ตอนที่ 128

ราชาหัวเมืองทั้งสิบแปดคนที่ก่อกบฏ และกองกำลังทหารเกือบสองล้านนาย

ได้ถูกกวาดล้างอย่ารวดเร็วในระยะเวลาเพียงแค่สองวัน

ผู้นำกองกำลังก่อกบฏได้ถูกสังหารทั้งหมด

ทันทีที่ข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ทั้งโลกก็สั่นสะเทือน และทุกฝ่ายต่างก็ตกตะลึงกับข่าวที่พวกเขาได้รับ

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่!”

“อาณาจักรเซี่ย จงเจริญ!”

ผู้คนนับไม่ถ้วนทั่วโลกต่างส่งเสียงเชียร์ เพราะว่าพวกเขาไม่ชอบกลุ่มของผู้ที่ทำการก่อกบฏในครั้งนี้

บัดนี้เมื่อกองทัพกบฏได้ถูกปราบปรามลง ทำให้ผู้คนรู้สึกมีความสุขมากเป้นอย่างมาก

เพราะว่าเมื่อโลกสงบสุข พวกเขาก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขและทำงานของพวกเขาได้อย่างสบายใจ

ดังนั้นเมื่อข่าวของกองทัพกบฏได้ถูกจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ปราบปราม ได้ถูกเผยแพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง

ทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาสนับสนุนราชวงศ์เป็นจำนวนมาก

“ข้าได้ยินมาว่าหัวหน้าของกลุ่มกบฏ ได้ถูกสังหารด้วยดาบเพียงเล่มเดียว

และกองกำลังทหารของกองทัพกบฏเกือบสองล้านนายต่างก็แตกพ่ายไปคนละทิศคนละทาง”

"ใช่เหรอ?"

“แต่ว่าข้าได้ยินมาว่ายังมีหุบเขาที่ทอดยาวออกไปไกลหลายร้อยลี้

และมันก็เกิดจากการดจมตีด้วยดาบเพียงเล่มเดี่ยว”

"มันน่ากลัว"

“การเคลื่อนไหวนี้จะต้องเป็นฝีมือของพระเจ้า”

“ถ้าให้ข้าเดานี้จะต้องเป็นฝีมือของ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ก็บรรพบุรุษเฒ่าของราชวงศ์

ที่เป็นคนลงมือสังหารกลุ่มกบฏเหล่านี้”

ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กันอย่างแพร่หลายหลังจากรับประทานอาหาร

และได้มีข่าวลือต่างๆที่ดูเกินจริงมากขึ้นเรื่อยๆ

มีผู้คนจำนวนมากที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์องค์ปัจจุบันที่เป็นคนลงมือ

ส่งปราณดาบออกไปจากพระราชวัง และสังหารกองทัพกบฏที่อยู่ห่างออกไปหลายพันลี้

“ใช่แล้ว จะต้องเป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอนที่เป็นผู้ลงมือ”

“ตัวข้านั้นมีญาติที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงจักรพรรดิ ข้าได้ยินเขาบอกว่าในวันนั้นได้มีแสงสว่างพุ่งออกไปจากพระราชวังตัดผ่านความว่างเปล่า

และทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างก็รู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก”

“คงจะเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

ที่เป็นคนลงมือทำลายล้างพวกกบฏ”

โลกได้ตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน

และผู้คนนับไม่ถ้วนกำลังพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น พวกเขาต่างก็เคารพบูชาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์องค์ปัจจุบันเป็นอย่างมาก

และอาจกล่าวได้ว่าพวกเขานั้นเป็นผู้ที่มีความศรัทธาต่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

หลังจากที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์องคืปัจจุบันเสด็จขึ้นครองบัลลังก์พระองค์ก็ได้ประกาศใช้กฏหมายและนโยบายใหม่ออกมาทีละฉบับ

ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วทั้งแผ่นดิน ชนะใจผู้คนนับไม่ถ้วนและได้รับการสนับสนุนจากผู้คนเป็นจำนวนมาก

ผุ้คนคนทั้งโลกกำลังพูดถึงเรื่องนี้

ในเวลานี้ ณ. ดินแดนศักดินาของเหล่าสมาชิกราชวงศ์

พระราชวังขององค์ชายห้า หลังจากที่ได้ยินข่าวก็รู้สึกตกใจมากจนทรุดตัวลงกับพื้น

"ฟู่ว....!"

"น่ากลัวมาก!"

ใบหน้าขององค์ชายห้า ซีดเซียวตัวของเขาสั่นด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่เขาได้รับฟังข่าวที่ผู้ใต้บังคับบัญชานำมารายงาน

เหล่าราชาหัวเมืองทั้งสิบแปดคน และข้าราชบริพารหลายสิบคนได้ถูกสังหารทั้งหมด

ทหารของกองทัพกบฏเกือบทั้งหมดต่างก็ยอมจำนน

และมีเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นที่หลบหนีไปได้ เหตุการณ์ก่อกบฏได้สิ้นสุดลงในระยะเวลาที่รวดเร็ว

และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือราชาเซี่ยหนี่ได้เชิญปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานขั้นที่หนึ่งมาด้วยถึงสองคน

นั้นก็คือผู้อาวุโสทองคำและผู้อาวุโสเงินผู้ที่มีชื่อเสียงเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน

ทั้งสองคนนี้เป็นปรมาจารย์ของนิกายปีศาจที่ชั่วร้าย

พวกเขาทั้งสองเคยสร้างความเดือดร้อนไปทั่วเมื่อร้อยปีก่อน

โดยไม่คาดคิด ว่าผู้อาวุโสทองคำและผู้อาวุโสเงิน จะถูกสังหารได้อย่างง่ายดาย

องค์ชายที่ห้า พูดออกมาด้วยท่าทางดีใจ "โชคดีที่ข้านั้นคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้า

มอบอำนาจทางทหารของข้าให้กับเจ้าเก้า ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่เช่นนั้นครั้งนี้ข้าก้คงจะเดือดร้อนอย่างแน่นอน"

และดูเหมือนว่าเขาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ และจู่ๆก็ถามข้ารับใช้ของเขาออกไปว่า

"มีทหารส่วนตัวกี่คนในพระราชวังแห่งนี้?"

“รายงานฝ่าบาท พระราชวังของเรามีทหารองครักษ์ประจำอยู่จำนวนทั้งหมดสองพันคน”

ข้ารับใช้ตอบออกมา ตามความจริง

เมื่อองค์ชายห้าได้ยินใบหน้าของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา

ใบหน้าของเขาซีดลงไปกว่าเดิม "สองพันคน เจ้าจงรีบไปจัดการให้เหลือเพียงแค่หนึ่งพันคนในทันที"

“ไม่ ไม่ปลดพวกเขาออกไปเลยหนึ่งพันห้าร้อยคน เหลือเอาไว้เพียงแค่ทหารองครักษ์ส่วนตัวที่เก่งที่สุดเพียงห้าร้อยคนเท่านั้น”

เมื่อองค์ชายห้า รับรู้ว่าเขามีกองทหารส่วนตัวถึงสองพันคน เขาก็ตกใจมากและรีบออกคำสั่งปลดทหารในส่วนที่เกินมาในทันที

ก่อนหน้านี้ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ได้ออกพระราชโองการและติดประกาศให้ประชาชนทั้งแผ่นดินได้รับรู้

ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกของราชวงศ์หรือเหล่าขุนนางจากทั่วทุกมุมโลก สามารถมีทหารส่วนตัวได้ไม่เกินหนึ่งพันนาย

แล้วทำไมเขาถึงยังมีทหารองครักษ์ถึงสองพันคนได้

นั้ไม่เท่ากับว่าเขากำลังมองหาความตายอยู่อย่างนั้นหรือ

เช่นเดียวกับองค์ชายห้า องค์ชายหกก็หวาดกลัวไม่แพ้กัน

และยังสั่งให้ปลดทหารองครักษ์สามพันนายของเขา

“เจ้ามานี่ เจ้าจงไปทำการคัดเลือกทหารองครักษ์

ให้เหลือเพียงแค่ทหารชั้นยอดแปดร้อยนาย

ส่วนที่เหลือให้ปลดประจำการพวกเขาออกไปทั้งหมด”

องค์ชายหกที่ในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จึงได้รีบออกคำสั่งในทันที

เขาเหลือทหารองครักษ์เอาไว้เพียงแค่แปดร้อยนานเพียงเท่านั้น

เพื่อปกป้องและรักษาความสงบภายในพระราชวังของเขา

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมอบอำนาจทางทหารของเขากลับคืนไปอีกด้วย

เพื่อที่จะทำให้เขารอดพ้นจากภัยพิบัติในครั้งนี้ไปได้ เขานั้นรู้สึกว่าตัวเองนั้นโชคดีเป็นอย่างมาก

เพราะว่าในตอนนี้เสด็จลุงของเขาได้ส่งคนมาเชิญเขาให้เข้าร่วมในการก่อกบฏในครั้งนี้

แต่พวกเขาทั้งสองต่างก็ตอบปฏิเสธออกไป

ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงจะ ไม่มีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้

“เจ้าจงไปคัดเลือกชุดเครื่องประดับทองและเงิน

จากนั้นนำไปถวายให้แก่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นเครื่องราชบรรณาการ”

องค์ชายห้าและองค์ชายหก ทั้งสองต่างก็ได้สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาเดินทางนำเครื่องราชบรรณาการ

ไปถวายแด่องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

นี่ถือว่าเป็นการเอาอกเอาใจ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์องค์ปัจจุบันซึ่งเป็นน้องชายของพวกเขา

.............................................

ในอีกด้านหนึ่ง เหล่าขุนนางที่เป็นเชื่อพระวงศ์ต่างก็มารวมตัวกัน ใบหน้าของพวกเขาในตอนนี้มืดมนเป็นอย่างมาก

เนื่องจากการตายของสมาชิกของราชวงศ์ทั้งสิบแปดคน จึงทำให้เหล่าสมาชิกของราชวงศ์ที่เหลือเกิดความโกรธเคือง

“ให้ตายเถอะ เขาฆ่าทั้งหมดโดยไม่มีความลังเลเลยอย่างนั้นเหรอ?”

ชายชราคนหนึ่งคำรามและทุบโต๊ะเสียงดัง

“ไม่เช่นนั้นเจ้าจะทำอะไรได้อีก หรือว่าเจ้าต้องการเป็นกบฏ?”

ชายชราที่อยู่ข้างๆ พูดออกมาอย่างเย็นชา

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา ภายในห้องประชุมก็เงียบไปชั่วขณะ

และทุกคนต่างก็พากันตกตะลึง

กบฏ อย่าพูดไร้สาระ พวกเขาไม่ต้องการเป็นกบฏ

ดูสิว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ออกมาต่อต้านและทำการกบฏ ก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งหมดถูกสังหารอย่างไร้ความปราณี

“บรรพบุรุษเฒ่าไม่สนใจเรื่องนี้เลยอย่างนั้นเหรอ?”

ใครบางคนในกลุ่มคำราม ออกมาด้วยความไม่พอใจและโกรธเป็นอย่างมาก

“ใช่แล้ว พวกเราไปหาบรรพบุรุษเฒ่ากันเถอะ”

"ถูกตัอง"

ชั่วขณะหนึ่ง ทั้งห้องโถงพวกเขาทั้งหมดต่างก็ตะโกนว่าพวกเขาต้องการรู้ว่าบรรพบุรุษเฒ่าของราชวงศ์

จะสามารถทวงคืนความยุติธรรมให้กับพวกเขาได้หรือไม่ และลงโทษจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

"ไม่จำเป็น."

ทันใดนั้นก็มีเสียงที่แหบพร่า ดังขึ้นมา ทำให้ภายในห้องโถงประชุมเงียบลงอีกครั้ง

หลังจากนั้นทุกคนก็พากันมองไปรอบๆ และสังเกตเห็นชายชราคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาทีละก้าว

หลังจากนั้นใบหน้าของทุกคนก็เต็มไปด้วยความสุข

ผู้ที่มาก็คือบรรพบุรุษเฒ่าของราชวงศ์นั้นเอง

“บรรพบุรุษ ท่านต้องทวงคืนความยุติธรรมให้กับพวกข้าด้วย”

เมื่อเห็นว่าเป็นท่านบรรพบุรุษที่มา เหล่าสมาชิกราชวงศ์ทุกคนต่างก็พากันคุกเข่าลงและมองไปที่บรรพบุรษด้วยความคาดหวัง

หลังจากที่เข้ามาด้านในเรียบร้อยแล้ว บรรพบุรรุษเฒ่าก็มองดูกลุ่มขุนนางและสมาชิกของราชวงศ์ที่กำลังนั่งคุกเข่าลงอยู่ตรงหน้าเขา

ด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่า และมีร่องรอยของความสงสารปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา

คนเหล่านี้นั้น พวกเขาช่างโง่เขล่ากันจริงๆ

“ตามคำสั่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ สมาชิกของราชวงศ์เซี่ยคนใดก็ตาม

ที่มีส่วนร่วมในการก่อกบฏในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการดูหมิ่นอำนาจของจักรพรรดิ

สมาชิกของราชวงศ์เซี่ยและเหล่าขุนนางทุกคนจะต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่ว่าใครก็ตามที่ร่วมมือกับศัตรู

และทรยศต่ออาณาจักร หรือเข้าร่วมในการก่อกบฏ จับคนธรรมดาสามัญโดยที่ไม่มีความผิด และฝ่าฝืนกฎหมายของราชวงศ์

พวกเขาทั้งหมดจะต้องถูกจับกุมและนำตัวไปขังในคุกสวรรค์และรอรับการประหารชีวิต หลังผ่านฤดูใบไม้ร่วงไปแล้ว”

“พวกเจ้าเข้ามา

นำตัวของทุกคนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดไปตรวจสอบอย่างละเอียด จะไม่มีใครสามารถออกไปได้จนกว่าจะถูกสอบสวน

ผู้ที่ต่อต้านจะถูกสังหารทันที”

เมื่อทุกคนได้ยินในสิ่งที่ บรรพบุรุษเฒ่าเอ่ยออกมา

พวกเขาต่างก็พากันตกตะลึง เฉื่อยชาและสับสน

เหล่าสมาชิกของราชวงศ์ต่างก็ตกตะลึง

นี่เป็นการกำจัดคนที่เป็นภัยคุกคามต่ออาณาจักรและราชวงศ์เซี่ย

เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ราชวงศ์เกิดการล่มสลาย และเพื่อไม่ให้มีใครลุกขึ้นมาต่อต้านบรรพบุรุษจึงจำเป็นต้องมาด้วยตนเอง

ใครจะกล้าต่อต้าน?

ชั่วขณะหนึ่งที่เหล่าสมาชิกของราชวงศ์และเหล่าขุนนาง ต่างก็หวาดกลัวจนใบหน้าของพวกเขาซีดเซียว

พวกเขารู้สึกราวกับว่าท้องฟ้ากำลังพังทลายลงมา

"มันจบแล้ว!"

"มันจบแล้ว."

สมาชิกของราชวงศ์บางคนเศร้าโศกและบางคนก็หวาดกลัวมากจนเป็นลมลมพับไป

วันนี้ถูกกำหนดให้ เป้นวันที่ไม่ธรรมดา

ทันทีที่กองทัพกบฏถูกปราบปราม จักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์ก็จัดการกับทุกคนที่เกี่ยวข้องในทันที

ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกของราชวงศ์หรือเหล่าขุนนาง

ทันทีที่มีข่าวแพร่ออกไป ราชาหัวเมืองต่างๆที่ยังมีชีวิตอยู่

ต่างก็พากันตื่นตระหนก

พวกเขาต่างก็รีบพากันแสดงเจตนารมณ์ของพวกเขาออกมาส่งมอบอำนาจทางทหารคืนสู่ราชวงศ์

ไม่กี่วันต่อมา ทางเมืองหลวงก็ได้รับมอบอำนาจทางทหารและเครื่องบรรณาการจากราชาหัวเมืองต่างๆ

รวมถึงคำพูดจากใจจริงขององค์ชายห้าและองค์ชายหก ทำให้เซี่ยเฉินก็ค่อนข้างรู้สึกขบขันเล็กน้อย

“พี่น้องของข้าทั้งสอง ช่างน่าสนใจจริงๆ”

เซี่ยเฉิน มองไปที่จดหมายที่อยู่ในมือ เนื้อหาข้างในจดหมายขององค์ชายทั้งสองนั้น

ต่างก็เต็มไปด้วยคำสรรเสริญ เยินยอ การยอมจำนน และความภักดี

ใช่แล้ว พี่ชายทั้งสองคนของเขายังคงอยากมีชีวิตอยู่ และการที่พวกเขาได้เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับคนที่ลุกขึ้นมาต่อต้าน

พวกเขาจึงรีบแสดงตนออกมาว่าพวกเขานั้นยอมจำนน

“ในเมื่อพวกเขาเอ่ยออกมาขนาดนี้แล้ว ข้าก็คงต้องปล่อยให้พวกเขามีชีวิตที่สดวกสบายขึ้นอีกหน่อย”

เซี่ยเฉิน พึมพำกับตัวเองและเขียนพระราชกฤษฎีกา เนื้อหาข้างในนั้นเกี่ยวข้องกับองค์ชายทั้งสอง

ใจความว่าถ้าหากท่านพี่ทั้งสองอยู่กันอย่างสงบไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับราชวงศ์และประชชน

พวกท่านก็จะสามารถเพลิดเพลินไปกับความมั่งคั่งและร่ำรวยไปตลอดชีวิต

และถ้าหากว่าท่านพี่ทั้งสองสร้างความเดือร้อนให้กับราชวงศ์และประชาชนแล้วละก็

ท่านพี่ทั้งสองสามารถจินตนาการได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกท่าน

หลังจากจัดการกับเรื่องขององค์ชายทั้งสองเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เซี่ยเฉินก็เพิกเฉยและมองไปที่สิ่งที่สมาชิกของราชวงศ์คนอื่นๆส่งมา

“หืม?”

ทันใดนั้น เซี่ยเฉิน ก็สังเกตเห็นหนึ่งในสิ่งของเครื่องราชบรรณาการ

ที่ส่งมาให้ เขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“ใครส่งสิ่งนี้มาอย่านั้นเหรอ?”

เขาถามออกไป

สาวใช้ที่อยู่ตรงหน้าเขาตอบออกมาด้วยความเคารพทันที

“รายงานฝ่าบาท นี่เป็นเครื่องราชบรรณาการ ที่ราชาแห่งซีซู่ส่งมา

เพค่ะ”

เมื่อได้ยินสิ่งที่สาวใช้บอก ดวงตาของเซี่ยเฉิน ก็เปล่งประกาย

“ราชาแห่งซีซู่?”

เขามองไปยังกล่องเครื่องราชบรรณาการชิ้นนั้น

มันเป็นกล่องที่สวยงามใบหนึ่ง ไม่มีอะไรแปลกบนพื้นผิว แต่ภายใต้การตรวจสอบของจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขา เขาพบว่ามีกลิ่นอายที่แปลกประหลาดซ่อนอยู่ภายในกล่อง