ตอนที่ 159

เซี่ยเฉิน ได้เดินทางออกจากนิกายซีโหมว และกลับไปยังนิกยหมื่นพุทธอีกครั้ง

นั่งขัดสมาธิอยู่ที่ชั้นบนสุดของนิกายหมื่นพุทธ ล้อมรอบด้วยพระธาตุที่เปร่งแสงแห่งพุทธะออกมา

ในเวลานี้ เซี่ยเฉิน กำลังขัดเกลาดอกบัวขาวพิสุทธิ์อย่างเงียบๆ หลังจากนั้นก็ได้มีดอกบัวขาวพิสุทธิ์ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาที่ระหว่างคิ้วของเขารูปร่างของมันใสเหมือนแก้ว

นี่คือดอกบัวขาวพิสุทธิ์ระดับเก้า

ดอกบัวขาวพิสุทธิ์ ได้มีเปลวไฟลุกไหม้อยู่

ซึ่งนี้ก็คือเปลวไฟพิสุทธิ์

ในเวลานี้ ร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟของเซี่ยเฉิน

ได้ทำการดูดซับเปลวไฟของดอกบัวขาวพิสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง

คลื่นนนนน...

นิกายหมื่นพุทธสั่นสะเทือน เสียงสวดมนต์ดังขึ้น พระธาตุที่อยู่รอบๆก็เปร่งแสงออกมา

พลังแห่งพุทธะก็ได้หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเซี่ยเฉิน

ที่ชั้นบนสุดของหอหมื่นพุทธของนิกายหมื่นพุทธนั้น

มีพระธาตุนับพันทั้งเล็กและใหญ่ประดิษฐานอยู่ และทันใดนั้นพระธาตุทั้งหมดก็เปล่งแสงออกมา

พระบรมสารีริกธาตุนับพันปลดปล่อยพลังแห่งพุทธะหลั่งไหลออกมาเป็นจำนวนมาก

และชั่วขณะหนึ่งที่ชั้นบนสุดของหอหมื่นพุทธ ก็ส่องสว่างงดงาม และดูศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง

ราวกับว่าพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาเพื่อโปรดสรรพสัตว์

แต่จริงๆแล้วนั้นเกิดจากการที่เซี่ยเฉินกำลังปรับแต่งร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟ

"ตูม!"

ร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟของเซี่ยเฉิน ก็ปะทุพลังออกมาร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟถูกปกคลุมไปด้วยแสงแห่งพุทธะ

มีดวงอาทิตย์ที่สุกใสปรากฏอยู่ด้านหลังศีรษะของร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟ

ร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟ ค่อยๆแข็งแกร่งขึ้นทีละน้อย ร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟขยายออก

แสงแห่งพุทธะสีทองแผ่ขยายออกไปเป็นรัศมีวงกลมทำให้ในตอนนี้ร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟดูศักดิ์สิทธิ์และสูงส่ง

ในตอนนี้ร่างอวตารเทพเจ้าแห่งไฟ ได้ควบแน่นขึ้นมาใหม่อีกครั้งเป็นร่างอวตารของพระพุทธองค์ทองคำที่ปลดปล่อยพลังแห่งพุทธะออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

และก็ยังมีดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ที่ปรากฏอยู่ที่ด้านหลังของร่างอวตารพระพุทธองค์สีทองที่มีเปลวเพลิงตะวันแท้จริงกำลังลุกไหม้อยู่ตลอดเวลา

พุทธศาสนาให้ความสำคัญกับการควบแน่นร่างอวตารพระพุทธองค์

เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นพระอรหันต์ และพระภิกษุคนอื่นๆ พวกเขาต่างก็ต้องการที่จะควบแน่นร่างอวตารพระพุทธองค์ขึ้นมา

ในตอนนี้เซี่ยเฉิน ได้ควบแน่นร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำ

ขึ้นมาแล้วมันกำลังแข็งแกร่งขึ้น และใกล้ที่จะควบแน่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แล้ว

เมื่อร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำควบแน่นขึ้นมาได้สมบูรณ์ มันก็จะสามารถควบแน่นร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำอมตะ

ซึ่งมีพลังที่แข็งแกร่งที่ไม่อาจคาดเดาได้และไม่อาจต่อต้านได้เลย

กริ๊ง กริ๊ง...

เสียงดังออกมาจากร่างกายราวกับเสียงทองคำและเหล็กปะทะกัน

ร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำของเซี่ยเฉิน ยังคงขยายออกไป เก้าฟุต

สิบฟุต สิบสองฟุต สิบหกฟุต และยังคงดูดซับพลังแห่งพุทธะ เติบโตอย่างต่อเนื่อง

เปลวเพลิงตะวันแท้จริงและเปลวไฟพิสุทธิ์ของดอกบัวขาวพิสุทธิ์ผสานเข้าด้วยกัน ปกคลุมร่างอวตารร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำทำให้ดูศักดิ์สิทธิ์และเปรียบเสมือนพระพุทธเจ้า

ด้วยความช่วยเหลือจากพลังแห่งพุทธะ ที่อยู่ในหอหมื่นพุทธ

การฝึกฝนของเซี่ยเฉิน ก็พัฒนาได้อย่างรวกเร็วร่างอวตารพระพุทธองค์สีทองขยายตัวอยู่ตลอดเวลา

และแสงแห่งพุทธะก็แผ่ขยายออกไป และในที่สุดก็ปกคลุมหอหมื่นพุทธเอาไว้ทั้งหมด

“กลิ่นอายเช่นนี้!”

“มีใครบางคนกำลังควบแน่นร่างอวตารพระพุทธองค์สีทองอย่างนั้นเหรอ?”

“หรือว่าจะเป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์?”

ในเวลานี้ พรอรหันต์และพระภิกษุสาวกชาวพุทธจำนวนมาก ได้มารวมตัวกันในหอหมื่นพุทธ

และทุกคนก็ตกตะลึงเมื่อพวกเขาเห็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

พุทธบุตร สามารถคาดเดาได้อย่างรวดเร็ว

ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้เกิดจากจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินกำลังควบแน่นร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำขึ้นมา

พุทธบุตร พึมพำออกมา “จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เสด็จกลับมาจากนิกายซีโหมวแล้วอย่างนั้นหรือ?”

เขารู้สึกตกใจมาก เขาไม่สามารถรับรู้การมีอยู่ของอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย

มันน่าเหลือเชื่อมาก

ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่อาจหยั่งรู้ได้จริงๆ และในตอนนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ก็กำลังควบแน่นร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำอมตะขึ้นมา

เมื่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ควบแน่นร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำอมตะขึ้นมาได้สำเร็จ

จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ก็จะกลายเป็นพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้พุทธบุตรรู้สึกตกตะลึงอย่างหาที่เปรียบมิได้

จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สามารถควบแน่นร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำอมตะ

ของพระพุทธศาสนาขึ้นมาได้ ใครมันจะไปเชื่อถ้าหากข่าวนี้แพร่กระจายออกไป

ถ้าเขาไม่ได้เห็นมันด้วยตาของตัวเขาเอง เขาก็คงไม่เชื่อเช่นกันเพราะว่าเขาเป็นถึง

พุทธบุตรผู้นำของศาสนาพุทธในปัจจุบัน

ชั่วขณะหนึ่ง เหล่าพระอรหันต์และพระภิกษุสาวกของนิกายหมื่นพุทธต่างก็จ้องมองหน้ากันและกัน

พวกเขาต่างก็รู้สึกละอายใจเล็กน้อย แต่ก็มีความสุขเล็กน้อยเช่นกัน

“อมิตาภะ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ สามารถควบแน่นร่างร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำอมตะของพระพุทธเจ้าขึ้นมาได้จริงๆ”

“พระพุทธเจ้าทรงเมตตา!”

“นี่คือพรของชาวพุทธ”

พุทธบุตร พระอรหันต์และพระภิกษุสาวกทั้งหลายต่างก็แสดงสีหน้าตื่นเต้น

ชื่นชม และเกรงขาม

สำหรับจักรพรรดิผู้ศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ พวกเขารู้สึกถึงความน่าเกรงขามอย่างอธิบายไม่ได้

เขาไม่เพียงแค่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังฝึกฝนบมเพาะเต๋าแห่งพระพุทธศาสนา จนสามารถควบแน่นร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำอมตะ

และยังเชี่ยวชาญพระสูตรสูงสุดของพุทธศาสนาเช่น ฝ่ามือตถาคต

แต่ว่าช่างน่าเสียดายที่เขาเป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งราชวงศ์เซี่ย

เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะออกบวชเป็นพระภิกษุและเข้าสู่พุทธศาสนา แต่ก็ยังมีสิ่งที่น่ายินดีก็คือจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

ได้บ่มเพาะเต๋าแห่งพระพุทธศาสนาซึ่งทำให้เขามีความเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาแล้ว

เมื่อเป็นเช่นนี้ พุทธศาสนาสามารถรับประกันได้แล้วว่า พวกเขาสามารถปฏิบัติตามคำสั่งของจักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างเต็มที

ไม่เช่นนั้นพุทธศาสนาจะต้องประสบกับหายนะอย่างแน่นอน

“พุทธบุตร เมื่อจักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นพระพุทธเจ้า

ท่านคิดว่าดีต่อพระพุทธศาสนาหรือไม่?”

พระภิกษุเฒ่าถามออกมาด้วยสีหน้าขมขื่น

ทุกคนต่างก็พากันมองไปที่พุทธบุตร

พุทธบุตร ตรัสออกมาอย่างแผ่วเบาว่า “ทุกท่าน เนื่องจากจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ได้กลายเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว

จึงนับว่าเป็นพรของพระพุทธศาสนาของพวกเรา และพวกเราก็ควรปฏิบัติตามคำสั่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์”

“พระพุทธเจ้าทรงเมตตา!”

ทุกคนนั่งขัดสมาธิทันทีและเริ่มพากันสวดมนต์ หลังจากที่เริ่มสวดมนตืไปได้สักพักก็มีแสงพุทธะเปร่งออกมาจากร่างกายของพวกเขา

และหลั่งไหลมารวมกันที่ด้านบนสุดของหอหมื่นพุทธ

พวกเขาต่างก็คิดว่าถ้าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นพระพุทธเจ้า

พระองค์ก็จะไม่ทำลายพระพุทธศาสนาทั้งหมดอย่างแน่นอน

ตราบใดที่นิกายทางพุทธศาสนายังเชื่อฟังคำสั่งและปฏิบัติตามกฎของราชวงศ์เซี่ย

ทุกอย่างจะไม่เกิดปัญหาอย่างแน่นอน

ตรงกันข้าม หากว่าทางพระพุทธศาสนามีจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ให้ความสนับสนุน

นี้ก็อาจจะเป็นยุคที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในประวัติศาตร์

ฮัม!

แสงแห่งพุทธะสีทองปะทุออกมาอย่างกะทันหัน ครอบคลุมทั้งสี่ทิศ ทำให้ร่างกายของพุทธสาวกทุกคนสั่นไหว

พวกเขารู้สึกได้ถึงการกดขี่อย่างรุนแรง และรู้สึกหายใจไม่ออกเล็กน้อย

พวกเขาทุกคนต่างก็พากันเงยหน้าขึ้นไปมอง

เมื่อพวกเขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็พากันแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมา

ที่ชั้นบนสุดของหอหมื่นพุทธ ได้มีแสงแห่งพุทธะส่องสว่างออกมา แสงพุทธะสีทองปกคลุมเต็มท้องฟ้า

พระพุทธองค์ขนากใหญ่นั่งขัดสมาธิ มีรัศมีสีทอง 9 ชั้นปกคลุมร่างกาย ด้านหลังมีดวงอาทิตย์ส่องแสงสว่าเจิดจ้าปลดปล่อยพลังที่น่าสพรึงกลัวออกมา

“กายาเก้าดวงตะวันทองคำ!”

“สูงหกสิบหกฟุต...”

“ร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำอมตะ”

สาวกชาวพุทธจำนวนมากสูดหายใจเข้าลึกๆ และจ้องมองไปที่ร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำอมตะ

ที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งสูงถึงหกสิบหกฟุตด้วยความหวาดกลัว ซึ่งแผ่บรรยากาศที่กดขี่ออกมาอย่างไม่สิ้นสุด

สาวกชาวพุทธที่นั่งอยู่ด้านล่างของหอหมื่นพุทธ ทั้งหมดก็ตกตะลึงอย่างมาก

ที่เห็นว่าจักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์ประสบความสำเร็จในการควบแน่นร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำอมตะ

และกลายเป็นพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง

“ขอแสดงความยินดีกับ จักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์ด้วยที่สามารถควบแน่นร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำอมตะขึ้นมาได้สำเร็จและกลายเป็นพระพุทธเจ้าที่แท้จริง”

พุทธบุตร และพุทธสาวกคนอื่นๆ ต่างก็แสดงความยินดีออกมาจากใจจริง

พวกเขาทั้งหมดต่างก็พากันโค้งคำนับ และไม่มีใครที่ไม่เคารพจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เลย

ซูมมมม!

แสงแห่งพุทธะแผ่ออกมาจากด้านหลัง แสงสีทองก็ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า

ในตอนนี้เซี่ยเฉิน ประสบความสำเร็จในการควบแน่นร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำอมตะซึ่งมีความสูงถึงหกสิบหกฟุต

และทุกการเคลื่อนไหวล้วนมีเต๋าแห่งพุทธศาสนาอยู่ในทุกการเคลื่อนไหว เปรียบเสมือนพระพุทธเจ้าที่เสด็จลงมา

“ร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำอมตะ ควบแน่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แล้ว”

หลังจากที่ใช้เวลาในการควบแน่นร่างอวตารพระพุทธองค์ทองคำอมตะ มาเป็นเวลานาน

เซี่ยเฉิน ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสบายๆ และมีแสงสีทองสว่างวาบในดวงตาของเขา

ทุกคนที่ยืนอยู่ด้านล่างต่างก็รู้สึกกังวลใจ ราวกับว่าพวกเขากำลังถูกพระพุทธเจ้าจ้องมอง

บรรยากาศเต็มไปด้วยการกดขี่ ทำให้ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นไปมองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

"ลุกขึ้น."

เสียงของเซี่ยเฉิน แผ่กระจายไปทั่วทั้งหอหมื่นพุทธ พระพุทธรูปจำนวนนับไม่ถ้วนเปล่งแสงสีทองออกมา

ในไม่ช้า เซี่ยเฉิน ก็กลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิมของเขา หลังจากที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเหนือธรรมชาติ

ความเข้าใจของ เซี่ยเฉิน เกี่ยวกับวิถีแห่งสวรรค์และโลกก็ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

“ตัวข้านั้น ไม่ได้ขัดขวางให้ทางพระพุทธศาสนาเผยแพร่พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

แต่ต้องปฏิบัติตามกฎของราชวงศ์เซี่ย ชี้นำผู้คนให้หลุดพ้นจากความทุกข์ มีเมตตาต่อสรรพสัตว์

และช่วยกันรักษาความมั่นคงของโลกแห่งนี้”

“จากนี้ไป ทุกนิกายที่เข้าร่วมกับราชวงศ์เซี่ย สามารถทำในสิ่งที่นิกายของตนเองปฏิบัติได้และฟื้นฟูโลกที่เจริญรุ่งเรืองให้กลับคืนมาเฉกเช่นในอดีต”

เสียงของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมของนิกายหมื่นพุท

สร้างความตกตะลึงและยินดีให้กับเหล่าพระอรหันต์และภิกษุสาวกชาวพุทธทั้งหมด

นี่เป็นการบอกพวกเขาว่าสามารถเผยแพร่ธรรมะ

หลักคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ตามปกติ เพียงแค่พวกเขาต้องปฏิบัติตามกฎของราชวงศ์เซี่ย

“ความรุ่งเรืองเฉกเช่นในอดีตของพุทธศาสนา

จะกลับมาอีกครั้ง”

พุทธบุตร พึมพำกับตัวเองและหัวใจของเขากำลังสั่นไหว

เขาไม่คากคิดเลยว่า จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

จะมีความทะเยอทะยานเช่นนี้

พระองค์ต้องการทำให้อาณาจักรเซี่ยกลับมารุ่งเรืออีกครั้งโดยการรวบร่วมกองกำลัง

และนิกายทั้งหมดให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และความทะเยอทะยานของเขายิ่งใหญ่มาก

หลังจากที่เซี่ยเฉินพูดจบ เขาก็นั่งขัดสมาธิ แสงพุทธอันบริสุทธิ์และทรงพลังก็ปกคลุมไปทั่วร่างกายของเขา

"ระบบ ลงชื่อเช็คอิน"

ติ๊ง!

“เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย

ท่านได้รับ : พลังเหนือธรรมชาติ [ดินแดนพุทธในฝ่ามือ]”

ทันทีที่ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ ดวงตาของ เซี่ยเฉิน ก็เปล่งประกายออกมา