ตอนที่ 40

"เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย ท่านได้รับ :

ฝ่ามือเหยือกแข็ง"

เซี่ยเฉิน รู้สึกประหลาดใจที่เห็นว่าวันนี้เขาลงชื่อเช็คอิน และได้รับทักษะศิลปะการต่อสู้ฝ่ามือ

“ฝ่ามือเหยือกแข็ง?”

เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย และเริ่มทำความเข้าใจทักษะฝ่ามือเหยือกแข็ง

อย่างเงียบๆ

ทักษะนี้เป็นทักษะฝ่ามือน้ำแข็งชนิดหนึ่ง และเมื่อฝึกฝนทักษะฝ่ามือเหยือกแข็งจนถึงขีดสุด

สามารถแช่แข็งศัตรูให้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งได้ด้วยฝ่ามือเดียว

การฝึกฝนทักษะฝ่ามือนี้สามารถเปลี่ยนแปลง พลังปราณในร่างกายให้กลายเป็นปราณน้ำแข็ง

เมื่อเทียบกับฝ่ามือผนึกจักรพรรดิอัคคีแดง พลังของทักษะฝ่ามือเหยือกแข็งยังด้อยกว่าเล็กน้อย

แต่ก็ยังนับว่าเป็นทักษะฝ่ามือน้ำแข็งขั้นสูงพอสมควร และพลังของมันก็ไม่เลวเลย

เขาไม่รู้สึกอะไรเลยเมื่อเขาฝึกฝน แต่ถ้าเป็น เฉียนเสวี่ย ได้ฝึกฝนทักษะฝ่ามือนี้

พลังของเธอน่าจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เธอมีกายาหิมะลึกลับ

ยิ่งไปกว่านั้น เฉียนเสวี่ย ได้ฝึกฝนพระสูตรไท่หยิน เพื่อที่จะปลุกพลังของกายาหิมะลึกลับให้ตื่นขึ้นมา

และพลังของฝ่ามือเหยือกแข็งจะต้องทวีคูณขึ้นอย่างแน่นอน

เปรี๊ยะ....!

เขาซัดฝ่ามือออกไป ความเย็นเยือกที่พลุ่งพล่านก็พัดพาออกไป

แช่แข็งดอกไม้และวัชพืชที่อยู่ตรงหน้าของเขาให้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งทีละชิ้น

เมื่อเห็นเช่นนี้ เขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

"อืม..นับว่าเป็นทักษะที่ดี หากว่าข้ามีเวลาคงต้องหาโอกาสส่งมอบทักษะฝ่ามือเหยือกแข็งให้กับ เฉียนเสวี่ย เธอจะได้มีทักษะเอาไว้เพื่อป้องกันตนเอง"

หลังจากที่ เซี่ยเฉิน เสร็จสิ้นการฝึกฝนแล้ว เขาก็วางแผนที่จะไปยังเมืองเล็กๆ

สักครั้ง ส่งมอบทักษะฝ่ามือเหยือกแข็ง ให้กับเฉียนเสวี่ย และศึกษาความลึกลับของกายาหิมะลึกลับของเธอต่อไป

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถค้นพบความลับของกายาจักรพรรดิมนุษย์เพิ่มเติมได้มาหลายเดือนแล้ว แต่ว่าเซี่ยเฉิน ก็สังเกตเห็นว่ามีพลังลึกลับที่แฝงอยู่ในร่างกายของเขาได้อย่างแผ่วเบา

พลังลึกลับนั้นจะต้องเป็นพลังลึกลับของกายาจักรพรรดิมนุษย์ อย่างแน่นอน

เมื่อกายาจักรพรรดิมนุษย์สามารถปลุกให้ตื่นขึ้นแล้ว

เขาจะได้รับกายาที่ลึกลับและทรงพลังที่สุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์

"พระสูตรไท่หยิน เป็นทักษะบ่มเพาะพลังหยินที่รุนแรง

เหมาะที่จะฝึกฝนในเวลากลางคืนและดูดซับพลังของแสงจันทร์ ที่ปล่อยออกมาจากดวงจันทร์"

เซี่ยเฉิน ครุ่นคิดอย่างเงียบๆ เกี่ยวกับคำถามต่อไป

นับตั้งแต่ฝึกฝนทักษะพระสูตรไท่หยิน เขาก็รู้สึกว่าพลังปราณของเขาเพิ่มขึ้นทีละเล็กทีละน้อย

และยิ่งสะสมก็ยิ่งลึกซึ่งขึ้นมาเล็กน้อย ส่งผลให้ความแข็งแกร่งของร่างกายของเขาหยุดนิ่ง

แต่เขารู้สึกว่าพระสูตรไท่หยิน เป็นทักษะการฝึกฝนหยินแบบสุดโต่ง

และมันก็ค่อนข้างไม่น่าพอใจสำหรับเขา และเขามักจะรู้สึกว่ามันยังขาดอะไรไปบางอย่างอยู่เล็กน้อย

"มันคงจะสมบูรณ์แบบถ้าข้าสามารถหาทักษะบ่มเพาะอื่นที่แข็งแกร่ง

เทียบเท่าหรือสูงกว่าที่เคยได้รับมา"

ดวงตาของ เซี่ยเฉิน เป็นประกายและนึกถึงความเป็นไปได้นี้ขึ้นมา

พระสูตรไท่หยินเป็นทักษะบ่มเพาะพลังหยิน และถ้าเขาสามารถหาทักษะบ่มเพาะหยางในระดับเดียวกันมาฝึกฝนได้ก็จะสมบูรณ์แบบ

ด้วยวิธีการบ่มเพาะเช่นนี้ หยินหยาง การรวมกันของหยินและหยางก่อตัวเป็นวัฏจักร

"ดูเหมือนว่าข้าต้องค่อยๆ รอดูว่าข้าจะสามารถได้รับทักษะการบ่มเพาะพลังขั้นสูงสุดได้หรือไม่"

หลังจากตัดสินใจได้แล้ว เซี่ยเฉิน ก็มีเป้าหมายดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการที่จะทะลวงขอบเขตในตอนนี้

และต้องการที่จะสะสมพลังปราณของเขาให้ถึงขีดสุดก่อนและระงับมันเอาไว้

เมื่อเขาได้หลอมรวม หยินและหยางเป็นหนึ่งเดี่ยวกันนั้นคือความสมบูรณ์แบบที่แท้จริง

โดยไม่มีข้อบกพร่องแม้แต่จุดเดียว และความสำเร็จในอนาคตของเขาก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก

หลังจากเสร็จสิ้นการทำงานของวันนี้แล้ว เซี่ยเฉิน ใช้เวลาที่เหลืออยู่เดินทางออกจากดินแดนบรรพบุรุษและไปยังเมืองเล็กๆ

ที่ตั้งอยู่ด้านนอกใกล้ๆกับดินแดนบรรพบุรุษ

“เฮ้ สาวน้อย ดื่มกับพี่ชายสักแก้วไหม?”

ทันทีที่เขามาถึง เซี่ยเฉิน

ก็สังเกตเห็นเหตุการณ์ณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเขา

บนถนนในเมือง ได้มีคนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งล้อมรอบหญิงสาวที่ดูอ่อนแอ

เมื่อเขาสังเกตุอย่างใกล้ชิด เขาก็พบว่านางก็คือ เฉียนเสวี่ย ใช่ไหม

วันนี้ในตอนที่เธอ กำลังออกไปซื้อหาอาหาร แต่เธอไม่คาดคิดว่าจะพบเจอกับกลุ่มนักรบสองสามคนเข้ามาเกี่ยวพาเธอ

ฉากนี้เซี่ยเฉินบังเอิญได้เข้ามาพบเห็นเข้าโดยบังเอิญ

เมื่อเขาเดินทางมาถึงและได้ปรากฏเจตนาฆ่าขึ้นมาในดวงตาของเขา

แต่เขาไม่ได้เร่งรีบที่จะดำเนินการ เขาต้องการที่จะดูว่า

เฉียนเสวี่ย จะแก้ไขเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร โดยต้องการดูว่าการฝึกฝนของเธอก้าวหน้าไปมากน้อยเพียงใดในทุกวันนี้

น่าเสียดายสิ่งที่เขาเห็นทำให้รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เฉียนเสวี่ย

ไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวและซ่อนตัวอยู่ที่มุมด้วยความหวาดกลัว

เมื่อเห็นเช่นนี้ เซี่ยเฉิน ก็แอบถอนหายใจออกมา ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ยังไม่ได้ปรับให้เข้ากับสถานะปัจจุบันของเธอ ด้วยความแข็งแกร่งของขอบเขตนักรบระดับสอง เธอไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวคนกลุ่มนี้เลย

อาจเป็นเพราะสิ่งที่เธอได้พบเจอมาในอดีต ได้ทิ้งบาดแผลเอาไว้ภายในจิตใจของเธอและยังไม่สามารถลบบาดแผลเหล่านี้ออกไปจากจิตใจของเธอได้

นี่ไม่ใช่สิ่งที่ดี หากเธอไม่สามารถลบบาดแผลนี้ออกจากจิตใจของเธอได้ด้วยตัวเอง

มันก็จะกลายเป็นจิตมารและเป็นอุปสรรคในการบ่มเพาะของเธอในอนาคตอีกด้วย

เซี่ยเฉิน เพียงแค่จ้องกลุ่มคนเหล่านั้นอย่างเย็นชาและไม่ได้ลงมือช่วยเหลือเธอ

เขาต้องการให้ เฉียนเสวี่ย ออกจากเงามืดภายในจิตใจของเธอและกำจัดความเจ็บปวดในอดีตของตัวเธอให้หมด

เพื่อที่เธอจะได้เป็นผู้ฝึกตนที่ทรงพลังได้อย่างแท้จริง

“อย่าทำให้ข้าต้องผิดหวัง มิฉะนั้นข้าคงได้แต่ต้องยอมแพ้เรื่องของเจ้า”

เมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของเฉียนเสวี่ย เซี่ยเฉินก็พึมพำอยู่ในใจของเขาอย่างเงียบๆ

ถ้า เฉียนเสวี่ย ทำให้เขาผิดหวัง เขาก็ได้แต่ยอมแพ้

มันไม่มีประโยชน์ที่จะรักษาเธอเอาไว้ แม้ว่าเธอจะมีกายาพิเศษก็ตาม

เนื่องจากจิตใจของตัวเธอถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะรักษาคนเช่นนี้เอาไว้

เซี่ยเฉิน รู้สึกผิดหวัง เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

และพร้อมที่จะยอมแพ้เรื่องของเธอ

“ไม่ ข้ายังตายไม่ได้”

“ถ้าข้ายังมัวเอาแต่หวาดกลัวเช่นนี้  ข้าจะตอบแทนน้ำใจและจะยืนอยู่เคียงข้างนายท่านได้อย่างไร

ข้าจะต้องไม่ทำให้นายท่านต้องผิดหวัง”

“เจ้า พวกเจ้าทุกคนสมควรตาย...”

ในที่สุด เฉียนเสวี่ย ที่ถูกล้อมและรู้สึกสิ้นหวังก็ได้สติขึ้นมา เธอไม่สามารถตายได้ในตอนนี้

และเธอก็ไม่สามารถทำให้ร่างกายของเธอเป็นมลทินได้

ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ในที่สุด เฉียนเสวี่ย ก็ได้สติขึ้นมา

บูม!

การปะทุของพลังปราณอันทรงพลังได้ปะทุขึ้นมาอย่างกะทันหัน

และอากาศที่เย็นยะเยือกก็พัดผ่าน แช่แข็งชายร่างใหญ่ที่อยู่รอบๆตัวเธอ ในทันที

ทำให้พวกเขาทั้งหมดกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง

นี้คือพลังลึกลับของกายาหิมะลึกลับ เหยือกแข็งสมบูรณ์

พวกเขาทั้งหมดได้ถูกแช่แข็งให้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งทีละคน

และพวกเขาก็ยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า

"ฮะ?" เซี่ยเฉินรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นเหตุการณืที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

เขาเฝ้าดู เฉียนเสวี่ย ที่หลุดพ้นออกมาจากเงามืดภายในจิตใจของเธอ

เขาก็รู้สึกโล่งใจ เพราะว่าเธอไม่ได้ทำให้เขาผิดหวังเลย

ปัง

วินาทีต่อมา ร่างของนักรบทั้งหลายที่ถูกแช่แข็งจนกลายเป็นรูปแกะสลักน้ำแข็งก็แตกเป็นชิ้นๆ

ทีละชิ้น และกระจัดกระจายเป็นเศษซากนำแข็งกระจายอยู่เต็มพื้น

เมื่อเผชิญหน้ากัน พวกเขาทั้งหมดต่างก็ถูกฆ่าตายภายในไม่กี่วินาที

อาจกล่าวได้ว่า เฉียนเสวี่ย ได้ปรับตัวให้เข้ากับความแข็งแกร่งของเธอได้อย่างสมบูรณ์

และแม้กระทั่งออกมาจากเงามืดบาดแผลภายในจิตใจของตัวเธอเองได้

"ดี."

เซี่ยเฉิน พยักหน้าด้วยความพึงพอใจและเดินออกไปอย่างช้าๆ

เมื่อเฉียนเสวี่ย ซึ่งอยู่ในภาวะหวาดวิตกและกังวลเมื่อตัวเธอเห็นว่า

เซี่ยเฉิน กำลังเดินเข้ามาหัวใจของเธอก็สงบลงในทันที

"นายท่าน!"

เฉียนเสวี่ย วิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาเซี่ยเฉินอย่างมีความสุขด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าของเธอ

แต่ไม่นานเธอก็ก้มหัวลงและดูละอายใจเล็กน้อย

นั้นก็เป็นเพราะว่า นายท่านได้แอบดูการแสดงของเธอในตอนนี้ ว่าจะทำให้เขาผิดหวังหรือไม่

อย่างนั้นเหรอ?

เธอคิดบางอย่างและทันใดนั้นก็รู้สึกว่าแก้มของเธอร้อนผ่าว ใบหน้าของเธอแดงและรู้สึกเขินอาย

"ขอแสดงความยินดี เธอได้กลายเป็นผู้ฝึกตนตัวจริงแล้ว

ตั้งแต่วันนี้ไปข้าจะสอนทักษะศิลปะการต่อสู้ที่ทรงพลังสำหรับการป้องกันตัวให้เจ้า"

เซี่ยเฉิน ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ และพาตัวของเฉียนเสวี่ย

กลับไปที่คฤหาสน์ในเมืองเล็กๆ

จากนั้น เขาก็สอนทักษะศิลปะการต่อสู้ที่ทรงพลังให้กับ เฉียนเสวี่ย

เช่น ฝ่ามือเหยือกแข็ง หมัดเทียนซวงที่ปรับปรุงมาจากฝ่ามือผนึกจักรพรรดิอัคคีแดง และทักษะการเคลื่อนไหว ย่างก้าวเงาไร้ร่องรอย เป็นต้น

หลังจากสอนทักษะทั้งหมด เขาก็ได้มอบยาที่จำเป็นสำหรับการบ่มเพาะให้กับเฉียนเสวี่ย

หลังจากนั้นเซี่ยเฉินก็จากไปและกลับไปยังดินแดนบรรพบุรุษของเขา

สิ่งนี้ทำให้ เฉียนเสวี่ย รู้สึกเสียดายเล็กน้อย เธอยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความเสียดาย

และเฝ้าดู เซี่ยเฉิน จากไปอีกครั้ง และมีความเศร้าโศกอยู่ภายในจิตใจของเธอ

“นายท่าน เมื่อไหร่ข้าจะติดตามท่านไปได้”

เฉียนเสวี่ยพึมพัมกับตัวเองอย่างเงียบ แต่น่าเสียดายที่ เซี่ยเฉิน

ได้จากไปแล้ว

เขามาตรวจดูว่าเธอไปฝึกฝนก้าวหน้าไปมากน้อยแค่ไหน

และสามารถที่จะกระตุ้นกายาหิมะลึกลับของเธอให้ตื่นขึ้นมาได้บ้างแล้วหรือยัง

สำหรับตัวของ เฉียนเสวี่ย แล้วในสายตาของ เซี่ยเฉิน เธอเป็นเพียงแค่คนที่เอาไว้ศึกษาความลึกลับของกายาพิเศษ

หลังจากที่ เซี่ยเฉิน ออกจากเมือง เขาก็กลับไปยังดินแดนบรรพบุรุษของเขาและกลับคืนสู่ชีวิตที่สงบสุขอีกครั้ง

ในเวลานี้ ได้มีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นในลุ่มแม่น้ำและทะเลสาบ

นิกายปีศาจโมซงซึ่งเคยถูก เซี่ยเฉินทำลายไปแล้วได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งและคราวนี้ก็ทรงพลังมากยิ่งขึ้น เมื่อนิกายปีศาจโมซงได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ก็ได้สร้างความวุ่นวายและความปั่นป่วนในแทปลุ่มแม่น้ำและทะเลสาบทั้งหมด

ทันใดนั้นนิกายปีศาจโมซง ก็ได้ประกาศถึงการกลับมาที่แข็งแกร่ง

และโลกก็สั่นสะเทือนกับข่าวนี้ไปชั่วขณะ