ตอนที่ 77

ภายในห้องครัว เซี่ยเฉิน ได้นำเนื้อของมังกรนทีออกมาทำอาหารและกำลังนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย

มีกระดูกจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่บนพื้น

กระดูกเหล่านี้ส่องแสงประกายราวกับคริสตัล เปล่งพลังมังกรออกมาจางๆ

"เรอ..."

หลังจากกินเนื้อมังกร ชิ้นสุดท้ายแล้ว เซี่ยเฉิน

ก็เรอออกมาด้วยความพึงพอใจ

เมื่อมองไปที่กระดูกที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น เขารู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อย

เขาไม่คาดคิดว่าชีวิตนี้เขาจะได้ลิ้มลองเนื้องของมังกรจริงๆ

หลังจากกินเนื้อมังกรไปทั้งตัวแล้ว เขารู้สึกถึงพลังงานความร้อนที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของเขากระจายไปทั่วทั้งทั้งร่างกาย

ทำให้ตอนนี้เขารู้สึกสบายตัวเป็นอย่างมาก

ใครจะไปคิดว่าเขาจะกินมังกรหมด ทั้งตัวในคราวเดี่ยว?

เขาถอนหายใจออกมา พึมพำบางอย่าง คนที่ฝึกฝนร่างกายนั้นมีความอยากอาหารที่สูงมากจริงๆ

มีคนเคยกล่าวไว้ว่าผู้ฝึกตนที่เดินบนเส้นทางแห่งการขัดเกลาร่างกายนั้น

สามารถกินวัวได้หลายตัวในมื้อเดียว

ผู้ฝึกตนที่ฝึกฝนกายเนื้อนั้น มีความอยากอาหารอย่างไม่น่าเชื่อ

ดูเขาสิ มังกรนทียาว 50 ฟุตถูกเขากินจนหมดในครั้งเดี่ยว

หลังจากกินและดื่มแล้ว เซี่ยเฉิน ก็หยิบลูกปัดออกมาและพิจารณาอย่างระมัดระวัง

ลูกปัดนี้ส่องแสงแวววาว เผยให้เห็นความผันผวนของพลังงานที่แข็งแกร่งอยู่ภายใน

ดวงตาของ เซี่ยเฉิน เป็นประกายและเขาบ่นพึมพำ "ลูกปัดนี้บรรจุพลังงานอันทรงพลังของมังกรนทีเอาไว้

หากว่าข้าสามารถสกัดและดูดซับมันได้ การบ่มเพาะของข้าคงจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน"

ปรากฏว่ามันคือ ลูกปัดมังกร

ลูกปัดมังกรที่อยู่ในร่างของมังกร ถ้ามันสามารถทะลวงผ่านไปยังขอบเขตนิพพานทั้งเก้าครั้งได้สำเร็จ

มันก็จะกลายเป็นมังกรที่แท้จริงได้

ในเวลานั้นลูกปัดมังกร ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นลูกมังกร ดังนั้นลูกปัดมังกรนี้จึงเป็นสมบัติที่ดีที่สุดที่อยู่ภายในร่างกายของมังกร

"ตอนนี้นำกระดูกของมังกรไปเคี่ยวทำน้ำซุปก่อนดีกว่า

จากนั้นค่อยตรวจสอบ ว่าจะสามารถนำลูกปัดมังกรมาใช้บ่มเพาะได้หรือไม่"

เซี่ยเฉินคิดอย่างเงียบๆ จากนั้นลุกขึ้นและเดินไปยังวิหารบรรพบุรุษ

"ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่นี่"

เขาออกคำสั่งกับระบบ ในใจของเขาในใจอย่างเงียบๆ

ติ๊ง!

"เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย

ท่านได้รับทักษะ : หมัดจักรพรรดิสูงสุด"

"คำแนะนำ: เต๋าสะสมของที่นี่กำลังจะหมดลงและโฮสต์จะไม่สามารถลงชื่อเช็คอินที่นี่ได้อีกต่อไปได้

โปรดหาสถานที่เช็คอินแห่งใหม่โดยเร็วที่สุด"

เสียงอิเล็กทรอนิกส์อันเยือกเย็นของระบบแจ้งเตือนอีกครั้ง

เซี่ยเฉิน เองก็รู้สึกประหลาดใจที่เขา

ลงชื่อเช็คอินในวันนี้และได้รับทักษะการต่อสู้ หมัดจักรพรรดิสูงสุด นี้มา

เขาเคยเห็นน้องสาวของเขาใช้ ทักษะหมัดจักรพรรดิสูงสุดมาก่อนและพลังของมันก็ไม่เลว

“หมัดจักรพรรดิสูงสุด?”

