เขตพระราชวัง หน้าห้องโถงใหญ่พระราชวัง มีขันทีและสาวใช้ภายในวังจำนวนมากได้มารวมตัวกัน
ในหมู่พวกเขา สาวใช้ในวังบางคนก็ยังเป็นสาวงามบางคนเป็นแก่ชรา
แต่ว่าในตอนนี้พวกเขาทั้งหมดได้มารวมตัวกันที่นี่
ส่วนขันทีก็มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่ทำงานอยู่ตามตำหนักต่างๆทั่วพระราชวัง
พวกเขาทั้งหมดได้มารวมตัวกันตามคำสั่งของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ซึ่งทำให้เกิดความตื่นตระหนกครั้งใหญ่ขึ้น
ในไม่ช้า องค์หญิงสิบ ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์คนปัจจุบันก็ค่อยๆ
เดินออกมาพร้อมกับสาวใช้ส่วนตัวของเธอ
“น้อมรับเสด็จ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน”
บรรดาขันทีและสาวใช้ประจำพระราชวังได้มารวมตัวกัน
ขันทีเฒ่าสองคนที่เป็นหัวหน้าขันที คนแรกคือขันทีตัน ส่วนอีกคนคือขันทีหลี่
ขันทีตันเคยเป็นขันทีส่วนพระองค์ของจักรพรรดิเซี่ยมาก่อน ส่วนขันทีหลี่เคยเป็น
ขันทีส่วนพระองค์ขององค์หญิงสิบ และทั้งสองนับได้ว่าเป็นผู้อาวุโสในวัง
เมื่อพวกเขาทั้งหมดได้ถูกเรียกให้มารวมตัวกัน
ทำให้ตอนนี้ในใจของพวกเขารู้สึกกระวนกระวายเป็นอย่างมากภายในจิตใจ
พวกเขาคิดว่า องค์หญิงสิบ ต้องการจัดการกับขันทีและสาวใช้ในวังที่เป็นคนของอดีตจักรพรรดิเซี่ย
ออกไปทั้งหมด
“ขอให้องค์จักรพรรดิ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”
ขันทีและสาวใช้ประจำวังต่าง
ก็พากันตะโกนสรรเสริญออกมาดังกึกก้องไปทั่วห้องโถงพระราชวัง
องค์หญิงสิบมองไปที่ขันทีและสาวใช้ ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ
และปรากฏร่องรอยของอารมณ์ที่ซับซ้อนขึ้นในดวงตาของเธอชั่วขณะ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเธอมองไปยังขันทีหลี่ ที่ติดตามและดูแลเธอมาตั้งแต่เธอยังเด็กจนถึงปัจจุบัน
เธอเองก็ไม่อย่ากที่จะทำเช่นนี้เลย
แต่เธอก็ต้องทำเพราะว่า เธอต้องทำความสะอาดพระราชวังและผลัดเปลี่ยนขันทีและข้ารับใช้ทั้งหมด
ที่เป็นคนของอดีตจักรพรรดิ เธอทำได้เพียงแค่
ต้องตัดใจและลงมือทำอย่างเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของพี่ชายของเธอ
เธอได้นำพระราชโองการออกมา
และเปิดอ่านให้ขันทีและสาวใช้ที่มารวมตัวกันในตอนนี้ได้รับทราบ
“ขันทีและสาวใช้ทั้งหมด รับราชโองการของจักรพรรดิ
พระทรงรับสังว่า”
“องค์จักรพรรดิ ทรงมีพระบัญชาให้ ยกเลิกตำแหน่งขันทีทุกคนที่เป็นคนของอดีตตจักรพรรดิ
ข้ารับใช้และสาวใช้ในวังที่สูงอายุทั้งหมด พวกเจ้าจะได้รับทองคำหนึ่งร้อยตำลึง
ผ้าไหมหนึ่งพันผืน และจะถูกส่งกลับไปยังบ้านเกิดของพวกเจ้าทั้งหมด”
“นี่...!”
ทันทีที่องคืหญิงสิบอ่านน พระราชโองการเสร็จสิ้น ขันทีทุกคนต่างก็แสดงความโศกเศร้าออกมา
แม้แต่สาวใช้พวกเธอต่างก็พากันนั่งคุกเข่าลงกับพื้นทีละคน
“ขอบคุณสำหรับความเมตตาขององค์จักรพรรดิ ขอให้พระองค์ทรงมีพระชนมายุยืนยาวอายุ!”
ขันทีตัน ขันทีหลี่ เป็นผู้ที่นำเอ่ยคำอวยพรครั้งสุดท้าย
ก่อนที่พวกเขาจะต้องเดินทางออกจากพระราชวังและกลับไปยังบ้านเกิดของพวกเขา
ขันทีหลายคนต่างก็พากันร้องไห้ โดยเฉพาะขันทีที่ยังหนุ่ม พวกเขารู้สึกตกตะลึง
เมื่อพวกเขาได้ยินว่าพวกเขาถูกถอดตำแหน่งออก
ขันทีและสาวใช้ ที่เป็นข้ารับใช้ในจักรพรรดิอองค์ก่อน ทุกคนต่างก็พากันตกตะลึง
ภายในพระราชวังในตอนนี้ เหลือเพียงสาวใช้ในวังที่อายุน้อยและมีหน้าตาที่สวยงามเท่านั้น
และยังได้มีการเลือกสาวใช้ในวังชุดใหม่ให้เข้ามาในพระราชวังเพื่อเติมเต็มตำแหน่งที่ขาดหายไปอย่างรวดเร็ว
“ขันทีตัน ขันทีหลี่ พวกท่านทั้งสองทำงานหนักมาหลายสิบปีแล้ว
ถึงเวลาแล้วที่พวกท่านจะต้องพักผ่อน และกับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่บ้านเกิด
ของพวกท่าน”
องค์หญิงสิบ มองดูชายชราสองคนคือ ขันทีหลี่ และ ขันทีตัน
ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเธอด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน
ถึงแม้ว่าในตอนนี้เธอจะอยู่ในอารมณ์ที่ซับซ้อน แต่ว่านี่คือคำสั่งที่
เซี่ยเฉิน เป็นคนสั่งการด้วยตนเองจริงๆ
ในวังแห่งนี้ไม่จำเป็นต้องมีขันที อีกต่อไป
นี่ถือว่าเป็นความไร้มนุษยธรรมมากเกินไป และในฐานะที่เขาเป็นผู้เดินทางข้ามโลก
เขารู้สึกอึดอัดเล็กน้อยกับการที่ยังมีขันทีคอยรับใช้
ดังนั้นเขาจึงต้องการ ยกเลิกตำแหน่งขันทีออกไปและไม่ให้มีขันทีอยู่ภายในพระราชวังอีกแม้แต่คนเดี่ยว
“องค์หญิง ท่านรักษาพระองค์ให้ดี”
ขันทีตันและขันทีหลี่ เช็ดน้ำตาและเอ่ยออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า
ในที่สุดก็ลุกขึ้นด้วยตัวที่สั่นเทาเก็บเสื้อผ้าแล้วเดินทางออกจากพระราชวัง
ขันทีทั้งสองเดินจากไป และหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ภายในพระราชวังไม่มีขันทีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่คนเดี่ยว
องค์หญิงสิบได้เรียกผู้ติดตามของเธอให้เข้ามาใกล้ๆ
และออกคำสั่งกับผู้ติดตามของเธอว่า “เจ้าจงไปคัดเลือกสาวใช้กลุ่มใหม่เข้ามายังพระราชวัง
จากทั่วทุกมุมโลกเพื่อมาเติมเต็มตำแหน่งที่ขาดหาย”
ในเวลานี้ภายในวังหลัง กำลังเดือดพล่านไปด้วยความโกรธ
จักรพรรดินีและนางสนมบางคนของอดีตจักรพรรดิ พวกเธอต่างก็รู้สึกโกรธ
หากไม่มีขันที คอยปรนนิบัติรับใช้ แล้วงานต่างๆของพวกเธอจะให้ทำอย่างไร?
“เสี่ยวซี เจ้าทำมากเกินไปแล้ว”
“จริงๆ แล้วเจ้าตั้งใจที่จะทำอะไรกันแน่?”
เขตพระราชวังหลัง ด้านนอกห้องนอนของอดีตจักรพรรดินี องค์หญิงสิบได้เดินทางมายังที่นี่พร้อมกับกลุ่มสาวใช้ที่ถือดาบอยู่ในมือ
ทันทีที่เธอมาถึง เธอก็เห็นว่าอดีตจักรพรรดินีกำลังเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
เมื่อได้เห็นสิ่งที่องคืหญิงสิบทำ
อดีตจักรพรรดินีในตอนนี้เธอมีอายุมากกว่าสามสิบปี
และเธอเป็นจักรพรรดินีที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากจักรพรรดิเซี่ยองค์ก่อน
รูปลักษณ์ของเธอในตอนนี้ยังสวยและสง่างาม
“ข้ามาที่นี่ในครั้งนี้เพื่อที่จะบอกท่านว่า ถ้าหากว่าท่านต้องการอาศัยอยู่ภายในพระราชวัง
ท่านสามารถใช้ชีวิตในวัยชราได้อย่างสงบสุข”
องค์หญิงสิบ กล่าวออกมาอย่างใจเย็น
หลังจากนั้นเธอก็จ้องมองไปที่
อดีตจักรพรรดินีที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธออีกครั้งแล้วพูดว่า "ถ้าท่านต้องการที่จะออกไปจากพระราชวังและต้องการได้รับอิสรภาพกลับคืน
ท่านสามารถออกไปได้ตลอดเวลาโดยไม่มีใครหยุดท่าน"
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ถูกเอ่ยออกมา สีหน้าของอดีตจักรพรรดินี
ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
หลังจากที่มาบอกเรื่องทุกอย่างให้กับอดีตจักรพรรดินี
ทราบแล้วองค์หญิงสิบก็พาผู้ติดตามของเธอเดินจากไป เหลือเพียงแค่อดีตจักรพรรดินี ที่ในตอนนี้มีใบหน้าที่มืดมน
"ไม่มีเหตุผล!"
ใบหน้าของอดีตจักรพรรดินี ในตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธ
และร่างกายของเธอกำลังสั่นเทาพลังปราณของเธอกำลังพลุ่งพล่านด้วยความโกรธ
เมื่อสังเกตดีๆ จะเห็นว่าอดีตจักพรรดินี
เธออยู่ในขอบเขตของปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่
ในความเป็นจริงแล้วตัวตนที่แท้จริงของเธอคือ ตัวหมากที่ถูกว่างเอาไว้โดยนิกายเทียนเจี้ยน
โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เธอเข้ามาอยู่ใกล้กับจักรพรรดิเซี่ย
เดิมทีแล้วนิกายเทียนเจี้ยนนั้น ต้องการควบคุมราชวงศ์เซี่ยผ่านทางเธอ
แต่ว่าตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“ดูเหมือนว่าข้าจะต้องรีบแจ้งให้ทางนิกายเทียนเจี้ยน
ทราบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”
อดีตจักรพรรดินี พึมพำกับตัวเองและตัดสินใจ
........................................................
ภายนอกพระราชวังเมื่อประกาศของ
จักรพรรดิเซี่ยเฉินได้ถูกนำมาติดประกาศไปทั่วทั้งเมืองหลวง สถานการณ์ในตอนนี้กำลังเดือดพล่านทั้งภายในและภายนอก
เพราะข่าวที่ว่า จักรพรรดิเซี่ยเฉิน ได้ยกเลิกตำแหน่งขันที และได้รับสมัครสาวใช้ประจำพระราชวังจำนวนมาก
“ยกเลิกขันทีและรับสมัครสาวใช้ในวัง?”
ในเวลานี้ ที่ลานบ้านภายในเมืองหลวงจักรพรรดิ นักบุญหญิงแห่งศาลาสวรรค์
ที่ได้ยินข่าวก็รู้สึกตกตะลึง
จริงๆ แล้วเธอมีความสงสัยเกี่ยวกับการยกเลิกตำแหน่งขันที ของจักรพรรดิเซี่ยองค์ใหม่
ว่าเขาต้องการทำอะไรกันแน่ เขาต้องการสร้างฮาเร็มของเขาหรือไม่?
มีเพียงผู้หญิงเท่านั้นที่อยู่ภายในพระราชวังในการทำหน้าที่ต่างๆยกเว้นตำแหน่งทหารองครักษ์ที่ยังคงเป็นผู้ชาย
ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำให้ ประชาชนและเหล่าผู้ฝึกตน
ต่างก็คิดว่าจักรพรรดิเซี่ยองค์ใหม่นั้นหลงใหลในความงามหรือไม่
“ช่างมาได้ทันเวลาพอดี
ข้าเองก็ต้องการที่จะเข้าไปข้างในพระราชวังเพื่อพบกับองค์ชายเก้าผู้ลึกลับ
จักรพรรดิเซี่ยองค์ใหม่”
ดวงตาของนักบุญหญิงเป็นประกาย และภายใต้ผ้าม่านที่ปิดบังใบหน้าของเธอ
เธอต้องการเข้าไปข้างในพระราชวังและเป็นสาวใช้จริงๆอย่างนั้นเหรอ?
..............................................
ในอีกด้านหนึ่ง นิกายเทียนเจี้ยน เต็มไปด้วยบรรยากาศหดหู่
ผู้นำนิกายได้เรียกเหล่าผุ้อาวุโสของนิกายเทียนเจี้ยนให้มารวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่ของนิกาย
ในตอนนี้ใบหน้าของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอาฆาตพยาบาท
“ผู้อาวุโสและศิษย์สาวกหลายสิบคน ถูกสังหารทั้งหมดไม่มีใครรอดชีวิตกลับมาเลยแม้แต่คนเดี่ยว”
"บัญชีแค้นครั้งนี้ จะต้องได้รับการชำระ"
“ท่านผู้นำนิกาย เชิญออกคำสั่งมาได้เลย พวกเราพร้อมที่จพบุกเข้าไปยังพระราชวังของจักรพรรดิ”
ภายในห้องโถงใหญ่ ผู้อาวุโสของนิกายเทียนเจี้ยนเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
และปลดปล่อยจิตสังหารที่รุนแรงออกมา
เมื่อพวกเขาได้รับข่าวว่า ผู้อาวุโสและศิษย์สาวกที่พวกเขาส่งออกไปเพื่อช่วยสนับสนุนองค์ชายสองให้ยึดครองบัลลังก์ทั้งหมด
ได้ถูกสังหารและไม่มีใครอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดี่ยว
สิ่งนี้ทำให้ผู้นำนิกาย และผู้อาวุโสของนิกายเทียนเจี้ยน
รู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก
“ท่านผู้นำนิกาย ราชวงศ์เซี่ยนั้นมีมรดกที่ลึกซึ้งและสืบทอดมาอย่างยาวนานนับพันปี
ดังนั้นท่านอย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่าม”
ภายในห้องโถง ได้มีชายหนุ่มลุกขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจักเป็นอย่างมาก
คนคนนี้ไม่ใชใครอื่นเขาคือ ปรมาจารย์ดาบหยินชิซาน และในฐานะที่เขาเป็นผู้สืบทอดของนิกายเทียนเจี้ยนคนต่อไป
เขาพยายามอย่างดีที่สุด เพื่อที่จะหยุดไม่ให้ผู้นนำนิกายคนปัจจุบันของนิกายเทียนเจี้ยน
ไปยั่วยุราชวงศ์เซี่ย เพราะว่าเขามีข้อสงสัยเกี่ยวกับปรมาจารย์ลึกลับที่ปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อสังหารมังกรในเกาะกลางทะเลในครั้งก่อนว่า
จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์เซี่ยอย่างแน่นอน
"ฮึ!"
ผู้นำนิกายเทียนเจี้ยน ตะคอกออกมาอย่างเย็นชา เขาปลดปล่อยเจตจำนงดาบอันทรงพลังออกมาปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกายของเขา ในฐานะที่เขาเป็นถึงผู้นำนิกายของนิกายเทียนเจี้ยนคนปัจจุบัน
ความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่ได้อ่อนแอ่เลยแม้แต่น้อย
เขาอยู่ในขอบเขตนิพพานแล้ว และทักษะดาบของเขาก็ไม่มีใครสามารถเทียบได้
และผู้นำนิกายเจียงเหอ เป็นที่รู้จักกันดีในนามของเทพเจ้าดาบเจียงเหอ
“จักรพรรดิเซี่ยองค์เก่า ได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว และในตอนนี้อาณาจักรเซี่ยก็ไม่มีผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตนิพพานคอยปกครองอีกต่อไป
ถึงแม้ว่าเบื้องหลังของราชวงศ์จะยังคงมีผู้ฝึกตนของเขตนิพพานคอยปกป้อง
แต่ว่าในตอนนี้ข้าเองก็ไม่ได้หวาดกลัวราชวงศ์เซี่ยอีกต่อไป”
“ในคราวนี้
ข้าจะเดินทางไปที่เมืองหลวงของอาณาจักรเซี่ย เป็นการส่วนตัวเพื่อท่วงคืนความยุติธรรมให้กับผู้อาวุโสและลูกศิษย์ที่เสียชีวิตไป”
หลังจากพูดจบ ผู้นำนิกายเจียงเหอก็ลุกขึ้นและหายตัวไปจากห้องโถงของ
นิกายเทียนเจี้ยนในชั่วพริบตา
การแสดงออกของ หยินชิซาน เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขารู้ว่าในตอนนี้มันสายเกินไปแล้วที่เขาจะหยุดท่านผู้นำนิกายเจียงเหอ
ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่กัดฟันและติดตามไป
เหตุผลที่แท้จริงของผู้นำนิกายเจียงเหอ ที่ต้องการไปเยือนยังพระราชวังนั้น
ไม่ใช่เพื่อที่จะต้องการทวงคืนความยุติธรรม แต่จริงๆแล้วเขาแค่อยากทดสอบดู
หากว่าเบื้องหลังของราชวงศ์เซี่ยนั้นไม่เป็นภัยคุกคามต่อเขา
เขาก็จะลงมือทำลายราชวงศ์เซี่ยลงในคราวเดียว และทำให้นิกายเทียนเจี้ยน
ของเขาขึ้นมาอยู่เหนืออำนาจของอาณาจักรเซี่ย และเข้ามาปกครองโลกแห่งนี้
ความคิดเป็นสิ่งที่ดี แต่ความเป็นจริงนั้นเขาจะสามารถทำได้หรือไม่
นั้นเป็นอีกเรื่อง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved