ตอนที่ 108

เขตพระราชวัง หน้าห้องโถงใหญ่พระราชวัง มีขันทีและสาวใช้ภายในวังจำนวนมากได้มารวมตัวกัน

ในหมู่พวกเขา สาวใช้ในวังบางคนก็ยังเป็นสาวงามบางคนเป็นแก่ชรา

แต่ว่าในตอนนี้พวกเขาทั้งหมดได้มารวมตัวกันที่นี่

ส่วนขันทีก็มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่ทำงานอยู่ตามตำหนักต่างๆทั่วพระราชวัง

พวกเขาทั้งหมดได้มารวมตัวกันตามคำสั่งของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ซึ่งทำให้เกิดความตื่นตระหนกครั้งใหญ่ขึ้น

ในไม่ช้า องค์หญิงสิบ ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์คนปัจจุบันก็ค่อยๆ

เดินออกมาพร้อมกับสาวใช้ส่วนตัวของเธอ

“น้อมรับเสด็จ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน”

บรรดาขันทีและสาวใช้ประจำพระราชวังได้มารวมตัวกัน

ขันทีเฒ่าสองคนที่เป็นหัวหน้าขันที คนแรกคือขันทีตัน ส่วนอีกคนคือขันทีหลี่

ขันทีตันเคยเป็นขันทีส่วนพระองค์ของจักรพรรดิเซี่ยมาก่อน ส่วนขันทีหลี่เคยเป็น

ขันทีส่วนพระองค์ขององค์หญิงสิบ และทั้งสองนับได้ว่าเป็นผู้อาวุโสในวัง

เมื่อพวกเขาทั้งหมดได้ถูกเรียกให้มารวมตัวกัน

ทำให้ตอนนี้ในใจของพวกเขารู้สึกกระวนกระวายเป็นอย่างมากภายในจิตใจ

พวกเขาคิดว่า องค์หญิงสิบ ต้องการจัดการกับขันทีและสาวใช้ในวังที่เป็นคนของอดีตจักรพรรดิเซี่ย

ออกไปทั้งหมด

“ขอให้องค์จักรพรรดิ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”

ขันทีและสาวใช้ประจำวังต่าง

ก็พากันตะโกนสรรเสริญออกมาดังกึกก้องไปทั่วห้องโถงพระราชวัง

องค์หญิงสิบมองไปที่ขันทีและสาวใช้ ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ

และปรากฏร่องรอยของอารมณ์ที่ซับซ้อนขึ้นในดวงตาของเธอชั่วขณะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเธอมองไปยังขันทีหลี่ ที่ติดตามและดูแลเธอมาตั้งแต่เธอยังเด็กจนถึงปัจจุบัน

เธอเองก็ไม่อย่ากที่จะทำเช่นนี้เลย

แต่เธอก็ต้องทำเพราะว่า เธอต้องทำความสะอาดพระราชวังและผลัดเปลี่ยนขันทีและข้ารับใช้ทั้งหมด

ที่เป็นคนของอดีตจักรพรรดิ เธอทำได้เพียงแค่

ต้องตัดใจและลงมือทำอย่างเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของพี่ชายของเธอ

เธอได้นำพระราชโองการออกมา

และเปิดอ่านให้ขันทีและสาวใช้ที่มารวมตัวกันในตอนนี้ได้รับทราบ

“ขันทีและสาวใช้ทั้งหมด รับราชโองการของจักรพรรดิ

พระทรงรับสังว่า”

“องค์จักรพรรดิ ทรงมีพระบัญชาให้ ยกเลิกตำแหน่งขันทีทุกคนที่เป็นคนของอดีตตจักรพรรดิ

ข้ารับใช้และสาวใช้ในวังที่สูงอายุทั้งหมด พวกเจ้าจะได้รับทองคำหนึ่งร้อยตำลึง

ผ้าไหมหนึ่งพันผืน และจะถูกส่งกลับไปยังบ้านเกิดของพวกเจ้าทั้งหมด”

“นี่...!”

ทันทีที่องคืหญิงสิบอ่านน พระราชโองการเสร็จสิ้น ขันทีทุกคนต่างก็แสดงความโศกเศร้าออกมา

แม้แต่สาวใช้พวกเธอต่างก็พากันนั่งคุกเข่าลงกับพื้นทีละคน

“ขอบคุณสำหรับความเมตตาขององค์จักรพรรดิ ขอให้พระองค์ทรงมีพระชนมายุยืนยาวอายุ!”

ขันทีตัน ขันทีหลี่ เป็นผู้ที่นำเอ่ยคำอวยพรครั้งสุดท้าย

ก่อนที่พวกเขาจะต้องเดินทางออกจากพระราชวังและกลับไปยังบ้านเกิดของพวกเขา

ขันทีหลายคนต่างก็พากันร้องไห้ โดยเฉพาะขันทีที่ยังหนุ่ม พวกเขารู้สึกตกตะลึง

เมื่อพวกเขาได้ยินว่าพวกเขาถูกถอดตำแหน่งออก

ขันทีและสาวใช้ ที่เป็นข้ารับใช้ในจักรพรรดิอองค์ก่อน ทุกคนต่างก็พากันตกตะลึง

ภายในพระราชวังในตอนนี้ เหลือเพียงสาวใช้ในวังที่อายุน้อยและมีหน้าตาที่สวยงามเท่านั้น

และยังได้มีการเลือกสาวใช้ในวังชุดใหม่ให้เข้ามาในพระราชวังเพื่อเติมเต็มตำแหน่งที่ขาดหายไปอย่างรวดเร็ว

“ขันทีตัน ขันทีหลี่ พวกท่านทั้งสองทำงานหนักมาหลายสิบปีแล้ว

ถึงเวลาแล้วที่พวกท่านจะต้องพักผ่อน และกับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่บ้านเกิด

ของพวกท่าน”

องค์หญิงสิบ มองดูชายชราสองคนคือ ขันทีหลี่ และ ขันทีตัน

ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเธอด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน

ถึงแม้ว่าในตอนนี้เธอจะอยู่ในอารมณ์ที่ซับซ้อน แต่ว่านี่คือคำสั่งที่

เซี่ยเฉิน เป็นคนสั่งการด้วยตนเองจริงๆ

ในวังแห่งนี้ไม่จำเป็นต้องมีขันที อีกต่อไป

นี่ถือว่าเป็นความไร้มนุษยธรรมมากเกินไป และในฐานะที่เขาเป็นผู้เดินทางข้ามโลก

เขารู้สึกอึดอัดเล็กน้อยกับการที่ยังมีขันทีคอยรับใช้

ดังนั้นเขาจึงต้องการ ยกเลิกตำแหน่งขันทีออกไปและไม่ให้มีขันทีอยู่ภายในพระราชวังอีกแม้แต่คนเดี่ยว

“องค์หญิง ท่านรักษาพระองค์ให้ดี”

ขันทีตันและขันทีหลี่ เช็ดน้ำตาและเอ่ยออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า

ในที่สุดก็ลุกขึ้นด้วยตัวที่สั่นเทาเก็บเสื้อผ้าแล้วเดินทางออกจากพระราชวัง

ขันทีทั้งสองเดินจากไป และหายตัวไปอย่างรวดเร็ว

ในตอนนี้ภายในพระราชวังไม่มีขันทีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่คนเดี่ยว

องค์หญิงสิบได้เรียกผู้ติดตามของเธอให้เข้ามาใกล้ๆ

และออกคำสั่งกับผู้ติดตามของเธอว่า “เจ้าจงไปคัดเลือกสาวใช้กลุ่มใหม่เข้ามายังพระราชวัง

จากทั่วทุกมุมโลกเพื่อมาเติมเต็มตำแหน่งที่ขาดหาย”

ในเวลานี้ภายในวังหลัง กำลังเดือดพล่านไปด้วยความโกรธ

จักรพรรดินีและนางสนมบางคนของอดีตจักรพรรดิ พวกเธอต่างก็รู้สึกโกรธ

หากไม่มีขันที คอยปรนนิบัติรับใช้ แล้วงานต่างๆของพวกเธอจะให้ทำอย่างไร?

“เสี่ยวซี เจ้าทำมากเกินไปแล้ว”

“จริงๆ แล้วเจ้าตั้งใจที่จะทำอะไรกันแน่?”

เขตพระราชวังหลัง ด้านนอกห้องนอนของอดีตจักรพรรดินี องค์หญิงสิบได้เดินทางมายังที่นี่พร้อมกับกลุ่มสาวใช้ที่ถือดาบอยู่ในมือ

ทันทีที่เธอมาถึง เธอก็เห็นว่าอดีตจักรพรรดินีกำลังเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

เมื่อได้เห็นสิ่งที่องคืหญิงสิบทำ

อดีตจักรพรรดินีในตอนนี้เธอมีอายุมากกว่าสามสิบปี

และเธอเป็นจักรพรรดินีที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากจักรพรรดิเซี่ยองค์ก่อน

รูปลักษณ์ของเธอในตอนนี้ยังสวยและสง่างาม

“ข้ามาที่นี่ในครั้งนี้เพื่อที่จะบอกท่านว่า ถ้าหากว่าท่านต้องการอาศัยอยู่ภายในพระราชวัง

ท่านสามารถใช้ชีวิตในวัยชราได้อย่างสงบสุข”

องค์หญิงสิบ กล่าวออกมาอย่างใจเย็น

หลังจากนั้นเธอก็จ้องมองไปที่

อดีตจักรพรรดินีที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธออีกครั้งแล้วพูดว่า "ถ้าท่านต้องการที่จะออกไปจากพระราชวังและต้องการได้รับอิสรภาพกลับคืน

ท่านสามารถออกไปได้ตลอดเวลาโดยไม่มีใครหยุดท่าน"

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ถูกเอ่ยออกมา สีหน้าของอดีตจักรพรรดินี

ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

หลังจากที่มาบอกเรื่องทุกอย่างให้กับอดีตจักรพรรดินี

ทราบแล้วองค์หญิงสิบก็พาผู้ติดตามของเธอเดินจากไป เหลือเพียงแค่อดีตจักรพรรดินี ที่ในตอนนี้มีใบหน้าที่มืดมน

"ไม่มีเหตุผล!"

ใบหน้าของอดีตจักรพรรดินี ในตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธ

และร่างกายของเธอกำลังสั่นเทาพลังปราณของเธอกำลังพลุ่งพล่านด้วยความโกรธ

เมื่อสังเกตดีๆ จะเห็นว่าอดีตจักพรรดินี

เธออยู่ในขอบเขตของปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่

ในความเป็นจริงแล้วตัวตนที่แท้จริงของเธอคือ ตัวหมากที่ถูกว่างเอาไว้โดยนิกายเทียนเจี้ยน

โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เธอเข้ามาอยู่ใกล้กับจักรพรรดิเซี่ย

เดิมทีแล้วนิกายเทียนเจี้ยนนั้น ต้องการควบคุมราชวงศ์เซี่ยผ่านทางเธอ

แต่ว่าตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

“ดูเหมือนว่าข้าจะต้องรีบแจ้งให้ทางนิกายเทียนเจี้ยน

ทราบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”

อดีตจักรพรรดินี พึมพำกับตัวเองและตัดสินใจ

........................................................

ภายนอกพระราชวังเมื่อประกาศของ

จักรพรรดิเซี่ยเฉินได้ถูกนำมาติดประกาศไปทั่วทั้งเมืองหลวง สถานการณ์ในตอนนี้กำลังเดือดพล่านทั้งภายในและภายนอก

เพราะข่าวที่ว่า จักรพรรดิเซี่ยเฉิน ได้ยกเลิกตำแหน่งขันที และได้รับสมัครสาวใช้ประจำพระราชวังจำนวนมาก

“ยกเลิกขันทีและรับสมัครสาวใช้ในวัง?”

ในเวลานี้ ที่ลานบ้านภายในเมืองหลวงจักรพรรดิ นักบุญหญิงแห่งศาลาสวรรค์

ที่ได้ยินข่าวก็รู้สึกตกตะลึง

จริงๆ แล้วเธอมีความสงสัยเกี่ยวกับการยกเลิกตำแหน่งขันที ของจักรพรรดิเซี่ยองค์ใหม่

ว่าเขาต้องการทำอะไรกันแน่ เขาต้องการสร้างฮาเร็มของเขาหรือไม่?

มีเพียงผู้หญิงเท่านั้นที่อยู่ภายในพระราชวังในการทำหน้าที่ต่างๆยกเว้นตำแหน่งทหารองครักษ์ที่ยังคงเป็นผู้ชาย

ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำให้ ประชาชนและเหล่าผู้ฝึกตน

ต่างก็คิดว่าจักรพรรดิเซี่ยองค์ใหม่นั้นหลงใหลในความงามหรือไม่

“ช่างมาได้ทันเวลาพอดี

ข้าเองก็ต้องการที่จะเข้าไปข้างในพระราชวังเพื่อพบกับองค์ชายเก้าผู้ลึกลับ

จักรพรรดิเซี่ยองค์ใหม่”

ดวงตาของนักบุญหญิงเป็นประกาย และภายใต้ผ้าม่านที่ปิดบังใบหน้าของเธอ

เธอต้องการเข้าไปข้างในพระราชวังและเป็นสาวใช้จริงๆอย่างนั้นเหรอ?

..............................................

ในอีกด้านหนึ่ง นิกายเทียนเจี้ยน เต็มไปด้วยบรรยากาศหดหู่

ผู้นำนิกายได้เรียกเหล่าผุ้อาวุโสของนิกายเทียนเจี้ยนให้มารวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่ของนิกาย

ในตอนนี้ใบหน้าของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอาฆาตพยาบาท

“ผู้อาวุโสและศิษย์สาวกหลายสิบคน ถูกสังหารทั้งหมดไม่มีใครรอดชีวิตกลับมาเลยแม้แต่คนเดี่ยว”

"บัญชีแค้นครั้งนี้ จะต้องได้รับการชำระ"

“ท่านผู้นำนิกาย เชิญออกคำสั่งมาได้เลย พวกเราพร้อมที่จพบุกเข้าไปยังพระราชวังของจักรพรรดิ”

ภายในห้องโถงใหญ่ ผู้อาวุโสของนิกายเทียนเจี้ยนเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

และปลดปล่อยจิตสังหารที่รุนแรงออกมา

เมื่อพวกเขาได้รับข่าวว่า ผู้อาวุโสและศิษย์สาวกที่พวกเขาส่งออกไปเพื่อช่วยสนับสนุนองค์ชายสองให้ยึดครองบัลลังก์ทั้งหมด

ได้ถูกสังหารและไม่มีใครอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดี่ยว

สิ่งนี้ทำให้ผู้นำนิกาย และผู้อาวุโสของนิกายเทียนเจี้ยน

รู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก

“ท่านผู้นำนิกาย ราชวงศ์เซี่ยนั้นมีมรดกที่ลึกซึ้งและสืบทอดมาอย่างยาวนานนับพันปี

ดังนั้นท่านอย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่าม”

ภายในห้องโถง ได้มีชายหนุ่มลุกขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจักเป็นอย่างมาก

คนคนนี้ไม่ใชใครอื่นเขาคือ ปรมาจารย์ดาบหยินชิซาน และในฐานะที่เขาเป็นผู้สืบทอดของนิกายเทียนเจี้ยนคนต่อไป

เขาพยายามอย่างดีที่สุด เพื่อที่จะหยุดไม่ให้ผู้นนำนิกายคนปัจจุบันของนิกายเทียนเจี้ยน

ไปยั่วยุราชวงศ์เซี่ย เพราะว่าเขามีข้อสงสัยเกี่ยวกับปรมาจารย์ลึกลับที่ปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อสังหารมังกรในเกาะกลางทะเลในครั้งก่อนว่า

จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์เซี่ยอย่างแน่นอน

"ฮึ!"

ผู้นำนิกายเทียนเจี้ยน ตะคอกออกมาอย่างเย็นชา เขาปลดปล่อยเจตจำนงดาบอันทรงพลังออกมาปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกายของเขา ในฐานะที่เขาเป็นถึงผู้นำนิกายของนิกายเทียนเจี้ยนคนปัจจุบัน

ความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่ได้อ่อนแอ่เลยแม้แต่น้อย

เขาอยู่ในขอบเขตนิพพานแล้ว และทักษะดาบของเขาก็ไม่มีใครสามารถเทียบได้

และผู้นำนิกายเจียงเหอ เป็นที่รู้จักกันดีในนามของเทพเจ้าดาบเจียงเหอ

“จักรพรรดิเซี่ยองค์เก่า ได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว และในตอนนี้อาณาจักรเซี่ยก็ไม่มีผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตนิพพานคอยปกครองอีกต่อไป

ถึงแม้ว่าเบื้องหลังของราชวงศ์จะยังคงมีผู้ฝึกตนของเขตนิพพานคอยปกป้อง

แต่ว่าในตอนนี้ข้าเองก็ไม่ได้หวาดกลัวราชวงศ์เซี่ยอีกต่อไป”

“ในคราวนี้

ข้าจะเดินทางไปที่เมืองหลวงของอาณาจักรเซี่ย เป็นการส่วนตัวเพื่อท่วงคืนความยุติธรรมให้กับผู้อาวุโสและลูกศิษย์ที่เสียชีวิตไป”

หลังจากพูดจบ ผู้นำนิกายเจียงเหอก็ลุกขึ้นและหายตัวไปจากห้องโถงของ

นิกายเทียนเจี้ยนในชั่วพริบตา

การแสดงออกของ หยินชิซาน เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขารู้ว่าในตอนนี้มันสายเกินไปแล้วที่เขาจะหยุดท่านผู้นำนิกายเจียงเหอ

ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่กัดฟันและติดตามไป

เหตุผลที่แท้จริงของผู้นำนิกายเจียงเหอ ที่ต้องการไปเยือนยังพระราชวังนั้น

ไม่ใช่เพื่อที่จะต้องการทวงคืนความยุติธรรม แต่จริงๆแล้วเขาแค่อยากทดสอบดู

หากว่าเบื้องหลังของราชวงศ์เซี่ยนั้นไม่เป็นภัยคุกคามต่อเขา

เขาก็จะลงมือทำลายราชวงศ์เซี่ยลงในคราวเดียว และทำให้นิกายเทียนเจี้ยน

ของเขาขึ้นมาอยู่เหนืออำนาจของอาณาจักรเซี่ย และเข้ามาปกครองโลกแห่งนี้

ความคิดเป็นสิ่งที่ดี แต่ความเป็นจริงนั้นเขาจะสามารถทำได้หรือไม่

นั้นเป็นอีกเรื่อง