ราชาหัวเมืองทั้งสิบแปดคนที่ก่อกบฏ และกองกำลังทหารเกือบสองล้านนาย
ได้ถูกกวาดล้างอย่ารวดเร็วในระยะเวลาเพียงแค่สองวัน
ผู้นำกองกำลังก่อกบฏได้ถูกสังหารทั้งหมด
ทันทีที่ข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ทั้งโลกก็สั่นสะเทือน และทุกฝ่ายต่างก็ตกตะลึงกับข่าวที่พวกเขาได้รับ
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่!”
“อาณาจักรเซี่ย จงเจริญ!”
ผู้คนนับไม่ถ้วนทั่วโลกต่างส่งเสียงเชียร์ เพราะว่าพวกเขาไม่ชอบกลุ่มของผู้ที่ทำการก่อกบฏในครั้งนี้
บัดนี้เมื่อกองทัพกบฏได้ถูกปราบปรามลง ทำให้ผู้คนรู้สึกมีความสุขมากเป้นอย่างมาก
เพราะว่าเมื่อโลกสงบสุข พวกเขาก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขและทำงานของพวกเขาได้อย่างสบายใจ
ดังนั้นเมื่อข่าวของกองทัพกบฏได้ถูกจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ปราบปราม ได้ถูกเผยแพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง
ทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาสนับสนุนราชวงศ์เป็นจำนวนมาก
“ข้าได้ยินมาว่าหัวหน้าของกลุ่มกบฏ ได้ถูกสังหารด้วยดาบเพียงเล่มเดียว
และกองกำลังทหารของกองทัพกบฏเกือบสองล้านนายต่างก็แตกพ่ายไปคนละทิศคนละทาง”
"ใช่เหรอ?"
“แต่ว่าข้าได้ยินมาว่ายังมีหุบเขาที่ทอดยาวออกไปไกลหลายร้อยลี้
และมันก็เกิดจากการดจมตีด้วยดาบเพียงเล่มเดี่ยว”
"มันน่ากลัว"
“การเคลื่อนไหวนี้จะต้องเป็นฝีมือของพระเจ้า”
“ถ้าให้ข้าเดานี้จะต้องเป็นฝีมือของ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ก็บรรพบุรุษเฒ่าของราชวงศ์
ที่เป็นคนลงมือสังหารกลุ่มกบฏเหล่านี้”
ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กันอย่างแพร่หลายหลังจากรับประทานอาหาร
และได้มีข่าวลือต่างๆที่ดูเกินจริงมากขึ้นเรื่อยๆ
มีผู้คนจำนวนมากที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์องค์ปัจจุบันที่เป็นคนลงมือ
ส่งปราณดาบออกไปจากพระราชวัง และสังหารกองทัพกบฏที่อยู่ห่างออกไปหลายพันลี้
“ใช่แล้ว จะต้องเป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอนที่เป็นผู้ลงมือ”
“ตัวข้านั้นมีญาติที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงจักรพรรดิ ข้าได้ยินเขาบอกว่าในวันนั้นได้มีแสงสว่างพุ่งออกไปจากพระราชวังตัดผ่านความว่างเปล่า
และทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างก็รู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก”
“คงจะเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ที่เป็นคนลงมือทำลายล้างพวกกบฏ”
โลกได้ตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน
และผู้คนนับไม่ถ้วนกำลังพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น พวกเขาต่างก็เคารพบูชาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์องค์ปัจจุบันเป็นอย่างมาก
และอาจกล่าวได้ว่าพวกเขานั้นเป็นผู้ที่มีความศรัทธาต่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
หลังจากที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์องคืปัจจุบันเสด็จขึ้นครองบัลลังก์พระองค์ก็ได้ประกาศใช้กฏหมายและนโยบายใหม่ออกมาทีละฉบับ
ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วทั้งแผ่นดิน ชนะใจผู้คนนับไม่ถ้วนและได้รับการสนับสนุนจากผู้คนเป็นจำนวนมาก
ผุ้คนคนทั้งโลกกำลังพูดถึงเรื่องนี้
ในเวลานี้ ณ. ดินแดนศักดินาของเหล่าสมาชิกราชวงศ์
พระราชวังขององค์ชายห้า หลังจากที่ได้ยินข่าวก็รู้สึกตกใจมากจนทรุดตัวลงกับพื้น
"ฟู่ว....!"
"น่ากลัวมาก!"
ใบหน้าขององค์ชายห้า ซีดเซียวตัวของเขาสั่นด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่เขาได้รับฟังข่าวที่ผู้ใต้บังคับบัญชานำมารายงาน
เหล่าราชาหัวเมืองทั้งสิบแปดคน และข้าราชบริพารหลายสิบคนได้ถูกสังหารทั้งหมด
ทหารของกองทัพกบฏเกือบทั้งหมดต่างก็ยอมจำนน
และมีเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นที่หลบหนีไปได้ เหตุการณ์ก่อกบฏได้สิ้นสุดลงในระยะเวลาที่รวดเร็ว
และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือราชาเซี่ยหนี่ได้เชิญปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานขั้นที่หนึ่งมาด้วยถึงสองคน
นั้นก็คือผู้อาวุโสทองคำและผู้อาวุโสเงินผู้ที่มีชื่อเสียงเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน
ทั้งสองคนนี้เป็นปรมาจารย์ของนิกายปีศาจที่ชั่วร้าย
พวกเขาทั้งสองเคยสร้างความเดือดร้อนไปทั่วเมื่อร้อยปีก่อน
โดยไม่คาดคิด ว่าผู้อาวุโสทองคำและผู้อาวุโสเงิน จะถูกสังหารได้อย่างง่ายดาย
องค์ชายที่ห้า พูดออกมาด้วยท่าทางดีใจ "โชคดีที่ข้านั้นคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้า
มอบอำนาจทางทหารของข้าให้กับเจ้าเก้า ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่เช่นนั้นครั้งนี้ข้าก้คงจะเดือดร้อนอย่างแน่นอน"
และดูเหมือนว่าเขาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ และจู่ๆก็ถามข้ารับใช้ของเขาออกไปว่า
"มีทหารส่วนตัวกี่คนในพระราชวังแห่งนี้?"
“รายงานฝ่าบาท พระราชวังของเรามีทหารองครักษ์ประจำอยู่จำนวนทั้งหมดสองพันคน”
ข้ารับใช้ตอบออกมา ตามความจริง
เมื่อองค์ชายห้าได้ยินใบหน้าของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา
ใบหน้าของเขาซีดลงไปกว่าเดิม "สองพันคน เจ้าจงรีบไปจัดการให้เหลือเพียงแค่หนึ่งพันคนในทันที"
“ไม่ ไม่ปลดพวกเขาออกไปเลยหนึ่งพันห้าร้อยคน เหลือเอาไว้เพียงแค่ทหารองครักษ์ส่วนตัวที่เก่งที่สุดเพียงห้าร้อยคนเท่านั้น”
เมื่อองค์ชายห้า รับรู้ว่าเขามีกองทหารส่วนตัวถึงสองพันคน เขาก็ตกใจมากและรีบออกคำสั่งปลดทหารในส่วนที่เกินมาในทันที
ก่อนหน้านี้ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ได้ออกพระราชโองการและติดประกาศให้ประชาชนทั้งแผ่นดินได้รับรู้
ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกของราชวงศ์หรือเหล่าขุนนางจากทั่วทุกมุมโลก สามารถมีทหารส่วนตัวได้ไม่เกินหนึ่งพันนาย
แล้วทำไมเขาถึงยังมีทหารองครักษ์ถึงสองพันคนได้
นั้ไม่เท่ากับว่าเขากำลังมองหาความตายอยู่อย่างนั้นหรือ
เช่นเดียวกับองค์ชายห้า องค์ชายหกก็หวาดกลัวไม่แพ้กัน
และยังสั่งให้ปลดทหารองครักษ์สามพันนายของเขา
“เจ้ามานี่ เจ้าจงไปทำการคัดเลือกทหารองครักษ์
ให้เหลือเพียงแค่ทหารชั้นยอดแปดร้อยนาย
ส่วนที่เหลือให้ปลดประจำการพวกเขาออกไปทั้งหมด”
องค์ชายหกที่ในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จึงได้รีบออกคำสั่งในทันที
เขาเหลือทหารองครักษ์เอาไว้เพียงแค่แปดร้อยนานเพียงเท่านั้น
เพื่อปกป้องและรักษาความสงบภายในพระราชวังของเขา
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมอบอำนาจทางทหารของเขากลับคืนไปอีกด้วย
เพื่อที่จะทำให้เขารอดพ้นจากภัยพิบัติในครั้งนี้ไปได้ เขานั้นรู้สึกว่าตัวเองนั้นโชคดีเป็นอย่างมาก
เพราะว่าในตอนนี้เสด็จลุงของเขาได้ส่งคนมาเชิญเขาให้เข้าร่วมในการก่อกบฏในครั้งนี้
แต่พวกเขาทั้งสองต่างก็ตอบปฏิเสธออกไป
ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงจะ ไม่มีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้
“เจ้าจงไปคัดเลือกชุดเครื่องประดับทองและเงิน
จากนั้นนำไปถวายให้แก่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นเครื่องราชบรรณาการ”
องค์ชายห้าและองค์ชายหก ทั้งสองต่างก็ได้สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาเดินทางนำเครื่องราชบรรณาการ
ไปถวายแด่องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
นี่ถือว่าเป็นการเอาอกเอาใจ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์องค์ปัจจุบันซึ่งเป็นน้องชายของพวกเขา
.............................................
ในอีกด้านหนึ่ง เหล่าขุนนางที่เป็นเชื่อพระวงศ์ต่างก็มารวมตัวกัน ใบหน้าของพวกเขาในตอนนี้มืดมนเป็นอย่างมาก
เนื่องจากการตายของสมาชิกของราชวงศ์ทั้งสิบแปดคน จึงทำให้เหล่าสมาชิกของราชวงศ์ที่เหลือเกิดความโกรธเคือง
“ให้ตายเถอะ เขาฆ่าทั้งหมดโดยไม่มีความลังเลเลยอย่างนั้นเหรอ?”
ชายชราคนหนึ่งคำรามและทุบโต๊ะเสียงดัง
“ไม่เช่นนั้นเจ้าจะทำอะไรได้อีก หรือว่าเจ้าต้องการเป็นกบฏ?”
ชายชราที่อยู่ข้างๆ พูดออกมาอย่างเย็นชา
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา ภายในห้องประชุมก็เงียบไปชั่วขณะ
และทุกคนต่างก็พากันตกตะลึง
กบฏ อย่าพูดไร้สาระ พวกเขาไม่ต้องการเป็นกบฏ
ดูสิว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ออกมาต่อต้านและทำการกบฏ ก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งหมดถูกสังหารอย่างไร้ความปราณี
“บรรพบุรุษเฒ่าไม่สนใจเรื่องนี้เลยอย่างนั้นเหรอ?”
ใครบางคนในกลุ่มคำราม ออกมาด้วยความไม่พอใจและโกรธเป็นอย่างมาก
“ใช่แล้ว พวกเราไปหาบรรพบุรุษเฒ่ากันเถอะ”
"ถูกตัอง"
ชั่วขณะหนึ่ง ทั้งห้องโถงพวกเขาทั้งหมดต่างก็ตะโกนว่าพวกเขาต้องการรู้ว่าบรรพบุรุษเฒ่าของราชวงศ์
จะสามารถทวงคืนความยุติธรรมให้กับพวกเขาได้หรือไม่ และลงโทษจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
"ไม่จำเป็น."
ทันใดนั้นก็มีเสียงที่แหบพร่า ดังขึ้นมา ทำให้ภายในห้องโถงประชุมเงียบลงอีกครั้ง
หลังจากนั้นทุกคนก็พากันมองไปรอบๆ และสังเกตเห็นชายชราคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาทีละก้าว
หลังจากนั้นใบหน้าของทุกคนก็เต็มไปด้วยความสุข
ผู้ที่มาก็คือบรรพบุรุษเฒ่าของราชวงศ์นั้นเอง
“บรรพบุรุษ ท่านต้องทวงคืนความยุติธรรมให้กับพวกข้าด้วย”
เมื่อเห็นว่าเป็นท่านบรรพบุรุษที่มา เหล่าสมาชิกราชวงศ์ทุกคนต่างก็พากันคุกเข่าลงและมองไปที่บรรพบุรษด้วยความคาดหวัง
หลังจากที่เข้ามาด้านในเรียบร้อยแล้ว บรรพบุรรุษเฒ่าก็มองดูกลุ่มขุนนางและสมาชิกของราชวงศ์ที่กำลังนั่งคุกเข่าลงอยู่ตรงหน้าเขา
ด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่า และมีร่องรอยของความสงสารปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา
คนเหล่านี้นั้น พวกเขาช่างโง่เขล่ากันจริงๆ
“ตามคำสั่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ สมาชิกของราชวงศ์เซี่ยคนใดก็ตาม
ที่มีส่วนร่วมในการก่อกบฏในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการดูหมิ่นอำนาจของจักรพรรดิ
สมาชิกของราชวงศ์เซี่ยและเหล่าขุนนางทุกคนจะต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่ว่าใครก็ตามที่ร่วมมือกับศัตรู
และทรยศต่ออาณาจักร หรือเข้าร่วมในการก่อกบฏ จับคนธรรมดาสามัญโดยที่ไม่มีความผิด และฝ่าฝืนกฎหมายของราชวงศ์
พวกเขาทั้งหมดจะต้องถูกจับกุมและนำตัวไปขังในคุกสวรรค์และรอรับการประหารชีวิต หลังผ่านฤดูใบไม้ร่วงไปแล้ว”
“พวกเจ้าเข้ามา
นำตัวของทุกคนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดไปตรวจสอบอย่างละเอียด จะไม่มีใครสามารถออกไปได้จนกว่าจะถูกสอบสวน
ผู้ที่ต่อต้านจะถูกสังหารทันที”
เมื่อทุกคนได้ยินในสิ่งที่ บรรพบุรุษเฒ่าเอ่ยออกมา
พวกเขาต่างก็พากันตกตะลึง เฉื่อยชาและสับสน
เหล่าสมาชิกของราชวงศ์ต่างก็ตกตะลึง
นี่เป็นการกำจัดคนที่เป็นภัยคุกคามต่ออาณาจักรและราชวงศ์เซี่ย
เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ราชวงศ์เกิดการล่มสลาย และเพื่อไม่ให้มีใครลุกขึ้นมาต่อต้านบรรพบุรุษจึงจำเป็นต้องมาด้วยตนเอง
ใครจะกล้าต่อต้าน?
ชั่วขณะหนึ่งที่เหล่าสมาชิกของราชวงศ์และเหล่าขุนนาง ต่างก็หวาดกลัวจนใบหน้าของพวกเขาซีดเซียว
พวกเขารู้สึกราวกับว่าท้องฟ้ากำลังพังทลายลงมา
"มันจบแล้ว!"
"มันจบแล้ว."
สมาชิกของราชวงศ์บางคนเศร้าโศกและบางคนก็หวาดกลัวมากจนเป็นลมลมพับไป
วันนี้ถูกกำหนดให้ เป้นวันที่ไม่ธรรมดา
ทันทีที่กองทัพกบฏถูกปราบปราม จักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์ก็จัดการกับทุกคนที่เกี่ยวข้องในทันที
ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกของราชวงศ์หรือเหล่าขุนนาง
ทันทีที่มีข่าวแพร่ออกไป ราชาหัวเมืองต่างๆที่ยังมีชีวิตอยู่
ต่างก็พากันตื่นตระหนก
พวกเขาต่างก็รีบพากันแสดงเจตนารมณ์ของพวกเขาออกมาส่งมอบอำนาจทางทหารคืนสู่ราชวงศ์
ไม่กี่วันต่อมา ทางเมืองหลวงก็ได้รับมอบอำนาจทางทหารและเครื่องบรรณาการจากราชาหัวเมืองต่างๆ
รวมถึงคำพูดจากใจจริงขององค์ชายห้าและองค์ชายหก ทำให้เซี่ยเฉินก็ค่อนข้างรู้สึกขบขันเล็กน้อย
“พี่น้องของข้าทั้งสอง ช่างน่าสนใจจริงๆ”
เซี่ยเฉิน มองไปที่จดหมายที่อยู่ในมือ เนื้อหาข้างในจดหมายขององค์ชายทั้งสองนั้น
ต่างก็เต็มไปด้วยคำสรรเสริญ เยินยอ การยอมจำนน และความภักดี
ใช่แล้ว พี่ชายทั้งสองคนของเขายังคงอยากมีชีวิตอยู่ และการที่พวกเขาได้เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับคนที่ลุกขึ้นมาต่อต้าน
พวกเขาจึงรีบแสดงตนออกมาว่าพวกเขานั้นยอมจำนน
“ในเมื่อพวกเขาเอ่ยออกมาขนาดนี้แล้ว ข้าก็คงต้องปล่อยให้พวกเขามีชีวิตที่สดวกสบายขึ้นอีกหน่อย”
เซี่ยเฉิน พึมพำกับตัวเองและเขียนพระราชกฤษฎีกา เนื้อหาข้างในนั้นเกี่ยวข้องกับองค์ชายทั้งสอง
ใจความว่าถ้าหากท่านพี่ทั้งสองอยู่กันอย่างสงบไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับราชวงศ์และประชชน
พวกท่านก็จะสามารถเพลิดเพลินไปกับความมั่งคั่งและร่ำรวยไปตลอดชีวิต
และถ้าหากว่าท่านพี่ทั้งสองสร้างความเดือร้อนให้กับราชวงศ์และประชาชนแล้วละก็
ท่านพี่ทั้งสองสามารถจินตนาการได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกท่าน
หลังจากจัดการกับเรื่องขององค์ชายทั้งสองเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เซี่ยเฉินก็เพิกเฉยและมองไปที่สิ่งที่สมาชิกของราชวงศ์คนอื่นๆส่งมา
“หืม?”
ทันใดนั้น เซี่ยเฉิน ก็สังเกตเห็นหนึ่งในสิ่งของเครื่องราชบรรณาการ
ที่ส่งมาให้ เขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ใครส่งสิ่งนี้มาอย่านั้นเหรอ?”
เขาถามออกไป
สาวใช้ที่อยู่ตรงหน้าเขาตอบออกมาด้วยความเคารพทันที
“รายงานฝ่าบาท นี่เป็นเครื่องราชบรรณาการ ที่ราชาแห่งซีซู่ส่งมา
เพค่ะ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่สาวใช้บอก ดวงตาของเซี่ยเฉิน ก็เปล่งประกาย
“ราชาแห่งซีซู่?”
เขามองไปยังกล่องเครื่องราชบรรณาการชิ้นนั้น
มันเป็นกล่องที่สวยงามใบหนึ่ง ไม่มีอะไรแปลกบนพื้นผิว แต่ภายใต้การตรวจสอบของจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขา เขาพบว่ามีกลิ่นอายที่แปลกประหลาดซ่อนอยู่ภายในกล่อง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved