ตอนที่ 130

นิกายเทพแม่มด ด้านนอกประตูนิกายได้มีคนยืนอยู่บนท้องฟ้า

บุคคลผู้นี้มีคิ้วดาบและดวงตาเปร่งประกาย รูปร่างของคนผู้นี้เพรียวบาง เขายืนอยู่ที่บนท้องฟ้าปลดปล่อยแรงกดดันที่ทรงพลังออกมา

ซึ่งทำให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก

ศพแล้วศพเล่าที่กำลังตกตายอยู่ในเวลานี้

ร่างกายของพวกเขากลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

เลือกสาดกระจายและส่งกลิ่นคาวคละคลุงไปทั่ว

“เจ้าเป็นใคร เหตุใดถึงกล้ามาสร้างความวุ่นวายให้กับนิกายเทพแม่มด?”

ในเวลานี้เอง ผู้นำนิกายเทพแม่มดได้เดินออกมาจาห้องโถงใหญ่

พร้อมกับปรมาจารย์จำนวนมากของนิกายเทพแม่มด

พวกเขาต่างก็มองดูศพของสาวกที่นอนเกลือนทั่วพื้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

พวกเขาเงยหน้าขึ้นไปมอง และรูม่านตาของพวกเขาก็หดตัวลงทันที

“เป็นศัตรูที่แข็งแกร่งมาก!”

เมื่อพวกเขาทั้งหมดเห็น เซี่ยเฉิน เป็นครั้งแรก ผู้นำนิกายเทพแม่มด

ก็เกิดความรู้สึกของประหม่าขึ้นมา และรู้สึกถึงวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้นกับนิกายของเขา

“เจ้าเป็นผู้นำนิกายของนิกายเทพแม่มด?”

เซี่ยเฉิน มองไปที่กลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าเขา และมองไปที่คนที่ยืนอยู่ตำแหน่งแรก

ร่างกายของคนผู้นี้แข็งแกร่ง และมีกล้ามเนื้อหนาแน่นเป็นอย่างมากเผยให้เห็นกลิ่นอายที่ดุร้าย

บุคคลผู้นี้เป็นปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานอย่างไม่ต้องสงสัย

เซี่ยเฉินตัดสินได้จากกลิ่นอายที่อีกฝ่ายเผยออกมา

และเขาน่าจะพึ่งทะลวงผ่านขอบเขตนิพพานได้ไม่นานมากนัก

“ใช่แล้ว ข้าคือผู้นำนิกายของนิกายเทพแม่มด เจ้าเป็นใคร?”

ผู้นำนิกายเทพแม่มด ระมัดระวังตัวเล็กน้อย ในขณะที่เขากำลังพูดออกมานั้นเขาก็ได้หมุนเวียนพลังปราณภายในร่างกายของเขาอย่างลับๆ

ทำให้พลังปราณภายในร่างกายของเขาอยู่ในจุดสูงสุดและพร้อมที่จะโจมตีออกไปได้ตลอดเวลา

"มันคือเจ้าเองอย่างนั้นสินะ" เซี่ยเฉินพูดออกมาเบาๆ

ฮัม!

ทันทีที่เขาพูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นแล้วกดมันลง

พลังอันไม่มีที่สิ้นสุดของสวรรค์และโลกก็รวมตัวกัน กลายเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่และกดมันลงไปยังตำแหน่งของผู้นำนิกาย

ฝ่ามือขนาดใหญ่ส่งเสียงดังกึกก้องราวกับท้องฟ้ากำลังจะร่วงหล่นลงมา

"ไอ้สารเลว!"

