ตอนที่ 139

วันแล้ววันเล่าปีแล้วปีเล่า

เพียงชั่วพริบตา ห้าปีผ่านไป

ในช่วงห้าปีที่ผ่านมาเซี่ยเฉิน ได้ไปลงชื่อเช็คอินตามสถานที่ต่างๆภายในเขตพระราชวังทุกวัน

และได้รับสมบัติมามากมายนับไม่ถ้วน

ตัวอย่างเช่น เขาได้สะสมโอสถจำนวนมาก เช่น โอสถกลั่นสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ โอสถนิพพาน ผลจูกัวสีแดงหนึ่งพันปี

เป็นต้น

และในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ในที่สุดเขาก็สามารถรวบรวม

ค่ายกลสี่สัตว์เทพได้ครบแล้ว

เพราะว่าในช่วงห้าปีที่ผ่านมาเขาได้รับค่ายกลสัตว์เทพอีกสองค่ายกลมาไว้ในมือเขาเรียบร้อยแล้วนั้นก้คือ

ค่ายกลพยัคฆ์ขาว และค่ายกลมังกรฟ้า

ทำให้ในตอนนี้ค่ายกลสี่สัตว์เทพสมบูรณ์แบบแล้ว

และค่ายกลทั้งสี่ก็ได้ถูกจัดวางเอาไว้

ตามทิศทั้งสี่ของเขตพระราชวัง เพื่อเป็นค่ายกลป้องกันพระราชวัง

เมื่อจัดวังค่ายกลเอาไว้ทั้งสี่ทิศก็กลายเป็น ค่ายกลสี่สัตว์เทพ

ไม่ว่าจะเป็นพลังป้องกัน หรือ พลังโจมตี ก็นับว่าแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพานก็ต้องคุกเข่าลงเมื่อตกอยู่ภายในค่ายกลสี่สัตว์เทพ

นอกจากนี้เขาก็ยังได้รับทักษะลับมาอีกเป็นจำนวนมาก ทักษะศิลปะการต่อสู้ระดับสูงและต่ำทุกประเภท

เขาได้นำแก่นแท้ของทักษะทั้งหมดหลอมรวมเข้ากับ พระสูตรจักรพรรดิมนุษย์ ทั้งหมด

และก็ยังมีทักษะดาบที่เรียกว่า "ดาบสวรรค์"

ซึ่งมีพลังการโจมตีที่มหาศาล

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ความแข็งแกร่งของ เซี่ยเฉิน

ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องโดยการลงชื่อเช็คอินและฝึกฝนอย่างหนักในทุกวัน

ในฐานะที่เขาเป็นถึง จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งราชวงศ์เซี่ย แต่ว่าเขาได้สละราชบัลลังก์ไปแล้ว

เขาจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการจัดการกิจการบ้านเมืองอีกต่อไป

เพราะว่าน้องสาวของเขา จักรพรรดินีเซี่ยซี ได้จัดการทุกอย่างเป็นอย่างดี

นอกเหนือจากการไปลงชื่อเช็คอินตามสถานที่ต่างๆแล้ว

เขาก็เอาเวลาทั้งหมดทุ่มเทให้กับการบ่มเพาะพลังของเขา เขาแทบจะไม่ถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นภายนอกเลยด้วยซ้ำ

และก็แทบจะไม่ได้พบเจอกับจักรพรรดินีเซี่ยซี เลย

เพราะว่าน้องสาวของเขาในตอนนี้เธอนั้นงานยุ่งเกินไป ในฐานะที่เธอเป็นถึงจักรพรรดินี

แน่นอนว่าเธอไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น

ในตอนแรก ที่จักรพรรดินีเซี่ยซี เสด็จขึ้นครองราชย์

ยังมีการคัดค้านมากมายเกิดขึ้น โดยเฉพาะเหล่าสมาชิกของราชวงศ์ พวกเขาต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์เธออย่างรุนแรง

แต่หลังจากที่เซี่ยเฉินทำการสังหารคนที่ออกมาก่อกบฏในตอนนั้น

เสียงคัดค้านก็เริ่มเงียบหายไป และไม่มีใครกล้าที่จะออกมาคัดค้านอีกต่อไป

ประกอบกับการดำเนินการตามนโยบายใหม่ที่เซี่ยเฉินออกมาก่อนหน้านี้ทีละขั้นตอน

ทำให้เกิดผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจอย่างมาก และในตอนนี้ความแข็งแกร่งของอาณาจักรเซี่ย

ก็ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ และยังคงพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ทำงานอย่างสงบ และพวกเขาก็เริ่มมีชีวิตที่ดีขึ้น

ทุกคนต่างก็เริ่มยอมรับจักรพรรดินีเซี่ยซีอย่างเงียบๆ

ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือว่าจะเป็นจักรพรรดินีเซี่ยซี

ที่อยู่เบืองหน้าและรับผิดชอบกิจการบ้านเมือง

ประชาชนทุกคนต่างก็ให้ความสนับสนุนทั้งสองจากใจจริงของพวกเขา

สรุปสั้นๆ ก็คือในช่วงระยะเวลาห้าปี ที่ผ่านมาโลกทั้งใบมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

ด้วยการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของพลังปราณจิตวิญญาณของโลก ผู้ฝึกตนที่ทรงพลังจำนวนมากได้ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

และก็ยังมีเหล่าปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่บางคนที่ประสบความสำเร็จในการบุกทะลวงและเข้าสู่ขอบเขตนิพพานได้

ได้มีปรมาจารย์ในสาขาอาชีพต่างๆเป็นจำนวนมาก ที่เพิ่มขึ้นมาราวกับหน่อไม้หลังฝนตก

ในระยะเวลาเพียงแค่ห้าปี และจำนวนปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็เพิ่มสูงขึ้นหลายสิบเท่า

อาณาจักรเซี่ยทั้งหมดเจริญรุ่งเรืองและเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก

มีสัญญาณจางๆ ของความเจริญรุ่งเรื่องเฉกเช่นยุคโบราณของอาณาจักร เพียงแต่ต้องพัฒนาต่อไป ภายในสิบปีอาณาจักรเซี่ย จะเข้าสู่ยุครุ่งเรืองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างแน่นอน

สำหรับเซี่ยเฉินนั้นเขาได้เพิกเฉยต่อความวุ่นวายภายนอก

เขาอยู่แต่ในเขตพระราชวัง เพื่อลงชื่อเช็คอิน ฝึกฝนทุกวัน ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดออก

และความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มมากขึ้นในทุกวัน

เมื่อพลังปราณจิตวิญญาณของสวรรค์และโลกที่ฟื้นคืนมาอย่างต่อเนื่อง

ความเร็วในการบ่มเพาะของเขาก็เร็วขึ้น

ในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ห้าปี ในที่สุดเขาก็สามารถควบแน่น สมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้า

ได้สำเร็จ หลังที่ทำการสังเวยพลังจิตวิญญาณของเขามาตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา และในวันนี้

แรงกดดันที่ทรงพลังก็ปะทุขึ้นมา โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่พระราชวังจักรพรรดิมนุษย์

และยังคงดำเนินต่อไป

เซี่ยเฉิน กำลังจะควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ชิ้นที่ห้า และพร้อมที่จะทะลวงเข้าสู้ขอบเขตนิพพานขั้นที่เก้า

ฮัม!

ห้องโถงพระราชวังจักรพรรดิสั่นสะเทือน พลังปราณแห่งความโกลาหลปกคลุมท้องฟ้า

ภาพนิมิตลึกลับปรากฏขึ้น ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ลอยขึ้นๆ ลงๆ พระจันทร์ส่องแสงสว่างบนท้องฟ้า

พลังปราณของธาตุทั้งห้าปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์หลากสีสันออกมา

ภายในใจกลางของภาพนิมิต เซี่ยเฉิน กำลังนั่งขัดสมาธิร่างกายของเขาแผ่กลิ่นอายของจักรพรรดิออกมาอย่างต่อเนื่อง

รับดับการบ่มเพาะของเขาในตอนนี้ได้มาถึงจุดสูงสุดของขอบเขตนิพพานขั้นที่แปดแล้ว

ในที่สุดวันนี้

เซี่ยเฉินก็พร้อมแล้วที่จะบุกทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนิพพานขั้นที่เก้า เขาใช้เวลาห้าปีเต็มในการควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้า

และเพิ่มระดับการบ่มเพาะของเขา ในที่สุดเขาก็ทำได้สำเร็จ ภายในระยะเวลาห้าปีถือว่าไม่ช้าและไม่เร็วจนเกินไป

เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ...

ในร่างกายของเขาในตอนนี้ได้ควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาแล้วสี่อย่างนั้นคือ

เทพเจ้าแห่งไฟ เทพเจ้าแห่งดิน เทพเจ้าแห่งทองคำ

เทพเจ้าแห่งน้ำ ส่วนชิ้นสุดท้ายเทพเจ้าแห่งไม้

เขากำลังจพควบแน่นขึ้นมาในวันนี้

ตอนนี้ เซี่ยเฉิน กำลังทำการควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ชิ้นที่ห้าชิ้นสุดท้าย

ที่ตับของเขา แก่นแท้ของธาตุไม้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดยังคงหลั้งไหลเข้ามาและควบแน่นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อสมบัติศักดิ์สิทธิ์ชิ้นสุดท้ายเปิดออก

พลังชีวิตของเขาก็จะถึงจุดสูงสุด แม้แต่อายุขัยก็จะถูกเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อธาตุทั้งห้าเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เปรี๊ยะ!

ทันใดนั้นก็มีเสียงแตกหักดังออกมาจากตับ

หลังจากนั้นพลังชีวิตที่ทรงพลังก็หลั่งไหลออกมาเป็นจำนวนมาก

และไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกายของเขา

เมื่อ เซี่ยเฉินทำกรควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ชิ้นสุดท้ายได้สำเร็จ

ก้ทำให้ร่างกายของเขาในตอนนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา

ฮัม!

ในขณะนี้ สมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้า

ได้ถูกควบแน่นขึ้นมาทั้งหมดแล้วได้แก่ เทพเจ้าแห่งไฟ เทพเจ้าแห่งดิน

เทพเจ้าแห่งทองคำ เทพเจ้าแห่งน้ำ และเทพเจ้าแห่งไม้ ก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว

พลังแห่งธาตุทั้งห้านั้นพลุ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา ไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกายของเขา

และเริ่มทำลายสิ่งกีดขว้างและบุกทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนิพพานขั้นที่เก้า พลังศักดิ์สิทธิ์ของธาตุทั้งห้าเริ่มทำการหล่อเลี้ยงร่างกายของเซี่ยเฉิน

อย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอนนี้ร่างกายของเซี่ยเริ่ม เริ่มทำการผลัดเปลี่ยนผิวหนังใหม่ทีละน้อย

และหลังจากนั้นไม่นานผิวหนังเก่าของเขาก็เริ่มแข็งตัว

คลิก คลิก!

ไม่นานหลังจากนั้น ผิวหนังเก่าที่แข็งตัวก็เริ่มมีรอยแตกร้าวปรากฏขึ้นมาแสงศักดิ์สิทธิ์ห้าสีก็พุ่งออกมาจากด้านใน

และได้มีร่างโผล่ออกมาจากผิวหนังเก่า

ร่างกายของเขาในตอนนี้เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์หลากสีสันออกมา ซึ่งในตอนนี้เซี่ยเฉินได้ประสบความสำเร็จในการบุกทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนิพพานขั้นที่เก้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และกำลังวิวัฒนาการเป็นเด็กทารก

หลังจากนั้น เซี่ยเฉิน ที่อยู่ในวัยเด็กทารกก็ค่อยๆเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งลมหายใจ

และระยะเวลาสิบลมหายใจ จากเด็กทารกก็เติบโตจนถึงวัยเยาว์ และในท้ายที่สุด

เซี่ยเฉินก็กลับคืนสู่รูปลักษณ์ ในวัยสิบแปดปี แสงศักดิ์สิทธิ์ของธาตุทั้งห้าปกคลุมร่างกายของเขา

และพลังปราณแห่งความโกลาหลก็ปรากฏขึ้นข้างหลังเขา

ทำให้เกิดภาพนิมิตของจักรพรรดิที่ไร้เปรียบขึ้นมา

ปลดปล่อยกลิ่นอายสูงสุดของจักรพรรดิออกมา

ภาพนิมิตนี้คือภาพนิมิตของจักรพรรดิมนุษย์ ที่มีท่าทางที่น่าเกรงข้าม สง่างาม

ราวกับจักรพรรดิสวรรค์ที่เสด็จลงมายังโลกมนุษย์

พรึบ!

เสื้อคลุมของจักรพรรดิถูกสวม มงกุฎของจักรพรรดิปรากฏขึ้น เซี่ยเฉิน

ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสบายๆ และกลิ่นอายของเขาที่แผ่ออกมาก็ถูกยับยั้ง กลับสู่รูปแบบเดิม

ราวกับว่าเขาเป็นเพียงแค่ปุถุชนคนธรรดา

“ในที่สุดข้าก็มาถึงขอบเขตนิพพานขั้นที่เก้า และควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าขึ้นมาเสร็จสมบูรณ์แล้ว”

เซี่ยเฉินพึมพำกับตัวเอง

ในที่สุดเขาก็ บ่มเพาะจนมาถึงจุดสูงสุดของขอบเขตนิพพาน

ต่อไปเขาก็แค่ทำให้ขอบเขตนิพพานขั้นที่เก้าของเขาไปถึงขั้นสมบูรณ์

ความแข็งแกร่งของ เซี่ยเฉิน ในปัจจุบันนั้นไม่อาจหยั่งรู้ได้

พลังการต่อสู้ก็ไม่อาจคาดเดาได้

หลังจากที่ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนิพพานขั้นที่เก้า ร่างกายของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าประหลาดใจ

เขารู้สึกได้ว่าเข้าสามารถสังหารปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานขั้นที่เก้าด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียว

หลังจากที่ควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าขึ้นมาได้ทั้งหมด

เขาก็ได้รับผลประโยชน์ที่ไม่คาดคิด

นั่นคืออายุขัยเดิมของเขาคือ 1,800 ปี แต่ว่าในตอนนี้มันได้เพิ่มขึ้นเป็น  2,500 ปี

นั้นก็หมายความว่าในตอนนี้เซี่ยเฉิน สามารถอยู่ได้ถึง 2,500 ปีในขณะนี้และสามารถจินตนาการได้เลยว่ามันน่ากลัวแค่ไหน

ในขณะนี้ เซี่ยเฉินได้ขึ้นมายังชั้นบนสุดของพระราชวังจักรพรรดิมนุษย์

และจ้องมองไปยังความว่างเปล่าอย่างเงียบๆ

เขาสังเกตเห็นว่าความเข้มข้นของพลังปราณจิตวิญญาณ ในปัจจุบันนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนถึงสิบเท่า

และมันก็ยังคงเพิ่มมากขึ้น

ด้วยความเร็วขนาดนี้ ในอีกสิบปีข้างหน้า ความเข้มข้นของพลังปราณจิตวิญญาณ

น่าจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยสามสิบเท่า ซึ่งมันน่ากลัวมาก

ด้วยเหตุนี้เอง

ผู้ฝึกตนที่อาศัยอยู่ในโลกแห่งนี้ก็จะฝึกฝนและบ่มเพาะได้ง่ายมากขึ้น

และก็น่าจะมีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งถือกำเนิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เพราะว่าโลกใบนี้สามารถรองรับผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งได้แล้ว

เพราะว่าเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานปรากฏขึ้นมาเป็นจำนวนมาก

เพราะว่าได้มีปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่บางคนซึ่งกำลังหมดอายุขัยได้ประสบความสำเร็จในการบุกทะลวงและกลายเป็นปรมาจารย์ขอบเขตนิพพาน

"โลกใบนี้กำลังจะเกิดความวุ่นวายขึ้นครั้งใหญ่"

เซี่ยเฉินถอนหายใจเบาๆ หลังจากที่สังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีเช่นกัน

เนื่องจากโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดการต่อสู้แย่งชิงโชควาสนา

และก็จะต้องมีฝูงสัตว์และปีศาจชั่วร้ายที่กำลังจะปรากฏตัวออกมาอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งมันอาจจะก่อให้เกิดภัยคุกคามและผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อราชวงศ์เซี่ย

ในเวลานี้ เขตชายฝั่งทะเลตะวันออก ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในท้องทะเลอันกว้างใหญ่