เมื่อข่าวการตายของจักรพรรดิเซี่ยและองค์รัชทายาท
แพร่กระจายออกไปทำให้ผู้คนในเมืองหลวงรู้สึกสับสนและเกิดความวุ่นวายขึ้นมาทั้งภายในและภายนอก
องค์หญิงสิบที่ถือครองตราจักรวรรดิและตราพยัคฆ์แห่งกองทัพเซี่ย
เธอใช้เวลาหนึ่งวันในการควบคุมทหารองครักษ์ของจักรวรรดิเซี่ย และจัดการกับคนบางกลุ่มที่ลุกขึ้นมาต่อต้านเธอ
ในช่วงเวลาสั่นๆนั้นก็ได้รับการจัดการอย่างเรียบร้อย
เขตพระราชวังทั้งหมดถูกทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอก ไม่ว่าจะเป็นขันที
สาวใช้ประจำวังทั้งหมดตั้งแต่ตำแหน่งต่ำที่สุดไปจนถึงตำแหน่งสูงที่สุด
ต่างก็ถูกจัดการผลัดเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดภายในครั้งเดียว
จนถึงตอนนี้ กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียงวันเดียว ถึงแม้ว่าองค์หญิงสิบจะเป็นผู้หญิง
แต่วิธีการจัดการของเธอก็ไม่เลวเลย
เซี่ยเฉิน นั่งอยู่ภายในพระราชวังตะวันตกอย่างเงียบๆ เขาไม่ได้ลงมือเขาไปแทรกแซง
แต่ปล่อยให้องค์หญิงสิบจัดการเรื่องทุกอย่างไปทีล่ะขั้นที่ละตอนด้วยความสามารถของตัวเธอเอง
สำหรับเขาแล้ว ตราบใดที่เขาสามารถอาศัยอยู่ภายในพระราชวังได้อย่างปลอดภัยและลงชื่อเช็คอินได้อย่างสบายใจ
ใครจะขึ้นเป็นจักรพรรดิก็เหมือนกัน
แต่เป็นการดีกว่าสำหรับเขาที่จะปล่อยให้องค์หญิงสิบที่มีความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดกับเขาขึ้นเป็นจักรพรรดิ
ท้ายที่สุดแล้วเขาไม่จำเป็นต้องทำงานหนักและขึ้นเป็นจักรพรรดิด้วยตนเอง
สำหรับการคัดค้านของคนอื่น ไม่มีกลุ่มของคนในราชวงศ์เซี่ยคนใดที่กล้าออกมาคัดค้าน
เนื่องจากจักรพรรดิเซี่ยองค์ก่อนได้สิ้นพระชนไปแล้ว และบรรพบุรุษเฒ่าก็ออกมารับรองด้วยตนเอง
เพียงหนึ่งคำของบรรพบุรุษเฒ่าทำให้คนในราชวงศ์ทั้งหมดต่างก็พากันหุบปากพร้อมกัน
ในเมื่อบรรพบุรุษเฒ่าออกปากพูดด้วยตนเอง ถ้าใครไม่กล้าเชื่อฟังก็ต้องคิดถึงผลที่จะตามมา
ด้วยเหตุนี้เอง อุปสรรคแรกของจักรพรรดินีเซี่ยซี จังได้รับการแก้ไขและไม่มีใครกล้าที่จะออกมาคัดค้าน
สำหรับโลกภายนอกในตอนนี้
ยังไม่มีใครที่ได้รัข่าวการเสียชีวิตของจักรพรรดิเซี่ยและองค์รัชทายาท
ข่าวทั้งหมดภายในเขตพระราชวังในตอนนี้ได้ถูกปิดกันอย่างสมบูรณ์
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ องค์หญิงสิบ ที่ถือครองตราพยัคฆ์แห่งกองทัพเซี่ยได้เขาควบคุมกองทหารองครักษ์แต่ละกองและปราบกองทหารองครักษ์
ทั้งหกที่คอยปกป้องเมืองหลวงจักรพรรดิอย่างลับๆ
แน่นอนว่ากระบวนการนี้ไม่ได้ราบรื่นมากนัก แต่ภายใต้การยับยั้งของตราพยัคฆ์แห่งกองทัพเซี่ยและตราประทับจักรพรรดิ
และความแข็งแกร่งขององค์หญิงสิบในที่สุดเธอก็เข้าควบคุ้มกองทหารทั้งหมดได้เสร็จสิ้น
ในวันนี้ องค์หญิงสิบ ได้เดินทางมาหาเซี่ยเฉินและพาเขาย้ายไปอยู่ที่พระราชวังตะวันออก
“พี่เก้า ในตอนนี้พระราชวังทั้งหมดได้รับการทำความสะอาดและอยู่ภายใต้การควบคุมของข้าอย่างสมบูรณ์แล้ว”
เธอรายงานข่าวให้เขารู้ทันที ที่เธอเดินเข้ามาและมันก็เป็นข่าวดี
ด้วยการสนับสนุนของบรรพบุรุษเฒ่า ไม่มีใครกล้ากระโดดออกมาเพื่อคัดค้านเธอในการขึ้นเป็นจักรพรรดิ
และเขตพระราชวังก็เกือบจะถูกทำความสะอาดหมดแล้ว และคนที่เข้ามาใหม่ส่วนมากก็เป็นคนขององค์หญิงสิบ
ทหารราชองครักษ์ทั้งแปดพันคนที่เฝ้าพระราชวังต่างรวมตัวกันและยอมจำนน
นอกจากกองทหารทั้งหกที่คอยปกป้องเมืองรอบนอกแล้ว ก็ยังมีกองทหารม้าอีกทั้งหมด
100,000 นายที่ถูกปราบปราม
และขั้นตอนต่อไปของเธอก็สำคัญมาก
นั่นก็คือการกระจายข่าวเรื่อง
ที่เธอจะขึ้นเป็นองค์จักรพรรดินีหญิงองค์แรกของราชวงศ์เซี่ยออกไป
"ดีมาก คงจะไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว" เซี่ยเฉินพยักหน้าเล็กน้อยหลังจากที่ได้รับฟังข่าวที่เซี่ยซีมารายงานให้เขาฟัง
ที่จริงแล้วก็ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดเกี่ยวกับการยึดอำนาจของพวกเขาในครั้งนี้
เพราะว่าเพื่อที่จะเตรียมพร้อมให้กับองค์รัชทายาทขึ้นครองบัลลังก์
จักรพรรดิเซี่ย เคยได้จัดคนของเขาเข้าไปปะปนกับเหล่าขุนนางในราชสำนัก
ให้ขุนนางและนายพลที่เป็นคนของเขาคอยสนับสนุนองค์รัชทายาทอย่างลับๆเพื่อต่อสู้แย่งชิงอำนาจ
แต่ขุนนางบางพวกไม่รู้ พวกเขาต่างก็ถูกจัดการโดยจักรพรรดิเซี่ย เพียงเพราะว่าจักรพรรดิเซี่ยไม่ต้องการให้เกิดอะไรผิดผลาดขึ้นมา
เขาได้ปูทางสู่การขึ้นครองบัลลังก์อย่างราบรื่น หลังจากที่เขายึดครองร่างกายขององค์ชายสิบเอ็ดได้
แต่ว่าช่างน่าเสียดายที่แผนการทั้งหมดของเขาล้มเหลว
เพราะว่าหลังจากที่ เซี่ยเฉิน รับรู้เรื่องทั้งหมด
จักรพรรดิเซี่ยก็ได้ถูกเซี่ยเฉินสังหารในทันที
“พี่เก้า ข้าพร้อมแล้วที่จะเผยแพร่ข่าวที่ข้าจะขึ้นเป็นจักรพรรดิหญิงองค์แรกของจักรวรรดิเซี่ย
ออกไปทั่วโลก”
ท่าทางของ องค์หญิงสิบดูจริงจัง และค่อยๆแผ่กลิ่นอายของจักรพรรดิที่มีสง่าราศีออกมาจากร่างกายของเธอ
เธอได้ตัดสินใจแล้วที่ จะเปิดเผยข่าวนี้ออกไป เนื่องจากเธอได้รับการสนับสนุนจากพี่เก้าของเธอ
ให้ขึ้นเป็นจักรพรรดินี หญิงองค์แรกของราชวงศ์เซี่ย
เซี่ยเฉินพยักหน้าเล็กน้อยและเอ่ยเตือน “ส่วนเรื่องการตายของจักรพรรดิเซี่ยและองค์รัชทายาท
เจ้ารู้ใช่ไหมว่าต้องจัดการอย่างไรเกี่ยวกับการกระจายข่าว”
“พี่เก้า ไม่ต้องเป็นห่วงข้ารู้ว่าต้องทำอย่างไร”
องค์หญิงสิบ ดูเคร่งขรึมและพูดยืนยันออกมาว่า "ข้าได้เตรียมพระราชโองการ
ของจักรพรรดิเอาไว้แล้ว และเตรียมพร้อมที่จะประกาศให้โลกรู้ว่าราชทูตของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้
ลักลอบเข้ามาในเขตพระราชวังในเวลากลางคืนเพื่อลอบสังหารองค์จักรพรรดิและองค์รัชทายาท
“และข้าก็ยังได้ออกราชโองการให้
ล่าสังหารคนของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ทั้งหมด ที่อยู่ในอาณาจักรเซี่ย”
หลังจากที่ฟังแผนการขององค์หญิงสิบ เซี่ยเฉินก็พยักหน้าเล็กน้อย
อย่างน้อยก็พวกเขาก็สร้างความสนใจและพุ่งเป้าไปที่คนของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้
ด้วยเหตุการณ์ลอบสังหารเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญเป็นอย่างมาก และพวกเขาได้เข้ามาลอบสังหารจักรพรรดิเซี่ยและองค์รัชทายาท
หม้อสีดำใบใหญ่นี้
เซี่ยเฉินต้องการมอบให้เผ่าหมาป่าเป่ยตี้เป็นของขวัญ (หม้อสีดำ หมายถึง
โยนความผิดให้คนอื่นแบกรับ)
เมื่อข่าวการลอบสังหารจักรพรรดิและองค์รัชทายาท แพร่กระจายออกไป
มันจะต้องสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกอย่างแน่นอน
.............................................................................
และแน่นอนว่าเมื่อมีข่าวแพร่กระจายออกมาจากพระราชวังว่าจักรพรรดิเซี่ย
และ องค์รัชทายาทได้ถูกลอบสังหาร ชั่วขณะหนึ่งผู้คนทั้งเมืองหลวงต่างก็รู้สึกสั่นสะเทือนกับข่าวที่พวกเขาได้รับ
และในตอนนี้โลกทั้งใบกำลังเดือดดาล
“อะไรนะ ฝ่าบาททรงถูกลอบสังหาร?”
“องค์รัชทายาทเองก็ถูกลอบสังหารเช่นกัน”
ผู้นำนิกายเทียนเจี้ยน เมื่อได้รับข่าวเขาก็รู้สึกตกตะลึง
คนสองคนได้ถูกลอบสังหารและเสียเสียชีวิตพร้อมกัน
สำหรับการตายของจักรพรรดิเซี่ยนั้นไม่นับว่าเป็นอะไร
เพราะว่าอย่างน้องก้ยังมีองค์รัชทายาทที่จะต้องขึ้นครองบัลลังก์
อย่างน้อยก็สามารถทำให้เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นสงบและมั่นคงขึ้นมาได้
แต่ว่าในตอนนี้ แม้แต่องค์รัชทายาทก็ถูกลอบสังหารและเสียชีวิตไปพร้อมกับจักรพรรดิเซี่ย
แล้วข้าต้องทำยังไงดี?
เมืองหลวงจะต้องตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย
และกองทหารรักษาการณ์ทั้งหกก็เริ่มทำการเฝ้าระวังประตูหลักของเมืองหลวงอย่างแน่นหนา
ปิดประตูเมืองและห้ามคนเดินทางเข้าและออก อย่างเคร่งครัด
“จักพรรดิเซี่ย และ องค์รัชทายาทถูกลอบสังหารเสียชีวิตในทันที”
เมื่อข่าวนี้แพร่กระจ่ายออกไป ก็เกิดความโกลาหลขึ้นในเมืองหลวงจักรพรรดิ
ประชาชนทั้งจักรวรรดิพากันตกตะลึง และผู้คนนับไม่ถ้วนก็รู้สึกตกตะลึงเช่นกัน
จักรพรรดิเซี่ยสิ้นพระชนม์แล้ว และองค์รัชทายาทก็เช่นกัน ซึ่งทำให้เหล่าขุนนาง
นายพล และแม้แต่กองกำลังใหญ่ของตระกูลใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนตกตะลึงหลังจากได้รับข่าว
“เสด็จพ่อ เสียชีวิตแล้ว?”
