ตอนที่ 92

ณ.ตำหนักแห่งหนึ่ง ภายในศาลาสวรรค์

“เจ้ากำลังจะบอกข้าว่า องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินตายแล้วอย่างนั้นเหรอ?”

ภายในห้องโถง ผู้นำศาลาแห่งศาลาสวรรค์กำลังนั่งอยู่ และเธอก็รู้สึกตกใจเมื่อได้ยินข่าวที่เทพธิดาแห่งศาลาสวรรค์นำกลับมารายงาน

เธอคือคนที่ถูกส่งไปให้อยู่เคียงข้างกายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

“ใช่แล้ว เทพธิดาตอบ!”

หลังจากนั้นเทพธิดาก็เล่าต่ออีกว่า "ไม่มีใครที่อยู่ในตำหนักห่าวเย่วในตอนนั้นรอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดี่ยว

ทั้งหมดต่างก็ถูกฆ่าด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว"

“โจมตีเพียงครั้งเดียวตาย?”

หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์หรี่ตาลง แววตาของเธอปรากฏความหวาดกลัวออกมาไม่สามารถซ่อนไว้ได้

จากสิ่งที่เธอรู้ องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินนั้นอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสมบูรณ์

และยังมีปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนอยู่ข้างกายของเขา

เหตุใดเขาจึงถูกสังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

ใครมีความสามารถเช่นนี้กัน?

"หรือว่าจะเป็น ผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพาน?"

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของผู้นำศาลาแห่งศาลาสวรรค์ เธอก็คาดเดาอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ว่าคนที่

ลงมือนั้นจะต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งในขอบเขตนิพพาน

“ดูเหมือนว่าจะมี ใครบางคนในราชวงศ์เซี่ยจะเริ่มต้นลงมือก่อน

เป็นจักรพรรดิเซี่ยหรือเปล่า…”

หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์ ตกอยู่ในการไตร่ตรองและรู้สึกถึงความกดดันที่เธอจะต้องเผชิญ

ช่างเป็นเรื่องที่น่ากังวล สำหรับตัวตนของคนที่ลงมือสังหารองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

จักรพรรดิเซี่ยกำลังมือขจัดอุปสรรค หรือเป็นฝีมือขององคืชายองค์อื่น?

“ดูเหมือนว่าองค์ชายเก้าจะไม่ง่ายเลย”

ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็แวบขึ้นมาในใจของเทพธิดาเทียนมู่ องค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน

เธอเคยเห็นเขาครั้งหนึ่งในหมู่บ้านชาวประมง ของเขตทะเลตะวันออก เพราะว่าในตอนนั้นเธอเห็น

เซี่ยเฉิน ยืนอยู่ข้างๆ องค์หญิงสิบและเดาได้ว่าอย่างน้อยเขาก็น่าจะต้องเป็นองค์ชาย

“กลับไป แล้วก็อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามภายในเมืองหลวงจักรวรรดิ”

หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์ โบกมือและสั่งให้เทพธิดาเทียนมู่กลับไปยังเมืองหลวง

หากพูดกันตามตรงๆ เทพธิดาเหล่านี้คือสาวใช้ที่อยู่เคียงข้างหัวหน้าแห่งศาลาสวรรค์

ซึ่งได้รับการคัดเลือกมาเป็นพิเศษเพื่อทำให้แผนการของศาลาสวรรค์เสร็จสมบูรณ์

"เจ้าค่ะ ท่านผู้นำ"

เทพธิดาเทียนมู่ทำความเคารพและหันหลังกลับเดินออกจากห้องโถงไป

เหลือเพียงหัวหน้าศาลาสวรรค์ เพียงคนเดี่ยวเท่านั้นที่ยังคงนั่งครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

อย่างเงียบๆ

เธอพึมพำอะไรบางอย่างกับตัวเอง

"ดูเหมือนว่าจำเป็นต้องหาโอกาสติดต่อกับองค์ชายเก้าคนนี้ บางทีเขาอาจเป็นองค์ชายที่มีโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชจากจักรพรรดิเซี่ย

ก็ได้"

“อย่างไรก็ตาม ข้าคงต้องขอความช่วยเหลือจากองค์หญิงสิบเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับเขา”

หลังจากที่เธอพูดจบ ร่างของเธอก็หายไปจากตำหนักทันทในพริบตา

.........................................

ณ.อีกด้านหนึ่ง ภายในพระราชวังหยงเล่อ

องค์หญิงสิบที่เพิ่งได้รับข่าวการตายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

เธอเองก็รู้สึกประหลาดใจ

“พี่ชายคนโตตายแล้วเหรอ?”

องค์หญิงสิบตกใจและคิดว่าเป็นข่าวปลอมในตอนแรกที่เธอได้รับข่าว

แต่หลังจากยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุดเธอก็เชื่อว่าข่าวดังกล่าวเป็นความจริง

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ตายไปแล้วจริงๆ และไม่มีใครในตำหนักห่านเย่วที่รอดชีวิตเลยสักคน

“ใคร กันที่เป็นคนลงมือ?”

องค์หญิงสิบตกอยู่ในการครุ่นคิด และไม่มีร่องรอยของความโศกเศร้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอเลย

เมื่อทราบถึงการตายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน แม้ว่าพวกเขาจะเป็นน้องกัน แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรมากเป็นพิเศษต่อกัน

เธอมีความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดกับองค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน

เพียงคนเดี่ยวเท่านั้น สำหรับองค์ชายคนอื่นๆ เธอไม่ค่อยได้พูดคุยหรือติดต่อมากนัก

และความสัมพันธ์ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ดังนั้นเมื่อได้ยินข่าวว่า องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินถูกสังหาร แม้ว่าเธอจะรู้สึกประหลาดใจ

แต่เธอก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก

“เจ้าได้ตรวจสอบแล้วหรือยังว่าใครเป็นคนลงมือสังหารองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน”

เธอถามออกมาเบาๆ

สาวใช้ข้างล่างคุกเข่าลงด้วยความกลัวเล็กน้อยอยากจะพูดแต่ไม่กล้า

สาวใช้คนนี้คือคนที่ส่งไปเพื่อปกป้องเซี่ยเฉิน

“ข้าไม่กล้าพูด พูดไม่ได้”

สาวใช้กัดฟันและคุกเข่าลงตรงนั้น

เมื่อองค์หญิงสิบได้ยินสิ่งนี้ ดวงตาของเธอก็หรี่ลง

เผยให้เห็นร่องรอยของจิตสังหาร ที่เป็นอันตราย

เธอมองไปที่สาวใช้ที่นุ่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าแล้วพูดออกมาอย่างเย็นชาว่า

"เจ้ารู้ไหมว่าเจ้ากำลังพูดถึงอะไร ทำไมเจ้าถึงไม่กล้าพูด"

องค์หญิงสิบ รู้สึกตกใจเล็กน้อย เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าสาวใช้ที่เธอฝึกฝนเป็นการส่วนตัวจะทรยศเธอ

แต่เป็นไปได้จริงๆ ที่เธอไม่กล้าพูด

แต่อะไรทำให้เธอถึงไม่กล้าที่จะพูดออกมากัน?

“หรือว่าเป็นเพราะ พี่เก้าของเธออย่างนั่นเหรอ?” จู่ๆเธอก็ถามคำถามนี้ออกมา

สาวใช้ตัวสั่น ใบหน้าของเธอซีดลง และเธอก็คุกเข่าอยู่ตรงนั่นโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาเลยสักคำ

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของสาวใช้ของเธอ องค์หญิงสิบดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างและลุกขึ้นยืนทันที

“พี่เก้า มันเกี่ยวข้องกับพี่เก้าใช่หรือเปล่า?”

องค์หญิงสิบเดินวนไปมารอบๆ และทันใดนั้นเธอก็มีความคิดที่ว่าพี่ชายคนที่เก้าของเธอ

จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

“พี่เก้า ได้เดินทางออกไปจากพระราชวังไม่ใช่เหรอ?” จู่ๆเธอก็ถาม

แต่สาวใช้กลับไม่พูดอะไรสักคำ เธอไม่กล้าแม้แต่จะพูดอะไรสักคำ

เพราะว่าเธอรู้ดีว่าองค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน นั่นน่ากลัวดังนั้นเธอจึงไม่กล้าพูด

ออกมาเลยแม้น้อย ต่อให้ผู้เป็นนายที่แท้จริงที่อยู่ตรงหน้าเธอจะถามก็ตาม

เพราะว่า องค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน ได้เอ่ยเตือนพวกเธอแล้วว่าทุกสิ่งที่พวกเธอเห็นห้ามบอกกับใครเด็ดขาด

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับองค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน พวกเธอไม่สามารถทนต่อแรงกดดันที่เขาปลดปล่อยออกมาได้เลย

ทำให้พวกเธอรู้สึกหวาดกลัว และไม่กล้าที่จะฝ่าฝืนคำสั่ง

"กลับไป" หลังจากเงียบไปนาน

องค์หญิงสิบก็โบกมือสั่งให้เธอกลับไป

“เจ้าค่ะ”

สาวใช้หันหลังและเดินออกไปราวกับว่าเธอได้รับการนิรโทษกรรมและกลับไปที่พระราชวังตะวันตกเพื่อรับใช้เซี่ยเฉินต่อไป

เหลือเพียงแค่ องค์หญิงสิบ เพียงคนเดี่ยวเท่านั้นที่กำลังคิดไตร่ตรองอะไรอย่างเงียบๆ

“พี่เก้า ท่านเป็นคนทำจริงๆ เหรอ?” องค์หญิงสิบพึมพำกับตัวเอง

เธอมีความมั่นใจเก้าในสิบส่วน ว่าการตายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

จะต้องเกี่ยวข้องกับพี่เก้าของเธอ บางทีอาจเป็นปรมาจารย์ที่อยู่เบื้องหลังของ

เซี่ยเฉิน อาจเป็นคนลงมือดำเนินการทุกอย่าง

“ดูเหมือนว่า ปรมาจารย์ที่อยู่เบื้องหลังของพี่เก้า

จะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”

องค์หญิงสิบถอนหายใจและพึมพำ "พี่เก้า ไม่ว่าท่านต้องการทำอะไร

เสี่ยวซีจะสนับสนุนท่านอย่างเต็มที่ ในตอนแรกข้าต้องการที่จะแก้ไขปัญหาให้ท่าน

แต่ว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าท่านจะเดินนำหน้าไปแล้วหนึ่งก้าว"

เดิมทีองค์หญิงสิบ ต้องการช่วยเซี่ยเฉิน จัดการกับองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

แต่ว่าเธอไม่ได้คาดหวังเลยว่าอีกฝ่ายจะลงมือได้รวดเร็วกว่าเธอ

สิ่งนี้ทำให้เธอมั่นใจมากขึ้นว่า เซี่ยเฉิน ได้มีผู้ที่สนับสนุนที่แข็งแกร่งอยู่ข้างหลังเขา

และเขาน่าจะเป็นผู้อาวุโสคนเดี่ยวกับคนที่เป็นคนที่สังหารมังกรนทีตัวนั้น

แต่ในขณะที่ องค์หญิงสิบกำลังตกอยู่ในภวังค์ และทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าผู้อาวุโสที่สังหารมังกร

ดูเหมือนว่าจะมีความคล้ายคลึงกับ เซี่ยเฉิน เป็นอย่างมาก

แม้ว่าเธอจะไม่สามารถมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของผู้ที่สังหารมังกรได้

แต่เธอก็มีความมั่นใจมากว่าเขายังเป็นรุ่นเยาว์ และดูเหมือนว่าเขาจะมีความรู้สึกที่คลายคลึงกับ

เซี่ยเฉิน

สมองของเธอ กำลังครุ่นคิดอย่างหนัก

และตระหนักได้ถึงความจริงอะไรบางอย่าง

“เป็นไปได้ไหมว่า คนคนนั้นเป็นพี่เก้าจริงๆ”

องค์หญิงสิบ ตกตะลึงอยู่พักหนึ่ง

ดวงตาของเธอลุกเป็นไฟ เธอรู้สึกตื่นเต้น วิตกกังวล ไม่สบายใจ หรือแม้แต่รู้สึกกังวลเล็กน้อย

ไม่ว่าสิ่งที่เธอคาดเดาจะเป็นความจริงหรือไม่ เธอเพียงแค่ถามพี่ชายของเธอเป็นการส่วนตัวเธอก็จะรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว

........................................

กลับมายังพระราชวังตะวันตก ในขณะนี้เซี่ยเฉินได้กับมาถึงที่พักของเขาแล้ว

และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติตั้งแต่ที่เขากลับมาจากข้างนอก

เขาได้ออกไปจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

และในตอนนี้ปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไขแล้วไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของเขาอีกต่อไป

แต่ว่าถ้าอีกฝ่ายไม่ส่งคนมาลอบสังหารเขา เขาอาจจะไม่ใส่ใจเลยด้วยซ้ำ

เมื่อกลับมาถึงพระราชวังตะวันตก

เซี่ยเฉินก็กลับมาทำกิจวัตรประจำวันตามปกติของเขา เขาไปยังสถานที่ต่างๆเพื่อลงชื่อเช็คอินและฝึกฝน

ใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไร้ความรู้สึกตึงเครียด ไม่เหมือนกับองค์ชายคนอื่นๆที่อยู่

ภายนอก พวกเขาใช้ชีวิตแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เวลาผ่านไปอีกเดือนหนึ่งแล้ว

หลังจากที่เดินสำรวจภายในเขตพระราชวังไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว

เขาได้ลงชื่อเช็คอินและได้รับ สมบัติและทักษะมามากมาย

ตัวอย่างเช่น วิหารแห่งสวรรค์

เซี่ยเฉินลงชื่อเช็คอินและได้รับ ผลจูกัวสีแดงหนึ่งพันปี

และยังได้รับทักษะอื่นๆมาอีกมากมาย เช่น เขาลงชื่อเช็คอินที่ การต่อยการ์ดบนหอคอยโหราศาสตร์และได้รับ

"เคล็ดวิชาลมหายใจแห่งสวรรค์"

เคล็ดวิชานี้เป็นเคล็ดวิชาชนิดหนึ่ง หลังจากที่ฝึกฝนเขาจะสามารถทำลายสิ่งสกปรกที่อยู่ในจุดลมปราณ

ค้นหาเส้นชีพจรโลหิตมังกรที่หลบซ่อนอยู่ในโลกแห่นี้ได้ หรือแม้แต่มองเห็นโชควาสนาของบุคคลหรือของประเทศช่างเป็นเคล็ดวิชาที่ลึกลับมาก

เมื่อลองทดสอบใช้ เคล็ดวิชาลมหายใจแห่งสวรรค์รวมกับดวงตาแห่งสวรรค์ ผลของมันที่แสดงออกมาให้เห็นช่างน่าทึ่งเป็นอย่างมาก

ในวันนี้เซี่ยเฉินได้เดินทางมาที่แท่นบูชา

มันเป็นสถานที่ ค่อนข้างคล้ายกับวิหารแห่งสวรรค์

แต่มันแตกต่างออกไปอยู่เล็กน้อย ที่นี้จะใช้สำหรับการบูชายัญที่เกี่ยวข้องกับโลกมนุษย์

“ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่แท่นบูชา”

หลังจากที่เซี่ยเฉิน เดินเข้าไปข้างใน เขาก็ออกคำสั่งกับระบบ อย่างเงียบๆ

ในใจของเขา

ติ๊ง!

“เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย

ท่านได้รับ : สมบัติแห่งสวรรค์และโลก

- ไขกระดูกมังกร”

หลังจากที่ได้รับข้อความแจ้งเตือนของระบบ เซี่ยเฉิน รู้สึกประหลาดใจ

หลังจากนั้นเขาก็ดีใจมาก

สมบัติแห่งสวรรค์และโลก ในที่สุดเขาก็ได้เห็นสมบัติสวรรค์และโลกอีกแบบหนึ่ง

มีผลจูกัวสีแดงหนึ่งพันปี ที่เขาได้รับมาก่อนหน้า

และในตอนนี้เขาก้ได้รับ ไขกระดูกมังกร

มาดูกันว่าในครั้งนี้ระดับการบ่มเพาะของเขาจะก้าวหน้าได้มากแค่ไหน

“กลับไปที่พระราชวังตะวันตก ก่อนแล้วค่อยดูว่า ไขกระดูกมังกร

คืออะไร”

เซี่ยเฉิน อดทนกับความตื่นเต้นที่อยู่ภายในใจของเขาและรีบออกจากแท่นบูชา

เดินทางกับไปยังที่พักของเขา

เขาต้องการดูว่า ไขกระดูกมังกร มีคุณสมบัติคืออะไร