ตอนที่ 150

ภายในเมืองหลวง บนท้องฟ้า มีชายคนหนึ่งกำลังปลดปล่อนจิตสังหารออกมาและกำลังบินตรงเข้าไปยังเขตพระราชวัง

“นิกายเต๋าสวรรค์?”

“ช่างเป็นกลิ่นอายที่น่ากลัวยิ่งนัก”

“ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินชื่อของนิกายนี้มาก่อน พวกเขาเป็นนิกายแบบไหน?”

ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็พากันหวาดกลัว เมื่อเห็นชายหนุ่มที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน

คนผู้นี้ เป็นศิษย์ของนิกายเต๋าสวรรค์

และยังเป็นนิกายที่ลึกลับและน่าสรึงกลัวเป็นอย่างมาก

พวกเขามีมรดกที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มาก ซึ่งเป็นนิกายที่เก่าแก่กว่าราชวงศ์เซี่ยมาก

“มีข่าวลือว่านิกายเต๋าสวรรค์ เป็นนิกายในยุคก่อนพวกเขาต่างก็เดินทางไปรอบโลก”

“มีบันทึกไว้ในหนังสือโบราณบางเล่มว่านิกายเต๋าสวรรค์

ทำหน้าที่ในนามของสวรรค์ พวกเขาได้สังหารจักรพรรดิแห่งราชวงศ์มนุษย์ไปเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะจักรพรรดิที่พยายามบ่มเพาะเต๋าแห่งความอมตะ

เพื่อที่จะทำให้ตนเองมีอายุขัยที่ยืนยาว”

“ราชวงศ์ก่อนหน้าราชวงศ์เซี่ย

ก็ได้ถูกนิกายเต๋าสวรรค์ทำลายไปทั้งหมด”

“จนราชวงศ์สุดท้ายล่มสลาย และมาถึงยุคสมัยของราชวงศ์เซี่ยในปัจจุบัน”

“มันจบลงแล้ว นิกายเต๋าสวรรค์มาเยือน

ราชวงศ์เซี่ยคงถึงคราวล่มสลาย”

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดินี พวกเขาทั้งสองคงจะไม่ถูกคนของนิกายเต๋าสวรรค์สังหารใช่หรือไม่”

ภายในเมืองหลวง ปรมาจารย์จำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็พากันหน้าซีดด้วยความกลัว

และพวกเขาต่างก็พูดคุยเกี่ยวกับชายหนุ่มที่มาจากนิกายเต๋าสวรรค์

จุดประสงค์ของเขาชัดเจน นั่นคือสังหารจักรพรรดิทั้งสอง

จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดินี

ท้ายที่สุดแล้ว จุดประสงค์ของนิกายเต๋าสวรรค์คือการปฏิบัติตามกฎของสวรรค์

และลงโทษผู้ที่กระทำผิดในนามของสวรรค์ ตรวจสอบราชวงศ์ทั้งหมด

และสังหารจักรพรรดิคนใดก็ตามที่พยายามบ่มเพาะความเป็นอมตะทันทีที่พบเจอ

ตอนนี้ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดินี ล้วนมีเงือนไขที่ตรงตามเจตจำนงของนิกายเต๋าสวรรค์

บ่มเพาะความเป็นอมตะ

ดังนั้นนิกายเต๋าสวรรค์จึงได้ส่งคนมาเพื่อสังหารจักรพรรดิทั้งสอง

ภายในพระราชวัง ทหารองครักษ์ได้มารวมตัวกัน และทำการคุ้มกันพระราชวังอย่างแน่นหนา

และทุกคนก็เตรียมพร้อมต่อสู้อยู่ตลอดเวลา

มีปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานหลายสิบคนรวมตัวกันอยู่ในพระราชวัง

หรือแม้แต่กองทัพที่จักรพรรดินีทรงตั้งขึ้นมาด้วยพระองค์เอง

ก็ยังมารวมตัวกันที่พระราชวัง

ความแข็งแกร่งเช่นนี้สามารถ ข่มขวัญกองกำลังทั้งหมดให้หวาดกลัวได้อย่างแท้จริง

แต่ว่าในสายตาของ เทียนซวนจื่อ

พวกเขาเหล่านี้นั้นอ่อนแอมาก

“ราชวงศ์เซี่ยนั้นอ่อนแอยิ่งกว่า ราชวงศ์ที่เทพที่ตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร

ที่ข้าทำลายไปครั้งล่าสุดเป็นอย่างมาก”

บนท้องฟ้า เทียนซวนจื่อ เหลือบมองไปยังเหล่าทหารที่ออกมาปกป้องพระราชวัง

ด้วยความดูถูกที่ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเขา

เขาพูดออกมาอย่าเยาะเย้ย "ราชวงศ์เทพที่ตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร

พวกเขานั้นมีคนที่แข็งแกร่งหลายร้อยคน และยัมมีปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานอีกนับไม่ถ้วน

แต่ว่าพวกเขาก็ยังคงถูกทำลายล้างโดยนิกายเต๋าสวรรค์ของข้า"

“จักรพรรดิเทพผู้ยิ่งใหญ่ นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่รู้จักกันว่าสามารถอยู่ยงคงกระพันในโลกได้

แต่น่าเสียดายที่เขายังไม่สามารถหนีจากการลงโทษจากสวรรค์ได้”

"วันนี้ ข้าจะทำลายราชวงศ์เซี่ยให้สิ้นซาก"

เทียนซวนจื่อ เดินเข้าไปใกล้เขตพระราชวังทีละก้าว

เมื่อเห็นการกระทำของเทียนซวนจื่อ ก็ทำให้บรรยากาศภายในพระราชวังหนักอึ้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ปรมาจารย์ขอบเขตนิพพาน มากกว่าสิบคนรู้สึกได้ถึงความกดขี่อย่างรุนแรง

ร่างกายของพวกเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ และพวกเขาก็เหงื่อไหลออกมาท้วมแผ่นหลัง

“ช่างเป็นแรงกดดันที่ทรงพลังจริงๆ พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลย”

"มันจบแล้ว."

ปรมาจารย์ขอบเขตนิพพาน จำนวนมากรู้สึกหวาดกลัวและถูกแรงกดดันของเทียนซวนจื่อ

กดทับเอาไว้จนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

ในขณะนี้ ปรมาจารย์ทุกคนไม่สามารถต้านทานแรงกดดันจากเทียนซวนจื่อได้เลย

“ฝ่าบาท พวกเราควรทำอย่างไรกันดี?”

เหล่าขุนนาง เจ้าหน้าที่พลเรือนและทหารนับร้อยที่มารวมตัวกัน ทุกคนต่างก็จ้องมอง

ไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนท้องฟ้า และปลดปล่อยแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวออกมา

ในฐานะที่เธอเป็น จักรพรรดินี เธอสวมมงกุฎจักรพรรดิและเสื้อคลุมของจักรวรรดิ

ร่างกายของเธอในตอนนี้ปลดปล่อยแรงกดดันของจักรพรรดิสูงสุดออกมา ใบหน้าของเธอไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

เธอพูดออกมาอย่างเฉยเมย "ทุกคนเงียบ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะเป็นผู้ที่ตัดสินใจด้วยตัวเอง"

จักรพรรดินีเซี่ยซี ไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าเซี่ยเฉินได้ติดต่อผ่านทางจิตมาหาเธอแล้ว

ดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็นต้องหยุดเขา

“นิกายเต๋าสวรรค์?”

ภายในพระราชวังของจักรพรรดิมนุษย์ เซี่ยเฉินที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่

ได้มองไปที่เทียนซวนจื่ออย่างเงียบๆ

นิกายเต๋าสวรรค์ ข้าเคยได้ยินมาบ้างแล้ว

และมีบันทึกอยู่ในหนังสือของราชวงศ์

ราชวงศ์สุดท้ายก่อนที่จะมาถึงยุคสมัยของราชวงศ์เซี่ย ได้ถูกทำลายโดยนิกายเต๋าสวรรค์ จักรพรรดิเทพ ผู้อยู่ยงคงกระพันยังคงถูกสังหารโดยนิกายเต๋าสวรรค์

ในท้ายที่สุด วกเขาได้สังหารจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เทพไปหลายร้อยคน

และในที่สุดราชวงศ์เทพก็ไม่กล้าขึ้นเป็นจักรพรรดิปกครองโลกอีกต่อไป

ทำให้แผ่นดินเกิดความวุ่นวาย

และในท้ายที่สุด นิกายเต๋าสวรรค์ได้ทำสงครามกับราชวงศ์เซี่ยเมือในอดีต

และได้รับความสูญเสียอย่างหนัก

ดูเหมือนว่า คนที่มาจะสามารถควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้

ถูกต้องแล้ว เทียนซวนจื่อ

คือผู้ที่สามารถควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้

ซึ่งทำให้เลือในร่างกายของเซี่ยเฉินเดือดพล่านขึ้นมาทันที

ในที่สุดเขาก็ได้พบเจอกับคู่ต่อสู้ที่สามารถควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้

ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเขา

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดินี พวกเจ้าทั้งสองยังไม่รีบออกมาคุกเข่ารับความตายอีกอย่างนั้นเหรอ?”

เทียนซวนจื่อ ยืนอยู่บนท้องฟ้าอย่างภาคภูมิใจ และเสียงของเขาก็ดังก้องไปทั่วพระราชวังและเมืองหลวง

เขาได้ปลดปล่อยแรงกดดันของเขาออกมาเพื่อ กดดันคนที่อยู่ในพระราชวังทั้งหมด

ทำให้ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างหวาดกลัวและรู้สึกสิ้นหวัง

แต่ไม่มีทางที่จะตอบโต้ได้เลย ชายผู้นี้แข็งแกร่งมาก พวกเขาจะสามารถตอบโต้ได้อย่างไร?

“พวกเจ้าคิดว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

สามารถต่อสู้กับเขาได้หรือไม่?”

ในเวลานี้ ได้มีปรมาจารย์จำนวนมากต่างก็เดินทางมารับชมการแสดงในครั้งนี้

และพวกเขาต้องการที่จะดูว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สามารถต่อต้านนิกายเต๋าสวรรค์ได้หรือไม่

“ชายหนุ่มคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา นอกจากนี้นิกายเต๋าสวรรค์จะไม่ยอมแพ้จนกว่าพวกเขาจะบรรลุเป้าหมายและจะต้องมีคนที่แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมเดินทางมายังอาณาจักรเซี่ย”

“สองพันปีก่อน ราชวงศ์เทพเที่แข็งแกร่ง

ก็ยังล่มสลายภายใต้การโจมตีของนิกายเต๋าสวรรค์ แล้วแบบนี้ราชวงศ์เซี่ยจะสามารถต่อต้านนิกายเต๋าสวรรค์ได้อย่างนั้นเหรอ?”

“ข้ามีความมั่นใจว่าราชวงศ์เซี่ย กำลังจะพินาศ”

“ยุคของนิกายของพวกเรากำลังจะมาถึงแล้ว”

“นิกายเต๋าสวรรค์ ผู้ยิ่งใหญ่”

โลกทั้งใบกำลังเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้อง ทุกคนต่างก็มุ่งความสนใจไปที่พระราชวังของราชวงศ์เซี่ย

ด้วยความคาดหวัง โดยที่พวกเขาหวังว่าจะได้เห็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ถูกตัดหัว

ตราบใดที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ถูกตัดหัว อำนาจของราชวงศ์เซี่ยก็จะลดลงไปอย่างมาก

พวกเขาก็จะสามารถโค่นล้มราชวงศ์เซี่ยลงได้ และทำให้นิกายของพวกเขาขึ้นมาอยู่เหนืออำนาจของราชวงศ์เซี่ย

กลายเป็นผู้ปกครองคนใหม่ของดินแดนแห่งนี้

“จักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์ จะสามารถต่อสู้กับเทียนซวนจื่อได้หรือไม่?”

ในเวลานี้ ที่ด้านนอกเมืองหลวง ได้มีบุคคลที่ทรงพลังเฝ้าดูอย่างเงียบๆ

ในหมู่พวกเขามี หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์ ผู้นำนิกายเหวินเทียน พระอรหันต์ปราบมังกรแห่งวัดหยางหลง พุทธบุตรแห่งนิกายหมื่นพุทธ

และมีแม้กระทั้งปรมาจารย์ของนิกาย ตระกูลซ่อนเร้น ทั้งหมดล้วนให้ความสนใจ

“อาณาจักรเซี่ยสืบทอดมาอย่างยาวนานถึง 1,800 ปี ถึงคราวที่จะต้องพินาศแล้ว”

“ช่างน่าเศร้ายิ่งนัก ที่ราชวงศ์ไม่สามารถอยู่เหนือนิกายได้”

“ราชวงศ์ใดก็ตาม ที่พยายามบ่มเพาะความเป็นอมตะ

เพื่อที่จะทำให้ตัวเองมีอายุขัยที่ยืนยาว จะต้องถูกทำลายอย่างไร้ความปรานี”

“คราวนี้ก็ถึงคราวของราชวงศ์เซี่ยแล้ว”

นิกายหลัก ตระกูลซ่อนเร้น ต่างก็พากันส่ายหัวทีละคน โดยที่พวกเขาไม่ได้มองในแง่ดีเลยเกี่ยวกับเหตุการณ์ในครั้งนี้

ราชวงศ์เซี่ยที่ยิ่งใหญ่ ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเพียงราชวงศ์เล็กๆ จะสามารถต่อสู้กับนิกายเต๋าสวรรค์ได้อย่างไร

ผลลัพธ์เดียวคือการล่มสลาย

ฮัม!

ในเวลานี้ แรงกดดันที่บีบบังคับและครอบงำแผ่ออกมาอีกครั้ง

เทียนซวนจื่อ พูดออกมาด้วยใบหน้าที่เย็นชา "มาดูกันหน่อยสิว่าเจ้าจะสามารถซ่อนตัวได้อีกนานแค่ไหน

ถ้าหากว่าเจ้ายังไม่ออกมา..."

“ข้าจะทำลายพระราชวังทั้งหมด”

เสียงของเทียนซวนจื่อ ดังกึกก้องไปทั่วเมืองหลวง ผู้คนนับไม่ถ้วน

ต่างก็เห็นเมฆสีดำหลั่งไหลมารวมตัวกันในความว่างเปล่า

ในก้องเมฆมีสายฟ้าวิ่งไปมา พันกันบนท้องฟ้าเหนือพระราชวัง

และมีกลิ่นอายแห่งเต๋าสวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัว

“ทัณฑ์สายฟ้าแห่งเต๋าสวรรค์?”

"ทัณฑ์สายฟ้า?"

ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็หวาดกลัวและใบหน้าซีดเซี่ยว

แท้จริงแล้วเทียนซวนจื่อ คือคนที่สร้างเมฆสายฟ้าขึ้นมา

เขาทำตัวเป็นเหมือนกับตัวแทนของเต๋าสวรรค์ เพื่อลงโทษคนที่ทำผิดกฏของสวรค์

ภายในพระราชวัง ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็ตื่นตระหนกและรู้สึกสิ้นหวัง

มีเพียงจักรพรรดินีเท่านั้นที่ยังคงมีใบหน้าที่สงบนิ่ง

ไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย

เธอเชื่อมั่นว่าพี่ชายของเธอ จะสามารถต่อสู้กับเทียนซวนจื่อได้อย่างแน่นอน

บูม!

พายุฝนฟ้าคะนองพัดเข้าถล่มพระราชวัง

เปรี๊ยง!

สายฟ้าได้ผ่าลงมา ทันใดนั้นพระราชวังก็ได้มีม่านแสงปรากฏขึ้นมา ซึ่งได้ปิดกั้นสายฟ้าที่ผ่าลงมาทันที

ม่านแสงสว่างขึ้นมาปกคลุมไปทั่วทั้งเขตพระราชวัง บนพระราชวัง แรงกดดันที่แข็งแกร่งก็ปะทุออกมาจากทั้งสี่ทิศในเวลาเดียวกัน

โดยมีสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวใหญ่คำรามออกมาทั้งสี่ทิศ

“ค่ายกลสี่สัตว์เทพ?”

เทียนซวนจื่อ รู้สึกประหลาดใจ เมื่อเขามองไปที่ค่ายกลที่ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าเขา

และเขาก็สามารถรับรู้ได้ทันทีเลยว่ามันคือค่ายกลสี่สัตว์เทพ

"โฮกกกกก!"

มังกรฟ้า หงส์เพลิง เต่าดำ และพยัคฆ์ขาว สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ก่อตัวขึ้นมาและกลายเป็นค่ายกลสี่สัตว์เทพ ปิดกั้นการโจมตีของสายฟ้าที่ผ่าลงมา

ทำให้ทุกคนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

"ฮึ่ม ไม่มีประโยชน์"

เทียนซวนจื่อ ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกประหลาดใจ

แต่เขาก็ยังพูดเยาะเย้ยออกมา "เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถปิดกั้นการโจมตีของข้า ด้วยค่ายกลสี่สัตว์เทพอย่างนั้นเหรอ?"

"ไร้เดียงสาเกินไป"

เขายกมือขึ้นแล้วกดลงมาอีกครั้งทำให้

สายฟ้าจำนวนมากผ่าลงมาเพื่อทำลายค่ายกลสี่สัตว์เทพโดยตรง

บูม!

ทัณฑ์สายฟ้า

ได้ผ่าลงมาและต้องการทำลายค่ายกลสี่สัตว์เทพและผู้คนที่อยู่ภายในพระราชวังทั้งหมด