวลานี้เอง ราชาเซี่ยตงชิง เจ้าเมืองแห่งเมืองตงไห่

ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมา ใบหน้าของเขาในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความโกรธ

ถ้าหากว่าในครั้งนี้เขาสามารถปกป้องประชาชนของเขาได้

จะต้องกลายเป็นเรื่องที่น่าอัปยศที่สุดในชีวิตของเขาอย่างแน่นอน

“ทหารแห่งอาณาจักรเซี่ยทุกคนจะต้องไม่กลัวตาย”

“ข้าราชาแห่งเมืองตงไห่

จะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเจ้าจนกว่าข้าจะตาย”

ราชาเซี่ยตงชชิง ประกาศเจตจำนงของเขาออกมา

เขาไม่ต้องการที่จะตายอย่างไร้ประโยชน์ แต่ต้องการสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองก่อนที่เขาจะตาย

และเพื่อให้คนรุ่นหลังยังคงสามารถจดจำเขาได้

“สู้ตาย!”

“สู้ตาย!”

ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ทหารจำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็ได้รับขวัญกำลังใจ

และกลับมามีสติอีกครั้ง เมื่อพวกเขาเห็นว่า เจ้าเมืองตงไห่ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และสามารถตายได้ทุกเมื่อยังก้าวออกมาต่อสู้เพื่อปกป้องเมืองตงไห่จนลมหายใจสุดท้าย

สิ่งนี้ทำให้หัวใจของทหารนับไม่ถ้วนต้องตกตะลึง น้ำตาของพวกเขาไหลออกมา

และพวกเขาต่างก็มีกำลังใจที่ดีขึ้น พวกเขาก็ได้ตัดสินใจแล้วที่จะยอมตายเพื่อปกป้องเมืองแห่งนี้เอาไว้

แม้แต่สมาชิกของราชวงศ์เซี่ยก็ยังไม่กลัวความตาย แล้วมีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะต้องกลัวความตาย

“ข้ารู้สึกละอายใจยิ่งนัก กับความไว้วางใจของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดินีที่มอบให้กับข้า

แต่ข้าไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก”

เมื่อมองไปยังคลื่นยักษ์ที่กำลังใกล้เข้ามา ราชาเซี่ยตงชิงก็รู้สึกละอายใจเป็นอย่างมากที่เข้าไม่สามารถทำอะไรได้

และในขณะนี้ได้มีเลือดไหลออกมาจากปากของเขา

คลื่นนนน ซ่า...

คลื่นยักษ์ก่อตัวขึ้น กำลังที่จะพัดถล่มเมืองตงไห่ทั้งหมด

และไม่มีทางที่จะหลบหนีหายนะครั้งนี้ไปได้เลย

ทุกคนต่างก็รู้สึก หมดหวัง

“พระราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์ศิทธิ์มาถึงแล้ว!”

ในขณะที่ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังตกอยู่ในความสิ้นหวัง ได้มีร่างที่สง่างามก็ก้าวลงมาจากท้องฟ้าราวกับเทพธิดาสวรรค์

เสื้อผ้าของเธอปลิวไสวไปกับสายลม

ในมือของเธอ คือม้วนพระราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

หลังจากที่เธอมาถึงเมืองตงไห่พร้อมกับม้วนพระราชโองการศักดิ์สิทธิ์ ก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเมืองตงไห่พากันตกตะลึง

แม้แต่เจ้าเมืองตงไห่ เซี่ยตงชิงก็ยังตกตะลึงเช่นกัน

พระราชโองการศักดิ์สิทธิ์?

เขายิ้มออกมาอย่างขมขื่น พระราชโองการของจักรพรรดิมาในเวลานี้แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร?

อย่างไรก็ตาม เขากลับสังเกตเห็นว่าหญิงสาวที่นำพระราชโองการมาในครั้งนี้

กลิ่นอายของเธอเหมือนกับเขาเป็นอย่างมาก

แสดงว่าเธอต้องอยู่ในขอบเขตนิพพานเช่นเดี่ยวกันกับเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

แม้ว่าหญิงสาวผู้นี้จะอยู่ในขอบเขตนิพพาน

แต่เธอก็ไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของ จักรพรรดิมังกรได้เลย

“ท่านผู้ส่งสาร รีบหนีไปเร็วเข้า”

“ได้โปรดรายงานเรื่องนี้ให้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทราบด้วย

และขอให้พระองค์มาปราบปรามเผ่ามังกร”

ราชาเซี่ยตงชิง ตะโกนออกมาอย่างเร่งรีบ

เขาต้องการที่จะเตือนเธอให้รีบหนีออกไป

“ข้ามาที่นี่ตามคำสั่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดินี

เพื่อทำการสังหารจักรพรรดิมังกร”

นักบุญหญิงเทียนมู่ พูดออกมาอย่างแผ่วเบา ด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งและเต็มไปด้วยความมั่นใจ

ไม่ใช่เพราะว่าเธอเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของตัวเอง แต่เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เธอมีความเชื่อมันในม้วนพระราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

ที่อยู่ในมือของเธอเป็นอย่างมาก

“นี่คือยารักษา สองขวดที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์มอบให้กับท่านเจ้าเมืองตงไห่และท่านแม่ทัพแห่งกองทัพเรือที่ได้รับบาดเจ็บจากการยกทัพออกไปปราบปรามเผ่ามังกร

คนล่ะหนึ่งขวด”

เมื่อนักบุญหญิงเทียนมู่ พูดจบเธอก็มอบโอสถทั้งสองขวดให้กับ

เจ้าเมืองตงไห่และแม่ทัพของกองทัพเรือในทันที

ทั้งสองต่างก็จ้องมองไปที่ขวดยาที่อยู่ในมือของพวกเขาอย่างว่างเปล่าในขณะที่นักบุญหญิงเทียนมู่

ถือม้วนพระราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และเดินออกไปทีละก้าว ซึ่งทำให้ทุกที่พบเห็นเหตุการณ์ต่างก็พากันรู้สึกตกใจ

“นี่…” ราชาเซี่ยตงชิง รู้สึกขมขื่นเล็กน้อย

แต่เขาก็ยังคงกลืนเม็ดยาลงไป หลังจากที่กลืนเม็ดยาลงไปได้สักพักพลังยาที่แข็งแกร่งก็กวาดไปทั่วทั่งร่างกายของเขา

อาการบาดเจ็บสาหัสของเขาได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว

ในชั่วพริบตา ราชาเซี่ยตงชิงก็ฟื้นตัวกลับมาได้ถึง

90% และสามารถยืนขึ้นมาได้อย่างมั่นคง

“ช่างเป็นยาที่ทรงพลังจริงๆ

มันเหมือนกับการทำให้คนตายฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง”

ราชาเซี่ยตงชิง รู้สึกตกตะลึงเป็นเพราะว่าเขารู้ตัวเองดีว่าอาการบาดเจ็บของเขานั้นรุนแรงแค่ไหน

มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรักษาให้หายเป็นปกติ

และเขาก็ทำได้เพียงยือชีวิตของเขาให้ได้นานที่สุดเพียงเท่านั้น

แต่ว่าในตอนนี้

เพียงแค่เขากลืนเม็ดยาที่ได้รับมาลงไปเพียงแค่หนึ่งเม็ด

อาการบาดเจ็บทั้งหมดของเขาก็ได้รับการรักษาจนเกือบที่จะหายดีแล้ว ซึ่งมันน่าเหลือเชื่อมาก

แม่ทัพแห่งกองทัพเรือเองก็เป็นเช่นเดี่ยวกัน และทั้งสองต่างก็มองหน้ากันด้วยความตกตะลึง

“เด็กน้อย ราชวงศ์เซี่ย ของเจ้าส่งเจ้ามาเพียงคนเดียวอย่างนั้นเหรอ?”

ภายในคลื่นยักษ์ ได้มีเสียงที่น่าสะพรึงกลัวดังออกมาจากข้างใน

จักรพรรดิมังกร จ้องมองไปที่หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างหน้ามันด้วยท่าทางเยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยาม

นักบุญหญิงเทียนมู่

ลอยอยู่บนท้องฟ้าและยืนอยู่เหนือท้องทะเลในตอนนี้ ดวงตาของเธอจ้องมองไปที่คลื่นยักษ์

โดยที่ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

โดยที่ร่างกายของเธอในตอนนี้นั้นถูกปกคลุมไปด้วยแสงสลัวๆ

แสงนี้ออกมาจากม้วนพระราชโองการที่เธอถืออยู่ในมือของเธอ มันได้ปิดกั้นลมพายุที่กำลังพัดโหมกระหน่ำอยู่ในขณะนี้

ทำให้เธอสามารถเดินผ่านลมพายุไปได้อย่าง่ายดาย และยืนเผชิญหน้ากับจักรพรรดิมังกร

“จักรพรรดิมังกร ข้าขอแนะนำให้เจ้าหยุดการกระทำทั้งหมดของเจ้าก่อนที่มันจะสายเกินไป”

นักบุญหญิงเทียนมู่ พูดออกมาอย่างเฉยเมย

เมื่อได้ยินสิ่งที่นักบุญหญิงเทียนมู่พูดออกมา

จักรพรรดิมังกรก้รู้สึกตกตะลึงและหัวเราะออกมาเสียงดัง

“ฮ่าฮ่าฮ่า... จักรพรรดิผู้นี้อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง”

ในตอนนี้จักรพรรดิมังกร หัวเราะออกมาอย่างดุเดือด และเสียงหัวเราะของมันก้ทำให้เกิดคลื่นยักษ์

“อย่างไรวันนี้ ข้าก็ต้องสังหารผู้คนของอาณาจักรเซี่ย

ให้ได้”

บูม!

คลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ ลมพายุก็พัดคลื่นยักษ์เข้าถล่มเมืองตงไห่

และกลืนกินนักบุญหญิงเทียนมู่หายไปในคลื่นน้ำทะเล

ภายในเมืองตงไห่ ทุกคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสิ้นหวังเมื่อเห็นคลื่นยักษ์ที่กำลังจะโจมตีเมืองตงไห่ของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม นักบุญหญิงเทียนมู่ที่กำลังยืนอยู่ในใจกลางลมพายุ

ยังคงมีใบหน้าที่สงบนิ่ง ร่างกายของเธอถูกปกคลุมไปด้วยม่านแสงสีม่วงทองปกป้องเธอและแยกเธอ

ออกมาจากลมพายุ

“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็จงตายไปซะ”

หลังจากที่นักบุญหญิงเทียนมู่ พูดจบเธอก็ค่อยๆ คลี่ม้วนคำสั่งของจักรพรรดิออก

ฮัม!

แสงสีม่วงทองแผ่ซ่านออกมา มันดูศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก

“องค์จักรพรรดิศกดิ์สิทธิ์และองค์จักรพรรดินี

ทรงตรัสว่า ในวันนี้จักรพรรดิมังกร

แห่งเผ่ามังกรได้ออกมาก่อความวุ่นวายให้กับอาณาจักรเซี่ย และต้องการที่จะก่อกบฏ ดูหมิ่นอำนาจสวรรค์ของราชวงศ์เซี่ย

ถ้าหากว่ายังคงไม่หยุดสร่างความวุ่นวาย พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องถูกลงโทษ!”

นักบุญหญิงเทียนมู่ อ่านข้อความที่เขียนอยู่ใน

ม้วนพระราชโองการออกมาทีละคำ

"ลงโทษ!"

นักบุญหญิงเทียนมู่ ตะโกนและโยนม้วนพระราชโองการของจักรพรรดิออกไปทันที

คลื่นนนนนน...

ม้วนพระราชโองการของจักรพรรดิ ลอยอยู่บนท้องฟ้า

และเริ่มคลี่ออกมาที่ละน้อย ทันใดนั้นท้องฟ้าก็มีแสงสีทองส่องลงมา กระทบกับร่างของจักรพรรดิมังกรทันที

“อ๊ากกกกกกก...” จักรพรรดิมังกรสงเสียงกรีดร้องออกมา

เมื่อแสงสีทองของม้วนพระราชโองการส่องกระทบร่างกายของมัน

"นี่คือพลังอะไรกันแน่?"

จักรพรรดิมังกร กรีดร้องออกมาด้วยความสยดสยองหลังจากที่มันถูกลำแสงสีทองของม้วนพระราชโองการโจมตี

พัฟ!

