ณ.ตำหนักแห่งหนึ่ง ภายในศาลาสวรรค์
“เจ้ากำลังจะบอกข้าว่า องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินตายแล้วอย่างนั้นเหรอ?”
ภายในห้องโถง ผู้นำศาลาแห่งศาลาสวรรค์กำลังนั่งอยู่ และเธอก็รู้สึกตกใจเมื่อได้ยินข่าวที่เทพธิดาแห่งศาลาสวรรค์นำกลับมารายงาน
เธอคือคนที่ถูกส่งไปให้อยู่เคียงข้างกายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
“ใช่แล้ว เทพธิดาตอบ!”
หลังจากนั้นเทพธิดาก็เล่าต่ออีกว่า "ไม่มีใครที่อยู่ในตำหนักห่าวเย่วในตอนนั้นรอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดี่ยว
ทั้งหมดต่างก็ถูกฆ่าด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว"
“โจมตีเพียงครั้งเดียวตาย?”
หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์หรี่ตาลง แววตาของเธอปรากฏความหวาดกลัวออกมาไม่สามารถซ่อนไว้ได้
จากสิ่งที่เธอรู้ องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินนั้นอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสมบูรณ์
และยังมีปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนอยู่ข้างกายของเขา
เหตุใดเขาจึงถูกสังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ใครมีความสามารถเช่นนี้กัน?
"หรือว่าจะเป็น ผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพาน?"
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของผู้นำศาลาแห่งศาลาสวรรค์ เธอก็คาดเดาอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ว่าคนที่
ลงมือนั้นจะต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งในขอบเขตนิพพาน
“ดูเหมือนว่าจะมี ใครบางคนในราชวงศ์เซี่ยจะเริ่มต้นลงมือก่อน
เป็นจักรพรรดิเซี่ยหรือเปล่า…”
หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์ ตกอยู่ในการไตร่ตรองและรู้สึกถึงความกดดันที่เธอจะต้องเผชิญ
ช่างเป็นเรื่องที่น่ากังวล สำหรับตัวตนของคนที่ลงมือสังหารองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
จักรพรรดิเซี่ยกำลังมือขจัดอุปสรรค หรือเป็นฝีมือขององคืชายองค์อื่น?
“ดูเหมือนว่าองค์ชายเก้าจะไม่ง่ายเลย”
ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็แวบขึ้นมาในใจของเทพธิดาเทียนมู่ องค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน
เธอเคยเห็นเขาครั้งหนึ่งในหมู่บ้านชาวประมง ของเขตทะเลตะวันออก เพราะว่าในตอนนั้นเธอเห็น
เซี่ยเฉิน ยืนอยู่ข้างๆ องค์หญิงสิบและเดาได้ว่าอย่างน้อยเขาก็น่าจะต้องเป็นองค์ชาย
“กลับไป แล้วก็อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามภายในเมืองหลวงจักรวรรดิ”
หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์ โบกมือและสั่งให้เทพธิดาเทียนมู่กลับไปยังเมืองหลวง
หากพูดกันตามตรงๆ เทพธิดาเหล่านี้คือสาวใช้ที่อยู่เคียงข้างหัวหน้าแห่งศาลาสวรรค์
ซึ่งได้รับการคัดเลือกมาเป็นพิเศษเพื่อทำให้แผนการของศาลาสวรรค์เสร็จสมบูรณ์
"เจ้าค่ะ ท่านผู้นำ"
เทพธิดาเทียนมู่ทำความเคารพและหันหลังกลับเดินออกจากห้องโถงไป
เหลือเพียงหัวหน้าศาลาสวรรค์ เพียงคนเดี่ยวเท่านั้นที่ยังคงนั่งครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
อย่างเงียบๆ
เธอพึมพำอะไรบางอย่างกับตัวเอง
"ดูเหมือนว่าจำเป็นต้องหาโอกาสติดต่อกับองค์ชายเก้าคนนี้ บางทีเขาอาจเป็นองค์ชายที่มีโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชจากจักรพรรดิเซี่ย
ก็ได้"
“อย่างไรก็ตาม ข้าคงต้องขอความช่วยเหลือจากองค์หญิงสิบเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับเขา”
หลังจากที่เธอพูดจบ ร่างของเธอก็หายไปจากตำหนักทันทในพริบตา
.........................................
ณ.อีกด้านหนึ่ง ภายในพระราชวังหยงเล่อ
องค์หญิงสิบที่เพิ่งได้รับข่าวการตายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
เธอเองก็รู้สึกประหลาดใจ
“พี่ชายคนโตตายแล้วเหรอ?”
องค์หญิงสิบตกใจและคิดว่าเป็นข่าวปลอมในตอนแรกที่เธอได้รับข่าว
แต่หลังจากยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุดเธอก็เชื่อว่าข่าวดังกล่าวเป็นความจริง
องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ตายไปแล้วจริงๆ และไม่มีใครในตำหนักห่านเย่วที่รอดชีวิตเลยสักคน
“ใคร กันที่เป็นคนลงมือ?”
องค์หญิงสิบตกอยู่ในการครุ่นคิด และไม่มีร่องรอยของความโศกเศร้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอเลย
เมื่อทราบถึงการตายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน แม้ว่าพวกเขาจะเป็นน้องกัน แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรมากเป็นพิเศษต่อกัน
เธอมีความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดกับองค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน
เพียงคนเดี่ยวเท่านั้น สำหรับองค์ชายคนอื่นๆ เธอไม่ค่อยได้พูดคุยหรือติดต่อมากนัก
และความสัมพันธ์ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ดังนั้นเมื่อได้ยินข่าวว่า องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินถูกสังหาร แม้ว่าเธอจะรู้สึกประหลาดใจ
แต่เธอก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก
“เจ้าได้ตรวจสอบแล้วหรือยังว่าใครเป็นคนลงมือสังหารองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน”
เธอถามออกมาเบาๆ
สาวใช้ข้างล่างคุกเข่าลงด้วยความกลัวเล็กน้อยอยากจะพูดแต่ไม่กล้า
สาวใช้คนนี้คือคนที่ส่งไปเพื่อปกป้องเซี่ยเฉิน
“ข้าไม่กล้าพูด พูดไม่ได้”
สาวใช้กัดฟันและคุกเข่าลงตรงนั้น
เมื่อองค์หญิงสิบได้ยินสิ่งนี้ ดวงตาของเธอก็หรี่ลง
เผยให้เห็นร่องรอยของจิตสังหาร ที่เป็นอันตราย
เธอมองไปที่สาวใช้ที่นุ่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าแล้วพูดออกมาอย่างเย็นชาว่า
"เจ้ารู้ไหมว่าเจ้ากำลังพูดถึงอะไร ทำไมเจ้าถึงไม่กล้าพูด"
องค์หญิงสิบ รู้สึกตกใจเล็กน้อย เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าสาวใช้ที่เธอฝึกฝนเป็นการส่วนตัวจะทรยศเธอ
แต่เป็นไปได้จริงๆ ที่เธอไม่กล้าพูด
แต่อะไรทำให้เธอถึงไม่กล้าที่จะพูดออกมากัน?
“หรือว่าเป็นเพราะ พี่เก้าของเธออย่างนั่นเหรอ?” จู่ๆเธอก็ถามคำถามนี้ออกมา
สาวใช้ตัวสั่น ใบหน้าของเธอซีดลง และเธอก็คุกเข่าอยู่ตรงนั่นโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาเลยสักคำ
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของสาวใช้ของเธอ องค์หญิงสิบดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างและลุกขึ้นยืนทันที
“พี่เก้า มันเกี่ยวข้องกับพี่เก้าใช่หรือเปล่า?”
องค์หญิงสิบเดินวนไปมารอบๆ และทันใดนั้นเธอก็มีความคิดที่ว่าพี่ชายคนที่เก้าของเธอ
จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
“พี่เก้า ได้เดินทางออกไปจากพระราชวังไม่ใช่เหรอ?” จู่ๆเธอก็ถาม
แต่สาวใช้กลับไม่พูดอะไรสักคำ เธอไม่กล้าแม้แต่จะพูดอะไรสักคำ
เพราะว่าเธอรู้ดีว่าองค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน นั่นน่ากลัวดังนั้นเธอจึงไม่กล้าพูด
ออกมาเลยแม้น้อย ต่อให้ผู้เป็นนายที่แท้จริงที่อยู่ตรงหน้าเธอจะถามก็ตาม
เพราะว่า องค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน ได้เอ่ยเตือนพวกเธอแล้วว่าทุกสิ่งที่พวกเธอเห็นห้ามบอกกับใครเด็ดขาด
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับองค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน พวกเธอไม่สามารถทนต่อแรงกดดันที่เขาปลดปล่อยออกมาได้เลย
ทำให้พวกเธอรู้สึกหวาดกลัว และไม่กล้าที่จะฝ่าฝืนคำสั่ง
"กลับไป" หลังจากเงียบไปนาน
องค์หญิงสิบก็โบกมือสั่งให้เธอกลับไป
“เจ้าค่ะ”
สาวใช้หันหลังและเดินออกไปราวกับว่าเธอได้รับการนิรโทษกรรมและกลับไปที่พระราชวังตะวันตกเพื่อรับใช้เซี่ยเฉินต่อไป
เหลือเพียงแค่ องค์หญิงสิบ เพียงคนเดี่ยวเท่านั้นที่กำลังคิดไตร่ตรองอะไรอย่างเงียบๆ
“พี่เก้า ท่านเป็นคนทำจริงๆ เหรอ?” องค์หญิงสิบพึมพำกับตัวเอง
เธอมีความมั่นใจเก้าในสิบส่วน ว่าการตายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
จะต้องเกี่ยวข้องกับพี่เก้าของเธอ บางทีอาจเป็นปรมาจารย์ที่อยู่เบื้องหลังของ
เซี่ยเฉิน อาจเป็นคนลงมือดำเนินการทุกอย่าง
“ดูเหมือนว่า ปรมาจารย์ที่อยู่เบื้องหลังของพี่เก้า
จะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”
องค์หญิงสิบถอนหายใจและพึมพำ "พี่เก้า ไม่ว่าท่านต้องการทำอะไร
เสี่ยวซีจะสนับสนุนท่านอย่างเต็มที่ ในตอนแรกข้าต้องการที่จะแก้ไขปัญหาให้ท่าน
แต่ว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าท่านจะเดินนำหน้าไปแล้วหนึ่งก้าว"
เดิมทีองค์หญิงสิบ ต้องการช่วยเซี่ยเฉิน จัดการกับองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
แต่ว่าเธอไม่ได้คาดหวังเลยว่าอีกฝ่ายจะลงมือได้รวดเร็วกว่าเธอ
สิ่งนี้ทำให้เธอมั่นใจมากขึ้นว่า เซี่ยเฉิน ได้มีผู้ที่สนับสนุนที่แข็งแกร่งอยู่ข้างหลังเขา
และเขาน่าจะเป็นผู้อาวุโสคนเดี่ยวกับคนที่เป็นคนที่สังหารมังกรนทีตัวนั้น
แต่ในขณะที่ องค์หญิงสิบกำลังตกอยู่ในภวังค์ และทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าผู้อาวุโสที่สังหารมังกร
ดูเหมือนว่าจะมีความคล้ายคลึงกับ เซี่ยเฉิน เป็นอย่างมาก
แม้ว่าเธอจะไม่สามารถมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของผู้ที่สังหารมังกรได้
แต่เธอก็มีความมั่นใจมากว่าเขายังเป็นรุ่นเยาว์ และดูเหมือนว่าเขาจะมีความรู้สึกที่คลายคลึงกับ
เซี่ยเฉิน
สมองของเธอ กำลังครุ่นคิดอย่างหนัก
และตระหนักได้ถึงความจริงอะไรบางอย่าง
“เป็นไปได้ไหมว่า คนคนนั้นเป็นพี่เก้าจริงๆ”
องค์หญิงสิบ ตกตะลึงอยู่พักหนึ่ง
ดวงตาของเธอลุกเป็นไฟ เธอรู้สึกตื่นเต้น วิตกกังวล ไม่สบายใจ หรือแม้แต่รู้สึกกังวลเล็กน้อย
ไม่ว่าสิ่งที่เธอคาดเดาจะเป็นความจริงหรือไม่ เธอเพียงแค่ถามพี่ชายของเธอเป็นการส่วนตัวเธอก็จะรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว
........................................
กลับมายังพระราชวังตะวันตก ในขณะนี้เซี่ยเฉินได้กับมาถึงที่พักของเขาแล้ว
และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติตั้งแต่ที่เขากลับมาจากข้างนอก
เขาได้ออกไปจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
และในตอนนี้ปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไขแล้วไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของเขาอีกต่อไป
แต่ว่าถ้าอีกฝ่ายไม่ส่งคนมาลอบสังหารเขา เขาอาจจะไม่ใส่ใจเลยด้วยซ้ำ
เมื่อกลับมาถึงพระราชวังตะวันตก
เซี่ยเฉินก็กลับมาทำกิจวัตรประจำวันตามปกติของเขา เขาไปยังสถานที่ต่างๆเพื่อลงชื่อเช็คอินและฝึกฝน
ใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไร้ความรู้สึกตึงเครียด ไม่เหมือนกับองค์ชายคนอื่นๆที่อยู่
ภายนอก พวกเขาใช้ชีวิตแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เวลาผ่านไปอีกเดือนหนึ่งแล้ว
หลังจากที่เดินสำรวจภายในเขตพระราชวังไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว
เขาได้ลงชื่อเช็คอินและได้รับ สมบัติและทักษะมามากมาย
ตัวอย่างเช่น วิหารแห่งสวรรค์
เซี่ยเฉินลงชื่อเช็คอินและได้รับ ผลจูกัวสีแดงหนึ่งพันปี
และยังได้รับทักษะอื่นๆมาอีกมากมาย เช่น เขาลงชื่อเช็คอินที่ การต่อยการ์ดบนหอคอยโหราศาสตร์และได้รับ
"เคล็ดวิชาลมหายใจแห่งสวรรค์"
เคล็ดวิชานี้เป็นเคล็ดวิชาชนิดหนึ่ง หลังจากที่ฝึกฝนเขาจะสามารถทำลายสิ่งสกปรกที่อยู่ในจุดลมปราณ
ค้นหาเส้นชีพจรโลหิตมังกรที่หลบซ่อนอยู่ในโลกแห่นี้ได้ หรือแม้แต่มองเห็นโชควาสนาของบุคคลหรือของประเทศช่างเป็นเคล็ดวิชาที่ลึกลับมาก
เมื่อลองทดสอบใช้ เคล็ดวิชาลมหายใจแห่งสวรรค์รวมกับดวงตาแห่งสวรรค์ ผลของมันที่แสดงออกมาให้เห็นช่างน่าทึ่งเป็นอย่างมาก
ในวันนี้เซี่ยเฉินได้เดินทางมาที่แท่นบูชา
มันเป็นสถานที่ ค่อนข้างคล้ายกับวิหารแห่งสวรรค์
แต่มันแตกต่างออกไปอยู่เล็กน้อย ที่นี้จะใช้สำหรับการบูชายัญที่เกี่ยวข้องกับโลกมนุษย์
“ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่แท่นบูชา”
หลังจากที่เซี่ยเฉิน เดินเข้าไปข้างใน เขาก็ออกคำสั่งกับระบบ อย่างเงียบๆ
ในใจของเขา
ติ๊ง!
“เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย
ท่านได้รับ : สมบัติแห่งสวรรค์และโลก
- ไขกระดูกมังกร”
หลังจากที่ได้รับข้อความแจ้งเตือนของระบบ เซี่ยเฉิน รู้สึกประหลาดใจ
หลังจากนั้นเขาก็ดีใจมาก
สมบัติแห่งสวรรค์และโลก ในที่สุดเขาก็ได้เห็นสมบัติสวรรค์และโลกอีกแบบหนึ่ง
มีผลจูกัวสีแดงหนึ่งพันปี ที่เขาได้รับมาก่อนหน้า
และในตอนนี้เขาก้ได้รับ ไขกระดูกมังกร
มาดูกันว่าในครั้งนี้ระดับการบ่มเพาะของเขาจะก้าวหน้าได้มากแค่ไหน
“กลับไปที่พระราชวังตะวันตก ก่อนแล้วค่อยดูว่า ไขกระดูกมังกร
คืออะไร”
เซี่ยเฉิน อดทนกับความตื่นเต้นที่อยู่ภายในใจของเขาและรีบออกจากแท่นบูชา
เดินทางกับไปยังที่พักของเขา
เขาต้องการดูว่า ไขกระดูกมังกร มีคุณสมบัติคืออะไร
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved