ตอนที่ 95

ตึก ตัก ตึก ตัก ตึกตัก.....!

ด้านนอกห้องโถงใหญ่ กลุ่มทหารองครักษ์ของจักรพรรดิเซี่ยได้วิ่งเข้ามาล้อมรอบ

เซี่ยเฉินและองค์หญิงสิบเอาไว้

เซี่ยเฉินจับมือเล็กๆ ขององค์หญิงสิบแล้วเดินออกไปอย่างช้าๆ

โดยไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกและความกลัวบนใบหน้าของเขา

แต่กลับให้ความรู้สึกของการกดขี่อย่างรุนแรง

“ในระยะสามฟุต ใครก็ตามที่กล้าเข้ามาใกล้จะถูกสังหารอย่างไร้ความปรานี”

เขาพูดออกมาอย่างไม่แยแส

พัฟ!

ทันทีที่คำพูดจบลง ทหารองครักษ์ที่อยู่ในระยะสามฟุตจากตัวของเซี่ยเฉิน

พวกเขาทั้งหมดต่างก็ล้มลงไปนอนกับพื้นโดยไม่มีโอกาสได้ขัดขืน หว่างคิ้วของพวกเขาปรากฏรูเล็กๆและมีเลือดไหลออกมา

องค์หญิงสิบที่กำลังจะลงมือ ก็ตกตะลึงและปล่อยให้เซี่ยเฉิน

จับมือเล็กๆ ของเธอแล้วพาเดินออกไปทีละก้าว

"จับมัน!"

ทหารองครักษ์ที่อยู่รอบๆ ต่างก็มองดูเหตุการณืที่เกิดขึ้นตรงหน้าของพวกเขา

หลังจากนั้นหัวหน้าทหารองครักษ์ก็ตะคอกออกมาอย่างเย็นชาและรีบพุ่งตัวเข้าไปจับตัวเซี่ยเฉินและองค์หญิงสิบ

องค์จักรพรรดิได้มีคำสั่งออกมาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงต้องทำ

แต่ทันทีที่พวกเขาเข้าใกล้ในระยะสามฟุต พวกเขาก็ต้องตกตะลึงใบหน้าของพวกเขาแข็งทื่อ

หลังจากนั้นใบไม้ใบหนึ่งได้พุ่งทะลุระหว่างคิ้วของเขาและค่อยๆ ร่วงลง

เมื่อทหารองครักษ์คนอื่นๆ เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นพวกเขาก็ตกตะลึงทันที

ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หลังจากนั้นพวกเขาก็หยุดเคลื่อนไหวทีละคน

พวกเขาไม่กล้าเข้าไปใกล้ตัวของเซี่ยเฉินและองค์หญิงสิบในระยะสามฟุตอีกต่อไป

ทหารองครักษ์ที่อยู่ด้านหน้าใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

ทั้งหมดต่างก็เคลื่อนตัวออกห่างจากเซี่ยเฉิน และ ไม่กล้าที่จะหยุดเซี่ยเฉินอีกต่อไป

ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้แต่เฝ้าดู เซี่ยเฉินพาองค์หญิงสิบเดินออกจากห้องโถงใหญ่ไปทีละก้าว

"ไอ้สารเลว!"

ภายในห้องโถงใหญ่ จักรพรรดิเซี่ย โกรธและโมโหมาก

กลุ่มทหารองครักษ์ ของจักรพรรดิเซี่ย พวกเขาไม่สามารถหยุดยั้งองค์ชายเก้าและองค์หญิงสิบเอาไว้ได้เลย

เหล่าขุนนางที่อยู่ภายในห้องโถงใหญ่ ต่างก็พากันตกตะลึงและใบหน้าของพวกเขาซีดลง

องค์ชายเก้าต้องการก่อกบฏอย่างโจ่งแจ้งหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม เหล่าขุนนางและนายพลจำนวนมากรู้สึกว่าองค์ชายเก้าทรงทำได้ดีมาก ท้ายที่สุดแล้วการแต่งงานเช่นนี้ถือเป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับราชวงศ์เซี่ย

ซึ่งสืบทอดกันมานับพันปี

เมื่อข่าวเรื่องการแต่งงานเช่นนี้แพร่กระจายออกไปแล้ว

ราชวงศ์ต้าเซียรักษาใบหน้าของราชวงศ์เอาไว้ได้อย่างไรในอนาคต

“เสด็จพ่อ ข้าขออณุญาติจัดการกับองค์ชายเก้า เป็นการส่วนตัวและนำตัวเขามาลงโทษ”

ในเวลานี้เอง องค์ชายสิบเอ็ดเซี่ยหลัว ซึ่งเพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาท

ได้ลุกขึ้นยืนและกล่าวอาสาจัดการกับองค์ชายเก้า

องค์ชายคนอื่นๆ ต่างก็มีการแสดงออกที่แตกต่างกัน พวกเขาไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่ว่าพวกเขากลับสนใจมากการกระทำขององค์ชายสิบเอ็ดเซี่ยหลัว มันจะต้องเป็นการแสดงที่ดีอย่างแน่นอน

พวกเขาเพียงแค่รอชม

องค์ชายเก้าก่อกบฏอย่างเปิดเผย เขาต่อต้านคำสั่งของจักรพรรดิเซี่ย

และยั่วยุจักรพรรดิเซี่ย ซึ่งๆหน้า

มันคุ้มค่าแน่นอนกับการรอชมการแสดงในครั้งนี้

“องค์ชายเก้า ข้าไม่ได้เจอเจ้ามาสามสิบปีแล้ว ในอดีตเจ้าเป็นเพียงคนโง่

ทำไมเจ้าถึงได้แข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้กัน เป็นไปได้อย่างไรเกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากันแน่”

องค์ชายสองพึมพำกับตัวเอง เขาชื่นชมการกระทำขององค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน

เช่นเดียวกับองค์ชายคนอื่นๆ พวกเขามีร่องรอยของความชื่นชมต่อการกระทำของเซี่ยเฉิน

และเขาก็เป็นคนแรกที่กล้าขัดแย้งกับจักรพรรดิเซี่ยเช่นนี้

“ปิดล้อมพระราชวังตะวันตก และอย่าให้เข้าหรือออก”

จักรพรรดิเซี่ย ออกคำสั่งด้วยสีหน้าที่มืดมน

ภายในห้องโถง กลุ่มราชทูตของทั้งสองเผ่า ต่างก็จองมองกันด้วยสายตาแปลกๆ

ใบหน้าของพวกเขาแสดงถึงการเยาะเย้ย และดูถูก

ราวกับว่าพวกเขารับรู้รายละเอียดที่แท้จริงของราชวงศ์เซี่ยได้อย่างชัดเจน

ในความเป็นจริงแล้ว จุดประสงค์หลักในการมาขอเข้าพบจักรพรรดิเซี่ย

ในครั้งนี้ของพวกเขาคือการมาสังเกตดูว่าจักรพรรดิเซี่ย ได้รับบาดเจ็บสาหัสและกำลังจะสิ้นพระชนม์จริงๆ

หรือไม่

หากเป็นเรื่องจริง แผนต่อไปของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ก็มีแนวโน้มว่าจะสามารถดำเนินการต่อไปได้

เมื่อสังเกตุเห็นว่าจักรพรรดิเซี่ย ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส

และเวลาของเขาก็เหลือน้อยเต็มที ถึงแม้ว่าเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้จะพ่ายแพ้ในการต่อสู้ครั้งที่ผ่านมาเมื่อสิบปีก่อน

แต่จักรพรรดิเซี่ย เองก็ประสบความสูญเสียอย่างหนักและยากที่จะฟื้นตัว

“ดูเหมือนว่าสิ่งที่มหาปุโรหิตพูดจะเป็นความจริง จักรวรรดิเซี่ยกำลังจะล้มสลายแล้ว”

อาโมซา แอบเยาะเย้ยเมื่อเห็นว่าเขาได้บรรลุเป้าหมายในการมาในครั้งนี้แล้ว

สำหรับเรื่องการแต่งงานกับองค์หญิงสิบ มันเป็นเพียงข้ออ้าง

และความจริงแล้วมันเป็นเพียงกลวิธีของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้

จุดประสงค์ของพวกเขาคือ การทำให้จักรพรรดิเซี่ย ผ่อนคลายและลดความระมัดระวังลง

จากนั้นพวกเขาก็จะเขายึดครองดินแดนทางตอนเหนือของจักรวรรดิเซี่ยในคราวเดียว หรือแม้กระทั่งเดินทัพมายังที่ที่ราบภาคกลาง

..........................................

ในอีกด้านหนึ่ง เซี่ยเฉินได้พาองค์หญิงสิบกลับมาที่พระราชวังตะวันตก

โดยที่ไม่มีใคร เข้ามาขัดขวางและไม่มีใครกล้าหยุดเขา

แต่ทันทีที่เขากลับมาถึงพระราชวังตะวันตก ด้านหน้าของพระราชวังเต็มไปด้วยทหารองครักษ์จำนวนมาก

ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก พวกเขาทั้งสองก็รู้แล้วว่าพวกเขาได้ถูกกักบริเวณเอาไว้ในพระราชวังตะวันตกแห่งนี้

แต่ว่า เซี่ยเฉิน กับไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

เพราะว่าถ้าเขาต้องการที่จะออกไปจริงๆเพียงแค่กลุ่มทหารองครักษ์เหล่านี้ไม่เพียงพอที่จะหยุดเขาได้เลย

“พี่เก้า ท่านไม่ควรที่จะต่อต้านเสด็จพ่อ”

ทันทีที่เธอเข้ามาภายในพระราชวังตะวันตก องค์หญิงสิบ ก็พูดออกมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล

เธอกอดเซี่ยเฉิน และบ่นพึมพำว่า “ข้ารู้ว่าพี่เก้ารักข้ามาก แต่ถ้าท่านทำเช่นนี้

ท่านจะต้องถูกท่านพ่อฆ่า”

“ถ้าข้ารู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ข้าไม่ควรปล่อยให้ท่านกลับมา”

องค์หญิงสิบกังวลเป็นอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยของเซี่ยเฉิน

"คนโง่" เซี่ยเฉิน

ยิ้มออกมาเขาตบไหล่อันบอบบางของเธอเบาๆ และปลอบใจ "อย่ากังวล ชีวิตของพี่ชายของเจ้านั้นไม่มีใครสามารถพรากมันไปได้"

“ข้าได้เอ่ยออกไปแล้ววว่า ใครกล้าที่จะพูดถึงเรื่องการแต่งงาน

อีกพวกมันจะไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ถึงวันพรุ่งนี้”

หลังจากพูดจบ ใบหน้าของเซี่ยเฉิน ก็เต็มไปด้วยความเย็นชาและปลดปล่อยจิตสังหารที่รุนแรงออกมา

เผ่าหมาป่าเป๋ยตี้พวกนี้กำลังมองหาความตาย ดังนั้นเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดอะไรมากอีกต่อไปแค่ทำลายพวกมันซะ

สำหรับเขา คนอื่นไม่ได้สำคัญเลย แต่สำหรับองค์หญิงสิบแล้วเธอคือน้องสาวที่มีความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดกับเขา

ดังนั้นแล้วไม่ว่าเธอจะถูกหรือผิดเขาก็จะอยู่ข้างๆเธอ

“พี่เก้า ขอบคุณมาก”

ใบหน้าของ องค์หญิงสิบ มีน้ำตาคลอเบ้าและเธอก็กอด เซี่ยเฉิน ด้วยความรู้สึกดีใจ

“ไม่ต้องกลัว ทุกอย่างจะเรียบร้อยเร็วๆนี้”

เซี่ยเฉิน กล่าวปลอบโยนเธอเบาๆ เขากำลังตัดสินใจว่าจะต้องทำอะไรต่ออย่างรวดเร็วภายในใจของเขา

“เสี่ยวซี ข้ามีคำถามจะถามเจ้า”

ราวกับว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่างได้ เขาค่อยๆ ผลักตัวขององค์หญิงสิบออกไป

และใบหน้าของเขาจริงจังมาก

“พี่เก้า พี่ถามออกมาได้เลย” องค์หญิงสิบเช็ดน้ำตาของเธอ

เซี่ยเฉิน ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เซี่ยวซี เจ้าอยากเป็นจักรพรรดิหรือไม่?”

บูม!

สมองขององค์หญิงสิบกำลังรู้สึกว่างเปล่า เพราะว่าเธอกำลังตกใจกับคำถามที่พี่ชายของเธอถามเธอในตอนนี้

เธอกำลังได้ยินอะไร พี่เก้ากำลังถามเธอว่าเธอต้องการเป็นจักรพรรดิหรือไม่?

ทำไม?

เธอรู้สึกสับสนเล็กน้อยและมองไปที่ เซี่ยเฉิน อย่างว่างเปล่า เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของพี่ชาย

เธอก็รู้ได้ทันทีว่ามันไม่ได้ดูเหมือนเป็นเรื่องตลก

องค์หญิงสิบ ดูเคร่งขรึมและพูดออกมาด้วยความหวาดกลัว "พี่เก้า

เกิดอะไรขึ้นกับท่าน ทำไมจู่ๆท่านถึงได้ถามคำถามเช่นนี้?"

“ตัวข้าเป็นเพียงหญิงสาว ข้าจะขึ้นเป็นจักรพรรดิได้อย่างไร” เธอรู้สึกตกใจเล็กน้อย นี่น่ากลัวเกินไป

เซี่ยเฉิน พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ใครเป็นคนกำหนดว่าผู้หญิงไม่สามารถเป็นจักรพรรดิได้?”

องค์หญิงสิบ ตกตะลึงอีกครั้งเมื่อได้ยินเช่นนั้น

และคิดอย่างรอบคอบว่า ใช่แล้ว ไม่ได้มีข้อกำหนดอะไรเลยที่บอกว่าผู้หญิงไม่สามารถเป็นจักรพรรดิได้

จักรพรรดิแห่งราชวงศ์เซี่ย ไม่เคยถูกกำหนดโดยเพศ

แม้แต่จักรพรรดิไทซูก็ยังไม่เคยกำหนดว่าผู้หญิงไม่สามารถเป็นจักรพรรดิได้

มันเป็นเพียงความคิดอุปาทานกันไปเอง หลังจากที่ก่อตั้งราชวงศ์เซี่ยขึ้นมาเป็นเวลาหลายพันปี ผู้หญิงไม่สามารถมีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมืองเลย

และเป็นเช่นนี้มาโดยตลอดตั้งแต่สมัยโบราณ สถานะของสตรีนั้นไม่สูงนัก

เว้นแต่เธอจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จ

แต่ถึงแม้จะมีอำนาจก็ไม่มีใครคิดว่าผู้หญิงจะสามารถขึ้นเป็นจักรพรรดิได้

“ตราบใดที่เจ้าต้องการ ข้าจะช่วยให้เจ้าขึ้นครองบัลลังก์และกลายเป็นจักรพรรดินีองค์แรกของราชวงศ์เซีย”

แววตาของ เซี่ยเฉิน มั่นคง และเขาพูดออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง

องค์หญิงสิบ ตกตะลึงกับคำพูดของพี่ชายของเธอ และเธอก็ไม่เคยคิดถึงสิ่งเหล่านี้เลย

เธอไม่คาดคิดเลยว่า พี่เก้าที่เธอรักจะอยากให้เธอขึ้นเป็นจักรพรรดินีจริงๆเหรอ?

“พี่เก้า จะดีกว่าไหมถ้าท่านเป็นจักรพรรดิ?”

องค์หญิงสิบกลับมามีสติอีกครั้ง เธอหายใจเข้าลึกๆ

เพื่อสงบสติอารมณ์

องค์จักรพรรดิใครๆ ก็อยากเป็นแต่ว่าเธอไม่กล้า เพราะว่าเธอเป็นผู้หญิง

ถึงแม้ว่าเธอจะต้องการ แต่มันก็จะทำให้เกิดความรู้สึกสับสนและเกิดความวุ่นวายขึ้นในจักรวรรดิเซี่ย

และอาจเป็นไปได้ด้วยซ้ำว่าผู้คนทั้งโลกจะหันมาต่อต้านเธอ

เดิมทีเธอต้องการช่วยให้ พี่เก้าของเธอก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดและกลายเป็นจักรพรรดิ

แต่ว่า พี่เก้าของเธอกลับมาถามเธอว่าเธออยากเป็นจักรพรรดินีหรือไม่ พูดตามตรง

เธอรู้สึกประทับใจจริงๆ

“ตอบคำถามของข้าสิ เจ้าอยากเป็นจักรพรรดินีผู้ไม่มีใครเทียบได้ในยุคสมัยนี้หรือไม่?”

เซี่ยเฉินไม่ตอบ แต่กลับถามองค์หญิงสิบอีกครั้งอย่างจริงจัง

สำหรับตัวเขา เขาไม่ต้องการเป็นจักรพรรดิ เขารู้สึกว่ามันเหนื่อยเกินไปสำหรับเขา

และไม่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของเขา

เขาจึงได้ถาม องค์หญิงสิบตรงๆ ว่าเธออยากเป็นจักรพรรดินีไหม ถ้าเธอต้องการที่เป็นก็ยิ่งดีเข้าไปอีกสำหรับเขา

เมื่อเห็นว่าเซี่ยเฉินมีท่าทางที่เคร่งขรึมและจริงจังมาก องค์หญิงสิบก็ตกอยู่ในความเงียบ

และมีประกายไฟในดวงตาของเธอ

การบอกว่าไม่นั่นเป็นเรื่องโกหก

“ข้าอยากเป็น แต่... พี่เก้า ข้าจะทำได้จริงๆ เหรอ?” เธอเองก็รู้สึกมึนงงและสะเทือนใจ เธอสงสัยว่าเธอจะสามารถทำได้จริงหรือ?

เมื่อได้ยินสิงที่น้องสาวพูดออกมา เซี่ยเฉิน ก็ยิ้มและพูดออกมาด้วยความโล่งใจ

"ตราบใดที่เจ้าต้องการ เจ้าก็จะสามารถทำได้ พี่เก้าจะช่วยเจ้าคุณและทำให้เจ้าเป็นจักรพรรดินีองค์แรกของโลก"

“ในเมื่อเจ้าต้องการขึ้นเป็นจักรพรรดิ พี่เก้าจะช่วยเจ้าเอง”

เซี่ยเฉิน ตัดสินใจได้ในทันที ในเมื่อจักรพรรดิเซี่ยไร้ความเมตตา ก็อย่ามาตำหนิเขาว่าไม่ยุติธรรม

“พี่เก้า ท่านจะสังหารท่านพ่อไหม?”

ใบหน้าขององค์หญิงสิบเปลี่ยนไปอย่างมาก และทันใดนั้นเธอก็คว้ามือของเซี่ยเฉินไว้และไม่ยอมปล่อย

“ไม่ต้องกังวล ไม่จำเป็นต้องทำ ชายชราจะอยู่ได้อีกไม่นาน

เขามีชีวิตอยู่ได้มากที่สุดก็หนึ่งเดือน”

เซี่ยเฉิน กล่าวออกมาอย่างมั่นใจว่าเขาไม่จำเป็นต้องลงมือสังหารจักรพรรดิเซี่ย

สำหรับองค์รัชทายาท องค์ปัจจุบัน องค์ชายสิบเอ็ดเซี่ยหลัว เซี่ยเฉินไม่ได้สนใจเขาเลย

“เจ้าควรเตรียมตัวและจิตใจให้พร้อม เมื่อเจ้าได้เป็นจักรพรรดิ

โลกใบนี้จะต้องวุ่นวายอย่างแน่นอน และอาจจะมีความเป็นไปได้ ว่าผู้คนทั้งโลกจะต่อต้านเจ้าพร้อมกัน”

เซี่ยเฉิน เอ่ยเตือนองค์หญิงสิบด้วยความเป็นห่วง และต้องการให้เธอระมัดระวังและเตรียมจิตใจของเธอเอาไว้

จักรพรรดินีองค์แรกของราชวงศ์เซี่ย สิ่งนี้จะต้องทำให้คนทั้งโลกต้องตกตะลึง