หลังจากนั้นหัวของจักรพรรดิมังกร

ก็ได้ถูกตัดเลือดของมันพุ่งทะลุขึ้นไปบนท้องฟ้า

ลมพายุและคลื่นยักษ์ที่โหมกระหน่ำก็ได้หยุดลงในทันที ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเมืองตงไห่พากันตกตะลึง

จักรพรรดิมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ได้ถูกตัดหัวโดยที่ไม่สามารถต่อต้านได้เลย

ร่างที่ไร้หัวของมังร่วงหล่นลงสู่ท้องทะเล ทำให้น้ำทะเลสาดกระจายไปทั่วทิศทางและย้อมน้ำทะเลที่อยู่บริเวรนั้นให้กายเป็นสีแดงฉานด้วยเลือดของจักรพรรดิมังกร

บูม!

ม้วนพระราชโองการ ปะทุพลังออกมาอีกครั้ง ก้อนเมฆดำมืดก็หายไป สายฟ้าแลบและฟ้าร้องหายไป

และคลื่นยักษ์ก็สงบลงทีละแห่ง ราวกับว่ามันไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน

ท้องทะเลกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หลังจาที่ท้องทะเลเงียบสงบลงได้ม่นาน

จู่ๆ ก็ได้มีซากศพสองศพก็ลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำทะเล ศพแรกเป็นของจักรพรรดิมังกร และศพที่สองเป็นของสัตว์อสูรทะเลขนาดใหญ่

ชั่วขณะหนึ่ง ทะเลแห่งก็เงียบสงบ ไม่มีลมและไม่มีคลื่น

ภายในเมืองตงไห่ทหารแห่งกองทัพเรือ และประชาชนหลายแสนคน ต่างก็พากกันตกตะลึง

พวกเขาทั้งหมดต่างก็จ้องมองไปยังซากศพทั้งสองที่ลอยอยู่เหนือน้ำทะเล ด้วยท่าทางที่โง่เขลา

พระราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ สังหารจักรพรรดิมังกรที่ทรงพลังและแข็งแกร่งลงได้อย่างง่ายดาย

แม้แต่สัตว์อสูรทะเลจำนวนมากที่หลบซ่อนตัวอยู่ใต้ท้องทะเลก็ยังถูกสังหารไปพร้อมกันกับจักรพรรดิมังกร

ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาที่รู้สึกตกใจ นักบุญหญิงเทียนมู่เองฏ้รู้สึกตกใจไม่แพ้กัน

และเธอก็มีความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับพลังของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

ใช้เพียงแค่ม้วนพระราชโองการ ก็สามารถสังหารจักรพรรดิมังกรที่อยู่ในขอบเขตนิพพานขั้นที่ห้า

ลงได้อย่างง่ายดายความแข็งแกร่งของจักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

ในตอนนี้น่าสะพรึงกลัวแค่ไหน?

นักบุญหญิงเทียนมู่ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลังจากที่เธอทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว

เธอก็หันหลังกลับและจากไปทันที

เหลือเพียงพื้นที่ทะเลที่ว่างเปล่า ทหารเรือและประชาชนของเมืองตงไห่

จำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังตกอยู่ในความสับสนงุนงง พวกเขาทุกคนต่างก็จดจำสิ่งที่พวกเขาเห็นในวันนี้เอาไวในใจของพวกเขาและพวกเขาจะไม่มีวันที่จะลืมเหตุการณ์นี้

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทรงพระเจริญ ขอให้พระองค์อายุยืนยาวไร้ขอบเขต!”

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทรงพระเจริญ ขอให้พระองค์อายุยืนยาวไร้ขอบเขต!”

ในขณะนี้ เสียงสรรเสริญของประชาชนดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองตงไห่

ไม่ว่าจะเป็นทหารแห่งกองทัพเรือ

หรือประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในเมืองตงไห่ต่างก็พากันโห่ร้องออกมา

ใบหน้าของพวกเขาในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความเคารพและคลั่งไคล้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้

กองกำลังและนิกายที่กำลังจะลงมือเคลื่อนไหว พากัยตกตะลึงอีกครั้ง

หลังจากที่พวกเขาได้รับข่าวนี้

ในตอนนี้ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนตกตะลึงอีกครั้ง