บูม!
หลังจากที่การโจมตีของทั้งสองเข้าปะทะกัน คลื่นอากาศก็พัดพาเศษหินปลิ้วไปทั่วบริเวร
“ซี่!!!”
ท่ามกลางฝุ่นควันที่หนาแน่น ได้มีเสียงคำรามดังขึ้น ตะขาบหลังทองพันขาถูกพัดปลิวถอยหลังไปด้วยการฟาดฟันเพียงครั้งเดียว
แต่ว่ามันก็ยังไม่ตาย
เซี่ยเฉิน รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แม้ว่าการโจมตีของเขาเมื่อกี้นี้จะไม่ได้ใช้กำลังของเขาทั้งหมด
แต่ว่าหากเป็นปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานคนอื่นแล้วละก็พวกเขาคงจะตายไปนานแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการป้องกันของตะขาบหลังทองพันขาตัวนี้นั้นแข็งแกร่งมาก
หญิงสาวชุดดำ
เองก็ไม่เลวเลยเธอเองก็สามารถรับการโจมตีของเขาได้เช่นกัน
“ช่างเป็นเจตจำนงดาบ ที่ทรงพลังจริงๆ”
หญิงสาวชุดดำตกใจและโกรธเป็นอย่างมาก เสื้อคลุมสีดำบนร่างกายของเธอขาดออกเป็นชิ้นๆหลังจากที่ถูกตัดด้วยพลังปราณดาบ
เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเธอ และแน่นอนว่าเธอนั้นมีใบหน้าที่งดงามเป็นอย่างมาก
“เคล็ดวิชาลับ หมื่นกู่กลืนกินวิญญาณ”
หลังจากนั้นหญิงสาวชุดดำก็ปลดปล่อยการโจมตีของเธอออกมาอีกครั้ง
พลังปราณสีดำหลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเธอทันใดนั้นก็มีแมลงนับไม่ถ้วนส่งเสียงร้องออกมา
หลังจากนั้นไม่นานแมลงพิษจำนวนมากก็ปรากฏตัวออกมาอย่างหนาแน่น
มีแมลงที่มีพิษทุกชนิดอยู่เต็มพื้นที่ไปหมด ทั้งเล็กและใหญ่
เมื่อเห็นแมลงพิษนับไม่ถ้วนที่ปรากฏออกมา
ถ้าหากว่าเป็นปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานทั่วไปแล้วละก็พวกเขาคงจะต้องรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่งมาก
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองทัพแมลง ถ้าหากว่าพวกเขาตกอยู่ในวงล้อมของกองทัพแมลงเหล่านี้ร่างกายของพวกเขาคงจะถูกกินจนไม่เหลืออะไรเลย
แต่สำหรับ เซี่ยเฉิน
แล้วกองทัพแมลงพิษเหล่านี้ไม่ได้มีผลอะไรแม้แต่น้อย
"ทำลาย!"
เขาสบัดนิ้วของเขาออกไปเบาๆ ปราณดาบได้ถูกควบแน่นขึ้นมาอีกครั้ง
กระแสแม่น้ำปราณดาบได้พัดผ่านไปยังทุกทิศทุกทาง
โว้ว!
ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตามเมื่อกระแสแม่น้ำปราณดาบพัดผ่านไป
กองทัพแมลงพิษที่อยู่ในบริเวรนั้นก็จะถูกทำลายและสลายหายไป
พวกมันไม่อาจต่อต้านกระแสแม่น้ำปราณดาบ ได้เลยแม้แต่น้อย
ในชั่วพริบตา กองทัพแมลงพิษทั้งหมดก็ได้ถูกเซี่ยเฉิน
ทำลายลงไปทั้งหมด หลงเหลือเอาไว้เพียงแค่ซากศพของแมลง
ที่กำลังส่งกลิ่นเหม็นคละคลุงไปทั่วบริเวร
ทันใดนั้น หมอกควันจำนวนมากก็หลั่งไหลออกมาจากซากศพของกองทัพแมลงที่ตายไปแล้ว
ควบแน่นเป็นหมอกพิษที่มีพิษรุนแรงด้วยการควบคุมของหญิงสาวชุดดำ
"ฮ่าฮ่าฮ่า ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว"
เธอหัวเราะออกมาอย่างภาคภูมิใจและพูดว่า "ภายใต้หมอกพิษของข้า
แม้ว่าจะเป็นปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานที่แข็งแกร่ง ก็ยังตกตายภายใต้หมอกพิษนี้"
"อย่างนั้นเหรอ?"
เซี่ยเฉิน ไม่ได้สนใจการกระทำของหญิงสาวชุดดำเลยแม้แต่น้อย
ถึงแม้ว่าหมอกพิษของเธอนั้นจะดูน่ากลัว แต่เขาเองก็มั่นใจมากว่าร่างกายของเขานั้นมีภูมิคุ้มกันต่อพิษทั้งหมด
และเมื่อเขาเห็นหมอกพิษของหญิงสาวชุดดำเขาก็ไม่ได้สนใจและจริงจังกับมันเลย
เซี่ยเฉินอ้าปากและเป่าออกไป
กระแสแม่น้ำปราณดาบได้กลายเป็นพายุปราณดาบ หมุนวนอย่างรุนแรงพัดไปทางหญิงสาวชุดดำ
ทำให้เกิดการระเบิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และได้พัดหมอกพิษจำนวนนับไม่ถ้วนออกไป
ทิ้งรอยขีดข่วนนับไม่ถ้วนเอาไว้บนพื้น
ภูเขา ต้นไม้ หิน โดยไม่มีข้อยกเว้น มันต่างก็ถูกพายุปารณดาบพัดถล่มจนกลายเป็นผุยผง
"ซี่!!!!!"
ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงคำรามดังขึ้น ตะขาบหลังทองพันขาได้พุ่งเข้าไปหา
เซี่ยเฉิน อย่างรวดเร็ว
มันอ้าปากที่ใหญ่โตของมันขึ้นและพร้อมที่จะกลือกินเซี่ยเฉินลงไปในท้องของมัน
ปากของมันนั้นเต็มไปด้วยเขี้ยวที่แหลมคมและน่าสะพรึงกลัว
เมื่อเผชิญกับการโจมตีของตะขาบหลังทองพันขา ใบหน้าของเซี่ยเฉินก็ยังคงสงบนิ่งเช่นเคย
เขายกมือขึ้นและตบออกไปเบาๆ
ได้ปรากฏฝ่ามือที่มีเปลวไฟลุกไหม้ พุ่งเข้าไปหาตะขาบหลังทองพันขา
เข้าเข้าปะทะกับมันอย่างดุเดือด
หลังจากปะทะกันได้ไม่นาน ก็ได้เสียงเสียงระเบิดดังขึ้น "บูม"
หลังจากนั้นตะขาบหลังทองพันขาก็กรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวช เปลวไฟลุกไหม้ไปทั่วทั้งตัวของมัน
ทำให้มันต้องส่งเสียงกรีดร้องออกมา
“เอ่อ... ร้อนมากเลยเหรอ?”
หลังจากที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของตะขาบหลังทองพันขา หญิงสาวชุดดำก็ได้พุ่งออกมาจากหมอกควันสีดำ
ในตอนนี้ใบหน้าของเธอนั้นดูเขินอายเป็นอย่างมาก เพราว่าเสื้อคลุมสีดำบนตัวของเธอได้ถูกไฟเผาไหม้เกือบหมด
เผยให้เห็นผิวที่ขาวราวกับหิมะเป็นบริเวณกว้าง และรูปร่างของเธอก็งดงามและมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก
น่าเสียดายที่ เซี่ยเฉิน ไม่ได้สนใจเธอเลยแม้แต่น้อยเขาเพิกเฉยต่อรูปร่างที่น่าดึงดูดและความงามของเธอ
หลังจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นแล้วกดฝ่ามือลงไป
พลังปราณได้ถูกควบแน่นเป็นฝ่ามือเปลวไฟอีกครั้งแต่ว่าในครั้งนี้นั้นแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
เพราว่าในครั้งนี้เขาได้หลอมรวมฝ่ามือเปลวไฟเขากับเปลวไฟจากดวงอาทิตย์
และโจมตีออกไปอีกครั้ง
บูม!
หลังจากที่ตะขาบหลังทองพันขา ถูกโจมตีด้วยฝ่ามือเปลวไฟในครั้งนี้
ร่างกายของมันก็ระเบิดและก็ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
หญิงสาวชุดดำ พยายามที่จะหลบหนีออกไปด้วยความอับอาย คทาโครงกระดูกในมือของเธอแตกกระจาย
ทิ้งรอยไหม้ขนาดใหญ่เอาไว้บนร่างกายของเธอ
“เจ้า...” เธอกระอักเลือดออกมาเต็มปาก และจ้องมองไปที่
เซี่ยเฉินด้วยความหวาดกลัว เพราะว่าในตอนนี้เธอนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส
หากว่าในตอนนี้เธอไม่ได้ใช้ทักษะลับเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของเซี่ยเฉิน
เธออาจจะตายไปแล้วภายใต้ฝ่ามือเปลงไฟในการโจมตีครั้งสุดท้ายของเซี่ยเฉิน
เมื่อเธอเห็นว่า เซี่ยเฉิน ยังคงติดตามเธอมาอีกครั้ง เธอก็รู้สึกตื่นตระหนกในใจ
มือของเธอก่อตัวเป็นผนึกอย่างรวดเร็ว พลังปราณสีดำก็ได้หลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเธอ
"ทำไม เจ้ายังไล่ตามข้ามาอีก..."
มีร่องรอยของความโกรธบนใบหน้าของเธอ เธอยกมือขึ้นและโบกออกไป พลังปราณสีดำปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า
และทันใดนั้นเธอก็กลายเป็นลำแสงสีดำเพื่อหลบหนี
“อยากวิ่งหนีอย่างนั้นเหรอ?”
เซี่ยเฉิน พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา เขาสะบัดนิ้วออกไปอีกครั้ง
เจตจำนงดาบได้ควบแน่นเป็นปรารดาบที่ทรงพลังและฟันออกไปในทันที
เมื่อเห็นว่าปราณดาบกำลังพุ่งเข้ามา หญิงสาวชุดดำดูหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
หลังจากนั้นได้มีแสงสีทองสามดวงลอยออกมาจากหว่างคิ้วของเธอ
ฟิ้ว!!!!!
เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ก็พบว่าแสงสีทองเหล่านี้ก็คือแมลงกู่สีทอง
พัฟ!
เซี่ยเฉินโจมตีออกไปอีกครั้ง
ปราณดาบได้ฟาดฟันไปที่แมลงกู่สีทองทั้งเก้าตัว หลังจากนั้นแมลงกู่ทั้งเก้าตัวได้ถูกผ่าออกเป็นสองส่วนและร่วงลงมาที่พื้น
อั๊ค!
เลือดเต็มปากพุ่งออกมาจากปากของหญิงสาวชุดดำ หลังจากนั้นเธอก็ล้มลง เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสและอาการบาดเจ็บของเธอในตอนนี้ก็แย่ลงมากขึ้นไปอีก
ใบหน้าของเธอซีดเซียวเป็นอย่างมากในตอนนี้
“เป็นไปได้ยังไง?”
เธอมองดูแมลงกู่สีทองของเธอทั้งเก้าตัวที่ถูกผ่าออกเป็นสองซีกบนพื้นพวกมันถูกฆ่าตายในไม่กี่วินาที
นี่คือแก่นแท้พลังชีวิตของเธอ แมลงกู่จักจั่นสีทอง
นี้เป็นแมลงกู่จักจั่นสีทองทั้งเก้าตัวที่เธอเลี้ยงดูมานานหลายทศวรรษและมันได้สังหารผู้คนไปนับไม่ถ้วน
จักจั่นสีทองทั้งเก้าตัวนี้ เป็นตัวแทนของเก้าชีวิต เพราะว่าจักจั่นสีทองหนึ่งตัวสามารถเป็นตัวตายตันแทนของเธอได้หนึ่งครั้ง
แต่ว่า เมื่อสักครู่นี้เซี่ยเฉิน
ได้ลงมือสังหารแมลงกู่จักจั่นสีทองของเธอทั้งเก้าตัวไปหมดแล้ว ซึ่งหมายความว่าหากเธอเสียถูกเซี่ยเฉินสังหารในครั้งนี้เท่ากับว่าเธอต้องตายจริงๆ
จะไม่ให้เธอตื่นตระหนกและหวาดกลัวได้อย่างไร?
“ยังไม่ตายอย่างนั้นเหรอ?”
เซี่ยเฉิน เองก็ประหลาดใจเช่นกัน นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับปรมาจารย์ขอบเขตนิพพาน
ที่สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้หลังจากที่รับการโจมตีของเขา ไปหลายครั้งแล้ว
หญิงสาวผู้นี้ไม่ง่ายเลย ที่จะจักการกับเธอ
เธอจะต้องมีทักษะลับบางอย่างที่รักษาชีวิตของเธอเอาไว้ อย่างแน่นอน
"ตาย!"
เซี่ยเฉินไม่ลังเลอีกต่อไป เขาไร้ซึ่งความสงสารยกมือขึ้นเพื่อควบแน่นปราณดาบขึ้นมาอีกครั้ง
และฟาดฟันไปที่หญิงสาวชุดดำอีกครั้ง
“ไม่ ข้าขอโทษ… ข้ายังไม่อยากตาย ข้ายอมจำนนต่อเจ้า…”
หญิงสาวชุดดำ กรีดร้องออกมาเพื่อขอความเมตตาใบหน้าของเธอในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
น่าเสียดายที่เธอยังไม่ทันได้พูดจบ ปราณดาบก็ผ่าร่างของเธออย่างไร้ความปราณี
พัฟ!
ร่างกายของเธอแข็งทื่อ สีหน้าของเธอแข็งทื่อ ร่างกายของเธอเริ่มแตกสลายทีละส่วน
เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นร่างกายของเธอกลายเป็นเถ้าถ่านแตกสลายกระจัดกระจายไปตามพื้น
ก่อนที่เธอจะตายเธอก็ยังไม่เข้าใจว่า
ทำไมบุรุษที่อยู่ตรงหน้าของเธอถึงไม่สั่นไหวเลยเมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่งดงามของเธอ
หรือว่าเธอไม่สวยใช่ไหม?
ถ้าจะให้พูดตามตรง หญิงสาวชุดดำผู้นี้นั้นมีความสวยงามมากและมีเสน่ห์เย้ายวนเป็นอย่างมาก
แต่น่าเสียดายที่ เซี่ยเฉินยังคงลงมือสังหารเธออย่างไร้ความปราณีอยู่ดี
“ติ๊ง โฮสต์ต้องการที่จะลงชื่อเช็คอินที่แท่นบูชาหลักของนิกายเทพแม่มดหรือไม่?”
ทันใดนั้น เขาก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ ซึ่งทำให้เซี่ยเฉินรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
"ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่นี่!"
เซี่ยเฉินออกคำสั่งกับระบบ อย่างเงียบๆภายในใจของเขา
ติ๊ง!
“เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย
ท่านได้รับ : แก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่”
เมื่อได้ยินการแจ้งเตือนของระบบ เซี่ยเฉิน ก็ครุ่นคิดอยู่สักพัก
“ช่างมันก่อนก้แล้วกัน รีบไปจัดการกับราชาแห่งซีซู่ก่อน
แล้วค่อยดูว่าแก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่ เป็นแบบไหน”
หลังจากมองสำรวจไปรอบๆ เซี่ยเฉินก็หันหลังกลับและจากไปในทันทีหลังจาที่ยืนยันแล้วว่าไม่มีใครรอดชีวิต
และสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอันดับต่อไปคือ จัดการกับราชาแห่งซีซู่
เจ้าเมืองของเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอาณาจักรเซี่ย
ราชาผู้นี้กล้าที่จะสมรู้ร่วมคิดกับนิกายชั่วร้ายเช่นนิกายเทพแม่มด
เพื่อวางแผนการต่อต้านเขา
ตอนนี้เมื่อนิกายเทพแม่มดถูกทำลายแล้ว
ขั้นตอนต่อไปคือการทำความสะอาดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจาก ราชาแห่งซีซู่ ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระเวิงอยู่ตลอดเวลาว่าราชาแห่งซีซู่
กำลังว่างแผ่นเล่นงานอะไรเขาอีก
......................................................
อาณาจักรเซี่ย ดินแดนทางตอนใต้
พระราชวังของราชาแห่งซีซู่ ในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยปรมาจารย์ที่แข็งแกร่ง
พวกเขาต่างก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ในเวลานี้ราชาแห่งซีซู่ กำลังเดินวนไปมา ภายในห้องโถงด้วยท่าทางที่วิตกกังวลเป็นอย่างมาก
"มีข่าวส่งมาแล้วหรือไม่?"
ราชาแห่งซีซู่ เป็นชายวัยกลางคนในตอนนี้ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด
เขาได้ฝึกฝนวิชาที่ชั่วร้าย และกลิ่นอายของเขาก็น่ากลัวมาก
“รายงาน องค์ราชาแห่งซีซู่ ยังไม่มีข่าวใดๆส่งเข้ามาเลยขอรับ”
ข้ารับใช้ เข้ามารายงานตามความจริง
ปรมาจารยที่อยู่ภายในห้องโถงใหญ่พระราชวังแห่งเมืองซีซู่คนหนึ่งได้ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า
"ฝ่าบาท ท่านไม่ต้องกังวล ท่านผู้นำนิกายเทพแม่มดของพวกเราต้องทำสำเร็จอย่างแน่นอน"
“ใช่แล้ว นิกายเทพแม่มดนั้นทรงพลังมาก ถึงแม้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังของราชวงศ์เซี่ยจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน
ก็ไม่สามารถหยุดการโจมตีและการบงการของนิกายเทพแม่มดได้”
กลุ่มผู้ใต้บังคับบัญชา ต่างก็พากันปลอบใจราชาแห่งซีซู่
ราชาแห่งซีซู่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ใบหน้าของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจอีกครั้ง
"ถ้าเป็นเช่นนั้นราชาผู้นี้ จะรอฟังข่าวดีของนิกายเทพแม่มด เมื่อพวกเขาสามารถควบคุมสถานการณ์ภายในเมืองหลวงได้
และเมื่อข้าได้กลายเป็นจัดรพรรดิองค์ต่อไปของอาณาจักรเซี่ย ข้าจะไม่ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเลวร้ายแน่นอน”
“ราชาผู้นี้ให้สัญญาว่าหลังจากที่พวกเขาทำสำเร็จ
ข้าจะสถาปนานิกายเทพแม่หมดให้เป็นนิกายอันดับหนึ่งของอาณาจักรเซี่ย”
ราชาแห่งซีซู่ ทรงเอ่ยให้คำมั่นสัญญาอย่างเอื้อเฟื้อ
“เมื่อเจ้าขึ้นครองบัลลังก์และเป็นจักรพรรดิ เจ้ายังคงต้องการสถาปนานิกายที่ชั่วร้ายเช่นนี้เป็นนิกายอันดับหนึ่งของอาณาจักรอีกอย่างนั้นเหรอ
ราชาแห่งซีซู่ เจ้านี่มันหน้าไม่อายจริงๆ”
ทันใดนั้น เสียงที่ไม่แยแสก็ดังเข้ามาจากด้านนอกห้องโถง ทำให้ราชาแห่งซีซู่ตกใจจนตัวสั่น
"นี้มันเกิดอะไรขึ้น?"
ทุกคนที่อยู่ภายในห้องโถงต่างก็พากันลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน และมองออกไปที่ด้านนอกห้องโถง
พวกเขาเห็นคนๆหนึ่งกำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ร่างกายของชายคนนี้ได้ปลดปล่อยแรงกดดันที่กดขี่ข่มเหงออกมา
ทำให้ทุกคนที่อยู่ภายในห้องโถงไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เลย
คนที่ปรากฏตัวขึ้นมานี่ ก็คือเซี่ยเฉินนั้นเอง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved