ตอนที่ 131

บูม!

หลังจากที่การโจมตีของทั้งสองเข้าปะทะกัน คลื่นอากาศก็พัดพาเศษหินปลิ้วไปทั่วบริเวร

“ซี่!!!”

ท่ามกลางฝุ่นควันที่หนาแน่น ได้มีเสียงคำรามดังขึ้น ตะขาบหลังทองพันขาถูกพัดปลิวถอยหลังไปด้วยการฟาดฟันเพียงครั้งเดียว

แต่ว่ามันก็ยังไม่ตาย

เซี่ยเฉิน รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แม้ว่าการโจมตีของเขาเมื่อกี้นี้จะไม่ได้ใช้กำลังของเขาทั้งหมด

แต่ว่าหากเป็นปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานคนอื่นแล้วละก็พวกเขาคงจะตายไปนานแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการป้องกันของตะขาบหลังทองพันขาตัวนี้นั้นแข็งแกร่งมาก

หญิงสาวชุดดำ

เองก็ไม่เลวเลยเธอเองก็สามารถรับการโจมตีของเขาได้เช่นกัน

“ช่างเป็นเจตจำนงดาบ ที่ทรงพลังจริงๆ”

หญิงสาวชุดดำตกใจและโกรธเป็นอย่างมาก เสื้อคลุมสีดำบนร่างกายของเธอขาดออกเป็นชิ้นๆหลังจากที่ถูกตัดด้วยพลังปราณดาบ

เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเธอ และแน่นอนว่าเธอนั้นมีใบหน้าที่งดงามเป็นอย่างมาก

“เคล็ดวิชาลับ หมื่นกู่กลืนกินวิญญาณ”

หลังจากนั้นหญิงสาวชุดดำก็ปลดปล่อยการโจมตีของเธอออกมาอีกครั้ง

พลังปราณสีดำหลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเธอทันใดนั้นก็มีแมลงนับไม่ถ้วนส่งเสียงร้องออกมา

หลังจากนั้นไม่นานแมลงพิษจำนวนมากก็ปรากฏตัวออกมาอย่างหนาแน่น

มีแมลงที่มีพิษทุกชนิดอยู่เต็มพื้นที่ไปหมด ทั้งเล็กและใหญ่

เมื่อเห็นแมลงพิษนับไม่ถ้วนที่ปรากฏออกมา

ถ้าหากว่าเป็นปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานทั่วไปแล้วละก็พวกเขาคงจะต้องรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่งมาก

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองทัพแมลง ถ้าหากว่าพวกเขาตกอยู่ในวงล้อมของกองทัพแมลงเหล่านี้ร่างกายของพวกเขาคงจะถูกกินจนไม่เหลืออะไรเลย

แต่สำหรับ เซี่ยเฉิน

แล้วกองทัพแมลงพิษเหล่านี้ไม่ได้มีผลอะไรแม้แต่น้อย

"ทำลาย!"

เขาสบัดนิ้วของเขาออกไปเบาๆ ปราณดาบได้ถูกควบแน่นขึ้นมาอีกครั้ง

กระแสแม่น้ำปราณดาบได้พัดผ่านไปยังทุกทิศทุกทาง

โว้ว!

ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตามเมื่อกระแสแม่น้ำปราณดาบพัดผ่านไป

กองทัพแมลงพิษที่อยู่ในบริเวรนั้นก็จะถูกทำลายและสลายหายไป

พวกมันไม่อาจต่อต้านกระแสแม่น้ำปราณดาบ ได้เลยแม้แต่น้อย

ในชั่วพริบตา กองทัพแมลงพิษทั้งหมดก็ได้ถูกเซี่ยเฉิน

ทำลายลงไปทั้งหมด หลงเหลือเอาไว้เพียงแค่ซากศพของแมลง

ที่กำลังส่งกลิ่นเหม็นคละคลุงไปทั่วบริเวร

ทันใดนั้น หมอกควันจำนวนมากก็หลั่งไหลออกมาจากซากศพของกองทัพแมลงที่ตายไปแล้ว

ควบแน่นเป็นหมอกพิษที่มีพิษรุนแรงด้วยการควบคุมของหญิงสาวชุดดำ

"ฮ่าฮ่าฮ่า ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว"

เธอหัวเราะออกมาอย่างภาคภูมิใจและพูดว่า "ภายใต้หมอกพิษของข้า

แม้ว่าจะเป็นปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานที่แข็งแกร่ง ก็ยังตกตายภายใต้หมอกพิษนี้"

"อย่างนั้นเหรอ?"

เซี่ยเฉิน ไม่ได้สนใจการกระทำของหญิงสาวชุดดำเลยแม้แต่น้อย

ถึงแม้ว่าหมอกพิษของเธอนั้นจะดูน่ากลัว แต่เขาเองก็มั่นใจมากว่าร่างกายของเขานั้นมีภูมิคุ้มกันต่อพิษทั้งหมด

และเมื่อเขาเห็นหมอกพิษของหญิงสาวชุดดำเขาก็ไม่ได้สนใจและจริงจังกับมันเลย

เซี่ยเฉินอ้าปากและเป่าออกไป

กระแสแม่น้ำปราณดาบได้กลายเป็นพายุปราณดาบ หมุนวนอย่างรุนแรงพัดไปทางหญิงสาวชุดดำ

ทำให้เกิดการระเบิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และได้พัดหมอกพิษจำนวนนับไม่ถ้วนออกไป

ทิ้งรอยขีดข่วนนับไม่ถ้วนเอาไว้บนพื้น

ภูเขา ต้นไม้ หิน โดยไม่มีข้อยกเว้น มันต่างก็ถูกพายุปารณดาบพัดถล่มจนกลายเป็นผุยผง

"ซี่!!!!!"

ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงคำรามดังขึ้น ตะขาบหลังทองพันขาได้พุ่งเข้าไปหา

เซี่ยเฉิน อย่างรวดเร็ว

มันอ้าปากที่ใหญ่โตของมันขึ้นและพร้อมที่จะกลือกินเซี่ยเฉินลงไปในท้องของมัน

ปากของมันนั้นเต็มไปด้วยเขี้ยวที่แหลมคมและน่าสะพรึงกลัว

เมื่อเผชิญกับการโจมตีของตะขาบหลังทองพันขา ใบหน้าของเซี่ยเฉินก็ยังคงสงบนิ่งเช่นเคย

เขายกมือขึ้นและตบออกไปเบาๆ

ได้ปรากฏฝ่ามือที่มีเปลวไฟลุกไหม้ พุ่งเข้าไปหาตะขาบหลังทองพันขา

เข้าเข้าปะทะกับมันอย่างดุเดือด

หลังจากปะทะกันได้ไม่นาน ก็ได้เสียงเสียงระเบิดดังขึ้น "บูม"

หลังจากนั้นตะขาบหลังทองพันขาก็กรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวช เปลวไฟลุกไหม้ไปทั่วทั้งตัวของมัน

ทำให้มันต้องส่งเสียงกรีดร้องออกมา

“เอ่อ... ร้อนมากเลยเหรอ?”

หลังจากที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของตะขาบหลังทองพันขา หญิงสาวชุดดำก็ได้พุ่งออกมาจากหมอกควันสีดำ

ในตอนนี้ใบหน้าของเธอนั้นดูเขินอายเป็นอย่างมาก เพราว่าเสื้อคลุมสีดำบนตัวของเธอได้ถูกไฟเผาไหม้เกือบหมด

เผยให้เห็นผิวที่ขาวราวกับหิมะเป็นบริเวณกว้าง และรูปร่างของเธอก็งดงามและมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก

น่าเสียดายที่ เซี่ยเฉิน ไม่ได้สนใจเธอเลยแม้แต่น้อยเขาเพิกเฉยต่อรูปร่างที่น่าดึงดูดและความงามของเธอ

หลังจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นแล้วกดฝ่ามือลงไป

พลังปราณได้ถูกควบแน่นเป็นฝ่ามือเปลวไฟอีกครั้งแต่ว่าในครั้งนี้นั้นแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

เพราว่าในครั้งนี้เขาได้หลอมรวมฝ่ามือเปลวไฟเขากับเปลวไฟจากดวงอาทิตย์

และโจมตีออกไปอีกครั้ง

บูม!

หลังจากที่ตะขาบหลังทองพันขา ถูกโจมตีด้วยฝ่ามือเปลวไฟในครั้งนี้

ร่างกายของมันก็ระเบิดและก็ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน

หญิงสาวชุดดำ พยายามที่จะหลบหนีออกไปด้วยความอับอาย คทาโครงกระดูกในมือของเธอแตกกระจาย

ทิ้งรอยไหม้ขนาดใหญ่เอาไว้บนร่างกายของเธอ

“เจ้า...” เธอกระอักเลือดออกมาเต็มปาก และจ้องมองไปที่

เซี่ยเฉินด้วยความหวาดกลัว เพราะว่าในตอนนี้เธอนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส

หากว่าในตอนนี้เธอไม่ได้ใช้ทักษะลับเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของเซี่ยเฉิน

เธออาจจะตายไปแล้วภายใต้ฝ่ามือเปลงไฟในการโจมตีครั้งสุดท้ายของเซี่ยเฉิน

เมื่อเธอเห็นว่า เซี่ยเฉิน ยังคงติดตามเธอมาอีกครั้ง เธอก็รู้สึกตื่นตระหนกในใจ

มือของเธอก่อตัวเป็นผนึกอย่างรวดเร็ว พลังปราณสีดำก็ได้หลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเธอ

"ทำไม เจ้ายังไล่ตามข้ามาอีก..."

มีร่องรอยของความโกรธบนใบหน้าของเธอ เธอยกมือขึ้นและโบกออกไป พลังปราณสีดำปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า

และทันใดนั้นเธอก็กลายเป็นลำแสงสีดำเพื่อหลบหนี

“อยากวิ่งหนีอย่างนั้นเหรอ?”

เซี่ยเฉิน พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา เขาสะบัดนิ้วออกไปอีกครั้ง

เจตจำนงดาบได้ควบแน่นเป็นปรารดาบที่ทรงพลังและฟันออกไปในทันที

เมื่อเห็นว่าปราณดาบกำลังพุ่งเข้ามา หญิงสาวชุดดำดูหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้นได้มีแสงสีทองสามดวงลอยออกมาจากหว่างคิ้วของเธอ

ฟิ้ว!!!!!

เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ก็พบว่าแสงสีทองเหล่านี้ก็คือแมลงกู่สีทอง

พัฟ!

เซี่ยเฉินโจมตีออกไปอีกครั้ง

ปราณดาบได้ฟาดฟันไปที่แมลงกู่สีทองทั้งเก้าตัว หลังจากนั้นแมลงกู่ทั้งเก้าตัวได้ถูกผ่าออกเป็นสองส่วนและร่วงลงมาที่พื้น

อั๊ค!

เลือดเต็มปากพุ่งออกมาจากปากของหญิงสาวชุดดำ หลังจากนั้นเธอก็ล้มลง เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสและอาการบาดเจ็บของเธอในตอนนี้ก็แย่ลงมากขึ้นไปอีก

ใบหน้าของเธอซีดเซียวเป็นอย่างมากในตอนนี้

“เป็นไปได้ยังไง?”

เธอมองดูแมลงกู่สีทองของเธอทั้งเก้าตัวที่ถูกผ่าออกเป็นสองซีกบนพื้นพวกมันถูกฆ่าตายในไม่กี่วินาที

นี่คือแก่นแท้พลังชีวิตของเธอ แมลงกู่จักจั่นสีทอง

นี้เป็นแมลงกู่จักจั่นสีทองทั้งเก้าตัวที่เธอเลี้ยงดูมานานหลายทศวรรษและมันได้สังหารผู้คนไปนับไม่ถ้วน

จักจั่นสีทองทั้งเก้าตัวนี้ เป็นตัวแทนของเก้าชีวิต เพราะว่าจักจั่นสีทองหนึ่งตัวสามารถเป็นตัวตายตันแทนของเธอได้หนึ่งครั้ง

แต่ว่า เมื่อสักครู่นี้เซี่ยเฉิน

ได้ลงมือสังหารแมลงกู่จักจั่นสีทองของเธอทั้งเก้าตัวไปหมดแล้ว ซึ่งหมายความว่าหากเธอเสียถูกเซี่ยเฉินสังหารในครั้งนี้เท่ากับว่าเธอต้องตายจริงๆ

จะไม่ให้เธอตื่นตระหนกและหวาดกลัวได้อย่างไร?

“ยังไม่ตายอย่างนั้นเหรอ?”

เซี่ยเฉิน เองก็ประหลาดใจเช่นกัน นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับปรมาจารย์ขอบเขตนิพพาน

ที่สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้หลังจากที่รับการโจมตีของเขา ไปหลายครั้งแล้ว

หญิงสาวผู้นี้ไม่ง่ายเลย ที่จะจักการกับเธอ

เธอจะต้องมีทักษะลับบางอย่างที่รักษาชีวิตของเธอเอาไว้ อย่างแน่นอน

"ตาย!"

เซี่ยเฉินไม่ลังเลอีกต่อไป เขาไร้ซึ่งความสงสารยกมือขึ้นเพื่อควบแน่นปราณดาบขึ้นมาอีกครั้ง

และฟาดฟันไปที่หญิงสาวชุดดำอีกครั้ง

“ไม่ ข้าขอโทษ… ข้ายังไม่อยากตาย ข้ายอมจำนนต่อเจ้า…”

หญิงสาวชุดดำ กรีดร้องออกมาเพื่อขอความเมตตาใบหน้าของเธอในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

น่าเสียดายที่เธอยังไม่ทันได้พูดจบ ปราณดาบก็ผ่าร่างของเธออย่างไร้ความปราณี

พัฟ!

ร่างกายของเธอแข็งทื่อ สีหน้าของเธอแข็งทื่อ ร่างกายของเธอเริ่มแตกสลายทีละส่วน

เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นร่างกายของเธอกลายเป็นเถ้าถ่านแตกสลายกระจัดกระจายไปตามพื้น

ก่อนที่เธอจะตายเธอก็ยังไม่เข้าใจว่า

ทำไมบุรุษที่อยู่ตรงหน้าของเธอถึงไม่สั่นไหวเลยเมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่งดงามของเธอ

หรือว่าเธอไม่สวยใช่ไหม?

ถ้าจะให้พูดตามตรง หญิงสาวชุดดำผู้นี้นั้นมีความสวยงามมากและมีเสน่ห์เย้ายวนเป็นอย่างมาก

แต่น่าเสียดายที่ เซี่ยเฉินยังคงลงมือสังหารเธออย่างไร้ความปราณีอยู่ดี

“ติ๊ง โฮสต์ต้องการที่จะลงชื่อเช็คอินที่แท่นบูชาหลักของนิกายเทพแม่มดหรือไม่?”

ทันใดนั้น เขาก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ ซึ่งทำให้เซี่ยเฉินรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

"ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่นี่!"

เซี่ยเฉินออกคำสั่งกับระบบ อย่างเงียบๆภายในใจของเขา

ติ๊ง!

“เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย

ท่านได้รับ : แก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่”

เมื่อได้ยินการแจ้งเตือนของระบบ เซี่ยเฉิน ก็ครุ่นคิดอยู่สักพัก

“ช่างมันก่อนก้แล้วกัน รีบไปจัดการกับราชาแห่งซีซู่ก่อน

แล้วค่อยดูว่าแก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่ เป็นแบบไหน”

หลังจากมองสำรวจไปรอบๆ เซี่ยเฉินก็หันหลังกลับและจากไปในทันทีหลังจาที่ยืนยันแล้วว่าไม่มีใครรอดชีวิต

และสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอันดับต่อไปคือ จัดการกับราชาแห่งซีซู่

เจ้าเมืองของเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอาณาจักรเซี่ย

ราชาผู้นี้กล้าที่จะสมรู้ร่วมคิดกับนิกายชั่วร้ายเช่นนิกายเทพแม่มด

เพื่อวางแผนการต่อต้านเขา

ตอนนี้เมื่อนิกายเทพแม่มดถูกทำลายแล้ว

ขั้นตอนต่อไปคือการทำความสะอาดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจาก ราชาแห่งซีซู่ ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระเวิงอยู่ตลอดเวลาว่าราชาแห่งซีซู่

กำลังว่างแผ่นเล่นงานอะไรเขาอีก

......................................................

อาณาจักรเซี่ย ดินแดนทางตอนใต้

พระราชวังของราชาแห่งซีซู่ ในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยปรมาจารย์ที่แข็งแกร่ง

พวกเขาต่างก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

ในเวลานี้ราชาแห่งซีซู่ กำลังเดินวนไปมา ภายในห้องโถงด้วยท่าทางที่วิตกกังวลเป็นอย่างมาก

"มีข่าวส่งมาแล้วหรือไม่?"

ราชาแห่งซีซู่ เป็นชายวัยกลางคนในตอนนี้ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด

เขาได้ฝึกฝนวิชาที่ชั่วร้าย และกลิ่นอายของเขาก็น่ากลัวมาก

“รายงาน องค์ราชาแห่งซีซู่ ยังไม่มีข่าวใดๆส่งเข้ามาเลยขอรับ”

ข้ารับใช้ เข้ามารายงานตามความจริง

ปรมาจารยที่อยู่ภายในห้องโถงใหญ่พระราชวังแห่งเมืองซีซู่คนหนึ่งได้ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า

"ฝ่าบาท ท่านไม่ต้องกังวล ท่านผู้นำนิกายเทพแม่มดของพวกเราต้องทำสำเร็จอย่างแน่นอน"

“ใช่แล้ว นิกายเทพแม่มดนั้นทรงพลังมาก ถึงแม้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังของราชวงศ์เซี่ยจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน

ก็ไม่สามารถหยุดการโจมตีและการบงการของนิกายเทพแม่มดได้”

กลุ่มผู้ใต้บังคับบัญชา ต่างก็พากันปลอบใจราชาแห่งซีซู่

ราชาแห่งซีซู่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ใบหน้าของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจอีกครั้ง

"ถ้าเป็นเช่นนั้นราชาผู้นี้ จะรอฟังข่าวดีของนิกายเทพแม่มด เมื่อพวกเขาสามารถควบคุมสถานการณ์ภายในเมืองหลวงได้

และเมื่อข้าได้กลายเป็นจัดรพรรดิองค์ต่อไปของอาณาจักรเซี่ย ข้าจะไม่ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเลวร้ายแน่นอน”

“ราชาผู้นี้ให้สัญญาว่าหลังจากที่พวกเขาทำสำเร็จ

ข้าจะสถาปนานิกายเทพแม่หมดให้เป็นนิกายอันดับหนึ่งของอาณาจักรเซี่ย”

ราชาแห่งซีซู่ ทรงเอ่ยให้คำมั่นสัญญาอย่างเอื้อเฟื้อ

“เมื่อเจ้าขึ้นครองบัลลังก์และเป็นจักรพรรดิ เจ้ายังคงต้องการสถาปนานิกายที่ชั่วร้ายเช่นนี้เป็นนิกายอันดับหนึ่งของอาณาจักรอีกอย่างนั้นเหรอ

ราชาแห่งซีซู่ เจ้านี่มันหน้าไม่อายจริงๆ”

ทันใดนั้น เสียงที่ไม่แยแสก็ดังเข้ามาจากด้านนอกห้องโถง ทำให้ราชาแห่งซีซู่ตกใจจนตัวสั่น

"นี้มันเกิดอะไรขึ้น?"

ทุกคนที่อยู่ภายในห้องโถงต่างก็พากันลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน และมองออกไปที่ด้านนอกห้องโถง

พวกเขาเห็นคนๆหนึ่งกำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ร่างกายของชายคนนี้ได้ปลดปล่อยแรงกดดันที่กดขี่ข่มเหงออกมา

ทำให้ทุกคนที่อยู่ภายในห้องโถงไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เลย

คนที่ปรากฏตัวขึ้นมานี่ ก็คือเซี่ยเฉินนั้นเอง