วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ฤดูหนาวผ่านไป ความหนาวเย็นลดน้อยลง และทุกสรรพสิ่งก็เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
ภายในพระราชวัง สวนจักรพรรดิ มีร่างเพรียวบางยืนอยู่ที่นั่น
ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเขาฟื้นคืนพลังชีวิตกลับมา
เซี่ยเฉิน ตระหนักได้ถึงพลังชีวิตของสรรพสิ่งที่กำลังพื้นคืนกลับมาอย่างเงีบๆ
และมีความเข้าใจที่ลึกซึ่งมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับทักษะดัชนีชิงตี้เซินมู่
ร่างกายของเขาในตอนนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยพลังชีวิตที่หนาแน่น
ที่แผ่ออกมาจาก ดอกไม้ และต้นไม้ทั้งหมดที่อยู่ในสวนจักรพรรดิแห่งนี้
พลังชีวิตเหล่านี้ได้หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเซี่ยเฉินอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ เซี่ยเฉิน
รู้สึกได้ว่าพลังชีวิตเหล่านี้กำลังสะสมอยู่ภายในร่างกายของเขาทีละน้อย
หลังจากการฝึกฝนอย่างหนักมาตลอดระยะไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ระดับการบ่มเพาะของเขาก็ได้มาถึง
ขอบเขตนิพานขั้นที่สี่ขั้นสมบูรณ์
แต่ว่าเซี่ยเฉินก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะทะลวงไปยังขอบเขตนิพพานขั้นที่ห้าในตอนนี้
เซี่ยเฉิน ต้องการที่จะปรับปรุงความแข็งแกร่งของเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามปี
เขาถึงจะทะลวงไปยังขอบเขตนิพพานขั้นที่ห้า
หลังจากนั้นไม่กี่เดือน โอสถนิพพานที่
เซี่ยเฉิน ได้สะสมไว้ก่อนหน้านี้ก็ถูกใช้ไปจนหมดสิ้นแล้ว
และในขณะเดี่ยวกันหลังจากที่เขาเข้ามาอยู่ในพระราชวังเขาก็ได้รับโอสถนิพพาน มาอีกบางส่วนแต่ก็ได้ถูกใช้ไปจนหมดแล้วเช่นกัน
แม้แต่สมบัติแห่งสวรรค์และโลกที่เขาได้รับมาบางส่วนก็ได้ถูกใช้ไปหมดแล้ว
หลังจากที่เขาลงชื่อเช็คอินในวังมาได้ระยะเวลาหนึ่ง นอกจากโอสถ
สมบัติแห่งสวรรค์และโลกแล้ว ก็ยังมีทักษะและเคล็ดวิชาเป็นจำนวนมาก
เขาได้เก็บสะสมทักษะและเคล็ดวิชาเหล่านี้เอาไว้
เพื่อเป็นรากฐานของทักษะที่เขากำลังจะสร้างขึ้นมาเป็นของตัวเอง
ตอนนี้ร่างกายของเขานับว่าแข็งแกร่งมากที่สุด ด้วยความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขา
เขาสามารถบดขยี้ผู้ฝึกตนขั้นไหนก็ได้ที่อยู่ในขอบเขตนิพพาน และยังมีความรู้สึกว่าเขาสามารถท้าทายผู้ฝึกตนขอบเขตเหนือธรรมชาติได้
พลังจิตวิญญาณและจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์
ของเขาเองก็มีความก้าวหน้าอย่างมากเช่นกัน และเป็นเพียงแค่เรื่องง่ายๆเลยในตอนนี้สำหรับเขาที่จะสังหารศัตรูที่อยู่ห่างออกไปหลายพั้นลี้
ด้วยดาบ
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ของเขาก็คือ
เขาไม่มีทักษะเป็นของตัวเองแต่ว่าเขาก็กำลังสะสมทักษะที่เขาได้รับมาจากการลงชื่อเช็คอินในแต่ล่ะครั้งเอาไว้เป็นจำนวนมาก
เพื่อที่จะสร้าทักษะของตนเองขึ้นมา
“ตอนนี้ดูเหมือนว่าข้ายังขาดทักษะอีกเพียงแค่เล็กน้อย
หลังจากที่นำแก่นแท้ของทักษะทั้งหมดที่ข้าได้รับมาหลอมรวมกัน
ข้าก็จะสามารถสร้างทักษะที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่เป็นของตัวข้าเองขึ้นมาได้”
เซี่ยเฉินพึมพำกับตัวเอง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ดูดซับพลังชีวิที่อยู่รอบๆตัวของเขาเข้าไป
เขาเข้าใจดีว่าเมื่อเขาต้องการที่จะสร้างทักษะที่เป็นของตัวเอง
เขาต้องพึ่งพากายาพิเศษ โดยอาศัยพลังลึกลับของกายาจักรพรรดิมนุษย์ เพื่อสร้างทักษะแบบใหม่ขึ้นมา
คาดว่าภายในสองหรือสามเดือน ข้าคงจะสามารถเริ่มสร้างทักษะขึ้นมาให้เป็นรูเป็นร่างได้บางแล้วบ้างส่วน
“ดูเหมือนว่าการก่อสร้างพระราชวังแห่งใหม่ของข้า
ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ข้าคงต้องไปดูสักหน่อย”
หลังจากที่คิดเกี่ยวกับแผ่นการบ่มเพาะในอานาคตของเขาเสร็จแล้ว
เซี่ยเฉิน ก็นึกถึงวังจักรพรรดิแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างอยู่
ว่ามันใกล้ที่จะสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว เขาก็เลยอยากเดินไปดูสักเล็กน้อย
เซี่ยเฉิน เดินไปอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังไปยังบริเวณใจกลางของเขตพระราชวัง
ซึ่งเป็นที่ก่อสร้างพระราชวังแห่งใหม่ของเขา
พระราชวังทั้งหมดมีความวิจิตรงดงาม แผ่กลิ่นอายที่ดูสูงส่ง
และวังจักรพรรดิแห่งใหม่นี้มีความสูงถึงเก้าชั้น และยอดของพระราชวังจักรพรรดิมันก็มีความสูงมากกว่าหอคอยโหราศาสตร์มาก
เมื่อเดินขึ้นไปที่ยอดของพระราชวังจักรพรรดิ ก็จะสามารถมองเห็นสถานการณ์ทั้งหมดของเมืองหลวงจักรพรรดิได้
“ถวายบังคม เพค่ะองค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์!”
ทันทีที่เขามาถึง เขาก็เห็นกลุ่มสาวใช้และทหารองครักษ์คุกเข่าและทำความเคารพ
"ลุกขึ้น"
เซี่ยเฉินพยักหน้าเล็กน้อยและยืนอยู่ที่ด้านหน้าพระราชวังจักรพรรดิแห่งใหม่
“พี่ชายเก้า ท่านมาได้เวลาพอดี พระราชวังจักรพรรดิหลังนี้ได้สร้างเสร็จแล้ว
ท่านพึ่งพอใจหรือไม่และต้องการตั้งชื่อพระราชวังจักรพรรดิของท่านว่าอะไร”
ในเวลานี้เอง องค์หญิสิบได้เดินเข้ามาจากทางด้านหลังของเซี่ยเฉิน
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุขและถามพี่ชายของเธอออกมาในทันทีหลังจากที่เธอเห็นว่าพี่ชายของเธอนั้นได้มายืนอยู่ที่นี้แล้ว
เมื่อได้ยินสิ่งที่น้องสาวของเขาถาม เซี่ยเฉินก็ยิ้มและเงยหน้าขึ้นมอง
ความประทับใจแรกที่มีต่อพระราชวังจักรพรรดิแห่งใหม่นี้คือ ศักดิ์สิทธิ์ น่าเกรงขาม
และเต็มไปด้วยความวิจิตรงดงามที่ไม่มีที่สิ้นสุด
"ดี ดีมาก"
เซี่ยเฉิน รู้สึกพอใจเป็นอย่างมากและพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
"เสี่ยวซี น้องทำงานได้ดีมาก
หลังจากนี้น้องจงมอบรางวัลให้แก่ทุกคนที่สร้างพระราชวังจักรพรรดิแห่งนี้ด้วย"
“พี่เก้า ไม่ต้องกังวล ข้าได้จัดเตรียมรางวัลเอาไว้หมดแล้ว”
องค์หญิงสิบพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ดีแล้ว."
เซี่ยเฉิน ยิ้มออกมาเล็กน้อยและรู้สึกพึงพอใจมาก ที่องค์หญิงสิบมีความสามารถมากขึ้นเรื่อยๆ
และมีความรู้ในการป้องปรามที่ยอดเยี่ยม
บางทีอาจเป็นเพราะว่าเธอได้จัดการกับกิจการของแผ่นดินทุกวัน
และค่อยๆ ฝึกฝนจิตวิญญาณของจักรพรรดิของเธอ
ถูกต้องแล้ว ในตอนนี้องค์หญิงสิบได้ค่อยๆ
หล่อเลี้ยงออร่าของจักรพรรดิ ขึ้นมาได้บางส่วนแล้ว
บางทีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า องค์หญิงสิบคงจะเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงและกลายเป็นจักรพรรดินีที่แท้จริง
“พี่เก้า ท่านตัดสินใจเรื่องชื่อของพระราชวังจักพรรดิหลังใหม่นี้ได้แล้วหรือยัง?” องค์หญิงสิบถามขึ้นมาอีกครั้ง
เซี่ยเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่ง มองไปที่พระราชวังจักรพรรดิ อันวิจิตรงดงามที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเขา
และครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และในตอนนี้เองเขาก็มีคำตอบอยู่ในใจของเขาเรียบร้อยแล้ว
หึง......!
ได้มีดาบที่ดูธรรมดาปรากฏขึ้นในมือซ้ายของเขา แม้ว่ามันจะดูเรียบง่ายและดูธรรมดาไปบางแต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากดาบนั้น
ทำให้ผู้คนที่อยู่ในบริเวรรู้สึกได้ถึงความกดดันและรู้สึกถูกกดขี่อย่างอธิบายไม่ได้
ดาบเล่มนี้คือ ดาบแห่งจักรพรรดิ
“ข้าจะตังชื่อพระราชวังจักรพรรดิแห่งนี้ว่า พระราชวังจักรพรรดิมนุษย์”
เซี่ยเฉิน พึมพำกับตัวเอง หลังจากนั้นก็ชักดาบออกจากฝัก
หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงของดาบที่คมชัด "เฉียง" หลังจากที่เซี่ยเฉิน
ได้ดึงดาบออกมาจากฝักแล้วเขาก็ลอบขึ้นไปบนท้องฟ้าด้านหน้าพระราชวังจักรพรรดิแห่งใหม่
และแกะสลักตัวอักษรตัวใหญ่สามตัวไว้ตรงกลางพระราชวัง
พระราชวังจักรพรรดิมนุษย์!
ตัวอักษรใหญ่ทั้งสามได้แผ่กลิ่นอายที่กดขี่และบีบบังคับออกมา
หลังจากที่ทุกคนได้เงยหน้าขึ้นไปมองตัวอักษรทั้งสาม
พวกเขาต่างก็รู้สึกราวกับว่าพวกเขาได้พบเจอกับจักรพรรดิ ทำให้กิดความรู้สึกที่น่าเกรงขามอันแรงกล้าภายในจิตใจของพวกเขา
เมื่อผุ้ฝึนตนได้พบเห็นตัวอักษรทั้งสามตัวนี้ พวกเขาก็จะสัมผัสได้ถึงเจตจำนงของจักรพรรดิผู้มีอำนาจสูงสุด
จิตใจของพวกเขาสั่นไหว และจิตวิญญาณของพวกเขาก็ต้องสั่นสะท้านภายใต้การบีบบังคับของเจตจำนงแห่งจักรพรรดิที่อยู่บนตัวอักษรทั้งสามตัวนั้น
“พระราชวังจักรพรรดิมนุษย์?” องค์หญิงสิบยังคงยืนอยู่ที่เดิม เธอพึมพำออกมากับตัวเอง จิตใจของเธอสั่นไหว
ในตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในภวังค์ เธอได้มองเห็นภาพมายาของชายที่แข็งแกร่งกำลังยืนอยู่ในความว่างเปล่า
เขาดูสง่างาม ยิ่งใหญ่และคาดเดาไม่ได้ เธอได้รู้สึกถึงความเคารพอย่างลึกซึ้งที่ผุดขึ้นมาในหัวใจของเธอ
“เสี่ยวซี เข้าไปดูข้างในกับข้ากันเถอะ”
หลังจากนั้นเซี่ยเฉิน ก็เก็บดาบแห่งจักรพรรดิเข้าไปยังทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา
และเรียกให้องค์หญิงสิบรู้สึกตัว
เธอจ้องมองไปที่แผ่นหลังของพี่ชายของเธอ อย่างว่างเปล่า พร้อมกับปรากฏแววตาประหลาดใจขึ้นมา เธออยากรู้มากว่าพี่ชายของเธอเอาดาบเล่มนี้ออกมาจากที่ไหน
และตอนนี้มันหายไปไหนแล้ว
ดูเหมือนว่าพี่ชายของเธอคนนี้จะซ่อนความลับเอาไว้มากมาย
แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ ไม่ว่าพี่ชายของเธอจะซ่อนความลับอะไรเอาไว้ก็ตาม
เธอรู้เพียงสิ่งเดียวเท่านั้นคือพี่ชายของเธอรักเธอมากที่สุด
“บอกข้ามาสิ ที่เจ้ามาหาข้าแบบนี้เจ้ากำลังมีเรื่องลำบากใจอยู่ใช่มั้ย?”
ในพระราชวังจักรพรรดิ เซี่ยเฉิน มองไปที่องค์หญิงสิบที่อยู่ข้างๆเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ตอนนี้น้องสาวของเขายุ่งมากและไม่มีเวลามาพบเขาได้ทุกวัน เมื่อเธอมาหาเขาเธอจะต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
และก็เป็นอย่างที่เซี่ยเฉินคาดเดาเอาไว้จริงๆ
เพราะว่าในตอนนี้ใบหน้าขององค์หญิงสิบนี้นดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่
หลังจากนั้นเธอก็พูดออกมาอย่างแผ่วเบาว่า “พี่เก้า ข้ามีเรื่องบางอย่างที่จะต้องปรึกษากับท่านจริงๆข้าถึงได้มาหาท่าน"
“บอกข้ามาว่ามีเรื่องอะไร?” เซี่ยเฉินพยักหน้าเมื่อเห็นว่าเป็นไปตามสิ่งที่เขาคาดเดาเอาไว้
หลังจากนั้นองค์หญิงสิบก็พูดออกมา "เมื่อพระราชโองการของท่านพี่ได้ถูกประกาศออกไปและนำมาใช้อย่างจริงจัง
ประชาชนทุกคนต่างก็พากันชื่นชมและสนับสนุน แต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายใหม่
และยังทำการขัดขวางนโยบายใหม่ของท่านในทุกวิถีทางที่เป็นไปได้”
"โอ้?" เซี่ยเฉินเข้าใจและยิ้มออกมา
"ถ้าให้ข้าเดา
คนเหล่านี้น่าจะเป็นคนของราชวงศ์ที่เป็นเจ้าเมืองในที่ดินศักดินาของตัวเองใช่หรือไม่?"
“ใช่แล้ว พี่เก้า ท่านไม่รู้หรอกว่าพวกเขาน่ารังเกียจแค่ไหน” องค์หญิงสิบพูดด้วยความโกรธ
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเย็นชา เธอพูดออกมาทีละคำ
"คนในตระกูลเหล่านั้นรวมตัวกันเพื่อต่อต้านท่าน และยังเชิญเหล่าผู้อาวุโสในของราชวงศ์จำนวนมากออกมาเพื่อทวงความยุติธรรม
โดยที่พวกเขาบอกว่าท่าน ทำร้ายผลประโยชน์ของราชวงศ์ และทำร้ายผลประโยชน์ของคนของราชวงศ์ทั้งหมดอีกด้วย”
“และสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดคือพวกเขาได้รวมตัวกันกับราชาจากทุกหัวเมือง
เพื่อทำการประชุมและปรึกษาหารือกันอย่างลับๆ
ซ่องสุ่มกองกำลังทหารและทำการต่อต้านพระราชโองการของท่านอย่างเปิดเผย แม้กระทั่งปฏิเสธที่จะยอมสละอำนาจทางทหารของพวกเขา”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ องค์หญิงสิบก็รู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก
หลังจากที่เธอได้รับรู้เรื่องของคนในราชวงศ์
ลุกขึ้นมาต่อต้านพระราชโองการของพี่ชายของเธอ
“สามาชิกของราชวงศ์ ราชาจากหัวเมืองต่างๆ
คนของเผ่าพันธุ์อื่น และนิกายน้อยใหญ่ ผู้คนเหล่านี้ต่างก็เป็นหนอนและมะเร็งของอาณาจักร
และจักรวรรดิเซี่ยจริงๆ”
เซี่ยเฉิน กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
แต่ว่าภายใต้ความสงบนั้น ได้มีจิตสังหารแผ่ออกมาเล็กน้อย
แน่นอนว่าคนเหล่านี้ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของตนเอง
พวกเขาคิดว่าพวกเขาสามารถแข่งขันกับเซี่ยเฉินได้ หากว่าพวกเขาผนึกกำลังกัน
แต่ว่าความเป็นจริงนั้นโหดร้าย
องค์หญิงสิบคิดถึงบางสิ่งบางอย่างออกมาได้อย่างกะทันหัน และพูดออกมาอย่างรวดเร็ว
“ข้าคิดว่าข้าจะไปพบกับบรรพบุรุษเฒ่าที่อยู่ในห้องโถงบูชาบรรพบุรุษ
และบอกให้เขาออกไปจัดการสังหารคนที่ลุกขึ้นมาต่อต้านให้หมด”
ดวงตาของ เซี่ยเฉิน จริงจังมากขึ้นเล็กน้อยและเขาก็พูดอออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ดูเหมือนว่าบรรพบุรุษเฒ่าผู้นี้จะมีความคิดเห็นมากมายเกี่ยวกับราชวงศ์เจ้าไม่จำเป็นต้องไปหาเขาหรอกข้าคิดว่าเขาคงไม่เต็มใจที่จะลงมือ
แต่ว่าเจ้าไม่ต้องคิดมากเดี่ยวข้าจะช่วยเจ้าทำความสะอาดให้เอง"
“เจ้าไปเตรียมตัวให้พร้อม หากจำเป็นข้าจะดำเนินการจัดการสมาชิคของราชวงศ์
เผ่าพันธุ์ต่างๆและนิกายใหญ่ทั้งหลายเหล่านี้ให้หมด
ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำความสะอาดโลกใบนี้ เพราะว่าโลกใบนี้ขุ่นมัวเกินไป”
ในตอนนี้ เซี่ยเฉิน ได้เดินมายืนอยู่ที่ชั้นบนสุดของพระราชวังจักรพรรดิ
และมองลงไปเขาเห็นสถานที่ทั้งหมดที่อยู่ในเขตพระราชวังหรือแม้แต่ที่อยู่ด้านนอกของเขตพระราชวัง
และตัดสินใจที่จะกำจัดมะเร็งร้ายเหล่านี้ออกไปจากโลกใบนี้
“ค่ะ พี่เก้า”
เมื่อเธอได้ยินคำพูดเหล่านี้ องค์หญิงสิบก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาทันที
“อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ระดับการบ่มเพาะของเจ้าไม่ได้ก้าวหน้าขึ้นมาเลย”
จู่ๆ เซี่ยเฉินก็พูดอะไรบางอย่างออกมา ทำให้องค์หญิงสิบต้องหยุดชะงัก
และรู้สึกละอายใจและเขินอายเล็กน้อย
“พี่เก้า ข้ารู้แล้ว”
เธอดูเคร่งขรึมมากขึ้น ท่าทางของเธอในตอนนี้กลับมาเต็มไปด้วยความหมั่นใจอีกครั้ง
หลังจากผ่านไปหลายเดือน เซี่ยเฉิน
รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยกับความก้าวหน้าดังกล่าวของน้องสาวของเขา
ดังนั้นเขาจึ้งสั่งให้เธอบ่มเพาะพลังของเธอในวันนี้เพื่อที่จะทำการบุกทะลวงของเขตของเธอ
เพราะว่าเซี่ยเฉินได้สังเกตเห็นแล้วว่า ในตอนนี้น้องสาวของเขาได้มาถึงขอบเขตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสมบูรณ์แล้วและพร้อมที่จะบุกทะลวงเข้าสู้ขอบเขตนิพพานได้แล้ว
“ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่พระราชวังจักรพรรดิมนุษ์”
เมื่อเซี่ยเฉิน เห็นว่าน้องสาวของเขาได้จากไปแล้ว
เขาก็ได้ออกคำสั่งกับระบบในทันทีอย่างเงียบๆ ภายในใจของเขา
เขาอยากรู้ว่าเขาจะสามารถ ลงชื่อเช็คอินในพระราชวังจักรพรรดิที่สร้างขึ้นมาใหม่ได้หรือไม่?
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved