ตอนที่ 65

ลำแสงหลากสีกระจายไปทั่วอากาศ ภายในม่านแสงนั้น ดาบเล่มหนึ่งกำลังก่อร่างอย่างช้าๆ

ครีด.....!

เสียงดาบดังขึ้น ดอกไม้และต้นไม้โดยรอบก็สั่นสะท้านทีละต้น

ติ๊ง!

"ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย ดาบจักรพรรดิมนุษย์ ได้หลอมรวมสำเร็จแล้ว"

ข้อความแจ้งเตือนของระบบ ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งทำให้

เซี่ยเฉิน ตกตะลึงไปชั่วขณะ

“ดาบแห่งจักรพรรดิ?”

เขามองไปที่ดาบที่ลอยอยู่ตรงหน้าของเขาด้วยความประหลาดใจ หลังจากที่ผสานดาบห้าจักรพรรดิเข้าด้วยกัน

จนกลายเป็น ดาบแห่งจักรพรรดิ

ดาบห้าจักรพรรดิ ทั้งห้ารวมกันเป็นดาบขั้นสูงและทรงพลัง ดาบแห่งจักรพรรดิ

หืม!

เซี่ยเฉิน ถือดาบไว้ในมือ เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตจำนงดาบที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายตามแขนของเขา

ซึ่งทำให้เขาตกใจ

"ดาบที่ดี ดาบแห่งจักรพรรดิ"

เขาอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า และมองไปที่ดาบจักรพรรดิมนุษย์ที่อยู่ในมือของเขา

ตัวดาบทั้งหมดเป็นสีดำสลับสีเหลือง และมีรอยสลักลึกลับอยู่

ก่อนที่จะชักดาบออกมาจากฝัก เขารู้สึกได้ถึงเจตจำนงดาบอันน่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่ภายในดาบ

เผยให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิ

ดาบแห่งจักรพรรดิ!

“นี่คือดาบแห่งจักรพรรดิ” เซี่ยเฉิน อดไม่ได้ที่จะชื่นชม

เขาวางมันลงไม่ได้ จับด้ามดาบแล้วค่อยๆ วาดดาบ

ครืด....!

เสียงที่ดังกึกก้อง ดาบคำรามออกมา ราวกับเสียงคำรามของมังกร

เขย่าภูเขาและป่าไม้ก็ปั่นป่วน

เมื่อคมดาบเผยออกมา เจตจำนงดาบถูกซ่อนไว้ก็ได้ปรากฏออกมาราวกลับต้องการให้คนทั้งโลกรู้ถึงการมีอยู่ของมัน

ทันทีที่ เซี่ยเฉิน ชักดาบออกมา อารมณ์ของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

และภาพมายาที่คลุมเครือก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นข้างหลังเขา

เปล่งรัศมีอันทรงพลังของราชวงศ์สง่างามและสูงส่ง

เพียงแค่ชักดาบออกมาจากฟักได้สามนิ้ว เซี่ยเฉิน เองก็ตกตะลึงกับเจคจำนงดาบที่แหลมคม

และเมื่อชักดาบทั้งหมดออกมาจากฝัก มันจะทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง

“เฮ้ ดาบนี้มีปราณของจักรพรรดิจริงๆ

และมันสมควรที่จะเป็นดาบระดับสูงสุดที่เรียกว่าดาบแห่งจักรพรรดิ”

เซี่ยเฉิน ตกตะลึงแต่เขาไม่คิดว่า ดาบห้าจักรพรรดิ จะรวมเป็นหนึ่งเดียวและกลายเป็น

ดาบแห่งจักรพรรดิ

สิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิซึ่งเป็นดาบที่มีเพียงจักรพรรดิที่แท้จริงของโลกเท่านั้นที่สามารถใช้งานได้

บนตัวดาบสามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ภูเขา

และแม่น้ำได้จางๆ และมีสัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุด

ข้าไม่ใช่จักรพรรดิ ทำไมข้าถึงได้ครอบครองและควบคุมดาบแห่งจักรพรรดิมนุษย์นี้ได้

เป็นเพราะระบบหรือไม่?

หรือเป็นเพราะว่าเขามีกายาจักรพรรดิมนุษย์?

"บรรพบุรุษแห่งราชวงศ์เซี่ย เป็นผู้ครอบครองกายาจักรพรรดิมนุษย์ เขาซ่อนความลับอะไรเอาไว้บ้าง"

เซี่ยเฉิน ไตร่ตรองคำถามนี้อยู่ภายในใจของเขาอย่างเงียบ ๆ

จักรพรรดิไท่ซู่ผู้ยิ่งใหญ่ มีกายาจักรพรรดิมนุษย์ ที่ทรงพลังซึ่งเป็นกายาสูงสุดของมนุษย์

เขาต้องมีต้นกำเนิดที่ไม่ธรรมดา

บางทีจักรพรรดิไท่ซู่แห่งราชวงศ์เซี่ย อาจซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่เอาไว้

และราชวงศ์เซี่ย เองก็ไม่ได้รับรู้ถึงความลับเหล่านี้

“ลืมมันไปเถอะ มันไม่เกี่ยวอะไรกับข้า”

เซี่ยเฉิน ส่ายหัวและค่อยๆเก็บดาบลงไปในฝัก

คลิก!

ดาบจักรพรรดิมนุษย์กลับเข้าฝัก เจตจำนงดาบหายไป และดาบก็กลายเป็นเพียงแค่ดาบธรรมดา

คนนอกไม่สามารถรับรู้ถึงลักษณะพิเศษของมันได้เลย

แต่ เซี่ยเฉิน รู้ดีว่าเมื่อดาบเล่มนี้ออกจากฝักดาบแล้ว มันจะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลก

"แน่นอน ว่าเขาจะต้องบรรลุทักษะการวาดดาบของจักรพรรดิ"

มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ด้วยดาบแห่งจักรพรรดิมนุษย์เล่มนี้

เขาจะสามารถฝึกฝนทักษะการวาดดาบของจักรพรรดิที่เขาได้รับมาได้

จากนั้น เซี่ยเฉิน ก็เริ่มปรับแต่งดาบแห่งจักรพรรดิให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

แม้ว่าตัวเขาจะได้รับการช่วยเหลือจากระบบ ดาบแห่งจักรพรรดิก็จดจำเจ้านายของมันได้โดยตรง

แต่ว่าเขาก็ยังต้องการปรับแต่งเพื่อให้เข้าใจถึงพลังของมันได้ดียิ่งขึ้น

ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง เซี่ยเฉิน ก็เชี่ยวชาญในการใช้ดาบแห่งจักรพรรดิ

ได้อย่างสมบูรณ์ เขาสามารถทำให้มันเป็นเสมือนแขนที่โบกสะบัด และกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขาเอง

หืม!

ความคิดของ เซี่ยเฉิน เปลี่ยนไป และทันใดนั้นดาบแห่งจักรพรรดิก็สั่นสะเทือน

กลายเป็นลำแสงและบินเข้าสู่ร่างกาย และลอยอยู่ในจุดตันเถียน

ที่มีพลังปราณของธาตุทั้งห้าและพลังปราณแห่งความดฏลาหล

นี่คือดาบที่มีจิตวิญญาณ แต่ว่าก็ยังอ่อนแอมาก

"มันหายเข้าไปข้างในร่างกายของข้าได้จริงหรือ" เซี่ยเฉิน รู้สึกทึ่งและถอนหายใจออกมา นี่อาจเป็นเหตุการณ์ในตำนาน

เป็นหนึ่งเดี่ยวกับดาบ

ขั้นตอนต่อไปคือการฝึกฝนจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง

และพยายามบรรลุระดับของการบินด้วยดาบโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และสังหารศัตรูที่อยู่ห่างออกไปหลายพันลี้

"เรื่องของราชาปีศาจที่ถูกผนึกก็ได้รับการแก้ไขแล้ว

ดินแดนบรรพบุรุษเองก็ไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายอีกต่อไป"

เซี่ยเฉิน ออกจากพื้นที่ต้องห้ามในขณะที่กำลังครุ่นคิด แผนการในอนาคตของเขา

เดิมทีข้าอยากจะอยู่ที่นี่ แต่ข้าไม่ได้คาดหวังว่าเต๋าสะสมของสถานที่แห่งนี้กำลังจะหมดลง

และไม่สามารถลงชื่อเช็คอินได้อีกต่อไป

ข้าต้องหา สถานที่ลงชื่อเช็คอิน ระยะยาวแห่งใหม่

เซี่ยเฉิน ครุ่นคิดเกี่ยวกับสถานที่ลงชื่อเช็คอินแห่งใหม่ และแน่นอนว่าวังหลวงแห่งราชวงศ์เซี่ย

นั้นเหมาะสมที่สุดท้ายที่สุดแล้วราชวงศ์เซี่ย ได้สะสมมรดกมานับพันปีแล้ว

ตัวเลือกแรกคือพระราชวัง ในฐานะที่เขาเป็นองค์ชายเก้าของราชวงศ์เซี่ย

เขามีโอกาสที่จะกลับไปที่พระราชวัง

แค่ต้องมีการวางแผนที่ดีและต้องกลับไปที่พระราชวังก่อนที่เต๋าสะสมของที่นี้จะหมดลง

“ข้าจะต้องวางแผนให้ดี ดูเหมือนว่าข้าต้องพึ่งเสี่ยวซีให้ช่วย”

เซี่ยเฉิน คิดถึงทางออกที่ดีที่สุด นั่นคือน้องสาวของเขา

องค์หญิงสิบ

จักรพรรดิเซี่ย ทรงเอ็นดูองค์หญิงสิบเป็นอย่างมาก ถ้าเขาต้องการกลับไปที่พระราชวัง

มันง่ายกว่ามากที่จะให้องค์หญิงสิบพูดถึงเรื่องนี้กับเขา

“ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้เสี่ยวซี จะเป็นยังไงบ้าง?”

เขานึกถึงน้องสาวคนเล็กของเขา องค์หญิงสิบและก็ต้องการทราบถึงความก้าวหน้าขององค์หญิงสิบ

ในการฝึกฝนพระสูตรไท่หยิน ว่าไปถึงขั้นไหนแล้วและระดับการบ่มเพาะของเธอในตอนนี้เป็นอย่างไร?

ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น จู่ๆลมหายใจที่คุ้นเคยก็ใกล้เข้ามายังดินแดนบรรพบุรุษ

ทำให้ เซี่ยเฉิน รู้สึกตกตะลึง

“เสี่ยวซี?”

ดวงตาของเขาเป็นประกาย กล่าวถึงโจโฉ โจโฉก็มาถึงแล้ว

แน่นอนว่าใช้เวลาไม่นานนักที่ร่างเงาที่ดูบอบบาง กำลังเหยียบใบไม้อย่างเบาๆ

และบินเข้าสู่ดินแดนบรรพบุรุษ

“พี่เก้า ข้ามาหาท่านแล้วท่านพี่...”

องค์หญิงสิบเต็มไปด้วยความตื่นเต้นทันทีที่มาถึง

คราวนี้เธอแอบออกจากพระราชวัง

และใช้พลังจำนวนมากเพื่อกำจัดคนรับใช้ที่ติดตามอยู่ข้างหลังวิ่งไปอย่างเงียบๆ เข้าไปยังดินแดนบรรพบุรุษเพียงลำพัง

“เสี่ยวซี เจ้าแอบออกมาอีกแล้วหรือ”

เซี่ยเฉิน มองไปที่องค์หญิงสิบที่อยู่ข้างหน้าเขา

ซึ่งมีรูปร่างผอมบางที่ลอยลงมาด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ราวกับนางฟ้าจุติลงมายังโลก

“ฮี่ฮี่ พี่เก้าท่านคิดถึงข้าไหม”

องค์หญิงสิบจับแขนของ เซี่ยเฉิน ด้วยท่าทางขี้เล่น

เซี่ยเฉิน รู้สึกทำอะไรไม่ถูก เขาที่ไม่เคยมีน้องสาวมาก่อนในชีวิตก่อนหน้านี้

จู่ๆก็รู้สึกแปลกๆในขณะนี้

"ข้าเฝ้าดูดวงดาว พระจันทร์ เพื่อเฝ้ารอวันที่จะได้เห็นน้องสิบตัวน้อยของข้าในทุกวัน" เซี่ยเฉิน บีบใบหน้าสวยๆ ของเธออย่างเอ็นดู

องค์หญิงสิบหน้าแดงเล็กน้อย แลบลิ้นแล้วพูดว่า "ข้าไม่เชื่อ

พี่เก้า เจ้าเกลี้ยกล่อมคนได้เก่งที่สุด ดังนั้นมันต้องเป็นโกหกแน่ๆ"

“พี่เก้า ท่านอยู่ที่นี่คนเดียวไม่เบื่อหรือ ท่านต้องการให้ทางพระราชวังส่งคนมาอยู่กับท่านหรือไม่”

เธอมองสำรวจดินแดนบรรพบุรุษที่ว่างเปล่า และเมื่อมองไปยังอาคารก็ไม่พบว่ามีใครอยู่

ทำให้เธอรู้สึกสงสาร เซี่ยเฉิน พี่เก้าของเธอ

“ไม่ต้องหรอก ข้าชินกับการใช้ชีวิตแบบนี้แล้ว”

เซี่ยเฉิน ตัดสินใจทันที พูดออกมาว่าการอยู่คนเดียวนั่นดีแค่ไหน

แต่หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เขาต้องการที่จะออกจากที่นี่

และจำต้องหาคนมาปกป้องและจัดการกับดินแดนบรรพบุรุษ

“ข้าเองก็เบื่อแล้วที่จะอาศัยอยู่ทีนี่ ข้าจะส่งคนมาดูแลหลังจากที่ข้ากลับไปยังพระราชวัง”

จู่ๆ เขาก็พูดขึ้น

องค์หญิงสิบตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดออกมาด้วยความประหลาดใจว่า

"จริงๆ อย่างนั้นเหรอพี่เก้า ท่านยินดีที่จะกลับไปที่พระราชวังใช่หรือไม่"

“อืม มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์” เซี่ยเฉินตอบอย่างคลุมเครือ

เรื่องนี้ทำให้องค์หญิงสิบมีความสุขมาก

“ว่าแต่ วันนี้เจ้ามาทำอะไรที่นี่? ข้างนอกมันอันตรายเกินไป อยู่ในวังปลอดภัยกว่า”

เซี่ยเฉิน จำบางอย่างได้และถาม

"เกือบลืม." องค์หญิงสิบร้องออกมา

เธอพูดด้วยท่าทางลึกลับ "พี่เก้า ท่านอยากเห็นมังกรในตำนานหรือไม่"

"เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร?"

เซี่ยเฉิน ตกตะลึง มังกร?