"ระบบ ฝึกฝน"

โดยไม่ลังเล เขาได้ฝึกฝนทักษะหมัดจักรพรรดิสูงสุด นี้โดยตรงไม่ลังเลเลย

หืม!

ข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับทักษะหมัดจักรพรรดิสูงสุดได้หลั่งไหลเข้าสู่ทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา

หลังจากนั้น เซี่ยเฉิน ก็เข้าใจแก่นแท้ของทักษะหมัดจักรพรรดิสูงสุด ทั้งหมดในทันที

ด้วยการช่วยเหลือจากระบบ เซี่ยเฉินได้ทำความเข้าใจและฝึกฝนทักษะหมัดจักรพรรดิสูงสุดอย่างเงียบๆ

หลังจากนั้นไม่นานร่างกายของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงแรงกดดันของจักรพรรดิได้แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา

ราวกับว่าเขาเป็นจักรพรรดิ

ช่างเป็นทักษะที่น่าตกใจเมื่อใช้ร่วมกับทักษะขัดเกลาจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์  เพื่องแสดงทักษะหมัดจักรพรรดิสูงสุด

ออกมาพลังของมันนั้นน่าทึ่งมาก

ในเวลาเพียงหนึ่งนาที เซี่ยเฉิน ได้ฝึกฝนทักษะหมัดจักรพรรดิสูงสุดจนถึงขั้นสูงสุดแล้ว

ร่างกายของเขาได้ปลดปล่อยแรงกดดันของจักรพรรดิออกมา

และเมื่อใช้ทักษะหมัดห้าจักรพรรดิและทักษะหมัดจักรพรรดิสูงสุดร่วมกันทักษะทั้งสองต่างก็ตอยสนองซึ่งกันและกัน

ทำให้เจตจำนงแห่งหมัดของทั้งสองทักษะหลอมรวมเข้าด้วยกัน ซึ่งมันสามารถกระตุ้นพลังลึกลับของกายาจักรพรรดิมนุษย์ที่อยู่ภายในในร่างกายของเขาได้เล็กน้อย

“พลังของทักษะหมัดจักรพรรดิสูงสุด นี้สูงกว่าของหมัดห้าจักรพรรดิอยู่เล็กน้อย”

เซี่ยเฉิน ลืมตาขึ้นมาอย่างสบายๆ

และอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจกับพลังของมัน

พลังของทักษะหมัดจักรพรรดิสูงสุดมันแข็งแกร่งกว่าหมักห้าจักรพรรดิ

เล็กน้อย มันเป็นทักษะเฉพาะที่สืบทอดกันมานานนับพันปี เป็นสิ่งเดียวที่ไม่สูญหายไปพร้อมกับจักรพรรดิไท่ซูแห่งราชวงศ์เซีย

เซี่ยเฉิน รู้สึกว่ามันค่อนข้างคล้ายกับทักษะหมัดไท่ซู่ฉางฉวน

ซึ่งทักษะหมัดจักรพรรดิสูงสุดนั้นจะต้องสร้างขึ้นบนพื้นฐานของหมัดไท่ซู่ฉางฉวนอย่างแน่นอน

“อืม ตอนนี้ข้าเชี่ยวชาญทักษะหมัดขึ้นมาอีกขั้นแล้ว”

เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ การฝึกฝนทักษะหมัดจักรพรรดิสูงสุดให้เชี่ยวชาญนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเขา

ในอนาคต เขาสามารถรวมทักษะทุกประเภทที่เขาได้รับและฝึกฝนมาเพื่อสร้างทักษะเฉพาะตัวของเขาเองได้

"ค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้ฝึกฝนต่อดีกว่า"

เซี่ยเฉิน เริ่มฝึกฝนและลงชื่อเช็คอินทุกวัน กวาดพื้น

ตุ๋นซุปด้วยกระดูกมังกร จากนั้นใช้ลูกปัดมังกร เพื่อฝึกฝนและปรับปรุงพื้นฐานการบ่มเพาะ

วันแล้ววันเล่า ความแข็งแกร่งของเขาก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นพลังที่แข็งแกร่งของลูกปัดมังกร

ก็ค่อยๆยกระดับการบ่มเพาะของเขา

เซี่ยเฉินนั้นกำลังบ่มเพาะพลังของเขาอย่างเงียบๆ เขาไม่สนใจว่ามีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นมาบ้างที่โลกภายนอก

........

มีข่าวลือเมื่อเร็วๆ นี้ว่าได้มีผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพานได้รับฉายาว่า

"ผู้สังหารมังกร" โดยผู้คนนับไม่ถ้วน ทำให้เกิดความปั่นป่วนเป็นอย่างมากในอาณาจักรเซี่ย

ผู้คนนับไม่ถ้วนเริ่มพูดถึง ผู้สังหารมังกรผู้ลึกลับ

หลังจากดื่มชาและทานอาหารเย็น ชื่อเสียงของเขายิ่งใหญ่มากจนนิกายใหญ่สำทั้งหมดให้ความสนใจกับ

ผู้สังหารมังกรผู้ลึกลับ

ไม่มีใครรู้ว่า ผู้สังหารมังกรผู้ลึกลับ ผู้นี้เป็นใครและมีหน้าตาเป็นอย่างไร

และไม่รู้ว่าใครเป็นคนกระจายข่าวว่า ผู้สังหารมังกรลึกลับ ผู้นี้มีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์เซี่ย

“ผู้สังหารมังกรผู้ลึกลับ...”

นิกายเทียนเจี้ยน ผู้นำนิกายคนปัจจุบัน เงียบอยู่เป็นเวลานานหลังจากที่ได้รับฟังข่าวที่

หยินชิซาน นำมารายงาน

ทันใดนั้น ก็ได้มีมหาอำนาจที่อยู่ในขอบเขตนิพพาน ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เขาได้ลงมือสังหารมังกรนที ซึ่งอยู่ในขอบเขตนิพพานด้วยการโจมตีเพียงแค่สองถึงสามครั้ง

จะมีใครบ้างที่ไม่ตกใจ?

ตามคำบอกเล่าของ หยินชิซาน เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของมังกรนทีตัวนั้น

อย่างน้อยมันก็ต้องอยู่ในขอบเขตนิพพานขั้นที่หนึ่ง แต่ว่าผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นในตอนนั้นเขาสามารถลงมือสังหารมันได้

ด้วยการโจมตีเพียงแค่สองสามครั้ง

ระดับการบ่มเพาะของเขาจะต้องอยู่เหนือว่าขอบเขตนิพพานขั้นที่สองขึ้นไปอย่างแน่นอน

“เจ้าบอกว่าเขาสามารถผ่าเกาะกลางทะเลให้แยกออกจากกัน

และยังผ่าน้ำทะเลให้แยกออกไปหลายสิบลี้ด้วยดาบเดียว?”

ผู้นำนิกายเทียนเจี้ยนถามด้วยท่าทางเคร่งขรึม

หยินชิซาน เล่าทุกอย่างออกไปและอธิบายสถานการณ์ในขณะนั้นให้

ผู้นำนิกาย

ความแข็งแกร่งเช่นนี้ทำให้ผู้นำนิกายเทียนเจี้ยน เงียบไปชั่วขณะและครุ่นคิดอะไรบ้างอยาง

“ต่อให้ข้าเผ้าไหม้แก่นโลหิตและใช้ไพ่ตายทั้งหมดของข้าก็ไม่สามารถทำเช่นนี้ได้”

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ อีกฝ่ายอย่างน้อยก็ต้องอยู่ในขอบเขตเดียวกับเขา

หรือแม้กระทั้งอาจแข็งแกร่งกว่าเขาด้วยซ้ำ

……………………….

“ผู้สังหารมังกรผู้ลึกลับ เขามีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์เซี่ย

ใช่หรือไม่”

ในขณะเดี่ยวกัน ภายในศาลาสวรรค์ หัวหน้าศาลาสวรรค์คนปัจจุบันกำลังนั่งรับฟังข่าวที่

เทียนมู่ นำกลับมา หัวหน้าของศาลาสวรรค์นั้นเป็นหญิงสาวที่มีความสง่างามไม่มีใครเทียบ

เธอได้ตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะหนึ่ง

“ส่งคนไปสืบหาที่มาที่ไปของเขา ข้าสงสัยว่าเขาจะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับราชวงศ์เซี่ย”

หัวหน้าศาลาสวรรค์ เธอคาดเดาได้ทันที เห็นได้ชัดว่าคาดเดาอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

"นอกจากนี้ เจ้าไปที่ราชวงศ์เซี่ยทันที และสำรวจดูว่ามีองค์ชายคนไหนเหมาะที่จะให้ศาลาสวรรค์ของเราเป็นผู้สนับสนุนในการขึ้นครองบัลลังก์"

“ตอนนี้ข้าได้รับข่าวมาว่าการเดินทางของจักรพรรดิเซี่ย

ไปยังเขตชายแดนทางตอนเหนือเพื่อปราบปรามเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ ดูเหมือนจะถูกวางลอบโจมตีระหว่าการเดินทางจากคนของเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้

ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ว่าข้าไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หัวหน้าศาลาสวรรค์ปู้เถียน

ก็ได้หยุดพูดชั่วคราว ก่อนที่จะพูดต่อ "ถ้าเป็นเรื่องจริง

การเปลี่ยนแปลงอำนาจของจักรพรรดิในราชวงศ์เซีย น่าจะเร็วขึ้น เจ้าควรมองหาองค์ชายที่เชื่อฟังให้โดยเร็วที่สุด"

"เจ้าค่ะ ท่านหัวหน้าศาลา!"

เทพธิดาเทียนมู่ตอบรับเบาๆ แล้วเดินจากไป

เมื่อเฝ้าดูเทพธิดาเทียนมู่เดินจากไปแล้ว หัวหน้าศาลาสวรรค์ปู้เถียน

ยืนขึ้นมองไปที่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่และจมอยู่ในการครุ่นคิดของเธอ

"ราชวงศ์เซี่ย นั้นมีชื่อเสียงมานานนับพันปีและปราบปรามนิกายต่างๆจนถึงตอนนี้

บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่นิกายของเราจะต้องผงาดขึ้นและมีอำนาจเหนืออาณาจักรเซี่ย"

เธอมีความทะเยอทะยานมาก เธอต้องการอยู่เหนืออำนาจของจักรวรรดิเซี่ย

มีหลายนิกายที่มีความคิดเช่นเธอ

และเกือบทุกนิกายต้องการแยกตัวออกจากการกดขี่ของราชวงศ์เซี่ย เพื่อลุกขึ้นอีกครั้งและยืนอยู่เหนืออำนาจของจักรพรรดิเซี่ย

ในเวลานี้ เขตชายแดนทางตอนเหนือ จักรพรรดิเซี่ยได้ออกนำทัพเป็นการส่วนตัว

เขาได้ต่อสู้กับเผ่าหมาป่าเป๋ยตี้ที่ชายแดนทางเหนือ

เผ่าคนเถื่อนทางตอนใต้ก็ได้เริ่มที่จะรุกรานดินแดนของอาณาจักรเซี่ย

อยู่ หลายครั้ง แต่พวกเขาทั้งหมดกลับพ่ายแพ้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังทดสอบความแข็งแกร่งของอาณาจักรเซี่ยในปัจจุบัน

และพวกเขากำลังรอโอกาส

นิกายใหญ่ต่างๆก็เริ่มเคลื่อนไหว พวกเขารอให้จักรพรรดิเซี่ย

ประสบอุบัติเหตุ โลกก็จะตกอยู่ในความโกลาหล เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างก็สะสมเสบียง เกณฑ์กองทหาร

ซื้อม้าและอาวุธ อย่างลับๆ

ราชวงศ์เซี่ย เกิดความวุ่นวายทั้งภายในและภายนอก คลื่นใต้น้ำที่ปั่นป่วนและทุกที่เต็มไปด้วยอันตราย

เรื่องทั้งหมดเหล่านี้ ไม่มีผลกระทบต่อ เซี่ยเฉิน เลยแม้แต่น้อยเขาลงชื่อเช็คอินทุกวันและฝึกฝนอย่างหนัก

เขามีชีวิตที่สมบูรณ์มากในตอนนี้

ด้วยพลังงานที่ทรงพลังที่อยู่ในลูกปัดมังกร

ทำให้ระดับการบ่มเพาะของ เซี่ยเฉิน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน

วันเวลาผ่านไปทีละน้อย