ในพระราชวังจักรพรรดิ เซี่ยเฉิน กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ในห้องลับ
มองดูแก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่ ที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วยความประหลาดใจ
“แก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่ นั้นเต็มไปด้วยพลังงานจำนวนมากมาย”
เซี่ยเฉินรู้สึกประหลาดใจที่เลือดหยดนี้มีพลังงานจำนวนมหาศาล
ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อขัดเกลาร่างกายของเขาได้
ตามข้อมูลที่ระบบแนะนำ แก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่ เป็นสมบัติที่สามารถใช้เพื่อขัดเกลาและเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย
“สิ่งนี้สามารถใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายได้
มันอาจทำให้กายาจักรพรรดิมนุษย์ของข้าแข็งแกร่งขึ้น”
เขาพูดพึมพำบางอย่างกับตัวเอง และไม่ลังเลอีกต่อไป เขากลืนแก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่
ลงไปในทันที
ฮัม!
เมื่อเซี่ยเฉินกินแก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่ เข้าสู่ร่างกายแล้วในทันใดนั้น
มันก็กลายเป็นกระแสพลังปราณที่พลุ่งพล่านและแพร่กระจายไปยังแขนขาและกระดูกไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกายของเขาอย่างรวกเร็ว
ร่างกายของ เซี่ยเฉิน ค่อยๆลอยขึ้นไปในอากาศ
หมอกควันปกคลุมทั่วทั้งร่างกายของเขา แก่นแท้โลหิตภายในร่างกายของเขากำลังเดือดพล่าน
หลังจากนั้นไม่นานพลังปราณของเขาก็หลั่งไหลออกมาควบแน่นเป็นมังกรบินวนเวียนอยู่รอบร่างกายของเขา
ภายในร่างกายของเซี่ยเฉิน เลือดของเขากำลังเดือดพล่านส่งเสียงคำรามออกมาราวกับเสียงคำรามของเทพเจ้าและปีศาจ
เมื่อเริ่มทำการดูดซับแก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่ ร่างกายของเขาก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆ
ไม่ว่าจะเป็น ร่างกาย อวัยวะภายใน กระดูก และเลือด
ในขณะนี้เซี่ยเฉิน รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของเขาเริ่มแข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งด้าน
การป้องกัน หรือในทุกๆด้านของร่างกาย เขามีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก
พลังงานที่มีอยู่ในแก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่
นั้นมากมายมหาศาล และยังสามารถปรับปรุง กายาจักรพรรดิมนุษย์ ของเขาให้ก้าวหน้าขึ้นมาได้อีกครั้ง
บูม!
เกิดเสียงระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง ภาพมายาของของจักรพรรดิได้ปรากฏขึ้นมาเหนือพระราชวังจักรพรรดิ
เหนือศีรษะของเขามีลำแสงห้าสีส่องลงมา
หลังจากนั้นก็ได้ปรากฏภาพมายาของห้าจักรพรรดิที่กำลังหลอมรวมจนกลายเป็นหลึ่งเดี่ยวกัน
"คำราม!"
ภายในหมอกควันมีเสียงคำรามแผ่วเบา สร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย
ทำให้เกิดความผันผวนเป็นอย่างมาก
ดูเหมือนว่ามีเทพปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวกำลังตื่นขึ้นมาท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย
แต่ได้ถูกภาพมายาของจักรพรรดิมนุษย์ ระงับเอาไว้อย่างรวดเร็ว และเสียงแตกหักก็ดังขึ้น
ในท้ายที่สุด มันก็ถูกกลืนและดูดซับทำให้ภาพมายาของจักรพรรดิมนุษย์
แข็งแกร่งขึ้น เหตุการณ์นี้ยังคงดำเนินต่อไปถึงเก้าวัน
การกลืนกินและดูดซับแก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของบุคลิกทั้งหมดของ เซี่ยเฉิน ที่เริ่มมีความลึกซึ้งและน่ากลัวมากยิ่งขึ้น
และกายาจักรพรรดิมนุษย์ของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นทีละขั้น
ทำให้กลิ่นอายและลมหายใจของเขาน่ากลัวยิ่งขึ้น
บูม!
ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็สั่นไหว เลือดภายในในร่างกายของเขาได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง
ในท้ายที่สุด กายาจักรพรรดิมนุษย์ก็ได้พัฒนาเข้าสู่ระดับที่สูงขึ้น
และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นเกร่งว่าคงจะไม่มีใครเทียบได้
"ฟู้ว...!"
หลังจากนั้น เซี่ยเฉิน ก็พ่นลมหายใจออกมา ซึ่งทำให้เกิดลมพายุที่รุนแรงขึ้นในพระราชวังจักรพรรดิ์มนุษย์ความรุนแรงของมันนั้นราวกับพายุเฮอริเคน
และทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นครั้งใหญ่ และพระราชวังก็สั่นไหวเล็กน้อย
แรงกดดันที่ทรงพลังแผ่ขยายออกไป และหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เซี่ยเฉิน ลืมตาตื่นขึ้นมาและรู้สึกว่าร่างกายของเขาในตอนนี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาก
“กายาจักรพรรดิมนุษย์ทำให้ร่างกายของข้าบริสุทธิ์มากขึ้น
ไม่รู้ว่าในตอนนี้ความแข็งแกร่งของข้ามีพลังมากแค่ไหน?”
ในเวลานี้เอง เซี่ยเฉิน อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ เพราะว่าเขาไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าพลังทางกายภาพของเขาในปัจจุบันนั้นทรงพลังเพียงใด
ร่างกายของเขามีความบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก
ไม่มีสิ่งป่นเปือนในร่างกายของเขา ทำให้เขารู้สึกว่ามีพลังพลุ่งพล่านและไม่มีที่สิ้นสุดซ่อนอยู่ภายในร่างกายของเขา
และเมื่อมันปะทุออกมาพลังการทำลายล้างนั้นมีมีที่สิ้นสุดอย่างแน่นอน
เพราะว่าเซี่ยเฉิน ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าในตอนนี้เขาแข็งแกร่งแค่ไหน
แต่เขามีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าเขาสามารถบดขยี้ขอบเขตเหนือธรรมชาติได้
“ในตอนนี้ร่างกายแข็งแกร่งเพียงพอแล้ว
และขั้นตอนต่อไปคือการปรับปรุงพื้นฐานการบ่มเพาะและพลังจิตวิญญาณ” เซี่ยเฉิน ครุ่นคิดบางอย่างเงียบๆ
ขณะนี้เขาได้อยู่ในขอบเขตนิพพานขั้นที่ห้า เขาต้องควบแน่นพลังปราณของธาตุทั้งห้าเอาไว้ที่หน้าอก
เพื่อที่จะควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าขึ้นมา ภายในร่างกาย
เมื่อควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้า ขึ้นมาได้แล้ว ความแข็งแกร่งของเขาก็จะพัฒนาไปสู่อีกระดับ
พื้นฐานการบ่มเพาะและพลังการต่อสู้ของเขาจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน
บุปผาแห่งเต๋าทั้งสามดอกอยู่ในทะเลแห่งจิตสำนึก สมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้า
อยู่ภายในร่างกาย
นี่เป็นขั้นตอนของการทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนิพพานที่แท้จริง
หากไม่สามารถรวบรวมบุปผาแห่งเต๋าทั้งสามดอกขึ้นมาได้ ก็ไม่ต้องพูดถึงการควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้า
และก็จะต้องติดอยู่ในขอบเขตนิพพานไปตลอดชีวิต
ไม่สามารถทะลวงไปยังขอบเขตเหนือธรรมชาติได้อย่างแน่นอน
“ขั้นตอนต่อไปคือการควบแน่นพลังปราณของธาตุทั้งห้าที่หน้าอก
และสร้างสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าของร่างกายมนุษย์ขึ้นมา”
เซี่ยเฉิน มีทิศทางที่ชัดเจน และเส้นทางการฝึกฝนต่อไปนั้นชัดเจนมาก
โดยการควบแน่นพลังปราณธาตุทั้งห้าเพื่อสร้างสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าของร่างกายมนุษย์ขึ้นมา
เพื่อทำให้ขอบเขตนิพพานของเขาสมบูรณ์
ในตอนนี้เขาแรงจูงใจและทิศทางการฝึกฝนแล้ว
สิ่งที่เขาต้องทำต่อไปคือ ฝึกฝนบ่มเพาะอย่างหนัก
ลงชื่อเช็คอินในทุกวัน และรับสมบัติหายากและยาครอบจักรวาลทุกชนิด
นอกจากนี้ยังมีทักษะศิลปะการต่อสู้ ที่เขาต้องสะสมอีกเป็นจำนวนมาก
เพื่อนำมาพัฒนา พระสูตรจักรพรรดิมนุษย์
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า และในชั่วพริบตาเดี่ยว ก็ผ่านไปแล้วหนึ่งเดือน
ในช่วงเวลานี้ เซี่ยเฉิน ไม่ได้ออกไปไหน เขาทำเพียงแค่ไปลงชื่อเช็คอินตามสถานที่ต่างๆภายในเขตพระราชวัง
เพื่อยกระดับการบ่มเพาะของเขา
และในตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเวลาผ่านไป เซี่ยเฉิน ก็สังเกตเห็นว่าพลังปราณจิตวิญญาณมีความแข็งแกร่งมากขึ้นและเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิมมาก
นี่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เมื่อสัมผัสได้ว่าโลกกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เซี่ยเฉิน จึงต้องฝึกฝนให้หนักมากขึ้น
เพื่อที่จะได้พัฒนาความแข็งแกร่งของตนเอง
เขาได้เพิกเชยต่อกิจการบ้านเมืองและยกหน้าที่เหล่านี้ให้กับน้องสาวของเขาเป็นผู้จัดการทั้งหมดแต่เพียงผู้เดี่ยว
หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ทำลายล้างกองทัพกบฏก่อนหน้านี้ เหล่าราชาหัวเมืองทั้งสิบแปดคนได้ถูกจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินสังหาร
ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดี่ยว หลังจากนั้นก็ได้ทำการรวบรวมกองกำลังทหารและยึดดินแดนของราชาหัวเมืองทั้งสิบแปดคนที่เป็นผู้นำในการก่อกบฏกลับคืนมา
กว่าจะจัดการเรื่องเหล่านี้จนเสร็จสมบูรณ์นั้อย่างน้อยก็ต้องใช้ระยะเวลาสองถึงสามเดือน
หลังจากการกบฏของราชาหัวเมืองทั้งสิบแปดคน ได้ถูกปราบปรามโลกใบนี้ก็กลับมาสงบอีกครั้ง
นิกายใหญ่ทั้งเจ็ด ต่างก็พากันหดหัวลงและไม่กล้าออกมาสร้างความวุ่นวาย
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีคนสังเกตเห็นว่านี้เป็นเพียงแค่ความสงบก่อนที่จะเกิดพายุ
แม้ว่าพื้นผิวภายนอกจะเงียบสงบมาก แต่กลับมีกระแสคลื่นน้ำใต้น้ำจำนวนนับไม่ถ้วนพัดโหมกระหน่ำอยู่ในความมืด
ภายในดินแดนของอาณาจักรเซี่ยนั้นดูสงบ แต่ที่ชายแดนของอาณาจักรเซี่ยนั้น
มีอันตรายเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
ตั้งแต่ต้นฤดูใบไม้ผลิ ชายแดนทางเหนือก็เริ่มไม่มั่นคง
นักรบหมาป่าของเผ่าหมาป่าเป่ยตี้ ได้เขามาก่อกวนครั้งแล้วครั้งเล่า
นำมาซึ่งความไม่มั่นคงเป็นอย่างมากแก่ชายแดนทางตอนเหนือของอาณาจักรเซี่ย
หลังจากที่นักรบหมาป่าเริ่มทำการคุกคาม เมืองชายแดนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
และในวันนี้ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน แห่งราชวงศ์เซี่ยผู้ยิ่งใหญ่
ได้เสด็จขึ้นมานั่งบนบัลลังก์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ขึ้นครองราช
(หมายถึงขึ้นมาทำงานนะครับ 5555)
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทรงพระเจริญ”
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทรงพระเจริญ”
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทรงพระเจริญ”
ภายในห้องโถงใหญ่ว่าราชการ เหล่าขุนนาง ข้าราชการพลเรือนและนายพล
ต่างก็พากันโค้งคำนับด้วยความเคารพ ในวันนี้ทุกคนต่างประหลาดใจที่เห็นว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์องค์นี้
มาที่ห้องโถงใหญ่ว่าราชการแผ่นดินเพราะว่านับตั้งแต่ที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ขึ้นครองราชย์พระองค์ก็ไม่เคยเสด็จมาที่แห่งนี้เลยแม่แต่ครั้งเดี่ยว
วันนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ มาที่นี่ทำไม?
การเคลื่อนไหวนี้ทำให้เหล่าขุนนาง ข้าราชการพลเรือนและนายพลต่างก้พากันรู้สึกไม่สบายใจ
และคาดเดากันไปต่างๆนาๆว่าทำไมจู่ๆ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จึงมาปรากฏตัวที่นี่ในวันนี้?
"ลุกขึ้นได้!"
บนบัลลังก์ของจักรพรรดิ เซี่ยเฉิน ที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ได้สวมเสื้อคลุมของจักรพรรดิ
เขาได้ยกมือขึ้นเล็กน้อย และพลังที่มองไม่เห็นได้พยุงให้เหล่าขุนนาง
ข้าราชการพลเรือนและนายพลที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ให้ลุกขึ้นยืน
ทุกคนดูตัวแข็งทื่อ และทุกคนก็ดูกระสับกระส่าย พวกเขาต่างก็รู้สึกกดดันทางจิตใจอย่างหนัก
ไม่มีทาง จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ จะมาที่ห้องโถงว่าราชการแห่งนี้โดยที่ไม่มีจุดประสงค์
การมาอย่างกะทันหันของเขาทำให้ทุกคนต่างก็รู้สึกไม่สบายใจ
แม้แต่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ องค์หญิงสิบเซี่ยซี ก็ยังรู้สึกประหลาดใจ
แต่เธอก็ยังคงเดินไปนั่งที่บนบัลลังก์อยู่ถัดไปและรออย่างเงียบๆ เธอรู้ดีว่าการมาของพี่ชายของเธอจะต้องเป็นงานใหญ่
แน่นอนว่าหลังจากที่
เวี่ยเฉินมองไปที่เหล่าขุนนางทั้งหมดที่อยู่ในห้องโถงแห่งนี้แล้ว เขาก็ค่อยๆ
เปิดปากของเขาและเตรียมพร้อมที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมา
“ข้าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ มีเรื่องที่จะประกาศให้ทุกคนทราบ”
ทันทีที่เขาเปิดปาก เหล่าขุนนางก็พากันตัวสั่นและพวกเขาทั้งหมดก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก
“ข้าได้เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของดวงดาวมาทั้งวันทั้งคืน
ข้ามีลางสังหรณ์ว่าท้องฟ้ากำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลง และข้าก็กลัวว่าโลกจะเกิดภัยพิบัติขึ้นในไม่ช้า”
"ข้าจึงได้ตัดสินใจที่จะเปิด
สถานศึกษาที่กำกับดูแลโดยคนของราชวงศ์ ขึ้นมาในทุกๆเมืองภายในอาณาจักรเซี่ย รวบรวมศิลปะการต่อสู้จากทั่วทุกมุมโลก
จ้างปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่มาสอนพวกเขา และทำให้โลกรับรู้ถึงการมีอยู่ของสถานศึกษา
และสถานศึกษาแห่งงนี้ ไม่ว่าจะจนหรือรวย ทั้งหมดสามารถเข้ามาเรียนได้ เด็กน้อยที่ยังไม่สามารถฝึกฝนและบ่มเพาะได้จะได้รับการสั่งสอน
เกี่ยวกับวรรณกรรม เพื่อพัฒนาจิตใจของพวกเขาก่อที่จะถึงวัยที่สามารถบ่มเพาะและฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ได้
และเมื่อจบการศึกษาหกว่าพวกเขาเต็มใจที่จะรับใช้ประเทศก็จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
และสำหรับใครที่ไม่เต็มใจพวกเราก็จะไม่บังคับพวกเขา
และอีกหนึ่งเหตุผลก็คือเพื่อปลูกฝังให้ทุกคนรักแผ่นดินบ้านเกิดของตนเอง”
หลังจากที่เหล่าขุนนาง ข้าราชการพลเรือนและนายพล ได้ฟังในสิ่งที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ตรัสออกมานั้นทำให้พวกเขาพากันตกตะลึง
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทรงปัญญา
จักรพรรดิของข้าทรงพระเจริญ!”
ทันใดนั้นเหล่าขุนนาง ข้าราชการพลเรือนและนายพล ก็ตื่นขึ้นมาจากอาการตกตะลึงพร้อมกันและโค้งคำนับให้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
โดยที่ไม่มีใครออกมาคัดค้านใดๆ
แม้ว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน จะขึ้นมานั่งบัลลังก์ที่ห้องโถงว่าราชการเป็นครั้งแรก
แต่ก็ไม่มีใครกล้าต่อต้านจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์องค์นี้
ถ้าหากว่าใครคิดที่จะต่อต้านให้ดูราชาหัวเมืองทั้งสิบแปดคนเป็นตัวอย่าง
และก็จะรู้ว่าชะตากรรมของการทรยศราชวงศ์จะมีจุดจบเป็นอย่างไร
“ข้าได้ตัดสินใจแล้วว่า จะสละราชบัลลังก์นับตั้งแต่วันนี้
และให้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ขึ้นครองราชย์สืบต่อไป เพื่อบริหารอาณาจักรเซี่ย
มอบความรู้ให้แก่ผู้คน และสร้างยุคที่รุ่งเรืองของอาณาจักรเซี่ย”
“ขุนนาง ข้าราชการพลเรือนและนายพลทุกระดับจะต้องให้ความช่วยเหลือ
อย่างเต็มที่และจะต้องไม่มีข้อผิดพลาดใดเกิดขึ้น”
หลังจากที่เซี่ยเฉิน พูดจบผู้คนที่อยู่ในห้องโถงว่าราชการก็ตกตะลึง
ทุกคนตกตะลึง
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ต้องการที่สละราชบัลลังก์และให้องค์หญิงสิบผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ขึ้นครองบัลลังก์แทน?
"โปรดคิดไตร่ตรองให้รอบคอบด้วยพะย่ะค่ะฝ่าบาท"
“ฝ่าบาท ไม่...”
เหล่าขุนนาง ข้าราชการพลเรือนและนายพลต่างก็พากันคุกเข่าลงด้วยความกลัวและต้องการโน้มน้าวจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
แต่น่าเสียดายที่เซี่ย เฉินจากไปทันทีหลังจากการประกาศเรื่องนี้ให้ทุกคนได้รับทราบ
โดยที่เขาไม่สนใจเสียงคัดค้านของขุนนาง ข้าราชการพลเรือนและนายพล
เหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
ในขณะเดี่ยวกันองค์หญิงสิบก็กำลังตกอยู่ในอาการตกตะลึงเช่นกัน
เมื่อได้ยินในสิ่งที่พี่ชายของเธอประกาศออกมา
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved