ตอนที่ 47

ไม่กี่วันต่อมา องค์หญิงสิบและคณะของเธอได้มีทหารองครักษ์

ที่ส่งมาจากพระราชวังเดินทางมารับตัวของเธอ

หลังจากส่งเจ้าองค์หญิงสิบไปแล้ว เซี่ยเฉิน ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

และในที่สุดก็ส่งตัวปัญหาตัวน้อยนี้กลับไปได้ซะที

และเขาสามารถกลับสู่ชีวิตที่สงบสุขได้อีกครั้ง

ครั้งนี้ เซี่ยเฉิน ได้สอนพระสูตรไท่หยิน ให้กับเธอ

ดังนั้นเธอควรจะสามารถฝึกฝนอยู่ภายในวังได้ และหยุดวิ่งไปมาและสร้างปัญหาได้สักที

และหลังจากที่ประสบเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายเหล่านี้ องค์หญิงสิบควรตระหนักได้ว่าความแข็งแกร่งของเธอยังไม่เพียงพอ

และหากว่าเธอมีทักษะการบ่มเพาะที่ดี เธอคงจะฝึกฝนอย่างหนักแน่นอน

“หวังว่าเธอจะไม่มารบกวนข้าอีก”

ใบหน้าของ เซี่ยเฉิน แสดงความขมขื่นออกมาเล็กน้อย แม้ว่าจะเป็นน้องสาวของเขา

แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะถูกรบกวน

ด้วยเหตุนี้ เซี่ยเฉิน กลับสู่ชีวิตประจำวันตามปกติของเขา

วันแล้ววันเล่า ลงชื่อเช็คอิน กวาดพื้น ตักน้ำ ผ่าฟืน

ฝนตกหรือแดดออก และในตอนนี้การฝึกฝนของเขาอยู่ในระดับที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้

อาจกล่าวได้ว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับจิตใจ และในตอนนี้จิตใจของเซี่ยเฉิน

ได้มั่นคงมานานแล้ว

เขาฝึกฝนทุกวัน ฝึกฝนทักษะพระสูตรสุริยัน ในตอนกลางวัน และฝึกฝนพระสูตรไท่หยิน

ในตอนกลางคืน

ในท้ายที่สุด พลังปราณของเขาทั้งหมดก็ได้รับการเปลี่ยนแปลง

หลังจากที่หลอมรวมหยินและหยางให้เป็นหนึ่งเดี่ยวกัน

พลังปราณนี้มีคุณลักษณะและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามทักษะที่ฝึกฝน สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นพลังปราณหยินและหยาง

และยังสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นพลังปราณของธาตุทั้งห้าได้อีกด้วย

ดังนั้น เซี่ยเฉิน จึงคิดว่านี้เป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุดในการฝึกฝน

และการหลอมรวมหยินและหยางเป็นหนึ่งเดี่ยวกันเพื่อเปลี่ยนแปลงพลังปราณในร่างกายของเขาให้เป็นปราณโกลาหล

หลายเดือนผ่านไป

เช้าวันใหม่.

เซี่ยเฉิน นั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขา ทั้งตัวถูกอาบไปด้วยแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมา

และแสงสีทองก็ได้ห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้ ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นดวงอาทิตย์ที่แท้จริงที่กำลังแผดเผา

ในเวลานี้ พลังปราณหยินและพลังปราณหยางภายในร่างกายของเขาค่อย ๆ

ผสานเข้าด้วยกัน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพลังปราณโกลาหลขึ้นมา

หลังจากที่ฝึกฝนอย่างหนักมาหลายเดือน ในที่สุดวันนี้ เซี่ยเฉิน

ก็กำลังจะเสร็จสิ้นการเปลี่ยนแปลงขั้นสุดท้ายของพลังปราณของเขา

บูม!

เมื่อสิ้นสุดการเปลี่ยนแปลงขั้นสุดท้ายของหยินและหยางที่อยู่ภายในร่างกายได้ถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดี่ยว

เสียงคำรามอันรุนแรงก็ดังออกมาจากข้างในร่างกาย

ภายในร่างกายของ เซี่ยเฉิน ได้มีพลังปรารแห่งความโกลาหล ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย

ราวกับแม่น้ำที่วุ่นวายขนาดใหญ่ที่กำลังไหลไปทั่วทั้งร่างกายของเขา

นั่นคือพลังปราณที่เกิดจากการหลอมรวมของหยินและหยาง

พลังปราณแห่งความโกลาหล

"หลังจากที่ขัดเกลามาเป็นเวลาหลายเดือน และในที่สุดพลังปราณก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์"

เซี่ยเฉิน ถอนหายใจออกมา และเขาก็รู้สึกผ่อนคลายลงมาก

ถึงตอนนี้เขาสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายครั้งสุดท้าย

ซึ่งเป็นแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสาม

หลังจากที่หลอมรวมแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามให้เป็นหนึ่งเดี่ยวกันและทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนิพพานได้สำเร็จ

หลังจากที่ฝึกฝนอย่างหนักมาหลายเดือนไม่ได้ไร้ประโยชน์ พลังปราณหยินและหยางอันทรงพลังภายในร่างกายของเขาก็ได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน

และในที่สุดก็กลายเป็นพลังปราณแห่งความโกลาหล

มันไม่ง่ายเลยที่จะบรรลุถึงขั้นนี้ ด้วยการช่วยเหลือของพลังปราณแห่งความโกลาหล

ที่ทรงพลัง เซี่ยเฉินสามารถแสดงทักษะศิลปะการต่อสู้ได้ทุกคุณสมบัติ

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ามือผนึกจักรพรรดิอัคคีแดง ดัชนีชิงตี้เซินมู่ของจักรพรรดิชิง

หรือทักษะขัดเกลาจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเทพจักรพรรดิดำ ทักษะแปดดาบรกร้างก็สามารถใช้ได้ และพลังของทักษะเหล่านี้ก็แข็งแกร่งมากกว่าเมื่อก่อนถึงสิบเท่า

พึ ซี่ซซซ!

ปลายนิ้วของ เซี่ยเฉิน ได้ปรากฏปราณดาบ และเจตจำนงดาบได้แผ่ออกมา

และพลังปราณดาบที่หนาแน่นได้รวมตัวกันอยู่รอบตัว ก่อตัวเป็นม่านแสงเจตจำนงดาบที่แหลมคม

เขารู้สึกว่าพลังของปราณดาบแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมถึงสิบเท่า ซึ่งทำให้เขาตกตะลึงเป็นอย่างมากเพราะว่าแม้แต่ปราณดาบก็ยังมีการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งขนาดนี้

“ดีมาก ขั้นตอนต่อไปคือการหลอมรวม แก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามและทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนิพพาน”

เซี่ยเฉิน พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เขารู้สึกพอใจกับความก้าวหน้าของเขามาก

ขั้นตอนต่อไปคือขั้นตอนสุดท้ายและสำคัญที่สุด คือการควบแน่นแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสาม และเขาจะสามารถควบแน่นได้ในครั้งเดียวหรือไม่

เมื่อแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามไม่สามารถกลั่นตัวได้

เขาจะต้องรออีกสามปีก่อนที่จะกลั่นแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามต่อไปได้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ เซี่ยเฉิน

ต้องการ

อย่างไรก็ตาม เขามีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าเขาสามารถที่จะควบแน่นแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามได้สำเร็จอย่างแน่นอน

เพราะว่าเขาได้สะสมแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามมามากพอแล้ว

“ตอนนี้ เวี่ยเฉิน ได้นำเม็ดยานิพพานออกมาเตรียมพร้อมที่จะ เริ่มทำการควบแน่นแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามในคราวเดียว”

เซี่ยเฉิน หายใจเข้าลึกๆ นั่งไขว่ห้างอยุ่บนยอดเขาด้านหลัง เริ่มควบแน่นแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามของเขาในคราวเดียว

ตามคำกล่าวที่ว่า แก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามควบแน่น

ซึ่งเป็นความลึกลับของขอบเขตนิพพาน หากว่าต้องการที่จะทะลวงผ่านขอบเขตนิพพาน จะต้องควบแน่นแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสาม ได้แก่ พลังปราณ แก่นแท้โลหิต และจิตวิญญาณ

อึก อึก...!

เขากลืนกิน เม็ดยานิพพานเข้าไปครั้งละสิบเม็ด

หลังจากที่กลืนกินเม็ดยานิพพานเข้าไป ร่างกายของเขาก็แผ่แรงกดดันที่แข็งแกร่งออกมา

แก่นแท้โลหิตในร่างกายเดือด พลังปราณพุ่งพล่านเหมือนมังกร และความรู้สึกทางจิตวิญญาณที่ทรงพลังกำลังเผาไหม้อยู่ในขณะนี้

แก่นแท้โลหิตกำลังเดือด แก่นแท้พลังปราณกำลังพลุ่งพล่าน

และความรู้สึกทางจิตวิญญาณกำลังลุกไหม้ ซึ่งหมายความว่า แก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามของร่างกายมนุษย์ได้หลอมรวมกันได้อย่างสมบูรณ์

เมื่อแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสาม

ได้หลอมรวมกันได้อย่างสมบูรณ์ก็จะสามารถทะลวงขอบเขตนิพพานได้

ซิซี่...

เซี่ยเฉิน ได้ถูกห่อหุ้มด้วยพลังปราณแห่งความโกลาหล และตกอยู่ในสภาวะแห่งการบ่มเพาะ

ในระหว่างที่เซี่ยเฉิน กำลังทะลวงขอบเขตอยู่นั้น

ทางด้านผู้นำนิกายปีศาจโมซง ก็รู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก

........

"สารเลว เกิดอะไรขึ้น!"

“ทำไมคนของถ้ำพยัคฆ์ดำ ถึงได้ถูกกำจัดไปจนหมด?”

บนที่นั้งหลักภายในห้องโถงใหญ่ของนิกายปีศาจโมซง บรรพบุรุษปีศาจหรือผู้นำนิกายปีศาจโมซงในปัจจุบัน

กำลังมองลงไปยังเหล่าผู้อาวุโสและสาวกที่ยืนอยู่ด้านล่างด้วยความโกรธ ใบหน้าที่เหี่ยวแห้งเต็มไปด้วยความโกรธ

หลังจากที่เขาได้รับข่าวว่าถ้ำพยัคฆ์ดำ ที่เขาเพิ่งจะพิชิตมาได้

ได้ถูกทำลายลงไปอีกครั้งแล้ว

บังเอิญ มันเป็นคนของดินแดนบรรพบุรุษของราชวงศ์เซี่ย ที่ลงมือทำลายถ้ำพยัคฆ์ดำ

ซึ่งทำให้ความเกลียดชังครั้งเก่าและใหม่ของบรรพบุรุษปีศาจพุ่งขึ้นมาพร้อมกัน

เดิมที ข้าคิดว่าจะลงมือทำลายนิกายฝ่ายธรรมที่เหลือก่อน แล้วจึงลงมือแก้ปัญหาความเกลียดชังของเขากับราชวงศ์เซี่ย

แต่ตอนนี้ข้าทนรอต่อไปไม่ไหวแล้ว

"ให้ตายเถอะราชวงศ์เซี่ย"

บรรพบุรุษปีศาจคำราม ใบหน้าที่เหี่ยวแห้งแสดงถึงความโกรธออกมา

และร่างกายของเขาก็แผ่แรงกดดันที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ชั่วร้ายออกมา

ดวงตาของเขากวาดมองไปยังฝูงชนและพูดออกมาด้วยท่าทางที่เย็นชา

"ถ้ำพยัคฆ์ดำ นั้นการกระทำของพวกมันนั้นยิ่งกว่าความล้มเหลว พวกมันไม่ยอมตรวจสอบความแข็งแกร่งของดินแดนบรรพบุรุษเซี่ยให้ดีเสียก่อน

แล้วค่อยดำเนินการก็ไม่เสียเปล่า"

“ส่งคำสั่งออกไปเรียกประชุมเหล่าผู้อาวุโสทั้งหมดของในสามหุบเขาและเก้าถ้ำ

ข้าต้องการที่จะลงมือทำลายดินแดนบรรพบุรุษของราชวงศ์เซี่ยและย้อมดินแดนแห่งนั้นด้วยเลือด”

ด้วยคำสั่งของ ปีศาจเฒ่าที่ตัดสินใจลงมือโจมตีดินแดนบรรพบุรุษของราชวงศ์เซี่ย

ท้ายที่สุดแล้ว ทันทีที่ปีศาจเฒ่าได้รับข่าวของถ้ำพยัคฆ์ดำ ความเกลียดชังครั้งเก่าของเขาก็ได้ถูกสกิดขึ้นมาอีกครั้ง

และมันจะต้องได้รับการแก้ไข มิฉะนั้นจะกลายเป็นปีศาจในใจของเขา ก่อนอื่นเขาต้องจัดการเรื่องของดินแดนบรรพบุรุษเซี่ยให้เรียบร้อย

ก่อนที่จะลงมือรวบรวมนิกายต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในแถบของแม่น้ำและทะเลสาบให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

นิกายปีศาจโมซง ได้ทำการเคลื่อนไหวและรวบรวม

สำนักน้อยใหญ่และนิกายต่างๆ ข่าวลือนี้สั่นสะเทือนโลกไปชั่วขณะหนึ่ง

ด้วยการเคลื่อนไหวของนิกายปีศาจโมซง เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาไม่สามารถซ่อนตัวจากนิกายปีศาจโมซงได้

สำนักและนิกายต่างๆที่อาศัยอยู่ในแถบแม่น้ำและทะเลสาบต่างก็ตื่นตระหนกและปิดประตูสำนักและนิกายของตนเอง

เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกโจมตีโดยนิกายปีศาจโมซง

น่าเสียดายที่กองกำลังของนิกายปีศาจโมซง ที่ได้ฟื้นคืนขึ้นมาใหม่อีกครั้งเพื่อจัดการกับนิกายที่ตั้งอยู่ในแถบแม่น้ำและทะเลสาบ

เพื่อทำการใหญ่

“นิกายปีศาจโมซง พวกเขาต้องการที่จะทำอะไร?”

ในเวลานี้ นิกายใหญ่ทั้งหลายต่างก็กำลังให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของนิกายปีศาจโมซง

ภายในนิกายเทียนเจี้ยน ผู้นำนิกายและเหล่าผู้อาวุโสได้มารวมตัวกัน

เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาของนิกายปีศาจโมซง

"เรียนท่านผู้นำนิกาย ผู้นำนิกายคนก่อนหน้าของนิกายปีศาจโมซง

นั้นมีความเกี่ยวข้องกับปีศาจเฒ่า"

"ใช่ ข้าสงสัยว่าปีศาจเฒ่าต้องการทำอะไร และพวกเราคงทำได้เพียงแค่ป้องกันเอาไว้"

“ใช่ พวกเราต้องระวังตัวเอาไว้ให้ดี”

เหล่าผู้นำของนิกายเทียนเจี้ยน ต่างก็พูดคุยกันทีละคนและเสนอให้ลงมือปกป้องนิกาย

จากการโจมตีของนิกายปีศาจโมซง

"ข้าขอแนะนำให้รวบรวมนิกายฝ่ายธรรม เพื่อรวมกันลงมือทำลายล้างนิกายปีศาจโมซง

และคืนความสงบสุขให้กับโลก"

มีคนให้คำแนะนำนี้ขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ทุกคนไม่สนใจความคิดนี้ ราวกับว่าเขาถูกเพิกเฉยโดยอัตโนมัติ

การลงมือทำลาย นิกายปีศาจโมซง ช่างเป็นเรื่องที่ตลกซ่ะไม่มี นิกายปีศาจโมซงคือการดำรงอยู่แบบไหน?

การดำรงอยู่ของนิกายปีศาจ นั้นมีชื่อเสียงที่โหดร้ายดังนั้นผู้ที่มีสติปัญญาย้อมไม่ต้องการทำลายนิกายปีศาจโมซง

แม้ว่านิกายปีศาจโมซงจะครอบงำไปบ้าง แต่ก็ไม่จำเป็นถึงกับต้องลงมือทำลาย

"รายงาน..."

"รายงานต่อท่านผู้นำนิกาย ปีศาจเฒ่าผู้นำนิกายปีศาจโมซง

ได้นำเหล่าผู้อาวุโสส่วนใหญ่ของนิกายปีศาจโมซง เดินทางไปยังดินแดนบรรพบุรุษของราชวงศ์เซี่ย"

เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่

คนที่เข้ามารายงานสีหน้าของพวกเขาก้เต็มไปด้วยความตกใจ

"อะไรนะ?"

“เจ้าบอกว่า นิกายปีศาจ ได้รวบรวมเหล่าผู้อาวุโสและเดินทางตรงไปยังดินแดนบรรพบุรุษของราชวงศ์เซี่ย?”

ผู้นำของนิกายเทียนเจี้ยน ต่างก็มองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ

เหตุใดปีศาจเฒ่า ถึงได้นำกองกำลังตรงไปยังดินแดนบรรพบุรุษของราชวงศ์เซี่ย

“ดินแดนบรรพบุรุษเซี่ย มีข่าวลือว่ามีปรมาจารย์ลึกลับซ่อนตัวอยู่ข้างในดินแดนบรรพบุรุษ

เพื่อปราบปรามราชาปีศาจที่ถูกผนึกเอาไว้เมื่อหนึ่งพันปีก่อนถูกผนึกเอาไว้ ที่นั่น?”

เป็นไปได้ไหมว่าตำนานเป็นเรื่องจริง?

“ไม่ หรือว่าปีศาจเฒ่าตนนี้

กำลังจะไปทำลายผนึกของราชาปีศาจเมื่อหนึ่งพันปีก่อน”

ใบหน้าของผู้นำนิกายเทียนเจี้ยน เปลี่ยนไปอย่างมากและเขาก็อุทานออกมา