ตอนที่ 129

"เจ้าออกไปได้แล้ว"

เซี่ยเฉินโบกมือแล้วบอกกให้สาวใช้ออกไป

หลังจากที่สาวใช้ออกไปแล้ว เซี่ยเฉิน

ก็หยิบกล่องขึ้นมาและสังเกตอย่างระมัดระวัง

ภายใต้การรับรู้ของจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขา

เขาสมารถสัมพัสได้ถึงพลังชีวิตที่อยู่ภายในกล่องใบนี้

และรู้สึกว่าจะต้องมีอะไรซ่อนอยู่ภายในกล่อง

เขาสงสัยว่ามันคือสิ่งมีชีวิตอะไร?

คลิก!

เซี่ยเฉินค่อยๆ เปิดกล่องออกอย่างช้าๆ

"หวือ"

ได้มีลำแสงพุ่งออกมาจากกล่องอย่างกะทันหัน และพุ่งหายเข้าไปที่หว่างคิ้วของเขาอย่างรวดเร็ว

ความเร็วของลำแสงนี้นั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก

ผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพานทั่วไปไม่อาจตามความเร็วนี้ได้ทัน

ตึง!

แต่น่าเสียดายที่ลำแสงนี้ถูกปิดกั้นด้วยปราณป้องกันของเซี่ยเฉิน และลอยอยู่ห่างจากระหว่างคิ้วของเซี่ยเฉิน

เพียงแค่สามนิ้วและไม่ขยับไปไหนได้อีก

เมื่อเซี่ยเฉิน เห็นสิ่งเล็กๆ ที่ลอยอยู่ตรงหน้าเขาอย่างชัดเจน

สีหน้าของเซี่ยเฉิน ก็มืดมนลงดวงตาของเขาในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความเย็นชา

ตรงหน้าเขามีแมลงตัวเล็กๆ อยู่จริงๆ

ซึ่งแมลงตัวเล็กเหล่านี้คือ หนอนสีดำห้าตัว ที่ปกคลุมไปด้วยพลังปราณที่ชั่วร้ายออกมา

“หนอนกู่?” เซี่ยเฉินพึมพำบางอย่างกับตัวเอง

เมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขา คือ หนอนกู่

“จิจิ...”

ทันใดนั้น หนอนก็ส่งเสียงร้องออกมา หลังจากนั้นได้มีปีกสีดำคู่หนึ่งงอกขึ้นมาบนหลังของมัน

กระพรืออย่างรวดเร็ว และปลดปล่อยพลังปราณออกมาครอบคลุมร่างกายของมัน

ก่อนที่จะแผ่ขยายออกไป

พลังปราณนี้สามารถกัดกร่อนพลังปราณที่เซี่ยเฉินปลดปล่อยออมาปกป้องร่างกายของเขาได้

"ฮึ!" เซี่ยเฉินสูดลมหายใจเข้าอย่างเย็นชา

พลังปราณที่แท้จริงของเขาพุ่งออกมาจากร่างกายและห่อหุ้มตัวหนอนกู่ทั้งห้าเอาไว้

หลังจากที่ใช้พลังปราณครอบคลุมหนอนกู่ทั้งห้าเอาไว้แล้วเขาก็บีบอัดให้เล็กลง

เขากางฝ่ามือออกจากนั้นบอลพลังที่คุมขังหนอนกู่ทั้งห้าก็ลอยลงมาอยู่ที่มือของเขา

จากนั้นเขาก็เริ่มมองสำรวจหนอนกู่ที่อยู่ในมือและสังเกตเห็นว่าพวกมันกำลังแสดงอาการหนาวสั่น

หลังจากที่เซี่ยเฉินอ่านตำราทั้งหมดที่อยู่ภายในหอคอยทักษะของพระราชวัง

และได้พบเจอบันทึกบางอย่างเกี่ยวกับแมลงพิษกู่ และยังมีบันทึกเกี่ยวกับ พระสูตรหัวใจของหมอผีอีกด้วย

ดังนั้น เซี่ยเฉิน จึงสามารถจดจำหนอนกู่ตัวนี้ได้อย่างรวดเร็วเมื่อเห็นมันในครั้งแรก

“หนอนกู่กลืนกินวิญญาณ พวกเจ้ากล้าใช้ หนอนกู่กลืนกินวิญญาณเพื่อวางแผนทำร้ายข้าอย่างนั้นเหรอ?”

เซี่ยเฉิน ยิ้มออกมาด้วยใบหน้าที่เยาะเย้ยและสังเกตเห็นว่าหนอนกู่เหล่านี้

เป็นหนอนกู่ที่พิเศษเป็นอย่างมาก

หนอนกู่กลืนกินวิญญาณ เป็นหนอนกู่ ชนิดหนึ่งที่อาศัยการกลืนกินจิตวิญญาณเพื่อมีชีวิตรอด

หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าปรสิต

เมื่อหนอนกู่กลืนกินวิญญาณ

เจาะทะลุเข้าไปในหัวมังก็จะฝังตัวอยู่ในนั้นและเริ่มทำการดูดซับพลังจิตวิญญาณของคนคนนั้นอย่างช้าๆ

หลังจากคนที่ถูกหนอนกู่ฝังตัวเอาไว้อ่อนแอ่ลง คนคนนั้นก็จะถูกหนอนกู่ควบคุมร่างกาย

หนอนกู่ ชนิดนี้มีความดุร้ายเป็นอย่างมาก แต่ว่าผู้ที่ใช้มันกลับร้ายกาจยิ่งกว่ามาก

หากเป็นผู้ฝึกตนธรรมดาทั่วไป

พวกเขาก็ไม่อาจป้องกันการโจมตีของหนอนกู่ชนิดนี้ได้เลย

แต่ว่าช่างน่าเสียดายที่พวกมันมาเจอกับ เซี่ยเฉิน ที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

หนอนกู่ทั้งห้าไม่สามารถทะลวงการป้องกันของเขาได้เลย

ดังนั้นการพยายามใช้ หนอนกู่กลืนกินวิญญาณ เพื่อทำร้ายเขานั้นเป็นเพียงความฝันของคนโง่เพียงเท่านั้น

“ราชาแห่งซีซู่ เขากำลังพยายามที่จะสังหารข้าอย่างนั้นเหรอ?” เซี่ยเฉินพูดพึมพำกับตัวเอง และกำลังคาดเดาอะไรบางอย่าง

ราชาแห่งซีซู่ นี้เป็นราชาของเมืองที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และเขาก็ได้ส่งเครื่องราชบรรณาการและซ่อนหนอนกู่กลืนกินวิญญาณส่งมาให้เขา

น่าเสียดายที่เขาประเมินความแข็งแกร่งของเซี่ยเฉินต่ำไป

“ข้าอยากรู้จริงๆว่าใครคือผู้ที่ควบคุมหนอนกู่เหล่านี้

และเป็นผู้ที่อยู่เบืองหลังเรื่องทั้งหมด”

เซี่ยเฉิน พูดออกมาด้วยท่าทางที่เย็นชา จิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งของเขาถูกฉีดเข้าไปข้างในตัวของหนอนกู่กลืนกินวิญญาณ

ปัง

เมื่อหนอนกู่กลืนกินวิญญาณ ถูกโจมตีด้วยจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ ทันใดนั้นร่างของพวกมันก็ระเบิดออกมาในทันที

กลายเป็นหมอกควันสีดำลอยอยู่ภายในม่านพลังที่ขุมขังพวกมันเอาไว้อย่างหนาแน่น

หลังจากที่หนอนกู่กลืนกินวิญญาณ

ระเบิดออกกลายเป็นหมอกควันสีดำ  จิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเซี่ยเฉินก็แผ่ขยายออกไปในทันทีหลังจากนั้นไม่นานจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์

ของเขาก็ได้ครอบคลุมเมืองหลวงของอาณาจักรเอาไว้ทั้งหมด และในที่สุดเขาก็สามารถค้นพบบุคคลผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็ว

"ในที่สุดก็เจอตัวแล้ว"

เจตนาฆ่าแวบขึ้นมาในดวงตาของเขา เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆยกมือขึ้นและประสานนิ้วเข้าด้วยกัน

หลังจากนั้นไม่นานเจตจำนงดาบที่น่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้นมาที่ปรายนิ้ว

ฟิ้ว.....!

เซี่ยเฉินสะบัดมือออกไปเบาๆ ทำให้บรรยากาศที่อยู่รอบๆสั่นสะเทือน

หลังจากนั้นปราณดาบก็ได้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

พุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่เซี่ยเฉินได้กำหนดเอาไว้

..................................................

ภายในบ้านพักหลังหนึ่ง ในเมืองหลวงอาณาจักร

ได้มีกลุ่มคนที่แต่งตัวแปลกๆ กำลังรวมตัวกัน คนเหล่านี้สวมเสื้อคลุมสีดำ

และปลดปล่อยพลังปราณที่ชั่วร้ายและมืดมนออกมา

คนเหล่านี้คือสาวกของ นิกายเทพแม่มดที่ตั้งอยุ่ในเขตชายแดนภาคใต้

และพวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นพ่อมดหมอผี

พัฟ!

ทันใดนั้น ชายชุดดำก็รู้สึกตกใจ และลมกลิ่นอายของเขาก็ระเบิดออกมา

“หนอนกู่กลืนกินวิญญาณตายแล้ว”

ชายชุดดำกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

"เป็นไปได้ยังไง?"

ชายชุดดำที่อยู่ด้านข้างอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อ "หนอนกู่กลืนกินวิญญาณ

เป็นหนอนศักดิ์สิทธิ์ที่แม่มดผู้ยิ่งใหญ่เป็นผู้มอบให้ แม้ว่าจะเป็นปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานก็ไม่สามารถทำลายหนอนกู่กลืนกินวิญญาณได้อย่างง่ายดาย"

“ใช่ แล้วหนอนกู่กลืนกินวิญญาณ ที่แม่มดผู้ยิ่งใหญ่มอบให้จะถูกทำลายได้อย่างไร?”

คนอื่นๆต่างก็พากันไม่เชื่อ และรู้สึกตกตะลึง

แต่ว่าชายชุดดำที่เป็นผู้นำกลุ่ม พูดออกมาอย่างเคร่งขรึม "หนอนกู่กลืนกินวิญญาณตายแล้ว

แผนการของพวกเราในครั้งนี้ล้มเหลว รีบถอนตัวออกไปทันที... "

ขณะที่เขากำลังพูด เขาก็หยุดพูดกะทันหัน เงยหน้าขึ้นไปมองที่ข้างบนท้องฟ้าทันที

และเห็นลำแสงที่กำลังพุ่งผ่านความว่างเปล่าและตรงมายังพวกเขา

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าลำแสงนี้คือ ปราณดาบที่ทรงพลังและแข็งแกร่งเป็นอย่างมากซึ่งมังพุ่งออกมาจากส่วนลึกของพระราชวัง

"ไม่ดีแล้ว!"

เขารู้สึกหนาวสั่งไปทั้งตัว และรู้สึกถึงวิกฤติแห่งความตายที่ใกล้เข้ามา

ใบหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นไม่นานเขาก็อุทานออกมาเสียงดัง

พลังปราณชั่วร้ายปะทุออกมาจากร่างกายของเขา

บูม!

ด้วยการที่ชายชุดดำที่เป็นหัวหน้ากลุ่มปลดปล่อยพลังปราณออกมาอย่างกะทันหัน

ทำให้บ้านพักที่พวกเขาอาศัยอยู่ระเบิดออกในทันที

แม้แต่ชายชุดดำหลายสิบคนที่อยู่ภายในบ้านก็กลายเป็นเถ้าถ่านก่อนที่พวกเขาจะได้โต้ตอบ

มีเพียงผู้นำกลุ่มชายชุดดำเพียงเท่านั้นที่รอดชีวิต แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสและแขนของเขาได้ถูกทำลาย

แต่เขาก็ยังสามารถรักษาชีวิตของเขาเอาไว้ได้

"หนี! หนี! หนี!"

ชายชุดดำตกใจมากจนหันหลังวิ่งหนีออกไป

ตอนนี้เขารู้สึกหวาดกลัวกับปราณดาบที่มองไม่เห็น หลังจากการปะทะกันในตอนนั้นทำให้แขนของเขาถูกทำลาย

และเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาทั้งหมดเสียชีวิตอย่างน่าอนาถ

ปราณดาบที่ทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ทำให้ชายชุดดำหวาดกลัวและหนีไปทันที

“ชายแดนใต้ วิชาควบคุมกู่?”

