ตอนที่ 86

ในส่วนลึกของพระราชวัง เซี่ยเฉิน เดินอย่างช้าๆ

เขาถือขวดหยกซึ่งมีเม็ดยาอยู่ในมือ

“ท่านพ่อ

เดิมทีข้าคิดว่าข้าอาจพิจารณาให้ยาเม็ดนี้แก่ท่าน เพื่อที่ท่านจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสามร้อยปี”

"น่าเสียดาย..." ใบหน้าของ เซี่ยเฉิน นั้นแสดงรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้มออกมา

เขาเพิ่งคุยกับจักรพรรดิเซี่ย และอีกฝ่ายพูดออกมาว่าต้องการที่จะมอบบัลลังก์ให้เขา

คนส่วนใหญ่อาจเชื่ออย่างนั้นจริงๆ แต่เซี่ยเฉิน นั้นแตกต่างออกไป เขามีจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่ง และตระหนักได้ว่าจักรพรรดิเซี่ย

ไม่ได้ต้องการมอบบัลลังก์ให้กับเขา

นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

ในเมื่อไม่ต้องการส่งต่อบัลลังก์ ทำไมจักรพรรดิเซี่ยถึงต้องการที่จะรังตัวเขาเอาไว้เพียงคนเดียว

และถึงกับบอกว่าจะส่งมอบบัลลังก์ให้เขา ต้องมีความลับบางอย่างที่เขายังไม่รู้

“ข้าไม่คาดคิดเลยว่าพ่อของเขาจะหลอกเขา แต่ว่ามันก็แค่นั้นแหละ

ถึงยังไงท่านพ่อก็อยู่ได้อีกไม่นานมากนัก”

เซี่ยเฉิน พูดพึมพำกับตัวเอง หลังจากนั้นเขาก็เก็บขวดหยกเข้าไปในมิติเก็บของ

มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมอบยาอายุวัฒนะให้พ่อของเขา

ชายชราคนนี้ต้องการหลอกเขาจริงๆ

เซี่ยเฉิน สามารถคาดเดาได้ว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรนับต่อจากนี้ไป

องค์ชาย องค์อื่นต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะกำจัดเขา

ซึ่งเท่ากับว่าจักรพรรดิเซี่ย ได้ผลักเขาเข้าไปในเกมของการแย่งชิงบัลลังด้วยมือของเขาเอง

และทำให้เขากลายเป็นเป้าขององค์ชายทุกคน

นับตั้งแต่ช่วงเวลาที่ เซี่ยเฉิน ถูกรังตัวเอาไว้เพื่อพูดคุยตามลำพัง

ไม่ว่าจักรพรรดิเซี่ย จะมอบบัลลังก์ให้กับเขาจริงหรือไม่ก็ตาม เขาก็ได้กลายเป็นเป้าของการวิพากวิจารณ์ของสาธารณชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และจุดประสงค์ของจักรพรรดิเซี่ย คือการผลักดันให้เซี่ยเฉิน ออกไปเผชิญหน้ากับสายตานับไม่ถ้วนและมหาอำนาจต่างๆ

สำหรับแผนการทั้งหมดนั้น เซี่ยเฉินได้สังเกตและคาดเดาบางอย่างในใจของเขาได้บ้างแล้ว

บางทีจักรพรรดิเซี่ย อาจมีผู้ที่เขาต้องการให้ขึ้นครองราชบัลลังก์อยู่ในใจของเขาแล้ว

แต่เขาต้องการผลัก เซี่ยเฉิน ให้เข้ามาร่วมด้วยเพื่อที่จะต้องการฝึกฝนคนคนนั้น

“งั้นก็อย่ามาโทษ ข้าก็แล้วกัน”

เซี่ยเฉินยิ้มออกมา ใบหน้าของเขาแสดงความเย็นชา

ต้องบอกว่าราชวงศ์นั้นโหดเหี้ยมที่สุด พวกเขาสามารถทำทุกอย่างเพื่อบัลลังก์ได้

แม้แต่จักรพรรดิเซี่ย เขาเคยพลักลูกชายของเขาเองออกไปเพื่อเป็นแพะรับบาป

ในอดีตในตอนที่ข้าอายุเพียงแค่สิบขวบ ข้าก็กลายเป็นแพะรับบาปของใครบางคน และดูเหมือนว่าในตอนนี้

ข้าก็ยังคงถูกปฏิบัติเหมือนเป็นแพะรับบาปเช่นในอดีตอีกครั้ง มันช่างหนาวเหน็บจริงๆ

เซี่ยเฉิน หยุดเดินชั่วขณะ

เขาเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าเขากำลังเดินไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษ

ที่อยู่ในส่วนลึกของพระราชวังโดยไม่รู้ตัว

ห้องโถงแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อบูชาจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เซี่ย

เมื่อเดินมาถึงมาที่นี่ จิตใจของเซี่ยเฉิน ก็เปลี่ยนไป และหลังจากนั้นเขาก็เดินเข้าไปข้างใน

ภายในโถงบรรพบุรุษ โดยทั่วไปแล้วคนที่ไม่เกี่ยวข้องจะไม่สามารถเข้าไปใกล้หรือแม้แต่เข้าไปข้างในได้

แต่ว่าในฐานะที่เซี่ยเฉิน เป็นถึงองค์ชายเก้าและเป็นเชื่อพระวงศ์

มันจึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะเข้ามากราบไหว้บรรพบุรุษของเขา

แต่ทันทีที่เขาเข้ามาภายในห้องโถงบรรพบุรุษ เซี่ยเฉิน

ก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจของใครบ้างคนได้

ลมหายใจนี้มีทรงพลังและแข็งแกร่งมาก

เขาอยู่ในขอบเขตนิพพานอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

แต่ว่าลมหายใจนี้ดูคุ้นเคยอยู่เล็กน้อยราวกับว่าเขาเคยพบเจอกับคนคนนี้ที่ไหนสักแห่ง

"มันคือเขา?"

ทันใดนั้น เซี่ยเฉิน ก็ตระหนักได้ว่าลมหายใจนี้คือลมหายใจของชายชราที่อยู่ในขอบเขตนิพพาน

ที่เคยปรากฏตัวขึ้นที่ดินแดนบรรพบุรุษในตอนนั้น

ปรากฎว่าเขาเป็นคนของราชวงศ์เซี่ย

แต่เซี่ยเฉิน ก็สังเกตเห็นว่าชายชรานั้นเหลืออายุขัยไม่มากนัก

เขากำลังปิดกั้นตัวเอง พยายามชะลออายุขัยขอเขา

“ราชวงศ์เซี่ย มีภูมิหลังที่ลึกซึ้งและคาดเดาไม่ได้จริงๆ

นอกจากนี้พวกเขายังมีคนของราชวงศ์ที่อยู่ในขอบเขตนิพพาน หลบซ่อนอยู่ในห้องโถงบูชาบรรพบุรุษ”

เซี่ยเฉิน คิดอย่างเงียบๆ

ภายใต้การรับรู้ของจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์

เขาได้มองเห็นร่างของชายชราที่กำลังนั่งหลับตาเพื่อปิดผนึกตัวเอง

เมื่อสังเกตุดีๆก็จะเห็นได้ชัดว่าเขาแทบจะไม่มีลมหายใจเลย เป็นเหมือนกับคนตาย

แต่เซี่ยเฉิน รู้ดีว่าชายชรายังไม่ตายเพียงแค่ปิดผนึกตัวเองเอาไว้

เขาจะเคลื่อนไหวก็ต่อเมื่อราชวงศ์เซี่ยพบเจอกับภัยพิบัติ เท่านั้นเขาถึงจะปลดผนึกตัวเองและออกมาเพื่อแก้ไขสถานการณ์

เซี่ยเฉิน ชำเลืองมองไปยังโถงบรรพชน

ซึ่งมีแผ่นจารึกจำนวนนับไม่ถ้วนวางอยู่ นี้คือแผ่นรายชื่อของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เซี่ย

ที่ล่วงลับไปแล้ว

แผ่นจารึกแผ่นแรกเป็นของจักรพรรดิไท่ซู่ และรองลงมาคือแผ่นจารึกของจักรพรรดิทั้งห้าจากนั้นก็ไล่เรียงลงมาตามลำดับจนถึงปัจจุบัน

เขาไม่คิดอะไรมาก หยิบธูปขึ้นมาสามดอก จุดธูป

แล้วปักไว้ที่กระถางธูปที่ตั้งอยู่ตรงด้านหน้าของแท่นว่าผ่านจารึก

"ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่นี่"

เซี่ยเฉิน ออกคำสั่งกับระบบอย่างเงียบๆ ในใจของเขา

ติ๊ง!

"เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย

ท่านได้รับ : ทักษะลับจักรพรรดิ

"เคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่"

เซี่ยเฉิน รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ

โดยไม่คาดคิด ครั้งนี้เขาได้รับทักษะลับจักรพรรดิ

ทำให้เขาตกตะลึงเป็นอย่างมาก

ทักษะลับนี้เป็นทักษะการบ่มเพาะชั้นยอดของราชวงศ์เซี่ย และมีเพียงจักรพรรดิเท่านั้นที่สามารถฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ระดับสูงสุดของราชวงศ์เซี่ยได้

"สกัดและฝึกฝน"

เซี่ยเฉิน ไม่ลังเลเลยที่จะดึงเอาทักษะลับจักรพรรดินี้ออกมาจากพื้นที่ของระบบในทันที

ด้วยการช่วยเหลือจากระบบ ข้อมูลจำนวนมากก็หลั่งไหลเข้าสู้ทะเลแห่งจิตสำนึกของเซี่ยเฉิน

และความรู้เกี่ยวกับทักษะลับจักรพรรดิและแก่นแท้ของเคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่ ก็ถูกหลอมรวมเข้ากับทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา

หลังจากนั้นไม่นานมากหนัก แรงกดดันที่แข็งแกร่งก็แผ่ออกมาจากร่างกายของเซี่ยเฉิน

เมื่อทำการฝึกฝนเคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่ ไปพร้อมกับพลังปราณจักรพรรดิ

ทำให้ความแข็งแกร่งของเคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่ นั้นแข็งแกร่งมากขึ้นและทรงพลังอย่างยิ่ง

เมื่อความเข้าใจของเขาลึกซึ้งยิ่งขึ้น เซี่ยเฉิน

ก็เข้าใจว่าทำไมทักษะลับนี้จึงฝึกฝนได้เพียงแค่จักรพรรดิเท่านั้น

เป็นเพราะว่าเคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่ จำเป็นต้องอาศัยพลังปราณจักรพรรดิ

ในการฝึกฝน

เมื่อฝึกฝนเคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่จนถึงระดับสูง ก็จะสามารถใช้โชคลาภของจักรวรรดิ

หรือแม้แต่เส้นชีพจรโลหิตมังกรเพื่อทะลวงขอบเขตและ

ก้าวเข้าสู่ขอบเขตนิพพาน

นี่คือทักษะการบ่มเพาะชั้นยอดที่สามารถบ่มเพาะจนถึงขอบเขตนิพพานได้อย่างแท้จริง

เคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่

คือทักษะการบ่มเพาะที่อยู่เหนือขอบเขตนิพพาน เพราะว่าหลังจากบรรลุขอบเขตนิพพานทั้งเก้าขั้นแล้ว

ถึงจะสามารถทะลวงผ่านไปยัง ขอบเขตเหนือธรรมชาติได้

"ช่างเป็นทักษะการบ่มเพาะที่ยอดเยี่ยมจริงๆ"

เซี่ยเฉิน แสดงความประหลาดใจออกมาหลังจากที่ได้รับข้อมูลทั้งหมดแล้ว

น่าเสียดายที่ส่วนสุดท้ายของทักษะบ่มเพาะนี้ขาดหายไป ด้วยเหตุผลหลายประการ

ทำให้เคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่ ที่สืบทอดต่อกันมาของราชวงศ์เซี่ยนั้นสามารถบ่มเพาะได้ถึงขอบเขตนิพพานได้เท่านั้น

สำหรับวีการบ่มเพาะของขอบเขตเหนือธรรมชาติ ส่วนที่เหลือได้สูญหายไปนานแล้ว

แต่กลับกันสิ่งที่เซี่ยเฉิน มีอยู่ในตอนนี้คือเคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่ที่สมบูรณ์

หลังจากที่ได้รับ เคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่ เซี่ยเฉิน

ก็คิดที่จะหลอมรวมทักษะการบ่มเพาะของเขาทั้งหมดเข้าด้วยกันเพื่อที่จะสร้างทักษะการบ่มเพาะที่แข็งแกร่งขึ้นมาและเป็นทักษะเฉพาะของตัวเขาเอง

อย่างไรก็ตาม เขารู้ว่าขั้นตอนนี้มันยากมาก

แต่อย่างน้อยเขาก็เห็นความหวังริบหรี่ ตราบใดก็ตามที่เขายังคงสะสมทักษะการบ่มเพาะที่ได้รับจากระบบ

ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็จะสามารถหลอมรวมพวกมันเข้าด้วยกันได้

ลมหายใจของชายชราค่อยๆ ลดลง เซี่ยเฉินมองไปที่ส่วนลึกของห้องโถงบรรพบุรุษ

ซึ่งมีร่างของชายชราที่เหี่ยวแห้งกำลังนั่งไขว่ห้าง

และไม่มีร่องรอยของชีวิตรอบตัวเขา

นี่คือเทคนิคการหายใจของเต๋า ซึ่งสามารถป้องกันพลังชีวิตไม่ให้สูญหายไปได้

แต่เซี่ยเฉิน รู้ดีว่ามันไม่สามารถป้องกันลดหายไปได้

แต่มันทำให้พลังชีวิตถูกใช้น้อยที่สุด

"ชีวิตนั้นสั้น."

เซี่ยเฉินส่ายหัว หันหลังกลับและเดินจากไปอย่างเงียบๆ

เขาไม่ได้ช่วยชายชราเขาไม่ใช่ญาติ แล้วทำไมต้องทำ

เช่นเดียวกับจักรพรรดิเซี่ย เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน

แต่เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เขากลับผลัก เซี่ยเฉิน ออกไปสู่เกมการแย่งชิงบัลลังก์

สิ่งนี้ทำให้หัวใจของเขารู้สึกเย็นชา ตระกูลจักรพรรดินั้นโหดเหี้ยม

พ่อและลูกสมารถสังหารกันได้ พี่น้องต่างก็ว่างแผนที่จะสังหารกันเอง ทำให้เกิดความอ้างว้างที่อธิบายไม่ได้ขึ้นในหัวใจของพวกเขา

“ยินดีตอนรับ ฝ่าบาท!”

ทันทีที่เซี่ยเฉินกลับมาที่พระราชวังตะวันตก เขาก็เห็นกลุ่มสาวใช้และขันทีสองสามคนทักทายเขาด้วยความเคารพ

เซี่ยเฉิน เดินเข้าไปในห้องโถงของพระราชวังโดยไม่พูดอะไรสักคำและนั่งลงในบนที่นั่งหลัก

ในขณะนี้ นางกำนัลของวังคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับก้มศีรษะลงและถือกาน้ำชาในมือ

เธอเทชาลงในถ้วยชา และเสิร์ฟให้กับเซี่ยเฉิน

“ฝ่าบาท โปรดดื่มอย่างช้าๆ”

เซี่ยเฉิน มองไปที่ถ้วยชาในมือของเขา ซึ่งมีไอลอยขึ้นมาและมีกลิ่นหอมจางๆ

"ชานี้ มีส่วนผสมแปลกๆมากมาย"

เขาพึมพำกับตัวเอง ยกถ้วยชาขึ้นดื่ม

ฉากนี้ตกอยู่ในสายตาของนางกำนัลในวังและขันทีสองคนที่ยืนอยู่รอบๆ เมื่อพวกเขาเห็นว่าเซี่ยเฉินดื่มชาลงไปแล้ว

และพวกเขาทั้งหมดต่างก็พากันแสดงความดีใจออกมา

"ไป!"

ขันทีสองคนเปล่งเสียงออกมาเบาๆ ทำให้นางกำนัลรีบพุ่งเข้าไปหา

เซี่ยเฉินพร้อมกับกริชอาบยาพิษที่ถืออยู่ในมือของพวกเธอ

เห็นได้ชัดว่านี้เป็นการลอบสังหาร

"น่าสนใจ."

เซี่ยเฉิน มองไปที่นางกำนัลด้วยรอยยิ้ม

แต่ดวงตาของเขายังคงสงบอยู่เสมอ