เมื่อเห็นอีกฝ่ายปล่อยการโจมตีออกมาอย่างกะทันหัน

ผู้นำนิกายเทพแม่มดก็รู้สึกโกรธจัด พลังปราณที่เขาสะสมเอาไว้ก็ปะทุออกมา

กลายเป้นกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากพุ่งออกไปในทันที

การโจมตีของทั้งสองปะทะกัน ทำให้เกิดการระเบิดขึ้นมา

พื้นที่บริเวรโดยรอบสั่นสะเทือน

ในเวลาต่อมา ใบหน้าของผู้นำนิกายเทพแม่มดก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เขารู้สึกตกใจมากเมื่อเห็นว่าการโจมตีของเขาที่ปลดปล่อยออกไปนั้นกำลังพังทลายลงและสลายหายไปทันทีที่มันปะทะกับปราณฝ่ามือของอีกฝ่าย

ไม่อาจหยุดยั้งปราณฝ่ามือได้เลย!

“เคล็ดวิชาลับ หมื่นกู่กลืนกินหัวใจ!”

เมื่อเผชิญกับวิกฤติที่กำลังเข้ามาใกล้ ผู้นำนิกายเทพแม่มด

ก้คำรามออกมาพร้อมกับปลดปล่อยเคล็ดวิชาลับของนิกาย

พลังปราณสีดำจำนวนมากได้หลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเขา และในทันใดนั้นแมลงพิษจำนวนนับไม่ถ้วนก็บินพุ่งออกมาจากภูเขาและป่าไม้ที่อยู่บริเวรโดยรอบ

แมลงพิษทุกชนิดปรากฏออกมาและกลายเป็นฝูงแมลงควบแน่นเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่

“เคล็ดวิชาลับควบคุ้มแมลง”

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะโจมตีออกมาอีกครั้ง เซี่ยเฉิน

ก็พึมพำออกมา แล้วกดฝ่ามือของเขาลงไปอีกครั้ง

เกิดการปะทะที่รุนแรงขึ้น แมลงพิษนับไม่ถ้วนก็ระเบิดและกลายเป็นฝุ่นผง

พลังฝ่ามือของเซี่ยเฉินนั้นแข็งแกร่งและทรงพลังเป็นอย่างมาก พุ่งตรงไปข้างหน้าและบดขยี้แมลงพิษนับไม่ถ้วนโดยตรง

บูม!

เมื่อการโจมตีของทั้งสองปะทะกันอีกครั้ง ทำให้แผ่นดินก็ทรุดตัวลงเกิดรอยแตกร้าวที่พื้น

และประตูของนิกายเทพแม่มดทั้งหมดก็พังทลายลงจนกลายเป็นซากปรักหักพัง

ภายใต้การโจมตีของฝ่ามือที่ทรงพลัง ผู้นำนิกายเทพแม่มด

ดวงตาของเขาปูดโปนออกมา กล้ามเนื้อของเขาฉีกขาด เลือดไหลทะลักออกมา หลังจากนั้นเขาก็ส่งเสียงคร่ำครวญออกมา

"ไม่... ท่านนบรรพบุรุษช่วยข้าด้วย..."

ผู้นำนิกายเทพแม่มดคำรามออกมาด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง

แต่ว่าน่าเสียดายที่พูดออกมาได้เพียงไม่กี่คำ ร่างกายของเขาก็ระเบิดออกเป็นชิ้นๆ

และกระจายออกไปทั่วบริเวร หนึ่งร้อยเมตร

แต่ว่าหลังจากที่สังหารผู้นำนิกายเทพแม่มดไปแล้ว

ปราณฝ่ามือของเซี่ยเฉินก็ไม่ได้ลดความเร็วลงเลยยังคงพุ่งตรงต่อไป

และสังหารปรมาจารย์ของนิกายเทพแม่มดที่อยู่ด้านหลังของผู้นำนิกายไปอีกหลายสิบคน

ฝุ่นควันฟรุ้งกระจายไปทั่ว หลังจากนั้นไม่นานก็เผยให้เห็นซากปรักหักพังของประตูนากายเทพแม่มด

และยังมีเศษชิ้นส่วนของร่างกาย ซึ่งกระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

และกลิ่นเลือดก็อบอวลไปในอากาศ

เซี่ยเฉิน ก้าวเดินอยู่บนท้องฟ้าและเดินเข้าไปข้างในนิกายเทพแม่มด

ทีละก้าว

เขาได้ปลดปล่อย จิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาออกมาเพื่อปกคลุมนิกายเทพแม่มดทั้งหมดเอาไว้

ซี่!!!!!!!!!!!!!...

หลังจากที่เซี่ยเฉินเดินมาถึงใจกลางของนิกายเทพแม่มด

เขาก็ได้ควบแน่นปราณดาบออกมาเป็นจำนวนมากปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้าเหนือนิกายเทพแม่มด

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สะบัดมือออกไปปราณดาบจำนวนมากก็ได้บินไปยังทิศทางต่างๆทั่วทั้งนิกายเทพแม่มด

และสังหารทุกคนที่อยู่ภายในนิกายตั้งแต่ระดับล่างจนถึงบนสุด

นับจากนี้ไปจะไม่มีนิกายเทพแม่มดอีกต่อไป

ไม่มีใครสามารถหยุดการโจมตีของปราณดาบได้เลยแม้แต่คนเดี่ยว และทุกคนต่างก็ถูกปราณดาบสังหารทันที

ความแข็งแกร่งของ เซี่ยเฉิน ในตอนนี้นับว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้แล้ว

และไม่มีใครสามารถหยุดการโจมตีของเขาได้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

และในไม่ช้า สาวกของนิกายเทพแม่มดก็ถูกกวาดล้างจนหมดตั้งแต่บนลงล่าง

และเหลือเพียงแค่กลิ่นอายที่ทรงพลังมากที่สุดเพียงแค่คนเดี่ยวเท่านั้น

ซึ่งคนผู้นี้หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ต้องห้ามของนิกายเทพแม่มด

“เหลือเจ้าเพียงแค่คนเดียวแล้ว ทำไมเจ้าถึงยังไม่ออกมาอีกล่ะ”

ที่ด้านหน้าของพื้นที่ต้องห้าม เซี่ยเฉิน กำลังยืนอยู่ในความว่างเปล่าร่างกายของเขารายล้อมไปด้วยปราณดาบจำนวนนับไม่ถ้วน

ที่กำลังบินวนไปมาทำให้เกิดเสียงของการปะทะกันอยู่ตลอดเวลา

น่าเสียดายที่ไม่มีการตอบกลับออกมาเลย

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมออกมา เซี่ยเฉิน ก็ตะคอกออกไปอย่างเย็นชาและก้าวเข้าไปในพื้นที่ต้องห้าม

ทันทีที่เข้าก้าวเข้ามาข้างในพื้นที่ต้องห้านด้านหลังนิกายเทพแม่มด

เขาก็สังเกตเห็นซากศพกองอยู่เต็มพื้นทับทมกันหนาแน่น

ซากศพเหล่านี้ล้วนเป็นซากศพของมนุษย์ และเมื่อพิจารณาจากซากโครงกระดูก

อย่างจริงจังแล้วก็จะพบว่าซากศพเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นของเด็ก

และยังมีเป็นจำนวนมากอีกด้วย

“นิกายเทพแม่มด ช่างเป็นนิกายปีศาจที่ชั่วร้าย

พวกมันทุกคนจะต้องถูกสังหารอย่างไม่มีข้อยกเว้น”

ใบหน้าของเซี่ยเฉิน

ในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาดวงตาของเขาปรากฏจิดสังหารที่รุนแรง เมื่อเห็นซากศพของเด็กน้อยเป็นจำนวนมากที่กองกันอยู่ในสถานที่แห่งนี้

นิกายแห่งนี้นับว่าเป็นนิกายปีศาจที่ชั่วร้ายเป็นอย่างมาก

พวกมันใช้ชีวิตของเด็กน้อยในการบ่มเพาะพลัง

ในเมื่อพวกเจ้าทำแต่สิ่งชั่วร้าย

ก็ไม่จำเป้นต้องไว้ชีวิตพวกเจ้าอีกต่อไป เซี่ยเฉินได้ตัดสิ้นใจในทันทีว่า

เขาต้องสังหารคนของนิกายเทพแม่มดทั้งหมด

ภายในบริเวณต้องห้ามนั้นเงียบสงบเป็นอย่างมาก

แต่ว่าอากาศภายในนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอับ

เซี่ยเฉิน บินเข้าไปข้างในส่วนลึกของพื้นที่ต้องห้าม

และบินตรงไปยังจุดที่เขาสัมพัสได้ถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งในทันที

พื้นที่ต้องห้ามทั้งหมดเป็นเหมือนหลุมศพขนาดใหญ่ มีศพอยู่นอนกระจายอยู่ทุกหนทุกแห่ง

และไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยที่จะบอกว่าที่นี้นั้นคือภูเขาซากศพ

เมื่อเห็นทุกอย่างที่อยู่ภายในพื้นที่ต้องห้า ความมุ่งมั่นของเซี่ยเฉิน

ที่ต้องการจะสังหารคนของนิกายเทพแม่มด ทั้งหมดนั้นก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น

นิกายเทพแม่มดนั้นเป็นนิกายปีศาจที่ตั้งอยู่ในเขตชายแดนทางตอนใต้ของอาณาจักรเซี่ย

และน่าจะเป็นคนของเผ่าคนเถื่อนที่เข้ามาสร้างนิกายแห่งนี้ขึ้นมา

ดูเหมือนว่ากองกำลังของเผ่าคนเถื่อนได้แทรกซึมเข้ามาอยู่ในแผ่นดินของอาณาจักรเซี่ยนานมากแล้ว

เมื่อเซี่ยเฉินบินตรงเข้าไปเลื่อยๆ เขาก็ได้พบกับภูเขาลูกหนึ่งและมีถ้ำอยู่ที่ภูเขาลูกนี้

เซี่ยเฉิน ยืนอยู่บนท้องฟ้าและมองไปที่ปากถ้ำ และรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายที่ทรงพลังอยู่ภายในถ่ำแห่งนี้

คนที่อยู่ด้านในถ่ำแห่งนี้นั้นแข็งแกร่งและทรงพลังมากกว่าผู้นำนิกายเทพแม่มดและเหล่าผู้อาวุโสของนิกายเทพแม่มดเป็นอย่างมาก

“ถ้าเจ้ายังไม่ออกมา ข้าคงต้องบังคับให้เจ้าออกมาด้วยตนเองแล้ว”

เมื่อมองไปที่ถ้ำที่ยังคงเงียบสงบ เซี่ยเฉิน ก็พ่นลมหายใจที่เย็นชาออกมาประกบนิ้วมือทั้งสองของเขาเป็นรูปดาบ

แล้วสบัดออกไปอย่างง่ายๆทำให้เกิดปราณดาบจำนวนนับไมถ้วนหลังจากนั้นก็กลายเป็นกระแสแม่น้ำปราณดาบที่ทอดยาวพุ่งเข้าไปภายในถ้ำ

บูม!

หลังจากที่กระแสแม่น้ำปราณดาบพุ่งเข้าไปข้างในถ้ำ

ก็เกิดการระเบิดที่รุนแรงขึ้น ภูเขาพังทลายลง เศษดินและหินจำนวนมากกระเซ็นไปทั่ว

ภูเขาทั้งลูกหายไปอย่างรวกเร็ว

พื้นที่บริเวรโดยรอบปรากฏรอยดาบเป็นจำนวนมากหลงเหลือไว้ตามพนังถ้ำและพื้นดิน

ปัง

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังออกมาจากซากปรักหักพังของภูเขา

สัตว์ร้ายตัวหนึ่งก็เจาะทะลุออกมาจากพื้นหิน

"ฟู่..."

มีเสียงขู่ดังขึ้น เป็นเสียงที่แหลมคมและรุนแรง

และสามารถสร้างความเสียหายให้กับจิตวิญญาณได้

ใบหน้าของเซี่ยเฉิน แข็งทื่อ แววตาของเขาดูประหลาดใจเล็กน้อย

เพราะว่าสิ่งที่ปรากฏตัวออกมาต่อหน้าต่อตาเขาจริงๆ แล้วมันคือตะขาบ

ตัวใหญ่ ที่มีขนาดพอๆ กับถังเก็บน้ำ ลำตัวของมันปกคลุมไปด้วยกรงเล็บจำนวนนับไม่ถ้วน

“ตะขาบ?”

ตะขาบขนาดใหญ่ยาว 20 เมตรยกลำตัวขึ้น เกราะของมันส่องแสงสีแดงเลือด

และมีเส้นสีทองสามเส้นที่ด้านหลัง

นี่คือตะขาบหลังทองพันขา มันแข็งแกร่งและทรงพลังเป็นอย่างมาก หลังจากที่มันปรากฏตัวออกมามันไปพ่นหมอกพิษสีเขียวเข้มออกมา ทำให้ดอกไม้ ต้นไม้ที่อยู่รอบๆ เหี่ยวเฉาไปทีละต้น

และสิ่งที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้นคือบนหัวของตะขาบนั้นมีคนยืนอยู่

คนคนนี้สวมชุดคลุมสีดำคลุมทั้งตัวจนมองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริง

แต่เซี่ยเฉิน ก็สามารถระบุได้ว่าคนผู้นี้เป็นผู้หญิงและกำลังถือคทาโครงกระดูกอยู่ในมือ

เธอกำลังปลดปล่อยพลังปราณที่ชั่วร้ายของเธอออกมา

“นิกายเทพแม่มด บรรพบุรุษของนิกาย?”

เซี่ยเฉินกำลังมองไปที่อีกฝ่าย และอีกฝ่ายก็กำลังจ้องมองมาที่เซี่ยเฉินเช่นกัน

หญิงสาวผู้นี้เป็นแม่มดของเผ่าคนเถื่อนหนานหมานอย่างแน่นอน

ความแข็งแกร่งของเธอไม่อาจหยั่งรู้ได้ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้นำนิกายเทพแม่มดและเหล่าผู้อาวุโสแล้ว

พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้แข็งแกร่งมากสักเท่าไหร่ ซึ่งแตกต่างกับคนที่อยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้

“เจ้าต้องการที่จะทำลาย

นิกายเทพแม่มดของข้าจริงๆอย่างนั้นเหรอ?”

เสียงของหญิงชุดดำ นั้นดังชัดเจนน้ำเสียงของเธอดูอ่อนหวาน

เมื่อฟังจากน้ำเสียงแล้วเธอจะต้องเป็นหญิงสาวที่งดงามมากอย่างแน่นอน

"ฆ่า!"

เซี่ยเฉิน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยสักคำ

เขายกมือขึ้นและสบัดมือเบาๆ กระแสแม่น้ำปราณดาบก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

และพุ่งออกไปโจมตีหญิงสาวชุดดำ

อย่างไรก็ต้องสังหาร แล้วจะเสียเวลาพูดคุยไปทำไม?

“พิพากษาความตาย!”

หญิงสาวชุดดำโกรธมาก เธอขยับคทาโครงกระดูกที่อยู่ในมือ พลังปราณสีดำจำนวนมากปกคลุมท้องฟ้าทันที

หลังจากนั้นได้หลั่งไหลเข้าไปในปากของตะขาบหลังทองพันขา หลังดูดซับพลังปราณสีดาไปเป็นจำนวนมากกระแสแม่น้ำปราณดาบก็ได้พ่นพิษออกมาเพื่อต้านทานการโจมตีของเซี่ยเฉิน

การโจมตีของทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด