ตอนที่ 115

ฮัม!

ปราณดาบล่วงลงมาจากท้องฟ้าโจมตีไปยัง จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

พวกเขาต่างก็คิดว่าในการโจมตีครั้งนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

คงจะไม่สามารถต้านทานได้อีก

เมื่อมองดูปราณดาบที่กำลังล่วงลงมาจากระยะไกล ซึ่งดูเหมือนกับเป็นการลงโทษจากสวรรค์

ทำให้ผู้คนที่ชมอยู่ต้องรู้สึกตกตะลึง

“ดาบสวรรค์ พลังแห่งการทำลายล้าง ช่างน่ากลัวมาก!”

ด้านนอกนิกายเทียนเจี้ยน ได้มีผู้ฝึกตนจากทั่วทั้งโลกได้เดินทางมายังนิกายเทียนเจี้ยนเพื่อรับชมการต่อสู้อย่างเงียบๆ

รวมถึงเหล่าผู้มีอำนาจจากนิกายต่างๆ

พวกเขามองไปที่ปราณดาบที่เกิดจากค่ายกลดาบสิบจตุรทิศ ของนิกายเทียนเจี้ยน

และรู้สึกถึงพลังแห่งการทำลายล้าง ทำให้พวกเขาทั้งหมดเกิดความรู้สึกสั่นเทา

ความแข็งแกร่งของนิกายเทียนเจี้ยน นั้นทรงพลังจริงๆ

"ไม่มีใครเคย

รอดชีวิตไปจากค่ายกลดาบสิบจตุรทิศของนิกายเทียนเจี้ยนไปได้เลยแม้แต่คนเดี่ยว"

บนยอดเขาห่างจากนิกายเทียนเจี้ยน ได้มีหญิงสาวยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ

มองไปยังทิศทางของนิกายเทียนเจี้ยน

เมื่อเธอเห็นปราณดาบที่ควบแน่นขึ้นมาจากระยะไกล เธอรู้สึกถึงคลื่นภัยคุกคามจากมันได้แม้ว่าเธอจะอยู่ไกลเช่นนี้

หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์ ในตอนนี้เธอมีสีหน้าจริงจัง ดวงตาที่งดงามของเธอคู่หนึ่งที่ถูกเปิดเผยภายใต้ม่าน

ส่องแสงเปร่งประกายแวววาวขึ้นในดวงตาที่สวยงามของเธอ

เธอสงสัยมากว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

จะสามารถทำลายค่ายกลนี้ได้หรือไม่ หรือว่าเขาจะถูกค่ายกลดาบสิบจตุรทิศสังหารกันแน่

ในเวลานี้ เหล่าผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่มารวมตัวกันพวกเขาต่างก็พากันตกใจ

และตกตะลึงเป็นอย่างมากกับพลังของค่ายกลดาบสิบจตุรทิศของนิกายเทียนเจี้ยน

“สมแล้วที่เป็นถึง หนึ่งในแปดนิกายชั้นนำของโลก

นิกายเทียนเจี้ยนที่ได้รับการสืบทอดกันมาหลายร้อยปี

ความแข็งแกร่งของพวกเขาช่างทำให้ประหลาดใจได้จริงๆ”

ชายผู้แข็งแกร่งพึมพำกับตัวเอง และมองไปยังทิศทางของนิกายเทียนเจี้ยน

และถอนหายใจออกมา

คนอื่นๆ ก็รู้สึกตกตะลึงกับพลังของนิกายเทียนเจี้ยนเช่นกัน

แต่ในขณะเดียวกันก็มีร่องรอยของความตื่นเต้นและคาดหวังในดวงตาของพวกเขา

เพราะพวกเขาคิดว่าในครั้งนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน จะต้องถูกสังหารอย่างแน่นอน

เมื่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ของอาณจักรเซี่ยถูกสังหาร ทั้งโลกก็จะเกิดความปั่นป่วน

และนิกายใหญ่ทั้งหมดก็จะขึ้นมามีอำนาจและควบคุ้มโลกใบนี้

แต่ว่าช่างน่าเสียดาย ที่พวกเขาคิดมากเกินไป

ในเวลานี้ ใบหน้าของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ก็ยังสงบเหมือนเช่นเคย

“อืม ค่ายกลดาบสิบจตุรทิศ พลังการโจมตีของมันไม่เลวเลย”

เซี่ยเฉิน พยักหน้าเล็กน้อยด้วยความชื่นชม

และแน่นอนว่านี้คือทั้งหมดของพวกเขาแล้ว

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ จงตายไปซะ!”

เสียงคำรามของหยินชิซาน ดังขึ้นมาน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่รุนแรง

และเหวี่ยงปราณดาบยักษ์โจมตีออกไป ทำให้เกิดเสียงดังกึกก้องไปทั่ว

เมื่อเผชิญหน้ากับปราณดาบเล่มนี้ เซี่ยเฉินก็ยกมือขึ้นมาอย่างใจเย็นและกำหมัดแน่น

ฮัม!

จู่ๆ ก็ได้มีภาพมายาปรากฏขึ้นมาที่ด้านหลังของเขา เปล่งพลังอำนาจของจักรพรรดิออกมา

หลังจากนั้นไม่นานก็ควบแน่นขึ้นเป็นปราณหมัดที่ทรงพลัง

“หมัดห้าจักรพรรดิ!”

เซี่ยเฉิน พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ชกหมัดของเขาออกไปเบาๆ

หลังที่ชกหมัดห้าจักรพรรดิอกไป ก็ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน และภูเขาและแม่น้ำสั่นไหว

และนิกายเทียนเจี้ยนทั้งหมดก็สั่นสะเทือน

ปราณหมัดอันทรงพลังพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า

เข้าปะทะกับปราณดาบยักษ์ทำให้เกิดคลื่นพลังทำลายล้างที่รุนแรง

ทันทีที่การดจมตีทั้งสองเข้าปะทะกัน ท้องฟ้าก็ถล่มลงมา

บูม!

ด้วยการระเบิดที่รุนแรง ภูเขาและป่าไม้สั่นสะเทือน

หินจำนวนนับไม่ถ้วนกลิ้งตกลงมาจากเชิงเขา

ปราณหมัด และ ปราณดาบ ปะทะกันทำให้เกิดการระเบิด

และผลกระทบของการปะทะนั้นก่อให้เกิดคลื่นระเบิดที่รุนแรง พัดผ่านดอกไม้และต้นไม้ในรัศมีหลายสิบลี้

คลื่นกระแทกที่น่าสะพรึงกลัวนี้ เหล่าปรมาจารย์สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนแม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างจาก

นิกายเทียนเจี้ยนหลายสิบลี้ก็ตาม ทำให้ผม เสื้อผ้าและเสื้อคลุมของพวกเขาปลิวไปตามกระแสลม

“ช่างเป็นพลังการทำลายล้างที่ แข็งแกร่งยิ่งนัก”

ผู้ฝึกตนหลายคนตกใจกลัว ใบหน้าของพวกเขาซีดเซียว และเกือบเป็นลมด้วยความหวาดกลัว

พลังของการทำลายที่เกิดจากการปะทะกัน ระหว่างทักษะทั้งสองในครั้งนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก

คลืนนนนนนนนน!

พายุพัดผ่านและใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะสลายและกระจายตัวออกไปฝุ่นควันก็ค่อยๆ

หายไปทีละจุด เผยให้เห็นจุดศูนย์กลางของการระเบิด

ได้มีร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ปลดปล่อยแรกดดันที่ทำให้รู้สึกกดขี่และครอบงำออกมาจากร่างกายของเขา

เซี่ยเฉินไม่ได้ขยับเลยแม้แต่ก้าวเดียว เสื้อผ้า และผมของเขาปลิวไสว

“เป็นไปได้ยังไง?”

มีคนร้องตะโกน ออกมาด้วยความหวาดกลัว พวกเขาแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเห็น

จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน เขาไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลยแม้แต่น้อยเมื่อต้องรับการโจมตีที่ทรงพลังของค่ายกลดาบสิจตุรทิศ

สิ่งนี้ทำให้เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยน ตื่นตระหนกและสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

แม้แต่เหล่าผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่มารับชมการต่อสู้ พวกเขาต่างก็แสดงท่าทีหวาดกลัวออกมา

เมื่อมองไปยัง จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ที่ยืนอยู่อย่างสงบ

ถ้าหากข่าวนี้แพร่กระจายออกไปจะมีใครเชื่อบ้างว่า จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อยหลังจากรับการดจมตีจากค่ายกลสิบจตุรทิศที่โจมตีออกมาอย่างเต็มกำลัง

จะใครเชื่อพวกเขาบางหรือไม่?

"พวกเจ้าทำได้เพียงแค่นี้?"

เซี่ยเฉิน สะบัดฝุ่นที่อยู่บนเสื้อผ้าของเขาออกไปเบาๆ ด้วยท่าทางที่สง่างามและสงบนิ่งของเขา

ทำให้ศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยนจำนวนนับไม่ถ้วนแสดงความหวาดกลัวออกมา

“หากว่าพวกเจ้าทำได้เพียงแค่นี้

ในวันนี้นิกายเทียนเจี้ยนของพวกเจ้าจะต้องถูกทำลาย”

เซี่ยเฉิน พูดออกมาทีละคำ ด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น

และในตอนนี้ใบหน้าของ หยินชิซาน มืดมนเป็นอย่างยิ่ง มือของเขาที่ถือดาบเอาไว้ตอนนี้กำด้ามดาบแน่นขึ้น

ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ

“แม้ว่าเจ้าจะสามารถป้องกันการโจมตีของค่ายกลดาบสิบจตุรทิศเอาไว้ได้

แต่ว่ามันก็ไร้ประโยชน์ เพราะว่าเมื่อเปิดใช้งานค่ายกลดาบสิบจตุรทิศแล้วมันก็จะทำการโจทตีเจ้าจนกว่าเจ้าจะตาย

ข้าก็อยากจะรู้เช่นกันว่าเจ้าจะสามารถป้องกันการโจมตีของค่ายกลดาบสิบจตุรทิศได้สักกี่ครั้ง?”

หยินชิซาน พูดออกมาด้วยความโกรธ

“เพิ่มพลังของค่ายกลดาบสิบจตุรทิศ

ให้แข็งแกร่งมากกว่านี้!”

ด้วยคำสั่งของ หยินชิซาน ศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยนหลายหมื่นคนที่นำโดยผู้อาวุโสประจำยอดเขาดาบทั้งสิบ

ได้ปลดปล่อยพลงของพวกเขาออกมาและเสริมสร้างความแข็งแกรงให้กับค่ายกลดาบสิบจตุรทิศให้แข็งแกร่งมากขึ้น

บูม บูม บูม...

ทันใดนั้น ค่ยกลดาบสิบจตุรทิศก็เปลี่ยนไป ปราณดาบที่ถูกควบแน่นขึ้นมาทั้งสิบ

แข็งแกร่งและทรงพลังมากขึ้น

เจตนจำนงดาบที่แผ่ออกมาจากปราณดาบทั้งสิบนั้นน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก

สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่กำลังรับชมการต่อสู้ในครั้งนี้

นี่คือสถานะสูงสุดของค่ายกลดบสิบจตุรทิศ

ปราณดาบที่ควบแน่นขึ้นมาจากยอดเขาทั้งสิบสามารถสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่งทั้งบริเวร

"นี่คือไพ่ใบสุดท้ายของนิกายเทียนเจี้ยน!"

"เขาคงจะไม่รอดแล้ว"

หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์ พึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเธอเป็นประกาย เธอยืนดูนิกายเทียนเจี้ยน

ที่กำลังจะโจมตีด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขา

...................................

ด้วยการเคลื่อนไหวของศิษย์สาวกนับหมื่นที่อยู่ในนิกายเทียนเจี้ยน

พวกเขาทั้งหมดต่างก็สูญเสีย พลังของพวกเขาไปเป็นจำนวนมหาศาล และจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายเดือนหรือหลายปี

กว่าพวกเขาจะฟื้นตัวให้กับมายังจุดสูงสุดของพวกเขาได้อีกครั้ง

ถ้าหากว่าการโจมตีของพวกเขาในครั้งนี้ล่มเหลว

พวกเขาจะต้องพบกับความสูญเสียเป็นอย่างมาก

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้

เจ้าจะสามารถป้องกันมันได้อีกหรือไม่” หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์

เธอมองไปที่ร่างของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

ที่ยืนอยู่ตรงกลางค่ายกลด้วยความเย่อหยิ่ง เธอมีความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง

เธอไม่รู้ว่าครั้งนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ จะสามารถต้านทานการโจมตีของค่ายกลอย่างเต็มกำลังของนิกายเทียนเจี้ยนได้หรือไม่

ถ้าหากว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

สามารถต้านทานการโจมตีในครั้งนี้ได้ นิกายใหญ่ทั้งหลายก็จะไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวอีกต่อไป

และจะไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจของราชวงศ์เซี่ยอีกเลย เพราะความแข็งแกร่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

ในเวลานี้ เซี่ยเฉินรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามเพียงเล็กน้อยจากการเคลื่อนไหวในครั้งนี้

ใบหน้าของ เซี่ยเฉิน แสดงความสนใจออกมา การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ก็แทบจะเหมือนกับครั้งก่อนๆ

ซึ่งมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อยเพราะว่าในครั้งนี้สามารถทำให้เขารู้สึกได้ถึงภัยคุกคามเล็กน้อย

โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่ ข้าไม่สามารถประมาทได้เลยแม้แต่น้อย

เพียงแค่นิกายเทียนเจี้ยน นิกายเดี่ยวก็สามารถทำให้เขารู้สึกได้ถึงภัยคุกคาม

ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ได้อยู่ยงคงกระพันอย่างแท้จริง เมื่อจัดการกับนิกายเจียนเจี้ยนเสร็จแล้วดูเหมือว่าข้าคงต้องกลับไปฝึกฝนให้หนักมากขึ้นกว่านี้

เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบต่อไป

โลกภายนอกมันอันตรายเกินไป บางทีอาจมีผู้ที่แข็งแกร่งกว่าข้าซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้

ซึ่งสามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดายในไม่กี่วินาที

“ลืมมันซะ มาจัดการแก้ปัญหาของนิกายเทียนเจี้ยนก่อน เมื่อกลับไปแล้วค่อยว่ากัน”

จิตใจของ เซี่ยเฉิน เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เขาได้ตัดสิ้นใจได้แล้ว

คลื่นนนนนนนน!

หลังจากที่ตัดสิ้นใจได้แล้ว เซี่ยเฉินก็เริ่มที่จะเคลื่อนไหว

ได้ปรากฏลำแสงพุ่งออกมาจากหว่างคิ้วของเขา

เมื่อสังเกตดีจะเห็นว่ามันคือคราประทับ ที่มีมังกรเก้าตัวล้อมรอบเปล่งแสงสลัวออกมา

ตราประทับนี้คือ ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์!

ใช่แล้วในครั้งนี้ เซี่ยเฉิน ต้องการที่จะทดลองใช้ตราประทับจักรพรรดิ์มนุษย์เพื่อโจมตีเป็นครั้งแรก

เขาต้องการเห็นว่าตราประทับจักรพรรดิ์มนุษย์นั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหน

ดาบแห่งจักรพรรดิก็ได้ถูกเขาเอามาใช้ไปแล้วในตอนที่สังหารผู้นำนิกายเจียงเหอ

และพลังของมันก็น่าทึ่งเป็นอย่างมาก ตอนนี้ข้าต้องใช้โอกาสในครั้งนี้ในการทดสอบพลังที่แท้จริงของตราประทับจักรพรรดิมนุษย์

“ค่ายกลดาบสิบจตุรทิศ โจมตี!”

เมื่อเสียงคำรามของ หยินชิซาน

ดังขึ้นผู้อาวุโสประจำยอดเขาทั้งสิบและศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยน

ทั้งหมดได้ควบคุมค่ายกลบังคับปราณดาบทั้งสิบเพื่อโจมตี จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินอย่างพร้อมเพรียงกัน

ทำให้เกิดเสียงดังกึกก้อง...

ดาบสวรรค์สิบทิศ ทำลาย

“ข้าจะดูสิว่า

เจ้าจะรับการโจมตีในครั้งนี้ได้หรือไม่”

เซี่ยเฉินสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเย็นชา

หลังจากนั้นเขาก็บังคับ ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์

หลังจากนั้น ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ก็ได้พุ่งออกไปลอยอยู่กางอากาศ

และค่อยๆขยายตัวออกมาจนมีขนาดใหญขึ้นราวกับภูเขาลูกใหญ่และเข้าปะทะกับปราณดาบทั้งสิบ

เกิดเสียงดังโครม ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ที่มีขนาดเท่ากับภูเขาก็ระเบิดแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมา

ต้านทานการโจมตีของปราณดาบทั้งสิบทิศทาง

และเมื่อตราประทับจักรพรรดิมนุษย์และปราณดาบทั้งสิบเข้าปะทะกันทำใหหนึ่งในปราณดาบแตกสลายและหายไปในทันที

“ทำลาย!”

เซี่ยเฉิน ตะโกนออกมาด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง พลังปราณของเขาก็ระเบิดออกมา

ทำให้ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ระเบิดพลังที่แข็งแกร่งออกมาอย่างไร้ขอบเขต

เสียงระเบิดดังก้อง...

ทันใดนั้น ท้องฟ้าและแผ่นดินก็สั่นสะเทือน

เมื่อตราประทับจักรพรรดิมนุษย์และปราณดาบทั้งสิบเข้าปะทะกัน

ผู้อาวุโสและศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยนก็ทรุดตัวลงทีละคน

เปรี๊ยะ!

เกิดเสียงแตกร้าวที่คมชัดดังขึ้นมา

ปราณดาบที่เหลือเริ่มแตกสลายและหายไปอย่างรวดเร็ว