ตอนที่ 82

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า และแล้วก็ผ่านไปแล้วหนึ่งเดือนนับจากวันที่

เซี่ยเฉินกับมาที่เมืองหลวงและอาศัยอยู่ในพระราชวัง

ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

เซี่ยเฉินได้ไปเยี่ยมชมยังสถานที่ต่างๆภายในพระราชวัง

แต่ก็ยังไม่สามารถสำรวจได้ทั้งหมดเพราะว่าพระราชวังแห่นนี้นั้นกว้างใหญ่เกินไป

ในฐานะที่เป็นถึงราชวงศ์ที่สืบทอดมานานนับพันปี

ทุกมุมของพระราชวังมีบรรยากาศที่หนักแน่น สง่างาม และดูศักดิ์สิทธิ์

อำนาจของราชวงศ์จักรพรรดินั้นยิ่งใหญ่!

สมกับเป็นราชวงศ์ที่สืบทอดกันมานานนับพันปี มีสถานที่มากมายให้เขาสามารถไปลงชื่อเช็คอินซ้ำๆได้ และในตอนนี้เขาได้พบสถานที่ลงชื่อเช็คอินซ่ำได้ทั้งหมดหกแห่งแล้ว

ตัวอย่างเช่น ห้องโถงที่ที่จักรพรรดิเสด็จทรงงาน

พระราชวังหวงฉี  พระราชวังกวงหมิง

พระราชวังฉางเซิง พระราชวังไท่หวง อาคารโหราศาสตร์ และพระราชวังเชจิ เป็นต้น

พื้นที่ของพระราชวังนั้นกว้างใหญ่เกินไป ในตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่สำรวจพื้นที่ใกล้ๆได้เพียงเท่านั้น

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นถึงองค์ชายเก้าก็ตาม เมื่อก่อนเขาก็ยังเดินไม่ทั่ววังเลย

ตอนนั้นเขาอายุเพียงแค่สิบขวบ และหลังจากที่เขาเดินทางข้ามโลกและเข้ามาอยู่ในร่างนี้เขาก็ถูกเนรเทศออกไปแล้ว

ดังนั้นความทรงจำของเขาเกี่ยวกับพระราชวังจึงคลุมเครือเป็นอย่างมาก หรือแม้กระทั่งหายไป

ตอนนี้เขาได้เดินสำรวจเพียงแค่ส่วนเล็กๆ ของพระราชวังตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

สำหรับ เซี่ยเฉิน แล้วพระราชวังแห่งเป็นเพียง "ขุมสมบัติล้ำค่า"

ถึงแม้ว่าจะเป็นพระราชวังที่สืบทอดมานานนับพันปี

เขาสามารถ อยู่ที่นี่ได้อย่างสงบสุข

“ข้าจะต้องหาทางอยู่ในวังให้ได้”

เซี่ยเฉิน เดินคิดอะไรอย่างเงียบๆ ภายในวังและไม่มีใครกล้าที่จะหยุดเขา ท้ายที่สุดแล้วตัวตนของเขาคือ

องค์ชาย และเขาก็ได้รับอนุญาตจากจักรพรรดิเซี่ยแล้ว

เซี่ยเฉิน กำลังคิดแผนการขั้นต่อไปในใจของเขาอย่างเงียบๆ

หากว่าเขาต้องการที่จะอยู่ภายในพระราชวังแห่งนี้

ก็มีอยู่สองทางเลือก ทางที่หนึ่งคือการเป็นองค์ชายรัชทายาท

แน่นอนว่าวิธีที่สองคือการซ่อนตัวอยู่ในพระราชวังอย่างเงียบๆ

และไม่ให้ใครรู้

แต่ เซี่ยเฉิน รู้สึกว่าการเป็นองค์ชายรัชทายาทนั้นลำบากมาก

และการเป็นจักรพรรดิก็ยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก

แต่ถ้าเขาไม่ได้เป็นองค์ชายรัชทายาท เขาก็จะไม่สามารถอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ได้อีก

และในไม่ช้าเขาก็จะถูกส่งไปอยู่ที่อื่น

สถานที่ที่เต็มไปด้วย ขุมสมบัติล้ำค่า เช่นนี้เขาจะพลาดไปได้อย่างไร?

“ถ้าไม่ได้ผล ก็ไม่เป็นไรที่จะเป็นองค์ชายรัชทายาทหรือแม้แต่จักรพรรดิ”

ดวงตาของ เซี่ยเฉิน เป็นประกาย เพื่อผลประโยชน์ของเขาในการใช้งาน

แล้ว ในอนาคตของเขาการได้เป็นจักรพรรดิคงจะดี

อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่เขาสามารถอยู่ในพระราชวังและใช้งาน

ได้ เขาก็ไม่เรื่องมากอยู่แล้ว

"มาลงชื่อเช็คอิน ของวันนี้ให้เสร็จก่อน"

หลังจากคิดถึงเรื่องนี้ เซี่ยเฉิน ก็มาถึงด้านนอก ศาลาอายุยืน

เขามองไปที่ ศาลาอายุยืน  แล้วก้าวเข้าไปข้างใน

"ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่นี่"

ทันทีที่เขาเข้ามา เซี่ยเฉิน

ก็ออกคำสั่งกับระบบอยางเงียบๆในใจของเขา

ติ๊ง!

"เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย

ท่านได้รับ : ยาอายุวัฒนะ"

“หมายเหตุเพิ่มเติม : ยิ่งสถานที่แห่งนั้นมีการสะสมพลังจิตวิญญาณและเต๋าสะสมที่แข็งแกร่ง

โฮสต์สามารถลงชื่อเช็คอินซ้ำได้ทุกวัน”

เซี่ยเฉิน รู้สึกตกตะลึงเมื่อได้ยินการแจ้งเตือนของระบบ

เพราะว่าสิ่งที่เขาได้รับคือ ยาอายุวัฒนะ

เขามองสำรวจดูอย่างใกล้ๆ และแน่นอนว่า ยาอายุวัฒนะ นั้นเป็นโอสถชนิดหนึ่งที่สมารถช่วยยืดอายุขัยได้

ยาอายุวัฒนะ สามารถยืดอายุขัย ได้ถึงสามร้อยปี มันสมควรและที่ได้ชื่อว่ายาอายุวัฒนะ

และยาอายุวัฒนะ ก็ยังมีผลอีกอย่างเช่นกัน กล่าวคือมันสามารถทำให้คนกลับมามีรูปลักษณ์เป็นหนุ่มสาวได้อีกครั้ง

และเพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ทั้งโลกต้องตกตะลึง

"สามารถกลัมามีรูปลักษณ์เป็นหนุ่มสาว และยังสามารถยืดอายุขัยได้ถึงสามร้อยปี

ช่างเปิดหูเปิดตาของข้าจริงๆ"

เซี่ยเฉิน รู้สึกประหลาดใจและมองไปที่เม็ดยาที่ถืออยู่ในมือ จากนั้นส่ายหัวและเก็บมันเอาไว้

สิ่งนี้เขายังไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้เพราะว่าเขามีอายุขัยยืนยาวถึงหนึ่งพันปี

ซึ่งเพียงพอสำหรับเขาที่จะทะลวงขอบเขตอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้ชีวิตที่ยืนยาวขึ้น

ยาอายุวัฒนะจึงยังไม่จำเป็นสำหรับเขาในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงเก็บมันเอาไว้ชั่วคราวก่อน

แต่ว่าสิ่งนี้สามารถมอบให้ เสด็จพ่อของเขาได้เพื่อที่จะยืดอายุขัย ของเขาออกไปอีกสามร้อยปี

แต่เซี่ยเฉินก็ตัดสินใจที่จะไม่ให้

เขาควรที่จะมอบยาอายุวัฒนะให้กับคนที่ใกล้ชิดเขาที่สุดเช่น องค์หญิงสิบเซี่ยซี

“ท่านพี่เก้า ท่านพี่เก้า...”

ในขณะที่เขากำลังคิด เสียงที่แหลมใสที่คมชัดและไพเราะก็ดังมาจากข้างหลังเขา

เซี่ยเฉิน ก็หันหลังไปมองและเห็นหญิงสาวในชุดหรูหราวิ่งมาหาเขาด้วยความดีใจ

คนคนนี้เป็นใครไม่ได้อีกแล้ว นอกจากองค์หญิงสิบที่กำลังวิ่งเข้ามา

หลังจากที่ไม่ได้พบเจอหน้ากันนานถึง 10 ปี ในตอนนี้องค์หญิงสิบ เธอก็งดงามมากขึ้น

มีนิสัยและเสน่ห์ที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย

“เสี่ยวซี ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่”

เซี่ยเฉิน ยิ้มและมองไปที่องค์หญิงสิบ ที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขา

มีความประหลาดใจในดวงตาของเขา

พวกเขาทั้งสองไม่ได้เจอหน้ากันมาสิบปีแล้ว เขาไม่คาดคิดเลยว่าตอนนี้

องค์หญิงสิบ ได้บ่มเพาะมาถึงขอบเขตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสมบูรณ์แล้ว และรากฐานของเธอก็มั่นคงมาก

“ช่างเป็นรากฐานที่มั่นคง มีโอกาสมากที่จะทะลวงผ่านอุปสรรคต่างๆ

และทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนิพพานได้ในอนาคต”

จิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของ เซี่ยเฉิน ได้แผ่ออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อตรวจสอบสภาพร่างกายขององค์หญิงสิบ

หลังจากนั้นเขาก็พบว่าพื้นฐานการฝึกฝนของเธอแข็งแกร่งขึ้นมาก

“พี่เก้า ข้าคิดถึงท่านมาก”

องค์หญิงสิบ วิ่งเข้ามากอด เซี่ยเฉิน อย่างมีความสุข

“สาวน้อย เจ้าก็โตมากแล้วทำไม่ยังวิ่งมาเกาะข้าอยู่

ผู้คนจะไม่พากันหัวเราะเยาะเจ้าหรือ”

เซี่ยเฉิน รู้สึกทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้อายุสามสิบปีแล้ว

แต่ก็ยังทำตัวเป็นเด็กน้อย

แก้มขององค์หญิงสิบ แดงระเรื่อเมื่อได้รับคำตำหนิจากพี่ชายของเธอ แต่เธอก็พึมพำว่า

"ไม่ ข้ายังเป็นเด็กสาวอายุสิบขวบในสายตาของพี่เก้าเสมอ"

“ตกลง ตกลง มีคนมากมายที่นี่ ดังนั้นกลับไปที่พระราชวังตะวันตก กับข้าก่อนก็แล้วกันแล้วพวกเราค่อยนั่งคุยกัน”

เซี่ยเฉิน มองไปรอบๆ หลังจากพูดจบ เขาก็จับมือเล็กๆ ขององค์หญิงสิบเดินจูงไปกับเขา

และในไม่ช้าทั้งสองก็เดินมาถึงพระราชวังตะวันตก ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเขาชั่วคราวอยู่ในขณะนี้

ทันทีที่พวกเขาทั้งสองนั่งลง องค์หญิงสิบ ก็มองไปยัง เซี่ยเฉิน ด้วยใบหน้าจริงจัง

“พี่เก้า เลือดสองขวดที่ท่านให้ข้าในตอนนั้น

เป็นเลือดของมังกรตัวนั้นใช่หรือเปล่า”

องค์หญิงสิบ จ้องมองไปที่ เซี่ยเฉิน ด้วยท่าทางที่เอาเป็นเอาตาย

ด้วยความคาดหวังและความสงสัยในดวงตาของเธอ

แต่ว่าจะมองยังไงก็มองไม่ออก เธอเห็นว่าพี่เก้าของเธอก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดา

“ใช่ มันคือเลือดมังกร” เซี่ยเฉิน พยักหน้าและยอมรับ

หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ดวงตาขององค์หญิงสิบก็สดใสขึ้น

และเธอพูดด้วยความปิติยินดี "ผู้อาวุโสที่ฆ่ามังกรได้มอบให้ท่านใช่หรือไม่"

"อืม น่าจะใช่" เซี่ยเฉิน ตอบอย่างคลุมเครือ

เขาคือคนที่สังหารมังกรตัวนั้น

เดิมทีองค์หญิงสิบ สงสัยว่าเป็น เซี่ยเฉิน แต่ตอนนี้เธอคิดว่าจะต้องไม่ใช่เขา

ดังนั้นเธอจึงสงสัยว่าเขาต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เบื้องหลังของพี่ชายของเธอ

“พี่เก้า ให้ข้าพบกับผู้อาวุโสคนนั้นได้ไหม”

องค์หญิงสิบถาม ด้วยท่าทางที่มีความหวัง

เซี่ยเฉิน ยิ้มออกมาอย่างขมขื่นในใจของเขา จะมีผู้เชี่ยวชาญคอยสนับสนุนอยู่เบื่องหลังได้อย่างไร

ไม่ใช่สิ่งที่เจ้ากำลังมองหาอยู่ตรงหน้าของเจ้าเหรอ?

แม้ว่าเธอจะไม่รู้ก็ตาม แต่ก็ดีกว่าที่จะเก็บซ่อนเรื่องนี้เอาไว้

“เจ้าต้องการพบเจอเขา ไปทำไม” เซี่ยเฉิน รู้สึกสงสัยเล็กน้อย

เมื่อได้ยินสิ่งที่พี่ชายของเธอถาม องค์หญิงสิบก็พูดขึ้นทันทีว่า

"พี่เก้า ท่าน ไม่รู้หรือว่าราชทูตของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้

ที่เดินทางมาในครั้งนี้มีจุกประสงค์อะไร

พวกมันต้องการใช้การแต่งงานของข้าเพื่อที่จะสงบศึกระหว่างเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้กับพวกเราราชวงศ์เซี่ย"

“การแต่งงาน” เซี่ยเฉิน หรี่ตาและพูดออกมาด้วยท่าทางที่เย็นชา

เขามองไปที่ องค์หญิงสิบ และทันใดนั้นก็คิดว่านางไม่ได้เป็นเด็กอีกต่อไปแล้ว

นางในตอนนี้อายุสามสิบปีแล้ว

แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของเธอจะยังดูเหมือนอายุสิบแปดหรือสิบเก้า

แต่อายุจริงของเธอก็สามสิบปีแล้ว

อายุสามสิบถือว่าเป็นสาวแก่

การอภิเษกสมรส ขององค์หญิงสิบ เมื่อนานมาแล้วนั้นมีการเลื่อนออกไปอย่าไม่มีกำหนดมาจนถึงทุกวันนี้

"เจ้าไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะแต่งงานและสร้างครอบครัว"

จู่ๆเซี่ยเฉิน ก็พูดอะไรบางอย่าง

องค์หญิงสิบ ตกตะลึงทันทีเมื่อได้ยิน เธอจ้องมองไปยัง เซี่ยเฉินอย่างว่างเปล่า

โดยมีร่องรอยของน้ำตาใสๆปริ่มออกมาจากดวงตาของเธอ

“พี่เก้า ท่านคิดว่าข้าควรที่จะยอมรับข้อตกลง

ของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้และเดินทางไปที่อาณาจักรของพวกมันเพื่อแต่งงานใช่หรือไม่”

เธอรู้สึกเศร้ามากและน้ำตาก็ไหลออกมาไม่หยุด

ใบหน้าของ เซี่ยเฉิน จมลงและเขาก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

"ใครบอกว่าจะให้เจ้าแต่งงาน ถ้าใครกล้าบังคับให้เจ้าแต่งงาน พี่เก้าของเจ้าจะเป็นคนแรกที่จะทุบตีคนผู้นั้นเอง"

“สิ่งที่ข้าต้องการจะสื่อคือ

ข้าต้องการให้เจ้าตามหาคนที่เจ้าพร้อมที่จะแต่งงานกับเขาด้วยความเต็มใจ”

นำเสียงของ เซี่ยเฉิน ดูจริงจังมากขึ้นเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นเรื่องปกติ เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วในตอนนี้องค์หญิงสิบ

นั้นมีอายุถึงสามสิบปีแล้ว และถูกมองว่าเธอเป็นสตรีที่มีอายุมากเกินไปสำหรับการแต่งงานแล้ว

หากยังไม่แต่งงานออกไป ก็อาจกลายเป็นเรื่องตลกของราชวงศ์เซี่ยได้

“ไม่ ข้าไม่อยากแต่งงาน”

องค์หญิงสิบ ตอบปฏิเสธทันทีและเธอเองไม่ต้องการที่จะแต่งงาน

เซี่ยเฉิน ขมวดคิ้วเล็กน้อยและถามว่า "แล้วเจ้าจะทำอย่างไรถ้าหากว่าเจ้าไม่ต้องการที่จะแต่งงาน

ผู้หญิงอย่างไรก็จะต้องแต่งงานและสร้างครอบครัวไม่ช้าก็เร็ว"

“อย่างไรก็ตามข้าแค่ไม่อยากแต่งงาน พี่เก้า ท่านไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว

ยังไงข้าก็จะไม่มีวันแต่งงานในชีวิตนี้”

หลังจากที่องค์หญิงสิบพูดจบ

ใบหน้าของเธอก็เย็นชาราวกับว่าเธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

“พี่เก้า ข้าขอตัวกลับก่อน”

หลังจากพูดจบ เธอก็หันหลังกลับและเดินออกจากพระราชวังตะวันตก

เมื่อมองไปที่ด้านหลังขององค์หญิงสิบ เซี่ยเฉิน ก็นิ่งเงียบไปชั่วขณะและทันใดนั้นก็ตระหนักว่าองค์หญิงสิบ

ดูเหมือนจะมีท่าทางเปลี่ยนไป

เธอไม่ใช่องค์หญิงสิบ ที่ไร้เดียงสาอีกต่อไป

แต่มีความคิดและความตั้งใจเป็นของตัวเธอเอง

บางทีเธออาจมีความคิดเป็นของตัวเอง?