ภายในพระราชวังจักรพรรดิ เซี่ยเฉิน มองไปที่ชายชุดดำที่กำลังหลบหนี

อันที่จริงแล้วเขาจงใจที่จะปล่อยให้ชายชุดดำผู้นี้หลบหนีไปอย่างตั้งใจ

เพราะว่าเขานั้นต้องการที่จะทราบถึงที่ตั้งของกองกำลังชายชุดดำว่าตั้งอยู่ส่วนไหน

เพื่อที่จะได้ลงมือกำจัดในครั้งเดี่ยว

บนร่างของชายชุดดำ เซี่ยเฉินได้ทิ้งเจตจำนงดาบของเขาเอาไว้ และตราบใดที่อีกฝ่ายหนีกลับไปถึงที่ตั้งของกองกำลังตนเอง

เขาก็จะสามารถค้นพบมันได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ในอีกด้านหนึ่ง ชายชุดดำได้วิ่งหนีไปจนสุดทาง ในตอนนี้เขานั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตลอดการหลบหนี

เขาไม่กล้าหยุดเลยแม้แต่น้อย

และต้องการที่จะกลับไปให้ถึงนิกายของเขาอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

หลังจากที่เขาหนีออกมาจากเมืองหลวง เขาก็ได้บินมายังเขตชายแดนทางตอนใต้ที่อยู่ติดกับเผ่าคนเถื่อนด้วยความเร็วที่รวดเร็วมาก

แต่เขาไม่รู้ว่า ในตอนนี้ได้มีดวงตาคู่หนึ่งคอยเฝ้าดูทุกการเคลื่อนไหวของเขา

หลังจากรออยู่สามวัน ในที่สุดชายชุดดำก็กลับมาที่ชายแดนใต้

วันที่สาม ในตอนเช้าตรู่

"ถึงแล้ว?"

จู่ๆเซี่ยเฉินก็ลืมตาขึ้น หลังจากที่ได้รับรู้ว่าชายชุดดำถึงที่หมายเรียบร้อยแล้ว

หลังจากนั้นเขาก็ทำการตรวจสอบสถานการณ์

ของชายชุดดำในที่สุดเขาก็พบว่าชายชุดดำในตอนนี้ได้กลับไปยังพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และกำลังอยู่ในที่ตั้งของกองกำลังที่อยู่เบื้องหลังของเขา

"อืมดูเหมือนว่า ข้าคงต้องเดินทางไปที่เขตชายแดนทางตอนใต้และแก้ไขปัญหาภัยคุกคามเหล่านี้อีกครั้ง"

“ยังไงก็ตาม ราชาแห่งซีซู่ที่ยังไม่ยอมแพ้และส่งมอบอำนาจทางการทหารกลับคืนมาให้กับราชวงศ์จะต้องได้รับการจัดการไปพร้อมกันในครั้งนี้”

หลังจากพูดจบ เซี่ยเฉิน ก็ลุกขึ้นยืนและก้าวออกไปจากพระราชวังจักรพรรดิ

ร่างของเขาหายไปอย่างรวดเร็ว

..............................................................

เขตชายแดนทางตอนใต้ ภูเขาดาวู

ที่ตั้งของนิกายเทพแม่มด

ชายในชุดคลุมสีดำที่หลบหนีกลับมาถึงนิกายเทพแม่มด

ร่างของเขาในตอนนี้มีเลือดปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกาย นอนนิ่งอย่างอ่อนแรง อยู่ภายในห้องโถงใหญ่ของนิกาย

“เร็วเข้ารีบไปรายงานท่านผู้นำนิกายและแม่มดผู้ยิ่งใหญ่ว่าแผนการของพวกเราล้มเหลว…”

หลังจากที่ชายในชุดดำพูดจบ ร่างของเขาก็ระเบิด กลายเป็นหมอกเลือดและหายไป

บูม!

พลังปราณดาบโหมกระหน่ำ และใบหน้าของสาวกนิกายเทพแม่มด จำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ในจุดนั้นก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

บางคนไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ทันเวลา ได้ถูกปราณดาบตัดหัว

หลังจากที่ปราณดบได้ระเบิดออกมานั้นทำให้สาวกของนิกายเทพแม่มดล้มตายและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

เศษชิ้นเนื้อ อวัยวะภายในและเลือดกระจายไปทั่วบริเวร

การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันส่งผลให้สาวกของนิกายเทพแม่มดมากกว่าสิบคนเสียชีวิตอย่างอนาถในทันที

หลังจากที่ทราบข่าว ผู้นำนิกายเทพแม่มด ก็ได้รีบเดินทางมายังห้องโถงใหญ่ของนิกายในทัน

แต่ว่าเมื่อมาถึงก็ต้องพบเจอกับฉากที่น่าสยดสยองห้องโถงใหญ่นิกายถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน

เศษชิ้นเนื้อและอวัยวะกระจัดกระจายอยู่ทุกที่

ทำให้ใบหน้าของผู้นำนิกายเทพแม่มดในตอนนี้เต็มไปด้วยความมืดมนเป็นอย่างมาก

“ใครจะอธิบายได้ไหม ว่านี้มันเกิดอะไรขึ้น”

เขาตะโกนด้วยความโกรธ ทำให้สาวกคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆกลับมามีสติอีกครั้ง

พวกเขาต่างก็มองหน้าของกันและกันจากนั้นคุกเข่าลงทีละคน ไม่มีใครอธิบายได้ชัดเจน

“เจ้าอธิบายมา ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”

ผู้นำนิกายเทพเจ้าแม่มด จ้องมองอย่างดุเดือดไปที่สาวกที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ด้านล่าง

“รายงาน ท่านผู้นำนิกาย ผู้อาวุโสที่เพิ่งเดินทางกลับมา

ได้รับบาดเจ็บสาหัสและทันใดนั้นร่างของเขาก็ระเบิดออกมาทันทีหลังจากที่เขาพูดจบ”

สาวกคนหนึ่งพูดออกมา ตามความเป็นจริง

หลังจากนั้นสาวกคนนี้ก็พูดออกมาต่ออีกว่า "เมื่อร่างของผู้อาวุโสระเบิด

ทันใดนั้นพลังปราณดาบที่แข็งแกร่งก็พวยพุ่งออกมาและสังหารผู้คนที่อยู่ภายในห้องโถงใหญ่แห่งนี้ไปเป็นจำนวนมาก"

เมื่อได้ยินสิ่งที่สาวกพูดออกมา ผู้นำนิกายก็มีใบหน้าที่มืดมน และรู้สึกว่าตนเองหายใจไม่ออก

“พวกเจ้าจงไปตรวจสอบ ว่าเป็นฝีมือของใคร”

ผู้นำนิกายเทพแม่มด รู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก และเขาสั่งให้สาวกของเขาทำการตรวจสอบสวนอย่างละเอียด

บูม!

ในขณะนี้เอง ได้เกิดการสั่นสะเทือนมาจากด้านนอกประตูภูเขา ซึ่งดึงดูดความสนใจของทุกคน

“ไอ้สารเลว เกิดอะไรขึ้น?”

ใบหน้าของผู้นำนิกายเทพแม่มดที่เต็มไปด้วยความโกรธ เขาก็ตะโกนถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังกึกก้อง

“รายงาน... ท่านผู้นำนิกาย มีศัตรูที่บุกเข้ามาทางประตูด้านหน้าภูเขา”

ในขณะนี้ได้มีสาวก วิ่งเข้ามารายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ให้กับผู้นำนิกายทราบ

“ข้าอยากจะเห็นหน้ายิ่งนัก ว่าใครมันกล้าที่จะบุกเข้ามาข้างในนิกายเทพแม่มด?”

หลังจากที่ได้รับทราบข่าวจากสาวกที่วิ่งเข้ามารายงาน ผู้นำนิกายเทพแม่มดก็เต็มไปด้วยความโกรธ

และหลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็เดินออกไปพร้อมกับปลดปล่อยพลังปราณปีศาจของเขาออกมา