ตอนที่ 144

อาณาจักรเซี่ย เมื่อทางราชสำนักประกาศพระราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

ฉบับใหม่ออกมาก็ทำให้ผู้คนทั่วโลกตกตะลึง

โลกเกิดความโกลาหลขึ้นมาอีกครั้ง!

เขตพื้นที่ทางตอนใต้ วัดพุทธหลายแห่งกำลังรุ่งโรจน์และเจริญรุ่งเรือง ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็หลั่งไหลเข้ามาสักการะและขอพร

นอกจากนี้ยังมีคนชั่ว จำนวนมากที่หลบหนีเขามาบวช ตามวัดต่างๆเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดและกลายเป็นพุทธสาวก

ของนิกายพุทธ

เมื่อเวลาผ่านไป วัดที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ทางตอนใต้ ทั้งหมดก็ได้กลายเป็นสถานที่สำหรับหลยซ่อนตัวของผู้ที่กระทำความผิดและอาชญากรชั่วร้ายเข้ามาหลบซ่อนตัว

แต่ว่าในตอนนี้ทางอาณาจักรเซี่ย จักรพรรดินีเซี่ยซีได้ออกพระราชโองการให้วัดที่ตั้งอยู่ในดินแดนของอาณาจักรเซี่ย

ให้ส่งพุทธสาวกของพวกเขาทั้งหมด

มายังราชสำนักเพื่อตรวจสอบตัวตนของพวกเขาว่าเป็นใครและมีอาชญากรที่ทางการต้องการตัวหลบซ่อนอยู่ในวัดของพวกเขาหรือไม่

ทันทีที่ข่าวนี้แพร่กระจายออกมา ผู้คนนับไม่ถ้วนก็ออกมาสนับสนุนกันอย่างมากมาย

แน่นอนว่ามีคนจำนวนมากที่รุ้สึกโกรธกับการกระทำเช่นนี้ของอาณาจักรเซี่ย

“จุ๊จุ๊ คราวนี้ดูเหมือนว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง”

“องค์จักรพรรดิ ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงวัดต่างๆ ที่ตั้งอยู่ทั่วโลก”

“ไม่รู้ว่า ทางนิกายพุทธจะยอมไหม?”

“ตอนนี้มีการแสดงที่ดี ให้รับชมอีกครั้ง”

“นิกายพุทธนั้นทรงพลังมาก ครั้งนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาจล้มเหลวก็เป็นได้”

“นิกายพุทธตอนนี้อยู่ในจุดสูงสุด พวกเขามีสาวกชาวพุทธหลายล้านคนอยู่ในเขตพื้นที่ทางตอนใต้เพียงแห่งเดียว

ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่าพวกเขาในตอนนี้นั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก”

“แม้แต่ราชาของเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ทางตอนใต้

ก็ยังถูกลอบสังหารไปแล้วสองคน”

ชั่วขณะหนึ่ง โลกได้ตกอยู่ในความโกลาหล นิกายต่างๆรู้สึกใจสั่น

พวกเขาทั้งหมดต่างก็มีลางสังหรณ์ ว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์กำลังจะใช้ศาสนาพุทธเป้นการประกาศให้โลกรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของราชวงศ์เซี่ย

ซึ่งทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นครั้งใหญ่

.............................

ในเวลานี้เขตพื้นที่ทางตอนใต้

วัดจินกวง พระภิกษุจำนวนมากที่อาศัยอยู่ภายในวัดต่างก็พากันโกรธเป็นอย่างมาก

"บ้าเอ๊ย!"

"มันไม่สมเหตุสมผลเลย"

“ราชวงศ์เซี่ย

ต้องการใก้พวกเราส่งตัวพระที่อยู่ในวัดทั้งหมดไปยังราชสำนักเพื่อตรวจสอบตัวตนจริงๆอย่างนั้นหรือ?”

พระภิกษุรูปหนึ่ง เอ่ยออกมาด้วยความโกรธ

เมื่อเขาได้ยินข่าวเกี่ยวกับพระราชโองการที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ประกาศออกมา

วัดจินกวงนั้นเป็นหนึ่งในสาขาของนิกายหมื่นพุทธ ที่แยกตัวออกมาตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ทางตอนใต้

และตอนนี้ก็ได้กลายเป็นกองกำลังอันดับหนึ่งของเขตพื้นที่ทางตอนใต้ พวกเขาในตอนนี้มีสาวกชาวพุทธหลายล้านคนและผู้ศรัทธานับไม่ถ้วน

นี่ไม่ใช่เรื่องตลก

เพราะว่าประชากรที่อยู่ในเขตพื้นที่ทางตอนใต้ มากกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของวัดจินกวง

และแข่งขันกับวัดอีกแห่งหนึ่งที่ดูแลพื้นที่ส่วนที่เหลือของเขตพื้นที่ทางตอนใต้

เมื่อวัดทั้งสองร่วมมือกันพื้นที่ทั้งหมดของเขตพื้นที่ทางตอนใต้

ก็จะกลายเป็นของนิกายหมื่นพุทธ ซึ่งทำให้ราชาของเมืองต่างๆที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ทางตอนใต้

ไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้ว่าพวกเขาจะถูกลอบสังหารไปแล้วสองคน

ตอนนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ต้องการที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดจากวัดพุทธเหล่านี้

ทันทีที่ข่าวนี้แพร่กระจายมาถึง เขตพื้นที่ทางตอนใต้ก็เดือดพล่านขึ้นมาประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ทางตอนใต้

ต่างก็พากันลุกขึ้นมาต่อต้านจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทันทีด้วยความขุ่นเคืองอันชอบธรรมของพวกเขา

“ท่านพูดว่าอะไรนะ?”

พระภิกษุบางรูปถามออกมาอีกครั้ง ด้วยความไม่พอใจ

พระภิกษุระดับสูงของวัดจินกวงต่างก็มองไปที่พระภิกษุที่นั่งอยู่ในตำแหน่งแรก

เขาคือเจ้าอาวาสคูไห่ แห่งวัดจินกวง

“อมิตาภะ ทะเลทุกข์ไม่มีขอบเขต กลับใจคือฝากฝั่ง”

เจ้าอาวาสคูไห่ประสานมือเข้าหากัน แสดงความเห็นอกเห็นใจบนใบหน้า

โดยมีแสงพุทธสีทองปกคลุมทั่วร่างกายของเขา

เขากล่าวออกมาด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความเมตตาว่า

“จักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีคุณธรรมและต้องการทำลายรากฐานของพระพุทธศาสนา

การกระทำเช่นนี้เป็นการฝ่าฝืนฟ้าลิขิตสวรรค์และจะต้องถูกสวรรค์ลงโทษ”

“พวกเรา วัดจินกวง

จะไม่มีวันยอมจำนนต่ออำนาจอันชั่วร้ายของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ผู้ที่ไม่มีศีลธรรม”

“นำคำสั่งของ อาตมาไปประกาศให้กับสาวกให้รับทราบโดยทั่วกัน

ต่อไปนี้ หากว่ามีคนของทางราชสำนักเดินทางมายังเขตพื้นที่ทางตอนใต้

ให้สังหารพวกเขาทั้งหมด”

"ขอรับ!"

ในขณะนี้ วัดจิงกวงได้ทำการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ และทุกคนต่างก็ดูตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

ไม่ว่าราชสำนักจะยิ่งใหญ่แค่ไหนเมื่อมายังถิ่นของพวกเขา ก็ต้องปฏิบัติตามกฎของพวกเขา

ถ้ายังกล้าที่จะเดินทางมา ก็เตรียมตัวที่จะถูกฝังอยู่ที่นี่ตลอดไป

นี้เป็นการรเตือนครั้งสุดท้ายของพวกเขา

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา ได้มีพระอรหันต์ถือกำเนิดขึ้นมาในวัดจินกวงหลายองค์

(ปล.พระอรหันต์ เหมือนกับ ขอบเขตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ของผู้ฝึกตนนะครับ)

และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเจ้าอาวาสคูไห่

แห่งวัดจินกวงเขานั้นได้ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนิพพานมานานมากแล้ว

และในตอนนี้วัดจินกวงก็ได้มีพระอรหันต์อยู่ถึงห้าองค์ด้วยกัน และความแข็งแกร่งของพวกเขาทั้งหมดก็แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

..................................................

อีกด้านหนึ่ง วัดหยางหลง

นี่ก็เป็นอีกวัดที่ทรงพลังไม่แพ้วัดจินกวงเลย

ในเวลานี้ ภายในลานธรรมอันรุ่งโรจน์ พระภิกษุกลุ่มหนึ่งกำลังประชุมกันเพื่อหารือถึงมาตรการรับมือ

“ท่านเจ้าอาวาส การเคลื่อนไหวของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก”

พระภิกษุรูปหนึ่ง พูดออกมาใบหน้าของเขาในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความดุร้าย

เขาพร้อมที่จะสังหารใครก็ตามที่มาทำให้เขาขุ่นเคือง

“ถูกต้อง จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์คงคิดว่าผู้คนทั้งโลกจะเคารพเขา”

“ข้าคิดว่าราชวงศ์เซี่ย จะต้องพังพินาศในไม่ช้า”

ภายในลานะรรม พระภิกษุจำนวนมากของวัดหยางหลง ล้วนเต็มไปด้วยความคิดที่ชั่วร้าย

"อย่าเพิ่งใจร้อน"

ในเวลานี้เอง เจ้าอาวาสวัดหยางหลงก็พูดออกมาอย่าช้าๆ

"วัดหยางหลงของข้าเป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนาในเขตพื้นที่ทางตอนใต้

และก็ไม่มีใครสามารถมาขับไล่วัดหยางหลงของข้าให้ออกจากเขตพื้นที่ทางตอนใต้ไปได้"

“ตัวอย่างนั้นก็มีให้เห็น จักรพรรดิแห่งอาณาจักรเซี่ยในแต่ละยุคไม่มีใครที่สามารถ

สั่นคลอนพวกเราได้เลยแม้แต่น้อย

เหตุใดพวกท่านถึงต้องหวาดกลัวจักรพรรดิศักดิ์สสิทธิ์เพียงองค์เดี่ยว?”

เจ้าอาวาสวัดหยางหลง กล่าวออกมาด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

เขาพูดออกมาอย่างเหยียดหยามว่า “บัดนี้ วัดหยางหลงมีพระอรหันต์ถึงแปดองค์

พระอรหันต์ในรุ่นนี้ได้ฝึกฝนจนบรรลุถึงจุดสูงสุดของพระอรหันต์แล้ว และพวกเขาอยู่ห่างเพียงก้าวเดียวเท่านั้นที่จะบรรลุขอบเขตนิพพาน”

“ไม่ต้องพูดถึงจักรพรรดินีแห่งราชวงศ์เซี่ย ต่อให้ผู้ที่เรียกตนเองว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะมาด้วยตนเอง ก็จะต้องเจอการปราบปรามของอรหันต์ปราบมังกรของวัดหยางหลง”

เรียกได้ว่าเจ้าอาวาสวัดหยางหลง นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเลยทีเดียว

วัดหยางหลงนั้นมีพลังที่แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัว พวกเขามีสาวกมากกว่าหนึ่งล้านคนและมีผู้ศรัทธาอยู่นับไม่ถ้วน

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกรัชสมัยของจักรพรรดิแต่ละองค์ ไม่สามารถกำจัดพวกเขาให้สิ้นซากได้

และในตอนนี้ จักรพรรดินีเซี่ยซีแห่งราชวงศ์เซี่ยต้องการที่จะปราบปรามและขับไล่พวกเขาให้ออกไปจากดินแดนของอาณาจักรเซี่ยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

เมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกันก็ยังไม่ชัดเจนว่าใครจะแข็งแกร่งมากกว่าหรืออ่อนแอกว่า และใครจะแพ้หรือใครจะเป็นผู้ชนะ?

มีผู้ที่จับตามองเรื่องนี้ อยู่จำนวนนับไม่ถ้วน ศึกระหว่างนิกายพุทธกับราชวงศ์เซี่ย

พวกเขาต้องกรที่จะดูว่าจักรพรรดินีและจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เบื้องหลัง จะสามารถจัดการกับนิกายพุทธได้หรือไม่

“จักรพรรดินี ผู้ที่ทำให้ทั้งโลกหัวเราะเยาะ กล้าที่จะยื่นมือเข้ามาแตะต้องพุทธศาสนาของข้าอย่างนั้นเหรอ?”

พระภิกษุจำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็พากันหัวเราะออกมา

สีหน้าของพระภิกษุเหล่านี้นั้นเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย พวกเขามีความมั่นใจมากขึ้น

บางทีนิกายพุทธเหล่านี้สมควรแล้วที่จะต้องถูกกำจัด ออกไปให้หมดสิ้น

และการที่เก็บนิกายพุทธเหล่านี้เอาไว้ในดินแดนของอาณาจักรเซี่ยนับว่าเป็นหายนะของอาณาจักร

เขตพื้นที่ทางตอนใต้ ในตอนนี้กระแสน้ำกำลังปั่นป่วน วัดจินกวง

วัดหยางหลง และสาวกชาวพุทธหลายล้านคนรวมตัวกัน และเกือบที่จะสถาปนากลายเป็นดินแดนพุทธแห่งที่สองเลยก็ว่าได้

........................................................

เขตทะเลทราบตะวันตก นิกายหมื่นพุทธ

เมื่อพวกเขาได้รับข่าวเกี่ยวกับ พระราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์พวกเขาก็รู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก

“พุทธบุตร

ท่านต้องการที่จะปฏิบัติตามที่ท่านเจ้าอาวาสตรัสเอาไว้จริงๆอย่างนั้นเหรอ”

พระอรหันต์ที่พูดออกมานั้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ

ตอนนี้ใบหน้าของทุกคนที่อยู่ในลานธรรมของนิกายหมื่นพุทธ ทุกคนดูมืดมนเป็นอย่างมาก

แต่พุทธบุตร

ยังคงมีสีหน้าที่สงบเช่นเดิม

“อมิตาภะ”

พุทธบุตร ประสานพระหัตถ์แล้วตรัสออกมาอย่างไม่แยแสว่า

“ทุกท่าน อย่าเพิ่งใจร้อน ทำตามที่ท่านเจ้าอาวาสตรัสเอาไว้เถิด

เนื่องจากจักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ทรงออกพระราชโองการมาแล้ว

เห็นได้ชัดว่าพระองค์ไม่อยากเห็นสาวกมาชุมนุมกันมากจนเกินไป"

“นิกายหมื่นพุทธ ของพวกเรานั้นมีสาวกทั้งหมดหนึ่งล้านสองแสนคน

และทั่วทั้งเขตทะเลทราบตะวันตก

ก็ไม่มีใครเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้กับนิกายของเราได้แต่ว่าการมีสาวกมากเกินไปนั้นก็ไม่ดีเช่นกัน”

“ยกเว้นศิษย์หัวกะทิของนิกายหมื่นพุทธ สาวกชาวพุทธคนอื่นๆทั้งหมดจะถูกขับไล่ออก”

“อย่างไรก็ตามหากว่าพวกท่านยังไม่มั่นใจในการตัดสิ้นใจของข้า

ได้โปรดรอชมจุดสิ้นสุดของวัดจินกวงและวัดหยางหลง แล้วท่านจะเข้าใจอย่างชัดเจน”

พุทธบุตร ตรัสออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งเป็นอย่างมาก

เหล่าพระอรหันต์ ที่นั่งอยู่ในลานธรรมของนิกายหมื่นพุทธต่างมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง

แต่พวกเขาก็ทำได้เพียงเท่านี้

พวกเขาหวังในใจว่า วัดจินกวงและวัดหยางหลง จะสามารถต้านทานการกวาดล้างของราชวงศ์เซี่ยได้

หรือแม้กระทั่งทำให้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดินียอมจำนนต่อนิกายพุทธ

ถ้าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าราชวงศ์เซี่ยอีกต่อไป

พุทธบุตร ทรงมีพระบัญชาให้เตรียมปลดพระสาวกชาวพุทธมากกว่าหนึ่งล้านคน

ในตอนนี้ โลกกำลังตกอยู่ในความโกลาหล ราชทูตของอาณาจักรเซี่ยสองคนได้เดินทางออกจากพระราชวังพร้อมกับพระราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

สองฉบับภายใต้การจับตามองของผู้คนนับไม่ถ้วน

ชั่วขณะหนึ่ง กองกำลังจำนวนมากต่างก็จับตามองไปที่คณะราชทูตทั้งสองคน

ที่กำลังเดินทางไปยังเขตพื้นที่ทางตอนใต้

เพื่อประกาศใช้พระราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

คณะราชทูตทั้งสองคนนี้เป็นหญิงสาวทั้งสองคน พวกเธอแต่งกายด้วยชุดสีขาวและสวมผ้าคลุมหน้า

ซึ่งดึงดูดความสนใจของผู้คนนับไม่ถ้วน

หญิงสาวทั้งสองคนนี้ก็คือ

เทพธิดากวงหานแห่งตำหนักกวงหานและนักบุญหญิงเทียนมู่แห่งศาลาสวรรค์

สาวงามทั้งสองเป็นนราชทูตพิเศษของราชวงศ์เซี่ย พวกเธอต่างก็ถือพระราชโองการคนละฉบับ