ตอนที่ 112

หลังจากนั้นไม่มาน ท้องฟ้าที่มืดมิดก็กลับมาสว่างอีกครั้ง

ปัง

คลื่นดาบที่น่าตกตะลึงกวาดไปทั่ว การดจมตีของผู้นำนิกายเจียงเหอ

ก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆทีละเล็กที่ละน้อย และสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

หลงเหลือไว้เพียงแค่รอยขีดข่วนที่อยู่บนพื้น

ดาบสวรรค์ แตกสลาย

หลังจาที่ทำลายการโจมตีของผู้นำนิกายเจียงเหอ แล้วคลื่นดาบของ

เซี่ยเฉินก็ไม่ได้ลดความเร็วลงไปเลย มันได้พุ่งเขาไปหาผู้นำนิกายเจียงเหอและผ่าร่างกายของผู้นำนิกายเจียงเหอ

คลืนนนนน..........

คลื่นดาบอันน่าสะพรึงกลัวยังคงกวาดผ่านหุบเขาลึกเป็นระยะทางหลายลิบลี้

และในที่สุดก็หยุดลง

ผู้ฝึกตนที่เดินบนเส้นทางของปรมาจารย์ดาบ ที่ยืนอยู่บนหลังคาพวกเขาต่างก็พากันตัวสั่นไปทั้งตัว

ใบหน้าของเขาซีดเซี่ยว และเสื้อผ้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยเหงื่อที่หลั่งไหลออกมา

ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้าง ในตอนนี้พวกเขาต่างก็รู้สึกหวาดกลัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคลื่นปราณดาบที่จักรพรรดิเซี่ยเฉินโจมตีออกมา

พวกเขาคิดว่าถ้าหากเป็นพวกเขาที่ต้องรับการโจมตีของจักรพรรดิเซี่ยเฉิน

พวกเขาจะไม่สามารถต่อต้านและตายในทันทีอย่างแน่นอน

เซี่ยเฉิน นั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายผู้คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ดังนั้นการควบคุมคลื่นปราณดาบของเขาจึงแม่นยำอย่างยิ่ง

แต่ว่าเพียงแค่พลังของคลื่นปราณดาบที่แผ่ออกมาก็เพียงพอแล้ว

ที่จะทำให้ผุ้คนรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามถึงชีวิตของพวกเขา

ปัง

ที่ด้านหน้าของประตูพระราชวัง ได้มีร่างหนึ่งร่วงลงมาจากท้องฟ้า

ทำให้ทุกคนตื่นขึ้นจากอาการตกตะตึงทันที

ผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งบางคนที่มาชมการต่อสู้ในครั้งนี้ พวกเขามีใบหน้าที่ซีดเซียวเมื่อมองไปยังร่างที่ร่วงลงมาที่ด้านหน้าของประตูพระราชวัง

ผู้นำนิกายเจียงเหอ ซึ่งเดิมทีพวกเขาต่างก็คิดว่าอยู่ยงคงกระพัน ได้ร่วงลงมาจากท้องฟ้า

และนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้นใบหน้าของเขาแข็งทื่อและมีร่องรอยของความไม่เชื่อปรากฏขีนมาในดวงตาของเขา

เปรี๊ยยยยย!

เสียงแตกหักที่คมชัดดังขึ้น พวกเขาก็ตกใจเมื่อพบว่าบุปผาแห่งเต๋าทั้งสามดอกของผู้นำนิกายเจียงเหอได้แตกสลายและกลับคืนสู่ความว่างเปล่าและหายไป

ใบหน้าของผู้นำนิกายเจียงเหอ ในตอนนี้ซีดลงเป็นอย่างมาก เขาจ้องมองไปยังจักรพรรดิเซี่ยเฉิน

ที่ยืนอยู่บนท้องฟ้าด้วยสายตาที่หวาดกลัว

และพูดออกมาอย่างแผ่วเบา "ดาบแห่งจักรพรรดิ อย่างที่คาดไว้...

ช่างเป็นดาบที่ทรงพลัง... ข้า... ข้าพ่ายแพ้แล้ว..."

พัฟ!

หลังจากที่เขาพูดจบ ร่างกายของเขาก็แตกสลายและเริ่มที่จะหายไปทีละน้อยต่อหน้าต่อตาทุกคน

กลายเป็นฝุ่นผงในพริบตา

"ผู้นำนิกายเจียงเหอ ถูกสังหารแล้ว!"

มีเสียงอุทานที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความขุ่นเคืองดังออกมาจากฝูงชน

คนผู้นี้ก็คือปรมาจารย์ดาบหยินชิซาน ว่าที่ผู้นำนิกายคนต่อไปของนิกายเทียนเจี้ยน

เขาเพิ่งจะเดินทางมาและและได้เห็นเหตุการณ์ที่ผู้นำนิกายเจียงเหอ อาจารย์ของเขาถูกสังหาร

ชั่วขณะหนึ่งเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความโกรธแค้น เขาได้ปลดปล่อยเสียงคำรามอันแหลมคมออกมา

อ๊าค!!!!!!

ช่วงเวลาต่อมา หยินชิซาน ได้บินเข้ามาและลอยลงมาอยู่ตรงจุดที่ผู้นำนิกายเจียงเหอเสียชีวิต

และมองดูอาจารย์ของเขาที่กำลังกลายเป็นเถ้าถ่านทีละน้อยด้วยความหวาดกลัวที่อยู่บนใบหน้าของเขา

ด้วยเจตจำนงอันแรงกล้าของผู้นำนิกายเจียงเหอ

เขาได้จ้องมองไปยังลูกศิษย์ของเขาที่บินมาอยู่ข้างกาย และกระซิบออกมาอย่างแผ่วเบา

“ลูกศิษย์ของข้า

เจ้าไม่จำเป็นต้องแก้แค้นให้กับอาจารย์ เจ้ากลับไปยังนิกายและปิดประตูภูเขาหลังจากที่เจ้ากลับไปแล้ว

และอย่าได้ให้ใครลงมาจากภูเขาอีก…”

ผู้นำนิกายเจียงเหอ สั่งเสียเป็นครั้งสุดท้ายและก่อนที่เขาจะพูดจบ

ร่างของเขาก็แตกสลายเป็นฝุ่นผง กระจัดกระจายไปตามสายลม

เทพเจ้าแห่งดาบ เจียงเหอได้ล้มลงแล้ว

ผู้นำนิกายเจียงเหอ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นปรมาจารย์ผู้ทรงพลังของนิกายเทียนเจี้ยน

หรือเป้นที่รู้จักกันในนามของ เทพเจ้าแห่งดาบเจียงเหอ

และเขาก็ยังอยู่ในขอบเขตนิพพาน

ได้ถูกสังหารลงอย่างง่ายดาย ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดี่ยว

ที่ด้านหน้าของพระราชวังของเมืองหลวงจักรพรรดิ หากข่าวนี้แพร่กระจายออกไปคงจะไม่มีใครเชื่ออย่างแน่นอน

หากว่าพวกเขาไม่ได้เห็นมันด้วยตาของตัวเอง

“ไม่...ท่านอาจารย์”

หยินชิซาน ตะโกนออกมาด้วยความเศร้าโศกและขุ่นเคือง เขาคุกเข่าลงตรงนั้นที่นั่นด้วยความรู้สึกเสียใจ

อาจารย์ของเขา ได้ถูกสังหารเสียชีวิตในทันที่ ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดี่ยวของจักรพรรดิเซี่ยเฉิน

นี่เป็นความผิดของเขาเองที่ตามอาจาร์ของเขามาไม่ทัน และในตอนนี้หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความโกรธแค้น

พลังปราณของเขาก้ระเบิดออกมาอย่างกะทันหัน และบุกทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนิพพานในทันที

"ทะลวงขอบเขต?"

เซี่ยเฉิน ยืนมองดู หยินชิซาน ซึ่งกำลังที่จะทะลวงขอบเขตเข้าสู่ขอบเขตนิพพาน

ด้วยการกระตุ้นของพลังแห่งความเศร้าโศกและความโกรธแค้นที่อยู่ภายในใจของเขา

ภายใต้การสังเกตของเซี่ยเฉิน เขาก็ได้สังเกตเห้นแล้วว่าผู้นำนิกายเจียงเหอ

ได้ถ่ายทอดพลังปราณทั้งหมดของเขาให้กับลูกศิษย์ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

สิ่งนี้ทำให้ หยินชิซาน

ฝ่าฟันอุปสรรคและทะลวงผ่านไปยังขอบเขตนิพพานได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม เซี่ยเฉิน ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะปล่อยเขาไปอยู่แล้ว

เพราะว่าท้ายที่สุดเขาก็เป็นคนที่สังหารอาจารย์ของ หยินชิซาน

ถ้าปล่อยหยินชิซานไปเขาก็จะต้องกลับมาสร้างปัญหาให้กับเซี่ยเฉินอย่างไม่หยุดหย่อน

“หยินชิซานคาราวะ องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์”

หลังจากที่หยินชิซานทะลวงผ่านขอบเขตได้สำเร็จแล้ว

เขาก็หันหน้ากลับมาทำความเคารพต่อ องค์จักรพรรดิ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและพูดออกมาว่า

"อาจารย์ของข้าได้ทำให้ องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ขุ่นเคือง ข้าขอให้องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

ทรงยกโทษให้กับบาปของเขาด้วย เพื่อที่จะชดใช้ความผิดบาปของท่านอาจารย์ ข้าอยากจะถวายสิ่งนี้ให้กับองค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

นี้คือทักษะลับของนิกายเทียนเจี้ยน "ดาบสวรรค์" และนับตั้งแต่นี้ไปข้าจะปิดปรตูภูเขาของนิกายเทียนเจี้ยนและไม่ให้ศิษย์สาวกของนิกายลงมาจากภูเขาอีกต่อไป

ขอให้พระองค์ทรงอภัยโทษให้กับท่านอาจารย์ของข้าด้วย"

หลังจากที่หยินชิซานพูดจบ เขาก็คุกเข่าลงและไม่ยอมลุกขึ้นจนกว่าจะได้รับการให้อภัยจาก

เซี่ยเฉิน

เมื่อเห็นการกระทำของ หยินชิซาน สิ่งนี้ทำให้เซี่ยเฉิน

ที่กำลังที่จะลงมือสังหารหยินชิซาน ได้หยุดการกระทำของเขาลงในทันที

ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ถ้าหากว่าเขายังลงมือสังหาร

หยินชิซานที่ยอมรับความผิดและคุกเข่าลงเพื่อเป็นการขอโทษ การกระทำของเขาก็จะส่งผลต่อชื่อเสียงของราชวงศ์เซี่ย

ในฐานะที่เขาเป้นถึงจักรพรรดิและปกครองโลกแห่งนี้

เขาจำเป็นต้อง รักษาชื่อเสียงของราชวงศ์เอาไว้

ครั้งนี้เขาจำเป็นต้องปล่อยให้ยินชิซานกลับไป

แต่ถ้าหากว่านิกายเทียนเจี้ยน ยังคงออกมาสร้างความขุนเคืองให้กับเขาอีกในอนาคต

เขาก็ทำได้เพียงแค่ลบนิกายเทียนเจี้ยนให้หายไปจากโลกใบนี้

"หืม! ครั้งนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไป" เซี่ยเฉินพูดออกมาอย่างเคร่งขรึม และยังพูดต่ออีกว่า "หยินชิซาน

ข้าจะเดินทางไปเยี่ยมนิกายเทียนเจี้ยนของเจ้า ในอีกสามวัน ถ้าหากว่าเจ้ามีข้อขัดข้องใดๆ

ก็ไม่จำเป็นต้องมีการดำรงอยู่ของนิกายเทียนเจี้ยนอกต่อไปในวันนั้น"

“ขอบคุณสำหรับความเมตตาของ องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

ข้าจะรอให้องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไปเยี่ยมชมนิกายของข้าในอีกสามวัน”

หยินชิซาน เอ่ยขอบคุณและถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

เขาลุกขึ้นและเดินจากไป กลับไปยังนิกายเทียนเจี้ยน

เขารู้อยู่ภายในใจอยู่แล้วว่า จักรพรรดิแค่อยากจะตัดรากถอนโคน

แต่ในฐานะที่เป็นจักรพรรดิ เขาต้องการรักษาชื่อเสียงของราชวงศ์เอาไว้จึงไม่ได้ลงมือในวันนี้

และได้ไว้ชีวิตของเขา

และนับจากนี้ไปอีกสามวันก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาแล้วว่าจะสามารถอยู่ต่อไปได้หรือไม่

ก็ขึ้นอยู่กับท่าทีของพวกเขาหลังจากที่จักรพรรดิไปเยือนยังนิกาย หากว่ามีความขัดแย้งใดๆ

เกิดขึ้นนิกายเทียนเจี้ยนคงจะถูกทำลายอย่างแน่นอน

“สั่งให้คนนำราชโองการของข้า ออกไปป่าวประกาศให้ทุกนิกายที่อยูในจักรวรรดิเซี่ย

เข้ามาลงทะเบียนและปฏิบัติตามกฎหมายของจักรวรรดิเซี่ย หากพวกเขาฝ่าฝืนและไม่ยอมทำตามกฎหมายของจักรวรรดิเซี่ย

พวกเขาจะถูกลงโทษฐานตั้งตนเป็นกบฏและถูกประหาร”

หลังจากที่เซี่ยเฉินพูดจบ เขาก็หันกลับและหายตัวไปต่อหน้าของทุกคน

กลับไปยังส่วนลึกของพระราชวัง

เมื่อได้ยินสิ่งที่ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์รับสั่งออกมา

พวกเขาต่างก็พากันตกใจ

ใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มาจากนิกายหลัก พวกเขาทั้งรู้สึกตกใจและโกรธแค้น แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมา

จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งราชวงศ์เซี่ยคนปัจจุบันนั้น

ทั้งแข็งแกร่งและทรงพลัง เขาสามารถสังหาร เทพเจ้าแห่งดาบเจียงเหอ

ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดี่ยว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าที่จะคัดค้าน

"ฟู่ว....!"

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์เซี่ย องค์นี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก”

ผู้ฝึกตนที่ซ่อนเร้นหลายคน

ที่เข้ามาชมการต่อสู้พวกเขาต่างก็พากันถอนหายใจออกมา

จักรพรรดิองค์ใหม่ของอาณาจักรเซี่ย แข็งแกร่งให้ความรู้สึกที่ครอบงำ

และน่ากลัวยิ่งกว่า อดีตจักรพรรดิเซี่ย

พลังแบบที่แข็งแกร่งแบบนี้ ช่างทำให้ผู้คนในโลกต้องตกตะลึง

“ช่างเป็นดาบ ที่น่ากลัวจริงๆ”

พวกเขาทั้งหลายต่างก็มองไปยัง หุบเขาลึกที่ยาวถึงสิบลี้และลึกประมาณหนึ่งจั้ง

ที่เกิดจากการโจมตีของจักรพรรดิเซี่ยเฉิน ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาทำให้พวกเขาทั้งหมดรู้สึกหนาวสั่นที่สันหลังและหายใจไม่ออกด้วยความหวาดกลัว

เมื่อนึกถึงคลื่นปราณดาบที่สังหารผู้นำนิกายเจียงเหอ ในตอนนั้นพวกเขาต่างก็รู้สึกหวาดกลัว

นี้ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์อีกต่อไป

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคลื่นปราณดาบ แม้แต่เหล่าภูตผีและเทพเจ้าก็ยังต้องตกตะลึง!

"ช่างน่าเหลือเชื่อ!"

บนกำแพงของพระราชวัง ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนมองดูหุบเขาลึกที่ยาวถึงสิบลี้และลึกประมาณหนึ่งจั้งที่อยู่ด้านนอกเมืองหลวงจักรพรรดิ

หญิงสาวผู้นี้ไม่ใช้ใครอื่น

เธอคือนักบุญหญิงเทียนมู่แห่งศาลาสวรรค์ ในตอนนี้ใบหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึง

หัวใจของเธอสั่นสะท้านเล็กน้อย

พลังการทำลายล้างอันทรงพลังเช่นนี้ ไม่ใช้ฝีมือของมนุษย์อีกต่อไป

เธอไม่คิดเลยว่าจักรพรรดิองค์ใหม่ของอาณาจักรเซี่ยจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ และเธอยังรู้สึกได้อีกว่า

จักรพรรดิองค์ใหม่องค์นี้ยังไม่ได้ลงมืออย่างเต็มกำลังของเขา

เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด หัวใจของเธอก็สั่นสะท้าน

“ดูเหมือนว่าแผนการทั้งหมดของ

ศาลาสวรรค์คงต้องยกเลิกทั้งหมดไม่เช่นนั้นศาลาสวรรค์คงได้ถูกทำลายอย่างแน่นอน”

นักบุญหญิงเทียนมู่พึมพำกับตัวเอง หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ส่งข้อความเหล่านี่ออกไปอย่างลับๆ

หลังจากส่งข้อความเสร็จแล้วเธอก็หันหลังและกลับไปยังวังจักรพรรดิ

ในขณะที่ ผู้ฝึกตนที่เข้ามาชมการต่อสู้ในครั้งนี้ ได้เริ่มจากไปที่ละคนและกระจายข่าวนี้ออกไปอย่างรวดเร็ว

ข่าวของจักรพรรดิเซี่ยองค์ใหม่ที่ ลงมือสังหารผู้นำนิกายเจียงเหอแห่งนิกายเทียนเจี้ยน

ได้แพร่กระจายออกไป และทั้งโลกก็สั่นสะเทือนและเดือดพล่านกับข่าวนี้

ข่าวได้แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว แม้แต่เผ่าพันธุ์ต่างๆที่อยู่รอบๆต่างก้ได้ยินข่าวนี้

แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่เชื่อว่าข่าวเป็นเรื่องจริงเลยพวกเขาคิดว่ามันคือข่าวปลอมที่ต้องการทำให้พวกเขารู้สึกสับสน

จักรพรรดิเซี่ยเฉิน ได้มีชื่อเสียงขึ้นมาหลังจากต่อสู้ครั้งเดียว

และทุกคนต่างก็ไม่มีใครไม่เคารพและไม่มีใครไม่หวาดกลัว

จักรพรรดิองค์ใหม่ของราชวงศ์เซี่ยผู้ยิ่งใหญ่

จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ได้เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว

ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนตื่นตระหนก

โดยเฉพาะนิกายใหญ่ๆ พวกเขาต่างก็พากันตื่นตระหนก

สำหรับเรื่องที่เกิดข้นภายนอกนั้น เซี่ยเฉิน

ไม่ได้ให้ความสนใจกับมันเลยแม้แต่น้อย หลังจากที่เขาลงมือจัดการกับศัตรูที่บุกรุกเข้ามายังพระราชวังเรียบร้อยแล้ว

เขาก็กลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเหมือนก่อนหน้านี้

ลงชื่อเช็คอินตามที่ต่างๆในทุกวัน เดินชมความสวยงามขของพระราชวัง

และฝึกฝนอย่างนัก ในทุกๆวันนี้เขารู้สึกว่าเขาสบายเป็นอย่างมาก