ตอนที่ 74

เกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะ เผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ และเผ่าคนเถื่อนหนานหมาน คนของเผ่าทั้งสองกลุ่มต่างก็เดือดดาลด้วยความโกรธ

"เจ้า อยากตายมากใช่ไหม!"

หนึ่งในชายชุดดำของกลุ่มหมาป่าเป๋ยตี้ กำลังโกรธ

“ไอ้หนู คิดว่าเจ้าอยู่ยงคงกระพันแล้วอย่างนั้นเหรอ”

ที่ด้านข้างคนของกลุ่มชายชุดดำของเผ่าคนเถื่อนหนานหมาน ก็เอ่ยออกมาเช่นกัน

เสียงที่แหบแห้งของเขาทำให้บรรยากาศหนาวเย็นอย่างอธิบายไม่ได้

"ถ้าอย่างนั้น ข้าจะทำให้เจ้าเห็นเอง"

หลังจากที่ชายในชุดคลุมสีดำพูดจบ คทาหัวกะโหลกในมือของเขาก็ยื่นออกมาด้านหน้า

และด้วยเสียงพึมพำ พลังปราณสีดำก็กระจายออกไป

เงาดำค่อยๆ โผล่ออกมา แต่ละเงาได้ปลดปล่อยแรงกดดันที่แข็งแกร่งและทรงพลังออกมา

ทำให้ดอกไม้ วัชพืช และต้นไม้รอบๆ ต่างก็พากันเหี่ยวเฉาและตายไปอย่างช้าๆ

“นี่คือทักษะอะไรกัน?”

ใบหน้าของปรมาจารย์หลายคนเปลี่ยนไปอย่างมาก พวกเขาก็ถอยหนีออกมาด้วยความหวาดกลัว

ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ปราณสีดำ

ปรมาจารย์ดาบหยินชิซาน แห่งนิกายเทียนเจี้ยน และเหล่าสาวกของนิกายอื่นๆ

ก็มีการแสดงออกที่เคร่งขรึมเช่นกัน และพวกเขามีเคยได้ยินเกี่ยวกับทักษะที่มีชื่อเสียงของเผ่าคนเถื่อน

มาบางเล็กน้อย

"ทักษะเวทย์มนต์?"

เซี่ยเฉิน ตะคอกอย่างเย็นชา ดวงตาของเขากวาดมองไปยังเงาดำหนาทึบที่อยู่รอบๆ

ตัวเขา

สิ่งที่เรียกว่าเวทย์มนต์ เป็นเพียงแค่ทักษะที่แตกต่างกันซึ่งสามารถใช้งานได้หลักจากที่ฝึกฝนพลังจิตวิญญาณ

ผลของทักษะประเภทนี้อาจทำให้ผู้คนรู้สึกสับสนและมึนงง

"เป็นเพียงแค่เล่ห์กลเล็กๆน้อยๆ ข้าจะทำลายเวทมนตร์ของพวกเจ้าให้ดู"

หลังจากที่รู้ถึงความสามารถของทักษะเวทย์มนต์

ที่เผ่าคนเถื่อนใช้ออกมาแล้ว เสียงของ เซี่ยเฉิน ก็เงียบลงภาพมายาค่อยๆ

โผล่ออกมาข้างหลังเขา พลังของจักรพรรดิที่ทรงพลังก็แผ่ออกมา

บูม!

ภายมายาค่อยๆ ดึงดาบออกจากฝักและโบกมือ เงาของดาบกวาดไปทั่วหมอกสีดำที่อยู่โดยรอบ

และด้วยการฟันเพียงครั้งเดี่ยว หมอกดำทั้งหมดก็พังทลายและสลายหายไป

"เป็นไปไม่ได้."

ชายชุดดำอุทาน ใบหน้าของเขาซีดด้วยความหวาดกลัวและสยดสยอง

พลังเวทย์มนต์ของเขาถูกทำลายได้อย่างง่ายดาย จะต้องรู้ก่อนว่าแม้แต่ผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตนิพพานก็ไม่สามารถทำลาย

พลังเวทย์มนต์ที่ทรงพลังของเขาได้

"ช่างอ่อนแอยิ่ง"

หลังจากที่ เวี่ยเฉิน พูดจบ เขาก็ชี้นิ้วออกไปเจตจำนงดาบได้ควบแน่นเป็นใบมีดและพุ่งออกไป

พุ่งผ่านร่างของชายในชุดดำ

ชายชุดคลุมสีดำตัวแข็ง ร่างของเขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว

ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็ระเบิดออกกลายเป็นเศษชิ้นเนื้อและเลือดกระจายไปทั่ว

ฆ่าด้วยนิ้วเดียว

"หัวหน้า ตายแล้ว..."

ทันทีที่ชายชุดดำเสียชีวิต กลุ่มชายชุดดำที่แข็งแกร่งของเผ่าคนเถื่อนหนานหมาน

ก็คำรามออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า กล้ามเนื้อของพวกเขาปูดโป่น และพวกเขาก็พุ่งเข้าหา

เซี่ยเฉิน เหมือนสัตว์ร้ายที่ดุร้าย

"ฆ่าเขาและล้างแค้นให้กับท่านหัวหน้า"

กลุ่มคนเถื่อนที่เหมือนสัตว์ร้ายคำรามและปลดปล่อยเจตนาฆ่าออกมา

ดวงตาของพวกเขาเป็นสีแดง ราวกับเลือด

คนเถื่อนกลุ่มนี้มีพละกำลังที่มหาศาล

แต่ละคนมีร่างกายที่แข็งแกร่งและมีพลังที่ดุร้าย

ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ธรรมดานั้นอ่อนแอมากเมื่อ อยู่ต่อหน้าพวกเขา

ซึ่งทำให้เห็นว่าพวกเขาจะทรงพลังเพียงใด

"ข้าจะส่งพวกเจ้าทั้งหมดไปเจอเขาเอง"

เซี่ยเฉิน ตะคอกอย่างเย็นชาและชกหมัดออกไปอีกครั้ง

บูม!

คนเถื่อนหลายคนร่างของพวกมันระเบิดในทันที กลายเป็นชิ้นเนื้อจำนวนนับไม่ถ้วนและกระเด็นไปทั่วพื้น

คนเถื่อนสามคนถูกระเบิดด้วยหมัดเดียว ช่างเป็นหมัดที่ทรงพลังและความแข็งแกร่งและดุร้ายของ

เซี่ยเฉิน ทำให้ทุกคนตกใจอย่างมาก

เซี่ยเฉิน ใช้เพียงแค่ความแข็งแกร่งของร่างกายของเขา

เพื่อโจมตีคนเถื่อนเหล่านั้น

"อึก อึก!"

ปรมาจารย์หลายคนต่างก็พากันกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ใบหน้าของพวกเขาขาวซีดด้วยความกลัว

นี่ยังเป็นคนอยู่อีกเหรอ?

การใช้พลังของกายเนื้อ เพื่อระเบิดร่างของคนเถื่อนซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งทางกายภาพโดยตรง

นั้นเป็นเรื่องที่โหดร้ายเกินไป

ปัง ปัง ปัง...

ในเวลาเพียงสองลมหายใจ คนเถื่อนทั้งหมดก็ได้ถูก เซี่ยเฉิน

สังหารด้วยหมัดเดียว โดยไม่มีข้อยกเว้น และไม่มีใครสามารถต้านทานหมัดที่แข็งแกร่งและทรงพลังของเขาได้เลยแม้แต่คนเดี่ยว

"ต่อไปก็ตาของพวกเจ้าแล้ว"

หลังจากที่ลงมือสังหารคนของเผ่าคนเถื่อนหมดแล้ว เซี่ยเฉินก็หันหลังกลับไปมองกลุ่มของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้

ซึ่งแววตาของเซี่ยเฉินได้ทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวที่จะก้าวถอยหลัง

“ให้ตายเถอะ เจ้าแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง”

กลุ่มชายชุดดำของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ ต่างก็พากันตื่นตระหนก ร่างกายของพวกเขาสั่นยิ่งกว่าเดิม คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกมันนี้แข็งแกร่งและทรงพลังเกินไป

ไม่เพียงแค่ฐานการบ่มเพาะที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ร่างกายของเขายังแข็งแกร่งและน่ากลัวมาก

ไม่ต้องพูดถึงพลังจิตวิญญาณของเขา ที่ทำให้ปรมาจารย์ของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ ตื่นตระหนก

"ไป!"

เมื่อเห็นว่าไม่สามารถทำอะไรได้อีก พวกเขาจึงทำได้เพียงแค่ถอยหนี

ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าพวกเขาไม่สามารถจัดการกับ เซี่ยเฉิน ได้พวกเขาก็ไม่สามารถนำซากศพของมังกรนทีกลับไปได้

พวกเขาไม่กล้าเอาชีวิตของพวกเขาเข้าไปเสี่ยง

“ข้าอนุญาตให้ พวกเจ้าไปแล้วอย่างนั้นเหรอ”

ในขณะนี้ เซี่ยเฉิน พูดออกมาเบาๆ และทำให้กลุ่มคนชายชุดดำของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ตกใจ

พวกมันรีบพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วและหลบหนีไปทันที ไม่กล้าที่จะหยุดฝีเท้าของพวกมันลงเลยแม้แต่วินาทีเดี่ยว

“ต้องการที่จะหลบหนี้ต่อหน้าข้า เกรงว่าพวกเจ้าไม่คุณสมบัติเพียงพอ”

เซี่ยเฉิน ยิ้มออกมาอย่างเย็นชา เขายกมือขึ้นและประสานนิ้วเข้าหากัน

ปลดปล่อยเจตจำนงดาบออกมาคลุมรอบนิ้วมือ

ไป...!

ในพริบตา ปราณดาบก็พุ่งออกไป

ดวงตาของทุกคนเบิกกว้าง เมื่อพวกเขาเห็นคนของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้หลายคนที่อยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่

ถูกฟันด้วยปราณดาบหลังจากนั้นร่างกายของพวกเขาก็หยุดอยู่กับที่

"อืม น่าเบื่อ..."

กลุ่มชายชุดดำของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ตัวแข็งทื่อ

มีรอยเลือดไหลซึมจากคอ ชายชุดดำที่เป็นหัวหน้ากำลังจะอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง

แต่สุดท้ายเขาก็พูดออกมาไม่ได้

พรืด......!

กลุ่มชายชุดดำเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ ที่เหลืออยู่คอของพวกเขามีรอยเลือด

หัวของพวกเขาหลุดออกและกลิ้งไปกับพื้นสองสามครั้ง

ดวงตาของคนกลุ่มนี้เบิกกว้างและไม่สามารถหลับตาลงได้

ภายในพริบตา ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้

ทั้งหมดต่างก็ถูกสังหารในทันที และพวกเขาทั้งหมดถูกฆ่าด้วยการฟันเพียงครั้งเดี่ยว

"ฟู่ว.....!"

มีเสียงถอนหายใจดังขึ้นจากรอบข้าง เหล่าปรมาจารย์จากนิกายต่างๆ

และปรมาจารย์ไร้สังกัด ต่างก็มองไปที่ เซี่ยเฉิน ด้วยความสยดสยอง

พวกเขาทั้งหมดต่างก็เห็นว่า คนของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ และ

เผ่าคนเถื่อน พวกเขาทั้งหมดถูกตัดหัวและทิ้งชีวิตของพวกเขาเอาไว้ที่นี่ โดยปรมาจารย์ลึกลับที่พึ่งปรากฏตัวขึ้นมา

“มีใครอีกไหม ออกมาพร้อมกันเลย ข้าจะได้จัดการในครั้งเดี่ยว”

เสียงของ เซี่ยเฉิน ดังเข้าหูของทุกคน พวกเขาหลายคนต่างก็ตกตะลึง

ใบหน้าของพวกเขาซีดเซียว ความกล้าของพวกเขากำลังจะแตกสลาย

รอบๆ เงียบ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรหรือแม้แต่จะขยับตัว พวกเขากลัวจริงๆ

ว่าจู่ๆ เซี่ยเฉิน จะมาฆ่าพวกเขาทั้งหมด

“อมิตาภะ อย่างน้อยก็เป็นผู้แข็งแกร่งเทียบได้กับพระอรหันต์”

ในความมืดพระภิกษุที่หลบซ่อนตัวอยู่ ได้หยุดคิดเป็นเวลานานและในที่สุดก็ไม่สามารถยืนขึ้นได้

เดิมทีพระภิกษุ รูปนี้ต้องการรอจนถึงช่วงเวลาวิกฤต แล้วสุดท้ายเขาถึงจะออกมาและจัดการกับมังกรนที

แต่เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่า เซี่ยเฉิน ปรมาจารย์ผู้ลึกลับจะลงมือสังหารมังกรนที ได้อย่างง่ายดาย

สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกรำคาญ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

หลังจากที่มังกรนที ถูกฆ่าตาย แล้วก็ไม่มีใครที่กล้าเขาไปของแบ่งซากศพของมังกรนทีเลย

เพราะพวกเขากลวว่าพวกเขาจะถูกฆ่าโดยปรมาจารย์ลึกลับคนนั้น

แม้แต่ปรมาจารย์ดาบหยินชิซาน ศิษย์พีใหญ่แห่งนิกายเทียนเจี้ยน ก็ยังไม่กล้าพูดอะไรออกมาเลยสักคำ

หรือแม้แต่เทพธิดาแห่งศาลาสวรรค์ ก็เป็นเช่นเดียวกับปรมาจารย์คนอื่นๆ

พวกเขาต่างก็พากันเงียบ และลมหายใจของพวกเขาก็แผ่วเบา

บรรยากาศดูน่าหดหู่และไม่มีใครกล้าเผชิญหน้ากับ เซี่ยเฉิน ที่น่าสะพรึงกลัว

คนที่สังหารมังกรนที ด้วยดาบเพียงเล่มเดียว และทำลายล้างปรมาจารย์ของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้

และ เผ่าคนเถื่อนหนานมาน ในทันที

เมื่อมองไปยังศพของเหล่าปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่นอนตายกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น

แล้วยังจะมีใครกล้าที่จะกระโดดออกมา คนคนนั้นคงเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วใช่หรือไม่?

มีเพียงองค์หญิงสิบและเทพธิดากวงหาน เท่านั้นที่ไม่กลัวเลยพวกเธอรู้สึกตื่นเต้นมาก

มองไปที่ เซี่ยเฉิน ด้วยความชื่นชมและตื่นเต้นบนใบหน้าของพวกเธอ

“คุณชาย ช่างน่าอัศจรรย์” เทพธิดากวงหานมองไปที่

เซี่ยเฉิน อย่างตื่นเต้น ดวงตาของเธอร้อนผ่าว

ดวงตาขององค์หญิงสิบ เป็นประกายเธอเองก็จ้องมองไปที่ เซี่ยเฉิน ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคย

บูม!

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดอะไร เซี่ยเฉิน ก็ไม่รออีกต่อไป เขาคว้าเขาข้างหนึ่งของมังกรนที

และกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า ยกร่างของมังกรนทีทั้งหมดขึ้น

เขานำร่างของมังกรนทีที่ยาว 50 ฟุตเอาไวด้านหลัง เหยียบปราณดาบและบินหายไปต่อหน้าทุกคนในพริบตา

หลังจากผ่านไปไม่นาน ผู้คนบนเกาะก็ตื่นขึ้นจากอาการตกใจและถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

หลายคนก็ทรุดตัวลงกับพื้น ณ จุดนั้น

เกือบทุกคนมีเหงื่อแตกพลั่ก พวกเขารุ้สึกแย่มาก

แรงกดดันที่ถูกปลดปล่อยออกมาในตอนนั้น ทำให้อากาศถูกแช่แข็ง

ตราบใดที่มีการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย มันอาจนำไปสู่การสังหารได้เลย

โชคดีที่ปรมาจารย์ลึกลับผู้นั้น เพิกเฉยต่อพวกเขา

และไม่มีใครกระโดดออกมาหยุดเขา ปรมาจารย์หลายคนที่อยู่บนเกาะกลางทะเลยังคงมีท่าทีหวาดกลัว

พวกเขายังไม่กล้าที่จะออกเดินทางไปไหน

พวกเขามองดูเกาะที่ถูกแยกออกเป็นสองส่วน และหุบเหวขนาดใหญ่ข้างหน้าค่อยๆ

หายไปและกลับมาเป็นปกติ

แต่ยังมีรอยดาบขนาดใหญ่หลงเหลืออยู่ที่ก้นทะเลซึ่งยาวกว่าสิบลี้

"โลกจะต้องสั่นสะเทือนเพราะผู้ชายคนนี้"

หยินชิซาน พึมพำกับตัวเอง ใบหน้าของเขาแสดงร่องรอยของความซับซ้อน

ถูกต้อง เมื่อเผชิญหน้ากับคนที่แข็งแกร่งเช่นเซี่ยเฉิน

เขาก็รู้สึกหวาดกลัว

หากว่าเขาไม่สามารถออกจากเงามืดทางจิตใจ ที่เซี่ยเฉิน ทิ้งไว้ได้เขาอาจหยุดอยู่ที่ขอบเขตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ไปตลอดชีวิต

“พี่เก้า...”

จู่ๆ องค์หญิงสิบก็นึกขึ้นมาได้ ใบหน้าของนางเปลี่ยนไปเล็กน้อย

นางหันกลับมาและบินกลับไปทันที รีบไปที่หมู่บ้านชาวประมง

เมื่อเทพธิดากวงหาน เห็นเธอก็บินตามไปทันที

"พวกเรากลับไปพร้อมกันเถอะ"

หยินชิซาน เทพธิดาเทียนมู่ และผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ต่างก็เตรียมตัวที่จะเดินทางกับไปยังนิกายของพวกเขา

ครั้งนี้ข่าวที่เกิดขึ้นที่เกาะกลางทะเล จะต้องกระจายไปทั่วโลกอย่างแน่นอน