องค์ชายสอง ที่ได้รับข่าวก็ตกตะลึง
และสิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่านั้นคือแม้แต่องค์รัชทายาทก็เสียชีวิตด้วย
“ฮ่าฮ่าฮ่า เยี่ยมมาก โอกาสของข้ามาถึงแล้ว”
ในที่สุดองค์ชายสอง ก็รู้สึกตื่นเต้นและหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
จักรพรรดิเซี่ยและองค์รัชทายาท ต่างก็เสียชีวิตกันไปหมดแล้ว
และในตอนนี้ อาณาจักรเซี่ยกำลังขาดผู้นำ
ซึ่งในตอนนี้นับว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเขา
นี่ไม่ใช่โอกาสที่ดีที่สุดในการยึดอำนาจของเขาใช่ไหม ตราบใดที่เขาเข้าไปข้างในพระราชวัง
และยึดตราประทับจักรพรรดิ และค้นหา ตราพยัคฆ์แห่งกองทัพเซี่ย
เพื่อที่จะควบคุ้มกองทัพทั้งหมดของอาณาจักร โลกใบนี้ก็จะตกอยู่ในมือของเขา
เมื่อประกอบกับการสนับสนุนจากเหล่าขุนนางบางคน
ที่สนับสนุนเขาก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะประสบความสำเร็จในการขึ้นครองบัลลังก์
"เดี่ยวก่อน.." ทันใดนั้นองค์ชายสองก็เงียบขรึม เขาคิดอะไรบางอย่างได้จึงถามออกมาว่า
"ข่าวนี้ถูกต้องหรือเปล่าพวกเจ้ายืนยันมาแล้วใช่ไหม
คงไม่ใช้ข่าวปลอมที่เสด็จพ่อปลอยออกมานะ"
เขามีความสงสัยว่าเป็นการกระทำของจักรพรรดิเซี่ยหรือเปล่า เพราว่าก่อนหน้านี้จักรพรรดิเซี่ยเพิ่งจะเรียกตัวให้เหล่าองค์ชายให้ไปเข้าเฝ้าและรับสั่งให้พวกเขาออกจากเมืองหลวงจักรพรรดิ
เดินทางกลับไปยังที่ศักดินาของพวกเขาโดยเร็วที่สุด
นี้เป็นการปูทางให้องค์รัชทายาทขึ้นครองบัลลังก์ได้อย่างง่ายดาย
และในตอนแรกองค์ชายสองเองก็กำลังจะจากไปเช่นกัน แต่ตอนนี้เขารู้สึกตื่นเต้นและวิตกกังวลเป็นอย่างมาก
เพราะว่าจู่ๆ เขาก็ได้รับข่าวเช่นนี้
มันอาจเป็น ข่าวปลอมได้ใช่ไหม?
“ฝ่าบาท ข่าวนี้เป็นความจริงและได้รับการยืนยันมาแล้ว”
ข้ารับใช้ของเขารายงาน เขากล่าวว่า "ตามข้อมูลที่ข้าได้ตรวจสอบมา
ข้าได้พบว่าเขตพระราชวังในตอนนี้ได้ถูกปิดกั้นคนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า"
“และในตอนนี้ข่าวนี้ก็ได้แพร่กระจายออกไปทั่วทั้งเมืองหลวงจักรพรรดิแล้วและกำลังแพร่กระจ่ายออกไปทั่วโลกในเร็วๆนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ องค์ชายสองก็ยืนยันได้ทันทีว่าข่าวนี้เป็นความจริง
“ราชทูตของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้
ช่างอุกอาจจริงๆพวกเขากล้าที่จะลงมือรอบสังหารองค์จักรพรรดิและองค์รัชทายาทในเวลาเดี่ยวกัน”
องค์ชายสอง กำลังเดินไปมาอย่างตื่นเต้น
“บอกข้าหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นกับ
คณะราชทูตของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ในตอนนี้” องค์ชายสอง ถามออกมาทันที
หลังจากนั้นข้ารับใช้ของเขาก็ตอบว่า "เรียนฝ่าบาท ในตอนนั้นได้มีกลุ่มทหารองครักษ์ไปล้อมรอบ
เรือนรับรองของกลุ่มราชทูตเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้เอาไว้
และเมื่อพวกเขาเขาไปตรวจสอบภายในที่พักข้างในก็เต็มไปด้วยศพนอนกองอยู่ตามพื้น
รวมทั้งศพขององค์ชายอาโมซา ก็รวมอยู่ในนั้นด้วย"
“เอาล่ะ เจ้าออกไปได้!”
ในตอนนี้ใบหน้าขององค์ชายสองก้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเขาก็หัวเราะออกมาในที่สุดเขาก็มองเห็นความหวัง
“ไปเรียกรถม้าและทหารองครักษ์ของข้ามาทั้งหมด และติดตามข้าไปที่พระราชวัง”
องค์ชายสองได้ตัดสินใจเรียกรวมพลทหารองครักษ์ทั้งหมดของเขาเพื่อติดตามเขาเข้าไปที่พระราชวัง
เพื่อยึดบัลลังก์เพราะว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เขาไม่ควรพลาด
เช่นเดียวกับเขา องค์ชายคนอื่นๆ ที่ได้รับข่าวก็เริ่มเคลื่อนไหวกันทันที
องค์ชายสามและองค์ชายสี่ ต่างก็ระดมพลอย่างลับๆ และเดินทางเข้าไปในเมืองจักรพรรดิ
ในที่สุดพวกเขาก็มารวมตัวกันและเริ่มเตรียมพร้อมที่จะไปยังพระราชวัง
เมืองหลวงจักรพรรดิทั้งเมืองในตอนนี้ได้ตกอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก
และผู้คนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าหรือออก
“จักรพรรดิเซี่ย และ องค์รัชทายาท ได้ถูกลอบสังหาร
จักรวรรดิเซี่ยกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงงครั้งใหญ่ขึ้น”
หลังจากได้รับข่าว ผู้คนจากทุกนิกาย ต่างก็พากันตกตะลึงและรู้สึกหนาวสั่นเล็กน้อย
“ราชวงศ์เซี่ย ท้องฟ้ากำลังจะเปลี่ยนสี”
ภายในศาลาสวรรค์ หัวหน้าศาลาได้มองไปยังทิศทางของพระราชวังเซี่ยอย่างเงียบๆ
ด้วยดวงตาของเธอกำลังส่องแสงเปล่งประกาย ออกมาด้วยสีอันสง่างาม
เธอมีความรู้สึกว่าเรื่องราวต่างๆไม่ธรรมดาอย่างที่เห็น และในครั้งนี้ต้องมีความลับที่ยิ่งใหญ่ซุกซ่อนเอาไว้มากกว่านั้น
มีแม้กระทั่งมือที่มองไม่เห็น และ อยู่เบื้องหลังซึ่งกำลังควบคุมทุกสิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นการลอบสังหารจักรพรรดิเซี่ย หรือองค์รัชทายาท
สิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับมือใครบางคนที่อยู่เบื่องหลังเรื่องทั้งหมด
แต่ว่าเธอเองก้ไม่รู้ว่าใครเป็นผุ้ที่อยู่เบื่องหลังเรื่องทั้งหมด
“กลุ่มราชทูตของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ ต่างก็ถูกสังหารโดยที่ไม่มีผู้รอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว
และอยู่ๆก็มีข่าวการลอบสังหารจักรพรรดิเซี่ยและองค์รัชทายาท ออกมาเหตุใดจะมีเหตุบังเอิญเกิดขึ้นมามากเช่นนี้?”
หัวหน้าศาลาสวรรค์ เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“ท่านหัวหน้าศาลา พวกเราควรทำอย่างไรกันต่อไป พวกเราจะเข้าร่วมการต่อสู้ขององค์ชายองค์อื่นหรือไม่?”
นักบุญหญิงถามออกมา ด้วยท่าทางที่จริงจัง
(ปล.เปลี่ยจากเทพธิดาเป็นนักบุญหญิงนะครับ)
เมื่อได้ยินคำถามของนักบุญหญิง หัวหน้าศาลาสวรรค์ก็ส่ายหัว
ดวงตาของเธอหรี่ลง "พระราชวังในตอนนี้มีบุคคลที่แข็งแกร่งซ่อนตัวอยู่ ดังนั้นพวกเราอย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามไปมากกว่านี้"
“ในตอนนี้พวกเราทำแค่คอยจับตาการเคลื่อนไหวของ นิกายเทียนเจี้ยนไปก่อน
เพราะว่าพวกเขาได้ส่งปรมาจารย์ไปสนับสนุนองค์ชายสอง
และเนื่องจากข่าวการเสียชีวิตของจักรพรรดิ พวกเขาจะต้องเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน”
“ในตอนนี้พวกเราไม่สามารถดำเนินการอย่างหุนหันพลันแล่นได้ในขณะนี้
ออกคำสั่งให้เรียกตัวทุกคนของศาลาสวรรค์ให้ถอนตัวออกจากภารกิจทั้งหมด”
“โลกใบนี้อาจจะกำลังเปลี่ยนแปลงแล้วจริงๆ และนิกายใหญ่ทั้งหลายก้ไม่มีข้อยกเว้น
และไม่สามารภหลีกเลี่ยงได้”
หัวหน้าศาลาสวรรค์ นั้นฉลาดมากเธอระมัดระวังมากยิ่งขึ้น สัญชาตญาณอันเฉียบแหลมของเธอสัมผัสที่หกกำลังบอกเธอว่าเธอ
ไม่สามารถทำอะไรบุ่มบ่ามได้
พระราชวังในปัจจุบันเปรียบเสมือนสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัวที่กำลังอ้าปากของมันเปิดกว้างและพร้อมที่จะกลืนกินทุกคนที่บุกรุกเข้าไป
ราชวงศ์เซี่ย กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วจริงๆ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved