ฮัม!
ปราณดาบล่วงลงมาจากท้องฟ้าโจมตีไปยัง จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
พวกเขาต่างก็คิดว่าในการโจมตีครั้งนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
คงจะไม่สามารถต้านทานได้อีก
เมื่อมองดูปราณดาบที่กำลังล่วงลงมาจากระยะไกล ซึ่งดูเหมือนกับเป็นการลงโทษจากสวรรค์
ทำให้ผู้คนที่ชมอยู่ต้องรู้สึกตกตะลึง
“ดาบสวรรค์ พลังแห่งการทำลายล้าง ช่างน่ากลัวมาก!”
ด้านนอกนิกายเทียนเจี้ยน ได้มีผู้ฝึกตนจากทั่วทั้งโลกได้เดินทางมายังนิกายเทียนเจี้ยนเพื่อรับชมการต่อสู้อย่างเงียบๆ
รวมถึงเหล่าผู้มีอำนาจจากนิกายต่างๆ
พวกเขามองไปที่ปราณดาบที่เกิดจากค่ายกลดาบสิบจตุรทิศ ของนิกายเทียนเจี้ยน
และรู้สึกถึงพลังแห่งการทำลายล้าง ทำให้พวกเขาทั้งหมดเกิดความรู้สึกสั่นเทา
ความแข็งแกร่งของนิกายเทียนเจี้ยน นั้นทรงพลังจริงๆ
"ไม่มีใครเคย
รอดชีวิตไปจากค่ายกลดาบสิบจตุรทิศของนิกายเทียนเจี้ยนไปได้เลยแม้แต่คนเดี่ยว"
บนยอดเขาห่างจากนิกายเทียนเจี้ยน ได้มีหญิงสาวยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ
มองไปยังทิศทางของนิกายเทียนเจี้ยน
เมื่อเธอเห็นปราณดาบที่ควบแน่นขึ้นมาจากระยะไกล เธอรู้สึกถึงคลื่นภัยคุกคามจากมันได้แม้ว่าเธอจะอยู่ไกลเช่นนี้
หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์ ในตอนนี้เธอมีสีหน้าจริงจัง ดวงตาที่งดงามของเธอคู่หนึ่งที่ถูกเปิดเผยภายใต้ม่าน
ส่องแสงเปร่งประกายแวววาวขึ้นในดวงตาที่สวยงามของเธอ
เธอสงสัยมากว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
จะสามารถทำลายค่ายกลนี้ได้หรือไม่ หรือว่าเขาจะถูกค่ายกลดาบสิบจตุรทิศสังหารกันแน่
ในเวลานี้ เหล่าผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่มารวมตัวกันพวกเขาต่างก็พากันตกใจ
และตกตะลึงเป็นอย่างมากกับพลังของค่ายกลดาบสิบจตุรทิศของนิกายเทียนเจี้ยน
“สมแล้วที่เป็นถึง หนึ่งในแปดนิกายชั้นนำของโลก
นิกายเทียนเจี้ยนที่ได้รับการสืบทอดกันมาหลายร้อยปี
ความแข็งแกร่งของพวกเขาช่างทำให้ประหลาดใจได้จริงๆ”
ชายผู้แข็งแกร่งพึมพำกับตัวเอง และมองไปยังทิศทางของนิกายเทียนเจี้ยน
และถอนหายใจออกมา
คนอื่นๆ ก็รู้สึกตกตะลึงกับพลังของนิกายเทียนเจี้ยนเช่นกัน
แต่ในขณะเดียวกันก็มีร่องรอยของความตื่นเต้นและคาดหวังในดวงตาของพวกเขา
เพราะพวกเขาคิดว่าในครั้งนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน จะต้องถูกสังหารอย่างแน่นอน
เมื่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ของอาณจักรเซี่ยถูกสังหาร ทั้งโลกก็จะเกิดความปั่นป่วน
และนิกายใหญ่ทั้งหมดก็จะขึ้นมามีอำนาจและควบคุ้มโลกใบนี้
แต่ว่าช่างน่าเสียดาย ที่พวกเขาคิดมากเกินไป
ในเวลานี้ ใบหน้าของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ก็ยังสงบเหมือนเช่นเคย
“อืม ค่ายกลดาบสิบจตุรทิศ พลังการโจมตีของมันไม่เลวเลย”
เซี่ยเฉิน พยักหน้าเล็กน้อยด้วยความชื่นชม
และแน่นอนว่านี้คือทั้งหมดของพวกเขาแล้ว
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ จงตายไปซะ!”
เสียงคำรามของหยินชิซาน ดังขึ้นมาน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่รุนแรง
และเหวี่ยงปราณดาบยักษ์โจมตีออกไป ทำให้เกิดเสียงดังกึกก้องไปทั่ว
เมื่อเผชิญหน้ากับปราณดาบเล่มนี้ เซี่ยเฉินก็ยกมือขึ้นมาอย่างใจเย็นและกำหมัดแน่น
ฮัม!
จู่ๆ ก็ได้มีภาพมายาปรากฏขึ้นมาที่ด้านหลังของเขา เปล่งพลังอำนาจของจักรพรรดิออกมา
หลังจากนั้นไม่นานก็ควบแน่นขึ้นเป็นปราณหมัดที่ทรงพลัง
“หมัดห้าจักรพรรดิ!”
เซี่ยเฉิน พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ชกหมัดของเขาออกไปเบาๆ
หลังที่ชกหมัดห้าจักรพรรดิอกไป ก็ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน และภูเขาและแม่น้ำสั่นไหว
และนิกายเทียนเจี้ยนทั้งหมดก็สั่นสะเทือน
ปราณหมัดอันทรงพลังพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า
เข้าปะทะกับปราณดาบยักษ์ทำให้เกิดคลื่นพลังทำลายล้างที่รุนแรง
ทันทีที่การดจมตีทั้งสองเข้าปะทะกัน ท้องฟ้าก็ถล่มลงมา
บูม!
ด้วยการระเบิดที่รุนแรง ภูเขาและป่าไม้สั่นสะเทือน
หินจำนวนนับไม่ถ้วนกลิ้งตกลงมาจากเชิงเขา
ปราณหมัด และ ปราณดาบ ปะทะกันทำให้เกิดการระเบิด
และผลกระทบของการปะทะนั้นก่อให้เกิดคลื่นระเบิดที่รุนแรง พัดผ่านดอกไม้และต้นไม้ในรัศมีหลายสิบลี้
คลื่นกระแทกที่น่าสะพรึงกลัวนี้ เหล่าปรมาจารย์สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนแม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างจาก
นิกายเทียนเจี้ยนหลายสิบลี้ก็ตาม ทำให้ผม เสื้อผ้าและเสื้อคลุมของพวกเขาปลิวไปตามกระแสลม
“ช่างเป็นพลังการทำลายล้างที่ แข็งแกร่งยิ่งนัก”
ผู้ฝึกตนหลายคนตกใจกลัว ใบหน้าของพวกเขาซีดเซียว และเกือบเป็นลมด้วยความหวาดกลัว
พลังของการทำลายที่เกิดจากการปะทะกัน ระหว่างทักษะทั้งสองในครั้งนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก
คลืนนนนนนนนน!
พายุพัดผ่านและใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะสลายและกระจายตัวออกไปฝุ่นควันก็ค่อยๆ
หายไปทีละจุด เผยให้เห็นจุดศูนย์กลางของการระเบิด
ได้มีร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ปลดปล่อยแรกดดันที่ทำให้รู้สึกกดขี่และครอบงำออกมาจากร่างกายของเขา
เซี่ยเฉินไม่ได้ขยับเลยแม้แต่ก้าวเดียว เสื้อผ้า และผมของเขาปลิวไสว
“เป็นไปได้ยังไง?”
มีคนร้องตะโกน ออกมาด้วยความหวาดกลัว พวกเขาแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเห็น
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน เขาไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลยแม้แต่น้อยเมื่อต้องรับการโจมตีที่ทรงพลังของค่ายกลดาบสิจตุรทิศ
สิ่งนี้ทำให้เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยน ตื่นตระหนกและสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
แม้แต่เหล่าผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่มารับชมการต่อสู้ พวกเขาต่างก็แสดงท่าทีหวาดกลัวออกมา
เมื่อมองไปยัง จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ที่ยืนอยู่อย่างสงบ
ถ้าหากข่าวนี้แพร่กระจายออกไปจะมีใครเชื่อบ้างว่า จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อยหลังจากรับการดจมตีจากค่ายกลสิบจตุรทิศที่โจมตีออกมาอย่างเต็มกำลัง
จะใครเชื่อพวกเขาบางหรือไม่?
"พวกเจ้าทำได้เพียงแค่นี้?"
เซี่ยเฉิน สะบัดฝุ่นที่อยู่บนเสื้อผ้าของเขาออกไปเบาๆ ด้วยท่าทางที่สง่างามและสงบนิ่งของเขา
ทำให้ศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยนจำนวนนับไม่ถ้วนแสดงความหวาดกลัวออกมา
“หากว่าพวกเจ้าทำได้เพียงแค่นี้
ในวันนี้นิกายเทียนเจี้ยนของพวกเจ้าจะต้องถูกทำลาย”
เซี่ยเฉิน พูดออกมาทีละคำ ด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น
และในตอนนี้ใบหน้าของ หยินชิซาน มืดมนเป็นอย่างยิ่ง มือของเขาที่ถือดาบเอาไว้ตอนนี้กำด้ามดาบแน่นขึ้น
ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ
“แม้ว่าเจ้าจะสามารถป้องกันการโจมตีของค่ายกลดาบสิบจตุรทิศเอาไว้ได้
แต่ว่ามันก็ไร้ประโยชน์ เพราะว่าเมื่อเปิดใช้งานค่ายกลดาบสิบจตุรทิศแล้วมันก็จะทำการโจทตีเจ้าจนกว่าเจ้าจะตาย
ข้าก็อยากจะรู้เช่นกันว่าเจ้าจะสามารถป้องกันการโจมตีของค่ายกลดาบสิบจตุรทิศได้สักกี่ครั้ง?”
หยินชิซาน พูดออกมาด้วยความโกรธ
“เพิ่มพลังของค่ายกลดาบสิบจตุรทิศ
ให้แข็งแกร่งมากกว่านี้!”
ด้วยคำสั่งของ หยินชิซาน ศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยนหลายหมื่นคนที่นำโดยผู้อาวุโสประจำยอดเขาดาบทั้งสิบ
ได้ปลดปล่อยพลงของพวกเขาออกมาและเสริมสร้างความแข็งแกรงให้กับค่ายกลดาบสิบจตุรทิศให้แข็งแกร่งมากขึ้น
บูม บูม บูม...
ทันใดนั้น ค่ยกลดาบสิบจตุรทิศก็เปลี่ยนไป ปราณดาบที่ถูกควบแน่นขึ้นมาทั้งสิบ
แข็งแกร่งและทรงพลังมากขึ้น
เจตนจำนงดาบที่แผ่ออกมาจากปราณดาบทั้งสิบนั้นน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก
สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่กำลังรับชมการต่อสู้ในครั้งนี้
นี่คือสถานะสูงสุดของค่ายกลดบสิบจตุรทิศ
ปราณดาบที่ควบแน่นขึ้นมาจากยอดเขาทั้งสิบสามารถสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่งทั้งบริเวร
"นี่คือไพ่ใบสุดท้ายของนิกายเทียนเจี้ยน!"
"เขาคงจะไม่รอดแล้ว"
หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์ พึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเธอเป็นประกาย เธอยืนดูนิกายเทียนเจี้ยน
ที่กำลังจะโจมตีด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขา
...................................
ด้วยการเคลื่อนไหวของศิษย์สาวกนับหมื่นที่อยู่ในนิกายเทียนเจี้ยน
พวกเขาทั้งหมดต่างก็สูญเสีย พลังของพวกเขาไปเป็นจำนวนมหาศาล และจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายเดือนหรือหลายปี
กว่าพวกเขาจะฟื้นตัวให้กับมายังจุดสูงสุดของพวกเขาได้อีกครั้ง
ถ้าหากว่าการโจมตีของพวกเขาในครั้งนี้ล่มเหลว
พวกเขาจะต้องพบกับความสูญเสียเป็นอย่างมาก
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้
เจ้าจะสามารถป้องกันมันได้อีกหรือไม่” หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์
เธอมองไปที่ร่างของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
ที่ยืนอยู่ตรงกลางค่ายกลด้วยความเย่อหยิ่ง เธอมีความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เธอไม่รู้ว่าครั้งนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ จะสามารถต้านทานการโจมตีของค่ายกลอย่างเต็มกำลังของนิกายเทียนเจี้ยนได้หรือไม่
ถ้าหากว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
สามารถต้านทานการโจมตีในครั้งนี้ได้ นิกายใหญ่ทั้งหลายก็จะไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวอีกต่อไป
และจะไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจของราชวงศ์เซี่ยอีกเลย เพราะความแข็งแกร่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ในเวลานี้ เซี่ยเฉินรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามเพียงเล็กน้อยจากการเคลื่อนไหวในครั้งนี้
ใบหน้าของ เซี่ยเฉิน แสดงความสนใจออกมา การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ก็แทบจะเหมือนกับครั้งก่อนๆ
ซึ่งมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อยเพราะว่าในครั้งนี้สามารถทำให้เขารู้สึกได้ถึงภัยคุกคามเล็กน้อย
โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่ ข้าไม่สามารถประมาทได้เลยแม้แต่น้อย
เพียงแค่นิกายเทียนเจี้ยน นิกายเดี่ยวก็สามารถทำให้เขารู้สึกได้ถึงภัยคุกคาม
ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ได้อยู่ยงคงกระพันอย่างแท้จริง เมื่อจัดการกับนิกายเจียนเจี้ยนเสร็จแล้วดูเหมือว่าข้าคงต้องกลับไปฝึกฝนให้หนักมากขึ้นกว่านี้
เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบต่อไป
โลกภายนอกมันอันตรายเกินไป บางทีอาจมีผู้ที่แข็งแกร่งกว่าข้าซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้
ซึ่งสามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดายในไม่กี่วินาที
“ลืมมันซะ มาจัดการแก้ปัญหาของนิกายเทียนเจี้ยนก่อน เมื่อกลับไปแล้วค่อยว่ากัน”
จิตใจของ เซี่ยเฉิน เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เขาได้ตัดสิ้นใจได้แล้ว
คลื่นนนนนนนน!
หลังจากที่ตัดสิ้นใจได้แล้ว เซี่ยเฉินก็เริ่มที่จะเคลื่อนไหว
ได้ปรากฏลำแสงพุ่งออกมาจากหว่างคิ้วของเขา
เมื่อสังเกตดีจะเห็นว่ามันคือคราประทับ ที่มีมังกรเก้าตัวล้อมรอบเปล่งแสงสลัวออกมา
ตราประทับนี้คือ ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์!
ใช่แล้วในครั้งนี้ เซี่ยเฉิน ต้องการที่จะทดลองใช้ตราประทับจักรพรรดิ์มนุษย์เพื่อโจมตีเป็นครั้งแรก
เขาต้องการเห็นว่าตราประทับจักรพรรดิ์มนุษย์นั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหน
ดาบแห่งจักรพรรดิก็ได้ถูกเขาเอามาใช้ไปแล้วในตอนที่สังหารผู้นำนิกายเจียงเหอ
และพลังของมันก็น่าทึ่งเป็นอย่างมาก ตอนนี้ข้าต้องใช้โอกาสในครั้งนี้ในการทดสอบพลังที่แท้จริงของตราประทับจักรพรรดิมนุษย์
“ค่ายกลดาบสิบจตุรทิศ โจมตี!”
เมื่อเสียงคำรามของ หยินชิซาน
ดังขึ้นผู้อาวุโสประจำยอดเขาทั้งสิบและศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยน
ทั้งหมดได้ควบคุมค่ายกลบังคับปราณดาบทั้งสิบเพื่อโจมตี จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินอย่างพร้อมเพรียงกัน
ทำให้เกิดเสียงดังกึกก้อง...
ดาบสวรรค์สิบทิศ ทำลาย
“ข้าจะดูสิว่า
เจ้าจะรับการโจมตีในครั้งนี้ได้หรือไม่”
เซี่ยเฉินสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเย็นชา
หลังจากนั้นเขาก็บังคับ ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์
หลังจากนั้น ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ก็ได้พุ่งออกไปลอยอยู่กางอากาศ
และค่อยๆขยายตัวออกมาจนมีขนาดใหญขึ้นราวกับภูเขาลูกใหญ่และเข้าปะทะกับปราณดาบทั้งสิบ
เกิดเสียงดังโครม ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ที่มีขนาดเท่ากับภูเขาก็ระเบิดแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมา
ต้านทานการโจมตีของปราณดาบทั้งสิบทิศทาง
และเมื่อตราประทับจักรพรรดิมนุษย์และปราณดาบทั้งสิบเข้าปะทะกันทำใหหนึ่งในปราณดาบแตกสลายและหายไปในทันที
“ทำลาย!”
เซี่ยเฉิน ตะโกนออกมาด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง พลังปราณของเขาก็ระเบิดออกมา
ทำให้ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ระเบิดพลังที่แข็งแกร่งออกมาอย่างไร้ขอบเขต
เสียงระเบิดดังก้อง...
ทันใดนั้น ท้องฟ้าและแผ่นดินก็สั่นสะเทือน
เมื่อตราประทับจักรพรรดิมนุษย์และปราณดาบทั้งสิบเข้าปะทะกัน
ผู้อาวุโสและศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยนก็ทรุดตัวลงทีละคน
เปรี๊ยะ!
เกิดเสียงแตกร้าวที่คมชัดดังขึ้นมา
ปราณดาบที่เหลือเริ่มแตกสลายและหายไปอย่างรวดเร็ว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved